0 Views

ตอนที่ 93 – ภาวะเอกฐาน (2)

 

(เข้ากลุ่ม 2 ขึ้นไปแถมกลุ่ม 1 (ตอนที่49-98) ฟรี >>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ในโลกของหนทางเอาชีวิตรอด กลุ่มดาวแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทที่หนึ่งคือกลุ่มดาวอิสระที่ไม่มีฝักฝ่าย ประเภทที่สองคือกลุ่มดาวที่อยู่ภายฝ่ายเนบิวลาใดเนบิวลาหนึ่ง

[มนุษย์ผู้ต่ำต้อย เจ้ากล้าคุกคามดวงดาวผู้ยิ่งใหญ่งั้นเหรอ?]

ผมกลืนน้ำลายต่อหน้าความโกรธนี้ มันมีเนบิวลาที่มีชื่อเสียงหลายอันตามตำนานของโลก

มีทั้งแอสการ์ดจากตำนานนอร์ดิก และอีเดนจากตำนานประเภทคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ นอกจากนี้ยังมีโอลิมปัสที่มีชื่อเสียงเทียบเท่ากันอยู่ตรงหน้าของผม

ผมพูดออกมา “…ฉันไม่ใช่ผู้นับถือศรัทธา”

สีหน้าของยูซานอาเปลี่ยนไป ในทันใดนั้นเอง กลุ่มดาวที่ปรากฏขึ้นก็ดูจะอักอ่วนไปเล็กน้อย แต่ผมก็ยังพูดต่อ

“ความน่าจะเป็นในสถานการณ์เริ่มต้นจะไม่มีทางยอมให้เข้าถึงเทพเจ้าแห่งโอลิมปัส จริงไหม?”

[เจ้า…!]

ถ้าความเป็นไปได้ไม่สมดุล พื้นที่โซลก็คงจะถูกทำลายโดยเทพโอลิมปัสทั้ง 12 ที่กำลังปรากฏตัวไปแล้ว ระลอกของพายุนั้นคงจะรุนแรงมาก เทพแห่งโอลิมปัสหลายคนคงกำลังมองมา แต่พวกเขาก็ไม่โง่ ผมเห็นด้ายพลังเวทมนตร์ที่กำลังพันอยู่รอบๆ ร่างกายของยูซานอา

“ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนเดียวที่ออกมาได้ในตอนนี้นะ คนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกต”

เช่นเดียวกับเกาหลีที่มีกลุ่มดาวอันยิ่งใหญ่ โอลิมปัสก็มีกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่อยู่ด้วย ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่ของโอลิมปัสคือกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่

คนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกต นี่คือคำขยายของเอรีแอดเน่ คนรักของเธเซอุส

“เธอคือตัวแทนที่มีราคาของความเป็นไปได้ต่ำที่สุด ดังนั้นโอลิมปัสจะต้องขี้เหนียวมากแน่ๆ ที่ส่งเธอออกมา”

[หุบปาก! เจ้ากล้า!]

ด้ายเวทมนตร์ขยับไปมารอบๆ ตัวเธอ ทำให้พื้นดินสั่น พื้นดินถูกแยกออกจากกัน

อันที่จริง แม้แต่เอรีแอดเน่ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้ ไม่ว่าพลังแห่งเรื่องราวของเธอจะอ่อนแอเพียงใด แต่เธอก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนที่ไม่ใช่กลุ่มดาว แต่ผมรู้ว่าเธอไม่สามารถโจมตีผมได้

ประกายแสงบินว่อนในอากาศ ห่วงโซ่แห่งความน่าจะเป็นได้ขยับแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างเต็มที่ แต่ความน่าจะเป็นจำนวนมากก็ถูกใช้ไปเมื่อเธอแย่งชิงสติของอวตารและจุติลงมาบางส่วน

นอกจากนี้เอรีแอดเน่ยังเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ในฝ่ายเนบิวลาใหญ่ การเคลื่อนไหวของเธอถูกผูกไว้เพื่อให้สัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ทรงพลัง

โถงเอกเหนือกรุงโซลแผดเสียงออกมา ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนประดังประเดเข้าใส่ผม และร่างทั้งร่างของผมก็รู้สึกหนาวสั่น

ผิวพรรณของยูซานอาซีดลงเนื่องจากเอรีแอดเน่อยู่ภายในกายของเธอ

“ฉันคิดว่าเธอมีเวลาไม่มากนักนะ เข้าประเด็นเลยไหม?”

นี่คือความเป็นจริงของกลุ่มดาว พวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาว แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสลัดโซ่ตรวนแห่งความเป็นไปได้อันหนักอึ้งออกไปได้

“เทพเจ้าต่างโลกดูเหมือนจะสังเกตเห็นเธอแล้ว”

[..มนุษย์จะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?]

“มันสำคัญด้วยเหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอก็มีเหตุผลที่มาหาฉันงั้นเหรอ? ฉันไม่คิดว่ากลุ่มดาวจะสามารถทนต่อพายุความเป็นไปได้ที่กำลังจะอุบัติขึ้นในไม่ช้าได้”

สายฟ้าผ่าลงมารอบๆ โถงเอก อย่างที่คาดไว้ มันเร็วเกินไปที่กลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่จะลงมา

ผมพูดต่อ “ฉันจะถามคำถามสามข้อ ถ้าเธอตอบคำถามของฉัน ฉันก็จะตอบคำถามของเธอ”

[เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนคำถามสามข้องั้นเหรอ?]

“ใช่”

การแลกเปลี่ยนคำถามสามข้อ เดิมทีนี่คือรูปแบบการแลกเปลี่ยนของกลุ่มดาวเพื่อลดการใช้ความเป็นไปได้

เอรีแอดเน่จ้องมาที่ผมด้วยความไม่พอใจ [มนุษย์กำลังใช้วิธีการแลกเปลี่ยนของกลุ่มดาว…]

“เธอจะตกลงไหม?”

[…เดี๋ยว]

ดวงตาของยูซานอาหลับลง บางทีเอรีแอดเน่คงกำลังสื่อสารกับกลุ่มดาวโอลิมปัสกลุ่มอื่นๆ อยู่ผ่านทางเครือข่ายของพวกเขา

[กลุ่มดาวที่ไม่ชอบให้ความตื่นเต้นหายไปสนใจในข้อเสนอของคุณ]

ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผู้ชมของโอลิมปัสก็ปรากฏตัวขึ้น เอรีแอดเน่สื่อสารเสร็จและลืมตาขึ้น

[ก็ได้]

จากนั้นข้อความก็ดังออกมา

– การถามตอบศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มขึ้นแล้ว

– ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนคำถามและคำตอบกันสามข้อ

– คำถามทั้งหมดควรจะตอบด้วยความสัตย์จริงเท่านั้น

– ทั้งสองฝ่ายสามารถปฏิเสธที่จะตอบคำถามได้หนึ่งข้อ

– การสนทนาจะไม่สิ้นสุดจนกว่าคำถามและคำตอบจะได้รับการแลกเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์

“ฉันจะถามก่อน”

[ได้]

– ตั๋วคำถามใบแรกถูกใช้งาน

“ข้อแรก ทำไมเธอถึงมาอยู่ในร่างของยูซานอา?”

[…]

“บ้านของเธออยู่อีกซีกโลก และไม่ใช่ว่าเธอก็กำลังยุ่งอยู่กับงานของเธอเหรอ? ทำไมถึงเป็นที่นี่?”

[มันก็เพราะการตรวจสอบภาวะเอกฐานของโลกใบนี้]

– ได้รับคำตอบแรกแล้ว

“ภาวะเอกฐาน?”

[นั่นคือคำถามที่สองของเจ้าเหรอ?]

บ้าเอ้ย เธอฉลาดจริงๆ ‘ตั๋วคำถาม’ ได้หายไปแล้วแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ตอบคำถามอย่างชัดเจน

“ไม่ ตาเธอถาม”

– กลุ่มคนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกตใช้ตั๋วคำถามใบแรก

[ตัวตนของเจ้าคืออะไร?]

“ฉันเหรอ? ฉันคือหนึ่งในภาวะเอกฐานที่เธอกำลังเฝ้าดูอยู่

– กลุ่มคนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกตได้รับคำตอบแรกแล้ว

เอรีแอดเน่พึมพำ […เจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?]

“ฉันแค่เดาว่าฉันคือภาวะเอกฐาน”

ผมแค่พูดออกไปลอยๆ แต่มันก็ลงเอยว่าผมถูก ดวงตาของเอรีแอดเน่หรี่ลง

[เจ้า…]

“อย่าโมโหไป ไม่ใช่ว่าพวกเธอก็ทำมันอยู่บ่อยๆ เหรอ?”

[กลุ่มดาวที่ไม่ชอบให้ความตื่นเต้นหายไปพอใจกับสติปัญญาของคุณ]

บรรยากาศของเอรีแอดเน่เต็มไปด้วยจิตสังหาร อย่างไรก็ตาม การ ‘แลกเปลี่ยนคำถามสามข้อ’ ก็เป็นแบบนี้แหละ ผู้ที่ตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาจะเป็นฝ่ายแพ้ไป ตั๋วคำถามควรใช้อย่างเป็นประโยชน์ในขณะที่ต้องผลาญตั๋วคำถามของฝ่ายตรงข้ามไปด้วย นี่เป็นการต่อสู้ที่รุนแรงของการแลกเปลี่ยนสามคำถาม

ผมพูดต่อ

– ตั๋วคำถามใบที่สองถูกใช้งาน

“นี่เป็นคำถามที่สองของฉัน ไอ้ภาวะเอกฐานนั่นคืออะไร?”

[มันหมายถึงสิ่งมีชีวิตอย่างเจ้า]

เอ่อ เธอกำลังปั่นหัวอยู่ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ผมก็ไม่อาจยอมรับได้

“ตอบมาตรงๆ หรือเธอจะเล่นพลิกลิ้น?”

[…ตามหลักการแล้ว พวกเขาคือคนที่ปรากฏใน ‘สารศักดิ์สิทธิ์’]

“เธอช่วยขยายความหน่อยได้ไหม? ฉันยังไม่เห็นเข้าใจเลย”

เอรีแอดเน่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา

[ตอนแรก พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะติดตามเจ้า มันเป็นเรื่องบังเอิญที่พวกเราพบเจ้า]

…บังเอิญ?

[พวกเราพยายามตรวจสอบคนอื่น เขาแบกวงล้อแห่งโชคชะตาอันใหญ่ยักษ์ไว้บนแผ่นหลังและทำลายความเป็นไปได้ ภาวะเอกฐานคือบุคคลเช่นนี้]

ในทันทีที่ผมได้ยินเช่นนี้ ผมก็เข้าใจว่า ‘ภาวะเอกฐาน’ คืออะไร

– ได้รับคำตอบที่สองแล้ว

เหล่าคนที่มาจากโอลิมปัสได้พบกับยูจงฮยอคในการเสื่อมถอยรอบนี้แล้ว เนบิวลาระดับโอลิมปัสจะสามารถสืบค้นผ่านตัวกรองที่ผลิตขึ้นจำนวนมากและแกะรอยข้อมูลกลับไปได้

ก่อนอื่นเลย พวกเขานั้นมีนักแกะรอยข้อมูลชั้นยอดอย่างเฮอร์เมส นอกจากนี้ กลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่ก็ยังตระหนักได้ถึงการเบี่ยงเบนความเป็นไปได้ของโลกเนื่องจากยูจงฮยอคแล้ว…

อย่างไรก็ตาม มันก็มีเรื่องแปลกๆ ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ผู้เสื่อมถอย’ ไม่ใช่ข้อมูลที่เอรีแอดเน่ในตอนนี้จะเข้าถึงได้

[ตาข้าถามแล้ว]

– กลุ่มคนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกตใช้ตั๋วคำถามใบที่สอง

[เจ้าจะเลือกใครในการเลือกผู้สนับสนุนครั้งต่อไป?]

มันเป็นคำถามที่ไม่คาดคิด ผมไม่คิดว่าโอลิมปัสจะเล็งเป้ามาที่ผม

[กลุ่มดาวที่ไม่ชอบให้ความตื่นเต้นหายไปรอฟังคุณอยู่]

[กลุ่มดาวที่รักในคาบสมุทรเกาหลีประหม่า]

[กลุ่มดาวนักโทษรัดเกล้าทองคำกำลังสวดคำขยายของเขา]

มันยาก แต่ผมก็ไม่มีทางเลือก

“ฉันขอไม่ตอบ มันจะสนุกอะไรถ้าฉันบอกเธอว่าฉันจะเลือกใคร?”

– คุณใช้ ‘ตั๋วปฏิเสธ’

– คุณไม่สามารถใช้สิทธิ์ปฏิเสธการตอบคำถามได้นับจากนี้เป็นต้นไป

ดูเหมือนว่าเธอจะคาดไว้อยู่แล้วเนื่องจากเอรีแอดเน่ได้ยิงคำถามต่อไปออกมาในทันที

– กลุ่มคนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกตใช้ตั๋วคำถามใบที่สาม

[งั้นข้าขอถามข้อสุดท้าย เจ้ารู้ได้ไงว่าพวกเรากำลังเฝ้ามองอยู่?]

เชี่ย นี่คือจุดประสงค์ของเธอตั้งแต่แรก มันอาจจะเป็นผลจากการขบคิดอย่างหนักหน่วงของเอรีแอดเน่ เพียงแค่การถามว่าตัวตนของผมคืออะไรไม่ได้ทำให้เธอได้คำตอบอะไร ดังนั้นเธอจึงสร้างคำถามที่เฉพาะเจาะจงขึ้นมา ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา

“ฉันอ่านหนังสือมา”

[อะไรนะ?]

“ฉันค้นพบหลังจากอ่านหนังสือ”

คำตอบของผมไม่น่าเชื่อ แต่ผมก็ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องราวของหนทางเอาชีวิตรอดออกไปได้ ทุกๆ อย่างจะถูกคัดกรอง ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเข้าใจ นอกจากนี้ผมยังไม่ต้องการอธิบาย

“แต่เดิม พวกเราชาวเกาหลีรู้จักตำนาน”

[…หมายความว่ายังไง?]

“เธอมีชื่อเสียงมากในประเทศของฉัน เธอได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการ์ตูนสำหรับเด็ก เธอไม่รู้เหรอว่าเธอมีชื่อเสียงมากในประเทศของฉัน? มีใครบ้างที่ไม่รู้เรื่องโอลิมปัส?”

ความสับสนของเอรีแอดเน่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสายตาที่สั่นเทาของเธอ

[มันเป็นไปไม่ได้ ประเทศเล็กๆ…]

“เขาวงกตเครตัน”

[…]

“ครึ่งปีศาจ”

ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้น

“คนรักที่ลืมเธอ เกาะนักซอส เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หลังจากนั้น… จะให้ฉันพูดต่อไหม?”

[ห-หยุด! ข้าเข้าใจแล้ว หยุดซะ!]

– กลุ่มคนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกตได้รับคำตอบที่สามแล้ว

เอรีแอดเน่แสดงอาการบาดเจ็บออกมาและปิดปากของเธอ

[มนุษย์ในประเทศเล็กกระจิ๋วรู้ได้ยังไง…]

ผมถอนหายใจออกมาจากภายใน ผมทำสำเร็จในการเอาชนะเรื่องนี้ เอรีแอดเน่เป็นกลุ่มดาวที่มีราคาความเป็นไปได้ต่ำ โชคดีที่เธอออกมาในฐานะตัวแทนแห่งโอลิมปัส

การเคลื่อนไหวของโถงเอกเริ่มระส่ำระสายมากยิ่งขึ้น

ผมพูดออกมา “งั้นคำถามสุดท้าย เนื้อหาของ ‘สารศักดิ์สิทธิ์’ ที่เธอได้รับมาในคราวนี้คืออะไร?”

เอรีแอดเน่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นานในขณะที่ดวงตาของเธอดูเหมือนกับว่ากำลังประเมินอะไรอยู่

[ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้]

– กลุ่มคนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกตได้ใช้ตั๋วปฏิเสธ

– คำถามและคำตอบทั้งหมดได้รับการแลกเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์

– คำถามสามข้อและคำตอบสามข้อสิ้นสุดลงแล้ว

ผมคิดไว้แล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ ในความเป็นจริง คำถามสุดท้ายเป็นคำถามที่สำคัญที่สุด

[กลุ่มดาวที่ไม่ชอบให้ความตื่นเต้นหายไปรู้สึกเสียใจ]

เอรีแอดเน่มองไปยังสายฟ้าที่กำลังผ่าลงมาจากท้องฟ้าและขมวดคิ้ว

[สามีของข้าสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของเจ้า และข้าได้มอบความบันเทิงให้กับเขาไปบ้างแล้ว แต่มันก็ต้องจบลงตรงนี้]

เสียงของเธอเริ่มเร่งรีบเหมือนว่าเธอรู้ตัวว่าไม่มีเวลา

[ข้ามาที่นี่เพื่อเหตุผลเดียวเท่านั้น โอลิมปัสขอเตือนเจ้าไว้ อย่าขัดขวางการทำงานของเรา พวกเรากำลังทำเพื่อปกป้องการทำลายล้างของโลก ผู้หญิงคนนี้จะเติบโตขึ้นเป็นกำแพงเพื่อขวางกันการทำลายล้าง]

“ทำไมถึงต้องเป็นผู้หญิงคนนี้?”

[การหาเหตุผลนั้นไร้ประโยชน์ แม้แต่สามพี่น้องที่ปั่นด้ายแห่งโชคชะตาก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน]

บัดซบ โอลิมปัสใช้ข้ออ้างของโชคชะตา

[อวตารติดอยู่ในสถานการณ์ ทิศทางแห่งโชคชะตากำลังเปลี่ยนไป เรื่องราวของเหล่าดวงดาวจะมารวมตัวกันอยู่ในสถานที่เดียว และโชคชะตาแห่งกลุ่มดาวจะเริ่มต้นขึ้น]

“เธอกำลังพูดเรื่องอะไร? เธอหมายถึงไกแกนโทมาเคียงั้นเหรอ?”

[…เจ้ารู้ข้อมูลนี้ด้วยเหรอ เจ้าช่างน่าทึ่งจริงๆ แต่แม้ว่าเจ้าจะรู้ข้อมูลนี้ เจ้าก็ไม่ควรอวดดีเกินไปที่จะคิดว่าเจ้าจะเข้าใจทุกๆ อย่าง]

ประกายแสงสว่างขึ้นรอบๆ ร่างกายของยูซานอาเมื่อมันมาถึงขีดจำกัด มันเป็นสัญญาณของพายุความน่าจะเป็น

[เจ้าไม่มีทางเข้าใจ จำไว้ เมื่อถึงเวลา ถ้าเจ้าไม่ได้ยืนอยู่ในฝ่ายที่ถูกต้อง…]

ในเวลานั้นเอง สายฟ้าก็ผ่าใส่ร่างกายของยูซานอา และผมก็รู้สึกว่าพลังของเอรีแอดเน่กำลังถูกสูบออกไปจากตัวเธอ เสียงของการฉีกมิติและเวลาดังก้อง และร่างกายของยูซานอาก็ทรุดตัวลงเหมือนกับตุ๊กตาพัง

ผมรีบคว้าร่างของยูซานอาไว้ จากนั้นผมก็รู้สึกว่ามีบางคนจ้องมองลงมาจากท้องฟ้า ตอนนี้ผมไม่ควรเงยหน้าขึ้น ไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับผม แต่ผมก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณ ถ้าผมเงยหน้าขึ้น…

[สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่l’ ช่วยลดความตกใจของคุณ]

ผมเงยหน้าขึ้นด้วยความสับสน มันมีบางสิ่งจากโถงเอกในระยะไกล มันเป็นตัวตนที่ทำลายพลังของเอรีแอดเน่ มันดูเหมือนกับลิ้นหรือหนวด แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้คล้ายอะไร มันเป็นความหวาดกลัวที่เกินกว่าจะบรรยาย และมันก็ไม่อาจจะเข้าใจได้

เทพเจ้าจากต่างโลก

เวลาดูเหมือนจะช้าลง และเหงื่อก็เปียกโชกบนหน้าผากและแผ่นหลังของผม มันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผมแทบจะไม่สามารถกะพริบตาได้ และโถงเอกก็กลับคืนสู่สภาพปกติ ผมตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมต้องต่อกรด้วย

ผมเห็นฮันซูยองกำลังวิ่งมาทางผมจากระยะไกล มันมีเสียงคำรามของมอนสเตอร์และเสียงกรีดร้องของมนุษย์ดังออกมาในขณะที่พวกมันถูกฟ้าผ่าเป็นระยะๆ

มันมีหลายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘จุดจบ’ แรคนาร็อค ไกแกนโทมาเคีย อาเมเกดอน… ผมไม่รู้ว่าเอรีแอดเน่กำลังพูดถึงอะไร แต่มันก็ต้องเป็นสิ่งที่แตกต่างจากที่ผมรู้เป็นแน่

นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ ผมไม่สามารถไปถึงจุดจบที่ผมต้องการได้ถ้ามันไหลไปตามเนื้อเรื่องเดิม

ผมวางยูซานอาที่ทรุดตัวลงอย่างระมัดระวัง มันรู้สึกราวกับว่าเนื้อหนังของเธอจะปริออกถ้าผมไปสัมผัสมันเข้า ใบหน้าของยูซานอาซีด และเธอก็กำหมัดแน่น ราวกับว่าเธอไม่ต้องการสนับสนุนผู้สนับสนุนของเธอ

มนุษย์นั้นอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม มันก็มีหนึ่งสิ่งที่ถูกมองข้ามโดยดวงดาวที่หวาดกลัวต่อความน่าจะเป็นอันยิ่งใหญ่ มันก็คือตำนานทั้งหมดบนโลกได้เริ่มต้นขึ้นจากมนุษย์ที่อ่อนแอซึ่งพวกเขามองข้ามไป

ผมแตะกำปั้นของผมเข้ากับกำปั้นของยูซานอาเบาๆ

[ในส่วนลึกของวิญญาณของคุณ พลังแห่ง ‘เรื่องราว’ กำลังโคจร]

[อักขระแรกของคุณพร้อมที่จะเจริญเติบโตแล้ว]

ผมจะสร้าง ‘เรื่องราว’ ที่ไม่ได้ตกอยู่ในตำนานใดๆ

***

ในเวลานี้ หมาป่าสีเงินกำลังวิ่งผ่านความมืด

‘กี๊ซ… ไอ้หมาป่าบัดซบ’

ราชินีปรสิตแอนตินัสขมวดคิ้วในขณะที่เธอมองดูร่างกายของเธอ ร่างกายใหม่ที่เธอต้องการคืออิมยันตาร์

แน่นอนว่ามันเป็นสถานการณ์ที่เธอเพิ่งรอดชีวิตมาได้ ร่างของเธอถูกฉีกโดยพายุความเป็นไปได้ และเธอคงจะตายไปแล้วถ้าไลคาออนไม่ได้นอนหมดสติอยู่ใกล้ๆ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเธอช่วยเธอไว้ มันเป็นไปได้เพราะเธอคือเผ่าพันธุ์ปรสิต

เลือดสีดำไหลออกมาจากไลคาออนที่ถูกเศษภัยพิบัติโจมตี ผู้ชี้นำมีร่างกายที่ไม่สามารถต้านทานภัยพิบัติได้ ในตอนนี้แอนตินัสไม่ได้มีเวลาเหลือมากแล้ว

‘…ข้าต้องการโฮสต์ใหม่’

แอนตินัสตัวสั่นในขณะที่เธอนึกถึงชายที่สังหารภัยพิบัติแห่งคำถามไป

มนุษย์พวกนั้นป้องกันภัยพิบัติที่ทำลายโลกของเธอไปได้ เธอสิ้นหวังต่อภาพอันไม่น่าเชื่อและตัดสินใจอีกครั้ง เธอจะแก้แค้นไม่ว่ายังไงก็ตาม เธอจะกำจัดมนุษย์ที่ทำลายบ้านของเธอ โครโนส ในเวลานั้นเอง เสาอากาศของเธอก็มีปฏิกิริยา

‘ออร่านี้?’

มันเป็นออร่าที่คุ้นเคย มันเป็นพลังที่เธอรู้สึกได้จากเผ่าพันธุ์ราชาแมลงที่พบได้ในโครโนสในอดีต แอนตินัสเพิ่มความเร็วของเธอ ถ้าเธอไม่แพร่เชื้อใส่คนที่มีศักยภาพ การแก้แค้นก็จะเป็นไปไม่ได้

ในที่สุด แอนตินัสก็ไปถึงตำแหน่งที่ว่าและพบเข้ากับสิ่งมีชีวิตที่ไม่คาดคิด เธอไม่อยากจะเชื่อเลย สิ่งนี้มีตัวตนอยู่บนโลกได้ยังไง?

“ก-กี๊ซซซซ!”

เธอเปล่งเสียงออกมาโดยสัญชาตญาณ และดวงตาของเด็กชายก็เปล่งประกายขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์

“เธอจะเป็นแมลงตัวแรก!” เด็กชายนามลีกิลยังหัวเราะเยาะแอนตินัส

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint