0 Views

ตอนที่ 89 – การต่อสู้ของผู้อ่าน (3)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 273 แล้ว>>>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ผมมองดูข้อความของระบบที่ปรากฏขึ้นหลังจากการตายของเมียงอิลซัง เขาจากโลกนี้ไปด้วยข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พึงพอใจ]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ พยักหน้าด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงทมิฬ’ ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับเรื่องราวของคุณ]

[มีคนแนะนำสถานการณ์ของคุณให้กับการถ่ายทอดสดดวงดาว]

[คุณได้รับการสนับสนุน 25,000 เหรียญ]

ผมลุกขึ้นและมองไปรอบๆ อย่างช้าๆ

กังดงถูกทำลายลง ภัยพิบัติได้ผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่พื้นดินก็ถูกทำลาย และอาคารสูงก็ทรุดตัวลง

บนถนนที่มีแสงสว่างของพระอาทิตย์ตกดิน ฝูงชนที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีดำคลานออกมา พวกเขาทุกคนวิ่งมาทางนี้เพื่อเก็บไอเท็ม เหล่าคนที่ต้องการเป็นตัวเอก แต่ก็ยังต้องอยู่ในฐานะ ‘ตัวละคร’

บางคนก็ได้รับบาดเจ็บในขณะที่บางคนก็กำลังเช็ดน้ำตา ผมเองยังสามารถเห็นคนที่กำลังโค้งคำนับให้ผมด้วย อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ก็กำลังนอนอยู่บนพื้นราวกับซากศพ

ผมได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดทั้งหมดมาแล้ว ผมเข้าใจการตั้งค่า ความหมายของคำอธิบาย และสุดท้าย ผมก็คิดว่าผมพอจะเข้าใจความตั้งใจของผู้เขียนแล้ว แต่ในหนทางเอาชีวิตรอด มันกลับไม่มีประโยคที่มาอธิบายถึงความตายพวกนี้

ผมหันกลับไปและเห็นยูจงฮยอคกำลังมองดูภาพฉากเดียวกันกับผม บางทียูจงฮยอคอาจจะได้เห็นฉากแบบนี้คนเดียวมาหลายครั้งแล้ว

“ยูจงฮยอค” เขาหันมามองผม ผมม้วนคำพูดอยู่รอบๆ ปลายลิ้นสักพักก่อนที่จะหุบปากลง “…ป่าวๆ”

สถานการณ์คงจะดำเนินต่อไปอีกในอนาคต และผมคงจะได้เห็นภาพแบบนี้อีกหลายครั้ง ผมอาจจะพบกับฉากที่ไม่ปรากฏในนิยายอีกหลายครั้ง

จากนั้่นก็มีหน้าต่างโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม และผมก็ได้ยินเสียงข้อความที่ไม่คาดคิด

[โดเกบิ ‘ด๊กกั๊ก’ ได้เชิญคุณเข้าสู่ช่องของเขา]

…มีคนกำลังเชิญผมเข้าไปในช่อง? ผมสับสนไปพักหนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจไม่สนใจมัน จากนั้นก็มีข้อความปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

[โดเกบิ ‘ด๊กกั๊ก’ ได้เชิญคุณเข้าสู่ช่องของเขา]

ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและเห็นโดเกบิตัวหนึ่งกำลังมองลงมาทางนี้ มันเป็นโดเกบิขาเดียวที่มีรอยยิ้มขัดหูขัดตา บีฮยองอยู่ข้างหลังเขาพร้อมด้วยใบหน้าอันน่ากลัวและมองมาระหว่างพวกเรา มันมีช่องว่างอยู่แม้แต่ในโดเกบิระดับเดียวกัน

…ใช่ ผมพอรู้สถานการณ์คร่าวๆ ผมหายใจเข้าลึกๆ และพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง “อะไรกัน? นายจะไม่มอบรางวัลให้ฉันงั้นเหรอ?”

คิ้วของด๊กกั๊กกระตุกกับคำพูดของผม อย่างไรก็ตาม ปากของเขาก็ยังคงผ่อนคลาย

「โอ้ แน่นอน ขอโทษที ข้าทำพลาดไปหน่อย」

ด๊กกั๊กคือโดเกบิที่น่ากลัว เขาไม่ได้โง่เง่าเหมือนกับบีฮยอง แต่ก็มีร่างกายที่แตกต่างไปจากโดเกบิระดับกลาง มันไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเป็นสตรีมเมอร์ของช่องใหญ่ๆได้

[สถานการณ์ย่อย – การล่าระดับ SSS จบลงแล้ว!]

[การแจกจ่ายรางวัลจะเริ่มต้นขึ้น]

[คุณได้รับ 50,000 เหรียญเป็นสิ่งตอบแทน]

ผมรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้รับเหรียญจำนวนมาก สถานการณ์นี้มอบเหรียญให้กับผม 50,000 เหรียญในครั้งเดียว มันเป็นสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม

เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าสถานการณ์ย่อยนั้นถูกสร้างขึ้นตามดุลยพินิจของโดเกบิ เหรียญส่วนใหญ่จึงมาจากกระเป๋าของด๊กกั๊ก ผมคิดว่าเขาต้องเจ็บใจมากแน่ๆ แต่ด๊กกั๊กกลับยิ้มออกมาเบาๆ

[มันยอดเยี่ยมจริงๆ ที่ได้เห็นเรื่องราวที่น่าสนใจแบบนี้ ข้าจะไม่สนุกได้อย่างไร?]

เขาพึมพำเหมือนกับว่าเขาอ่านใจของผมได้ อืม เขามีช่องขนาดใหญ่ในโตเกียวโดม ดังนั้นเหรียญระดับนี้จึงไม่ได้สำคัญอะไรนัก

ทำไมตอนนี้เขาถึงออกจากญี่ปุ่นมา? มันมีโอกาสสูงที่สุดยอดผู้เล่นอย่างโอดะ โนบูนางะ หรือมิยาโมโตะ มุซาชิจะยังเคลื่อนไหวอยู่ ใช่แล้ว… เขาคงจะรวยเพราะอวตารในบ้านของเขากำลังยุ่งมากใช่ไหม?

“งั้นก็รีบมอบรางวัลพิเศษมาเร็วๆ มีแค่นี้เหรอ?”

[อ่า แน่นอน ข้าควรจะมอบมันให้กับเจ้า เจ้าคือคนที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าสนใจ]

ผมเริ่มโมโหขึ้นมากับน้ำเสียงประชดประชันของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้บ้านี่ ภัยพิบัติแห่งคำถามก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ บีฮยองเหลือบมองผมจากด้านหลังและสื่อสารกับผม

– เฮ้… เจ้ารู้

อย่างไรก็ตาม ด๊กกั๊กก็ขัดจังหวะบีฮยองก่อนที่เขาจะพูดจบ

[บีฮยอง เตรียมการแจกรางวัล]

บีฮยองทำเสียงประหลาดใจและโมโห

[ฮะ?]

[เตรียมพร้อมสำหรับรางวัล ข้าต้องบอกเจ้าถึงสองครั้งเลยเหรอ?]

ดูนี่สิ? บีฮยองลังเลก่อนที่จะพูดขึ้นมากอีกครั้ง [ตอนนี้เจ้าคือผู้รับผิดชอบสถานการณ์ย่อย…]

[น่าสนใจจริงๆ บีฮยอง เจ้ากล้าทำแบบนี้ต่อหน้าเหล่าอวตารงั้นเหรอ?]

ออร่าที่ดุร้ายเริ่มบดร่างกายของบีฮยอง พลังของเหล่าโดเกบิจะขึ้นอยู่กับขนาดของช่อง

[ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องจริงที่ขนาดช่องของเจ้าเติบโตขึ้นเมื่อไม่นานมานี้]

บีฮยองหดตัวไปข้างหลังในขณะที่ด๊กกั๊กพูดต่อ

[ม-ไม่! มันเป็นความเข้าใจผิด!]

[เจ้ารู้ไหมว่าสถานการณ์ที่หกนั้นเกี่ยวกับเกาหลีและญี่ปุ่นด้วย? เจ้าลืมไปแล้วเหรอ?]

[ข-ข้าขอโทษจริงๆ ข้าจะเตรียมมันทันที!]

[ไปจัดการเดี๋ยวนี้]

[ขอรับ!]

ผมรู้สึกไม่ดีเท่าไรเพราะบีฮยองเป็นคนจัดการช่องของผม พูดตามตรง ความสัมพันธ์ระหว่างบีฮยองและด๊กกั๊กนั้นดูจะคล้ายกับซงมินวูที่คอยรังแกผมในตอนมัธยมปลาย

[การแจกรางวัลเพิ่มเติมจะเริ่มต้นขึ้น]

[คุณได้รับสัญลักษณ์การปกป้องแห่งปรสิตเป็นรางวัลพื้นฐาน]

[ตัวเลือกรางวัลเพิ่มเติมปรากฏขึ้น]

[คุณเป็นผู้มีส่วนร่วมมากที่สุดในสถานการณ์นี้]

[คุณได้เลือกรางวัลเพิ่มเติมเป็นคนแรก]

ผมเห็นหน้าต่างโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม อีกครั้ง มันนับว่ามีประโยชน์มากเมื่อจัดการกับภัยพิบัติได้

[เสื้อคลุมมิติอนันต์] – ระดับ SSS

[ถุงมือเพลิงทมิฬ] – ระดับ SSS

[จัมป์บูทแห่งซิลฟิด] – ระดับ SSS

ไอเท็มรางวัลระดับ SSS ผมรีบมองไปยังออฟชั่นของไอเท็ม

เสื้อคลุมมิติอนันต์มีออฟชั่นพิเศษ ‘กระเป๋ามิติ’ ที่ทำให้สามารถพกพาไปเท็มได้หลายชิ้น

ถุงมือเพลิงทมิฬช่วยเสริมพลังของสกิลที่มีธาตุไฟและความมืดได้เป็นอย่างมาก

สุดท้าย จัมป์บูทแห่งซิลฟิดทำให้ผมสามารถใช้เอฟเฟกต์ ‘กระโดด’ ได้วันละ 3 ครั้ง

พวกมันไม่ใช่สตาร์รีลิค แต่มันก็เพียงพอแล้วสำหรับการไปสู่สถานการณ์ที่สิบ ผู้คนอาจจะพูดได้ว่า ‘มันคือไอเท็มระดับ SSS แต่ไปได้แค่สถานการณ์ที่สิบเองเหรอ?’ แต่โลกแห่งหนทางเอาชีวิตรอดก็เป็นแบบนี้อยู่เสมอ

อัตราการเฟ้อของไอเท็มนั้นสูงมากในโลกของหนทางเอาชีวิตรอด ความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพของไอเท็มที่ได้รับในช่วงแรกไปจนถึงช่วงกลางนั้นกว้างใหญ่มาก แม้จะมีระดับเดียวกันก็ตาม

แน่นอนว่ามันไม่ได้จำเป็นที่จะต้องโยนไอเท็มระดับ SSS ทิ้งไปในตอนนี้

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการมีสตาร์รีลิคถึงดีกว่า เพราะสำหรับสตาร์รีลิค เมื่อสถานการณ์เปิดออก สตาร์รีลิคก็จะฟื้นฟูพลังดั้งเดิมของมันซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดความน่าจะเป็นขึ้นมา

[…โปรดเลือกรางวัล] บีฮยองพูดกับผมด้วยสีหน้าไม่ค่อพอใจเท่าไร เขารู้สึกเหนื่อยล้าจากการถูกคุกคาม

ในเวลานั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงของบีฮยองผ่านช่องทางการสื่อสารโดเกบิ

– โดยส่วนตัวแล้ว ข้าแนะนำเสื้อคลุมมิติอนันต์ มันมีออฟชั่นลับอีกอันซ่อนไว้อยู่

เขากำลังทำตัวเป็นผู้จัดการของผม ด๊กกั๊กที่มีไหวพริบกำลังจ้องมาที่บีฮยอง

[บีฮยอง?]

[…ครับ!]

[เจ้าต้องอธิบายไอเท็มให้กับกลุ่มดาว เจ้าลืมไปแล้วเหรอ?]

[ข-ข้าเข้าใจแล้ว!]

บีฮยองรีบเริ่มอธิบายไอเท็มให้แก่กลุ่มดาวแห่งโซลโดม ผมใช้เวลานี้เพื่อพูดคุยกับยูจงฮยอค “ยูจงฮยอค นายจะเลือกอันไหน?”

ผมได้เลือกก่อน แต่ผมตัดสินใจยกมันให้กับยูจงฮยอคเพราะผมได้รับความช่วยเหลือจากเขา

…แน่นอน นี่ถ้ายูจงฮยอคไม่ต่อยผมหน้าคว่ำ

“ยูจงฮยอค?”

เขาไม่ได้ตอบ เขาแค่จ้องมองมาที่ผม

“นายสลบไปอีกแล้วเหรอ?”

ผมโบกมือตรงหน้าของเขาหลายต่อหลายครั้ง แต่ม่านตาของเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลง

[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ กำลังใช้การจำศีลฟื้นฟู LV.3]

…ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องผิดปกติที่เขาจะเคลื่อนไหวได้ด้วยร่างกายนั้น ร่างกายของเขาคงจะพังไปครึ่งหนึ่งเพื่อให้สามารถใช้การจำศีลฟื้นฟูได้ ผมไม่อาจเลือกได้ ดังนั้นผมจึงทิ้งข้อความไว้กับจุดนัดพบระหว่างวัน ฮันซูยองมองดูผมจากข้างๆ และขัดจังหวะ “…หรือว่าฉันควรจะเลือกแทน?”

“ถ้าเธออยากโดนยูจงฮยอคต่อยทีหลังนะ”

ฮันซูยองเงียบไปในทันที ผมพูดกับบีฮยอง “ฉันจะเลือกผ้าคลุมมิติอนันต์”

อย่างไรก็ตามคำตอบไม่ได้มาจากบีฮยอง ด๊กกั๊กพยักหน้าและปิดหน้าต่างด้วยการดีดนิ้วของเขา

[เจ้าเลือกไอเท็มได้ดี งั้นก็ไปยังพื้นที่แจกรางวัลกันเถอะ]

พื้นที่แจกรางวัล?

[รางวัลเพิ่มเติมไม่สามารถมอบให้ ณ ที่แห่งนี้ได้]

ดูนี่สิ

“นายจะพาฉันไปไหน?”

[ข้าจะพาเจ้าไปที่ ‘ห้องโดเกบิ’]

ห้องโดเกบิ

มันคือห้องที่โดเกบิทุกคนมี มันเป็นห้องที่ซ่อนสิ่งต่างๆ ของพวกเขาเอาไว้

“นั่นแหละปัญหา เอามันมาให้ฉันที่นี่”

มันเป็นมิติเฉพาะของพวกเขา ผมไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรซ่อนอยู่ เท่าที่ผมรู้ มันไม่มีกระบวนการที่เกี่ยวกับการไปยังห้องโดเกบิเพื่อรับรางวัลเพิ่มเติม

เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ของมันคือการไปยังห้องโดเกบิ บีฮยองมองมาที่ผมด้วยความกระวนกระวายจากข้างๆ เขา ผมมองไปยังด๊กกั๊กด้วยดวงตาที่หรี่ลง

[หืม… เจ้าต้องการให้ข้ายกเลิกรางวัลเพิ่มเติมงั้นเหรอ?]

“ลองดูสิ”

รางวัลของสถานการณ์เป็นกฎตายตัวของการถ่ายทอดสดดวงดาว แม้แต่สถานการณ์ย่อยที่ถูกสร้างขึ้นโดยโดเกบิก็ไม่สามารถทำไอเท็มที่จะมอบให้กลับไปได้หลังจากสถานการณ์จบลง

ด๊กกั๊กเผยรอยยิ้มออกมา

[น่าสนใจจริงๆ]

– นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดี

การสื่อสารโดเกบิเปิดขึ้น

เมื่อด๊กกั๊กพูดขึ้นมา ผมก็ได้ยินเสียงสองเสียง

[คิมทกจา ข้าได้ยินเรื่องราวของเจ้ามาแล้ว เจ้ามีชื่อเสียงมากจนกลุ่มดาวที่อยู่นอกคาบสมุทรรู้เรื่องของเจ้า]

– ข้ารู้เรื่องสัญญาของเจ้ากับบีฮยอง แต่ในบรรดาโดเกบิ มันก็เป็นไปได้ที่จะ ‘โอนย้ายอวตาร’

[ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้แสดงความถือดีต่อหน้าเหล่าโดเกบิ และมาวันนี้ ข้าก็พบแล้วว่าข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริง]

– ข้าขอพูดตรงๆ นะ มาอยู่ที่ช่องของข้า ข้ากำลังจะขยายช่องของข้ามาที่คาบสมุทรเกาหลี ข้ายินดีที่จะตอบสนองความต้องการและเงื่อนไขของเจ้า

น่าสนใจ เขาลอบยื่นข้อเสนอให้ผมแบบนี้ ข้อเสนอจากด๊กกั๊กสามารถมองว่าเป็นการย้ายตัวจากทีมในลีคเอเชียไปจากทีมระดับท็อปในลาลีกาได้

มันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก แต่ปัญหาก็คือ… การโอนย้าย ผมรู้ว่าเขาคือ ‘ด๊กกั๊ก’

“ฉันอาจจะดูเป็นแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วฉันก็กลัว ฉันตัวสั่นเมื่อพูดคุยกับนายแบบนี้ ดังนั้นรีบเอาไอเท็มมาให้ฉันเร็ว”

การแสดงออกของด๊กกั๊กแข็งค้างไปกับคำพูดของผม

[น่าสนใจ เจ้านอบน้อม]

– เจ้าหยิ่งผยองเกินไป เจ้าจะต้องอ่อนน้อมในสักวัน

“…นายหมายความว่ายังไง?”

– ช่องของบีฮยองจะหายไปในไม่ช้า

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากปากของด๊กกั๊ก

[ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ ตอนแรกข้าต้องการจะประกาศเรื่องนี้ออกไปหลังจากแจกรางวัล แต่ข้าขอโทษนะ]

…ประกาศ? ประกาศอะไร?

ด๊กกั๊กเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เขามองไปยังกลุ่มดาวที่กำลังเปล่งแสงและค่อยๆ พูดออกมา เสียงของเขาดังก้องไปทั่วกรุงโซล

[ข้ามีข่าวเศร้าสำหรับกลุ่มดาวที่กำลังเฝ้ามองสถานการณ์ด้วยความสนใจมาจนถึงตอนนี้]

โดเกบิระดับต่ำรีบถอนตัวออกไปจากบริเวณใกล้เคียงของบีฮยอง บีฮยองทำสีหน้างุนงงออกมา มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ที่เหล่าโดเกบิทำแบบนี้

[น่าเสียดายในหมู่ช่องที่กำลังดำเนินการอยู่ที่โซลโดม มันมีช่องหนึ่งที่จัดการกับสถานการณ์อย่างผิดกฎระเบียบ]

[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังให้ความสนใจกับคำพูดของด๊กกั๊ก]

[มันคือช่อง #BI-7623 ของโดเกบิบีฮยอง จากการตรวจสอบ โดเกบิระดับต่ำในกรุงโซลได้สรุปว่า ‘ความเป็นไปได้’ ถูกละเมิดเนื่องจากการจัดการสถานการณ์ของช่องที่มากเกินไป]

…เดี๋ยว อะไรกัน?

[ในนามของโดเกบิระดับต่ำแห่งกรุงโซล ข้าขอถามอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานเพื่อกำหนด ‘ข้อสอดคล้องความเป็นไปได้’ ของช่องนี้]

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint