0 Views

ตอนที่ 94 – ภาวะเอกฐาน (3)

 

เมื่อยามเช้า ผมก็ลืมตาตื่นขึ้น ฮันซูยองเห็นผมตื่นและยิ้ม เธอคือคนสุดท้ายที่เฝ้ายาม “นายฝันร้ายเหรอ?”

“นิดหน่อย”

ถ่านที่ลุกไหม้มาตลอดทั้งคืนกลายเป็นสีขาว ผมดับไฟและแตะหน้าผากของผมซึ่งมีอาการปวดหัวเกิดขึ้น ภาพที่ผมเห็นผ่านมุมมองนักอ่านพระเจ้า…

กิลยัง ผมไม่รู้ว่าเขาโอเคไหม “ยูซานอาไปไหน?”

“เธอไปลาดตระเวน” ฮันซูยองตอบพร้อมกับแตะสมาร์ทโฟนของเธอ

ผมถามเธอ “เธอดูอะไรอยู่น่ะ?”

“นิยาย”

“นิยายของเธอ?

“ฉันจะอ่านนิยายอะไรอีก?”

แน่นอนว่ามันแปลกที่จะอ่านนิยายเรื่องอื่นภายใต้สถานการณ์เหล่านี้

“ฉันสงสัยอยู่ตลอด มันสนุกเหรอที่นักเขียนจะอ่านงานที่พวกเขาเขียน”

“มันสนุกมาก”

“แม้ว่าเธอจะรู้รายละเอียดทั้งหมดเหรอ?” ผมถามเธอโดยไม่คิดอะไร แต่ฮันซูยองก็ให้คำตอบที่ไม่คาดคิดแก่ผม

“บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าเรื่องราวนั้นต่างออกไปแม้ว่าจะอ่านเรื่องเดิม”

“อะไรนะ?”

“นักเขียนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในนิยายอย่างสมบูรณ์ มีหลายข้อผิดพลาดทุกครั้งที่ฉันมองย้อนกลับไป ในท้ายที่สุด การอ่านก็เป็นกระบวนการทบทวนตัวเองอีกแบบ”

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอกำลังพูดอะไร”

“…มันหมายความว่าหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ฉันสามารถเห็นว่ามันเป็นงานเขียนของคนอื่นได้ สุดท้ายแล้ว มนุษย์ทุกคนก็มีงานเขียนของตัวเองอยู่”

มันเป็นคำพูดที่ไม่น่าเชื่อ และผมก็รู้สึกประหลาดใจ ฮันซูยองสามารถพูดอะไรยากๆ แบบนี้ออกมาได้ด้วย

ผมพูดกับเธอ “เมื่อมาคิดดูแล้ว เธอก็เป็นอย่างนั้นนะ เธอเขียนนิยายของคนอื่นจริงๆ”

ฮันซูยองตะโกนอะไรบางอย่างกลับมา และผมก็อุดหูไว้สักพัก ใครบอกให้เธอลอกเลียนแบบตั้งแต่แรก? ฮันซูยองปิดสมาร์ทโฟนของเธอและถามผม “ยังไงก็เถอะ นายจะทำอะไรต่อ?”

“ฉันจะทำอะไรเหรอ? ฉันจะรอให้เริ่มสถานการณ์ต่อไป”

“ใครจะเชื่อกัน? ฉันมั่นใจว่านายมีแผน”

เธอดูเหมือนมีอะไรจะพูดออกมา ดังนั้นผมจึงปล่อยให้เธอพูด และก็จริง เธอพูดออกมาต่อ

“ยูจงฮยอคกำลังไปจัดการทางทิศตะวันตก ราชาพเนจรกำลังมุ่งหน้าไปยังทางเหนือ แล้วตรงกลางล่ะ?”

“พวกเราจะหยุดมันด้วยกัน”

“ไม่ใช่ว่ามันมีวิธีง่ายๆ อยู่เหรอ? นายลืมไปแล้วเหรอ?”

ผมชะงักไปและจ้องไปยังฮันซูยอง “เธอก็อปอันนั้นไปด้วยเหรอ?”

“…ฉันไปทำตอนไหน? ฉันก็แค่เอามันมาใส่ในนิยายของฉัน” ฮันซูยองอึกอักพร้อมกับเบ้ปาก “ยังไงก็เถอะ ฉันพูดถูกไหม? เท่าที่ฉันรู้ มันมีวิธีง่ายๆ ในการป้องกันภัยพิบัติตรงกลางอยู่”

แน่นอนว่าคำพูดของเธอถูกต้อง ถ้าพวกเราทำแบบนั้น พวกเราก็จะสามารถเคลียร์สถานการณ์ที่ห้าได้และป้องกันภัยพิบัติทั้งหมดได้อย่างไม่ยากอะไร ฮันซูยองมองมาที่ผมด้วยดวงตาทิ่มแทง “นายกำลังจะทำอะไร?”

“เรื่องนั่น… เดี๋ยวจะคิดดูระหว่างทางละกัน”

ผมมองไปรอบๆ และเห็นยูซานอากำลังโบกมือของเธอจากระยะไกล ฮันซูยองบ่น “ทำไมนายดูมีความสุขมากจังหลังจากได้เห็นเธอ?”

“มันเป็นเพราะเธอคือคนที่ไว้ใจได้”

“ชิ คนที่ไว้ใจไม่ได้ต่างหากที่จะอยู่รอด”

พวกเราออกเดินทางอีกครั้ง เหลือเวลาอีก 5 วันก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มต้นขึ้น พวกเราเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกตามแม่น้ำฮัน

มันมีวัตถุประสงค์อยู่สองอย่างเบื้องหลังเรื่องนี้ หนึ่งคือการตามหากงพิลดูที่หายไปแถวๆ แม่น้ำฮัน และสองคือการรวบรวมเหรียญจากมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆ นอกเหนือจากสิ่งอื่นใด ในตอนนี้คือเหตุการณ์เหรียญ ดังนั้นผมก็ควรจะรวบรวมมันให้ได้มากที่สุด

“ยูซานอา ไปทางซ้าย! ฮันซูยองนำ!”

พวกเราล่ามอนสเตอร์ระดับ 7 ทั้งหมดที่มองเห็นได้ เมื่อยูซานอาเข้าร่วมกับพวกเรา พวกเราจึงสามารถล่าเผ่าพันธุ์ระดับ 7 และกระทั่งระดับ 6 ได้ ผมเกิดความคิดบางอย่างในขณะที่กำลังมองไปยังยูซานอา

บางทีเธออาจจะไม่รู้เรื่องเหล่าคนที่มาจากโอลิมปัสก็ได้ ผมเรียกพวกเขาออกมาเพื่อค้นหาจุดประสงค์ของพวกเขา พวกเขาน่าจะใช้ความเป็นไปได้ที่มีอยู่ไปหมดแล้วและไม่สามารถแทรกแซงยูซานอาได้อีกในช่วงนี้ การต่อสู้จบลง และผมก็เดินเข้าไปหายูซานอา

“ยูซานอา ในอนาคตเธอควรจะใช้อักขระแค่ครั้งละอัน”

“อ๊า ฉันขอโทษ เมื่อครั้งล่าสุดฉันเป็นปัญหาใหญ่เลยเหรอ?”

“ไม่ นั่นไม่ใช่เหตุผล”

คนที่ได้รับการสนับสนุนจากเนบิวลานั้นไม่ธรรมดา แน่นอนว่าการได้รับการสนับสนุนจากเนบิวลาไม่ได้หมายความว่ากลุ่มดาวทั้งหมดในเนบิวลานั้นจะสนับสนุนเธอ อย่างไรก็ตาม กฎแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวก็ยังมีผลต่อกลุ่มดาวและอวตาร

ราคาสำหรับการฝ่าฝืนกฎนั้นก็ย้อนกลับไปหากลุ่มดาวและอวตารในที่สุด กลุ่มดาวอาจจะมีวิธีหลบหนี แต่ปัญหาก็คืออวตาร

“การใช้อักขระหลายอันจะทำให้เกิดภาระแก่ร่างกายของเธอ”

ไอ้พวกโอลิมปัสบัดซบไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเธอ แต่มันก็มีขีดจำกัดสำหรับเรื่องราวที่คนๆ หนึ่งจะสามารถแบกรับไว้ได้อยู่ ทุกๆ อักขระบรรจุไว้ซึ่งเรื่องราวของกลุ่มดาวและผสมผสานเข้ากับประวัติศาสตร์แบบสุ่มๆ ซึ่งจะทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์เสียหายได้

ถ้ายูซานอายืมอักขระของกลุ่มดาวเป็นจำนวนมาก พลังชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอก็จะลดลงไปในทันที จากนั้นอาจจะภายในหนึ่งปี…

ยูซานอายิ้มเบาๆ “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”

ผมตระหนักถึงบางสิ่งและพูดออกมา “เธอรู้แล้วเหรอ?”

ดวงตาของยูซานอาขยับลงและเธอก็พูดเบาๆ “ทกจา นายคิดว่าฉันยังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศอยู่เหรอ?”

ยูซานอาพูดต่อ “ฉันแตกต่างจากทกจา ฉันไม่สามารถทำอะไรเพื่อเปลี่ยนโลกนี้ได้ นี่คือโลกที่ TOEIC เกรดเฉลี่ย และคะแนนต่างๆ ไม่ได้มีประโยชน์อะไร”

ผมสงสัย “เธอคิดว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขได้เหรอถ้าเธอแข็งแกร่งขึ้น?”

“นิดหน่อย”

คำพูดของเธอถูกต้อง อันที่จริง เฉพาะความแข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถแก้ไขปัญหาบางส่วนของโลกใบนี้ได้

“ฉันตัดสินใจที่จะสร้างอะไรที่เป็นประโยชน์ให้กับโลกใบนี้บ้าง นั่นคือสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ในตอนนี้”

มันมีบาดแผลมากมายอยู่ที่หลังมือของยูซานอาในขณะที่เธอพูด บาดแผลเหล่านั้นราวกับหลุมใหญ่สำหรับผม อย่างที่ฮันซูยองได้กล่าว ‘สุดท้ายแล้ว การอ่านก็เป็นกระบวนการช่วยทบทวนตัวเองอยู่ดี’

หากมีสิ่งที่ผู้อ่านอย่างผมต้องทำ ผมก็จำเป็นต้องอ่านให้ดี ผมรู้สึกถึงอาการสั่นตรงแขนของผม ผมเปิดสมาร์ทโฟนขึ้นและเห็นว่ามีหน้าต่างแจ้งเตือน

– ฮันดงฮุน: พี่ พี่โอเคไหม?

ราชาแห่งเงาผู้สันโดษ ฮันดงฮุน ผมตกตะลึงเมื่ออ่านข้อความ

– ฮันดงฮุน: ผมไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้เมื่อเร็วๆ นี้ ดังนั้นข้อความจึงล่าช้าไป ผมกำลังดิ้นรนด้วยความสามารถของผม

เขาส่งข้อความมานานแล้ว และพวกมันก็เรียงซ้อนกันอยู่ ดูเหมือนว่าข้อความที่กองซ้อนกันจะมาถึงในเวลาเดียวกันเมื่ออินเทอร์เน็ตถูกเชื่อมต่อ

ผมเอาข้อความให้ยูซานอาดูเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของเธอ ผมมองไปยังรอยยิ้มของยูซานอาและคิด

ผมไม่ใช่ผู้อ่านที่ไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง

***

ผมเชื่อมต่อกับฮันดงฮุนผ่านแมสเซ็นเจอร์ แต่ผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับคนอื่นผ่านมัน

– ฮันดงฮุน: ผมอยู่ฝั่งยงซาน กิลยังก็ด้วย

– คิมทกจา: กิลยังอยู่นั่นเหรอ?

– ฮันดงฮุน: ใช่

ผมพอรู้ตำแหน่งสมาชิกหลักในปาร์ตี้อย่างคร่าวๆ แล้ว ตำแหน่งของลีฮุนซึงและจางฮีวอนถูกยืนยันผ่านมุมมองนักอ่านพระเจ้า

ผมสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับจางมินซอบและลีซงกุก แต่มันก็ยากที่จะไปสนใจพวกเขา พวกเขามีความรู้มาบ้าง ดังนั้นพวกเขาก็ควรจะจัดการได้ ลีจีฮเย… อืม ยูจงฮยอคคงจะไปจัดการเรื่องนี้

-คิมทกจา: ในตอนนี้อย่าออกจากยงซาน ฉันจะไปที่นั่นเร็วๆ นี้ ถ้าเป็นไปได้ลองติดต่อคนอื่นด้วย

คำตอบไม่ได้ถูกส่งกลับมา บางทีมันอาจจะถูกตัดการเชื่อมต่ออีกครั้ง ผมมองไปยังสมาชิกปาร์ตี้รอบๆ และกล่าวว่า “ฉันคิดว่าพวกเราต้องข้ามแม่น้ำไป”

ในตอนนี้พวกเขาอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำฮัน ทางทิศเหนือของแม่น้ำฮันคือยงซาน

“พวกเราต้องข้ามมันเหรอ?” ฮันซูยองถามผมด้วยใบหน้าตกตะลึง

มันไม่แปลก ผมมองไปยังแม่น้ำฮันพร้อมกับเธอ เงารางๆ สามารถมองเห็นได้จากน้ำวน อิกทิโอซอรัสที่อยู่ใกล้ๆ กับสะพานดงโฮได้มายังแม่น้ำฮันแล้ว พวกเราเดินตามแม่น้ำ แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะข้ามไปเพราะพวกมัน

“นายเคยเห็นสะพานชอนโฮไหม? มันพังแล้ว”

อิกทิโอซอรัสคือมอนสเตอร์ระดับ 7 มันไม่ใช่ปัญหาอะไรในการล่า แต่มันก็มีจำนวนมากเกินไป มันไม่ได้มีแค่ตัวหรือสองตัว ดังนั้นการจัดการกับพวกมันทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวัน พวกเรากำลังจะข้ามแม่น้ำฮันในสถานการณ์เช่นนี้งั้นเหรอ? มันเป็นไปไม่ได้เลย

“พวกเราจะเดินตามแม่น้ำไป มันอาจจะมีสะพานอื่นที่ยังไม่พัง”

พวกเราเคลื่อนไหวไปตามแม่น้ำอยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ไม่พบสะพานที่สมบูรณ์เลย พวกเรากลับพบคนพเนจรกลุ่มหนึ่งแทน

ฮันซูยองกำลังจะยกอาวุธของเธอขึ้น แต่ยูซานอาก็ขยับก่อน เธอหยิบเนื้อออกมาจากกระเป๋าเป้ ทำให้ฮันซูยองหงุดหงิด “เธอจะทำอะไร?”

“ผู้คนกำลังหิว”

“แล้วไง? เธออยากจะแบ่งเหรอ? เธอบ้าไปแล้วเหรอ? เธอไม่รู้เหรอว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดในวันสิ้นโลก?”

“ฉันสามารถฆ่าพวกเขาทุกคนได้ถ้าฉันต้องการ” ฮันซูยองเห็นจิตสังหารอยู่บนใบหน้าของยูซานอาครู่หนึ่งและหุบปากไป “เพราะฉะนั้น ฉันก็สามารถช่วยพวกเขาทุกคนได้ถ้าฉันต้องการ”

ยูซานอาเอาเนื้อจากมอนสเตอร์ออกมาและแจกจ่ายให้กับผู้คน บางคนก็รู้สึกปลาบปลื้มและก้มหัวให้เธอ

“อ๊ะ นี่มัน…”

“มันเป็นของเหลือ มันไม่สำคัญหรอก”

ผมทิ้งฮันซูยองไว้เพียงลำพังและดึงก้านยานาสเพลต้าออกมาจากกระเป๋า มันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะกลายเป็นผู้ล่าในโลกใบนี้  ชายคนที่รับมันไปจากผมโค้งคำนับให้

“อ๊า! ขอบคุณนะ…”

“ไม่เป็นไร คราวลำบากก็ควรแบ่งปัน”

แน่นอนว่าผมเป็นคนที่แตกต่างจากยูซานอา ความดีของผมทั้งหมดคือสิ่งที่ถูกวางแผนไว้

[มีหลายคนที่ชอบคุณมาก]

[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘ชินยูอิน’ เพิ่มขึ้น]

[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘มาคังชอล’ เพิ่มขึ้น]

[ตัวละครใหม่ถูกเพิ่มในบุ๊คมาร์คของคุณ]

ฮันซูยองพูดประชด “นายมันเฟค”

“…บางครั้งฉันก็ทำสิ่งที่ดี”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ประทับใจในความดีของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 400 เหรียญ]

ฮันซูยองบ่นเมื่อเธอดูยูซานอา “บ้าเอ้ย เธอเหมือนกับผู้หญิงจากนิยายเลย”

ผมเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ ยูซานอาเป็นเหมือนกับนางเอกนิยาย แม้กระทั่งก่อนที่โลกจะล่มสลาย และในตอนนี้ที่ความเป็นจริงกลายเป็นนิยาย…

ท่ามกลางฝูงชน มีเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม เธอเป็นเด็กสาวอายุประมาณเดียวกันกับลีกิลยัง

“อะไรเหรอ?”

เด็กหญิงที่โค้งตัวมีหน้าตาเหมือนกับชาวตะวันตก ดวงตาของเธอสดใส และใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความน่ารัก เด็กคนนี้โค้งตัวให้ผม 90 องศา

“ขอบคุณนะคะ”

เธอเป็นเด็กที่สุภาพมาก ผมมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใครที่ดูเหมือนจะเป็นพ่อแม่ของเด็กน้อย เด็กคนนี้สังเกตเห็นสายตาของผมและกล่าวว่า “พวกเขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว”

“ทั้งคู่?” เด็กน้อยพยักหน้า

ผมสับสนเล็กน้อย เด็กที่ไม่มีผู้ปกครองเอาชีวิตรอดเพียงลำพังมาจนถึงสถานการณ์ที่ห้า มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ในหนทางเอาชีวิตรอด

…เดี๋ยวก่อน? ในช่วงเวลาที่ผมใช้ลิสต์ตัวละคร เด็กคนนี้ก็พูดขึ้นมาอีก “งั้นหนูไปล่ะ”

เธอมาเพื่อขอบคุณผมงั้นเหรอ? ผมพยายามคว้าตัวเธอไว้และหันกลับไปหาฮันซูยองโดยอัตโนมัติ เธอกำลังหันไปมองทางอื่นอยู่

“…ระวัง”

ในไม่ช้ามันก็จะมืด ผมกังวลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเรียกสมาชิกปาร์ตี้มารวมตัวกัน

“วันนี้พวกเราจะพักกันที่นี่”

พวกเรามองหาที่นอน แม่น้ำฮันหนาวมากแม้ว่าพวกเราจะจุดไฟ ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจพักในอาคารที่ถูกทำลายไปแล้ว ฮันซูยองเตือนยูซานอาอย่างจริงจัง

“คอยดู เหล่าคนจากเมื่อกี้จะกลับมา เธอไม่เห็นพวกเขาตาเป็นประกายกับอาวุธของพวกเราเหรอ? พวกเขาจะกัดมือที่เคยหยิบยื่นให้กับพวกเขา”

ฮันซูยองประกาศว่ามนุษย์ทุกคนนั้นชั่วร้ายและเป็นขยะที่ตอบแทนความดีด้วยความพยาบาท ผมมองไปยังยูซานอาที่กำลังพูดออกมา “ไม่ใช่ทุกคนในวันโลกาวินาศที่จะเป็นคนเลว”

“ไม่ พวกเขาทุกคนเป็นคนเลว แทบจะทุกคนเป็นคนเลว”

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

“พวกเขาจะมาเร็วๆ นี้ จากนั้นเธอก็จะร้องไห้”

ผ่านไปอีกสองชั่วโมง

“อืม พวกเขาเป็นคนอดทน”

ผ่านไปอีกสามชั่วโมง

“…เป็นไปไม่ได้?”

ในที่สุดสี่ชั่วโมงก็ผ่านไป และมีเสียงดังออกมาจากข้างนอก สีหน้าของยูซานอาคล้ำลง และฮันซูยองก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

“ดูสิ ฉันพูดอะไรไป?”

ฮันซูยองหยิบอาวุธออกมาเมื่อมีคนเข้ามาในอาคาร

“ส-สวัสดี?”

ฮันซูยองหยุดชะงักไปในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น คนที่มาคือเด็กสาว มันเป็นเด็กที่เข้ามาขอบคุณผมอย่างสุภาพในตอนกลางวัน เด็กน้อยตาสีแดงได้ยื่นบางสิ่งออกมา

“น-นี่…”

มันเป็นผ้าห่ม เธอคงหยิบมันขึ้นมาจากแถวๆ นี้เพราะเธอกลัวว่าพวกเราจะหนาว ฮันซูยองทำหน้าประหลาดใจในขณะที่ยูซานอาอึ้งไป ในวันสิ้นโลก ความปรารถนาดีไม่ได้ถูกตอบแทนด้วยความมุ่งร้ายเสมอไป

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังยิ้มเอ็นดู]

[คุณได้รับการสนับสนุน 2,000 เหรียญ]

ยูซานอาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของปาร์ตี้ “ขอบคุณนะ ฉันจะใช้มันอย่างดี”

“ค่ะ…”

“ยังไงก็เถอะ เธออยู่คนเดียวเหรอ? มันอันตรายมากนะที่จะเดินไปทั่วในเวลากลางคืน”

“มันก็เหมือนกันทุกที่”

การแสดงออกของยูซานอามืดลงกับคำพูดนั้น “เธออยากจะมาอยู่กับพวกเราไหม?”

“ฮะ?”

“มันจะดีกว่าถ้าเธอมาอยู่กับพวกเรา”

ยูซานอามองมาที่ผมเหมือนกับว่าเธอกำลังขออนุญาต อย่างไรก็ตาม คำตอบของเธอคนนั้นก็รวดเร็วยิ่งกว่า “หนูไม่อยากสร้างความรำคาญค่ะ”

จากนั้นเด็กคนนี้ก็พยายามวิ่งหนีไป แต่ก็มีธงลอยมาจากที่ไหนสักแห่งและตกลงตรงเท้าของเด็กน้อย เด็กน้อยเกิดความตื่นกลัวขึ้น และเสียงที่แสบแก้วหูของฮันซูยองก็ดังออกมา

“เดี๋ยวก่อน เธอจะไปไหนไม่ได้”

“เธอจะทำอะไรน่ะ?” ยูซานอามองไปยังฮันซูยองและพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น อย่างไรก็ตาม ฮันซูยองก็มองมาที่ผม

“คิมทกจา นายไม่รู้เหรอว่าต้องทำยังไง? ไม่ใช่ว่านั่นคือเหตุผลที่นายอยากจะนอนที่นี่เหรอ?”

ผมหลับตาลงอย่างช้าๆ บ้าเอ้ย เธอสังเกตเห็น… คำนวณพลาดไปสินะ ผมไม่รู้ว่าคนๆ นี้สามารถใช้แอตทริบิวต์ในการตรวจจับได้ ฮันซูยองถาม “อ่า นายกำลังจะทำตัวเป็นคนปากว่าตาขยิบงั้นเหรอ? มันเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กงั้นเหรอ?”

“…”

“อีกฝ่ายเป็นเด็ก? งั้นตัวร้ายก็คงต้องแก้ไขปัญหานี้เองสินะ”

ฮันซูยองเดินเข้ามาและยูซานอาก็ขวางทางไว้

“หยุดนะ”

“ออกไปให้พ้นทาง เธออยากให้ฉันฆ่าเธอด้วยเหรอ?”

“ทำไมจู่ๆ เธอถึงจะฆ่าเด็กธรรมดาๆ ขึ้นมา?”

“เด็กธรรมดาเหรอ?” ฮันซูยองหัวเราะและชี้ไปที่เด็กน้อย

“ฉันบอกให้เธอหยุด” ในเวลาเดียวกัน มีดสั้นของยูซานอาก็ชี้ไปที่คอของฮันซูยอง จากนั้นฮันซูยองก็อัญเชิญอวตารออกมาหลายสิบตัว ฮันซูยองคำราม

“คิมทกจา รีบอธิบายเร็วเข้า ก่อนที่ฉันจะหันกลับไปและฆ่าทุกๆ คน”

มันจบลงแบบนี้ ผมถอนหายใจและพูดออกมา “เด็กคนนี้…”

เด็กน้อยเงยหน้ามองผมด้วยสายตาไร้เดียงสา และผมก็บังเกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา

“…ห้าวันต่อมา เธอจะทำลายกรุงโซล”

ดวงตาของยูซานอาสั่น ถ้าฮันซูยองไม่รู้ ผมก็อาจจะปล่อยผ่านไปได้ แต่ในตอนนี้มันก็ช่วยไม่ได้แล้ว สถานการณ์บัดซบนี่ไม่เคยทำให้พวกเรามีตอนจบที่มีความสุขได้แบบที่พวกเราต้องการเลย

[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กำลังยิ้ม]

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มสนใจในการพัฒนาของสถานการณ์นี้]

มันเป็นเวลานานแล้วที่ข้อความจากกลุ่มดาวไม่ได้ดูน่ารังเกียจแบบนี้

“เด็กคนนี้คือภัยพิบัติสุดท้ายของสถานการณ์ที่ห้า”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint