0 Views

ตอนที่ 86 – พรสวรรค์ระดับ SSS (6)

 

ผู้หวนคืน นี่คือคำบรรยายแรกที่กล่าวถึงพวกเขาในหนทางเอาชีวิตรอด

「บางคนได้ย้อนเวลากลับมา บางคนก็เดินทางไปยังมิติอื่น และบางคนก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง ในท้ายที่สุด วิถีทางปรับตัวให้เข้ากับการทำลายล้างก็แตกต่างกันไปตามแต่ละคน」

‘วิธีที่สองในหนทางเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกทำลาย’ เพื่อความอยู่รอด จงทำลายมิติอื่นและกลับมา

“ตอบมา เจ้าสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของข้างั้นเหรอ?”

ผู้หวนคืนเมียงอิลซัง เด็กคนนี้คือผู้หวนคืนจากโลกที่ถูกอัญเชิญไปเป็นนักรบในโลกโครโนส

“หืม… ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกเหรอที่จะหน้าแดงและก้มหน้าลงในสถานการณ์นี้? พี่สาวกำลังมองมาที่ข้าตรงๆ งั้นเหรอ?”

ภัยพิบัติแห่งคำถามเป็นคนระยำแบบนี้

ยูซานอาพูดขึ้นมา “อะไร…”

– ยูซานอา อย่าตอบคำถาม!

หัวของยูซานอาหันมาทางผมด้วยคำพูดของผม อย่างไรก็ตาม คางของเธอก็ถูกจับไว้โดยเมียงอิลซังและบังคับให้เธอต้องมองกลับไป

“เจ้ากำลังมองไปไหนกัน? มองมาที่ข้าสิ นั่นคือแฟนของเจ้างั้นเหรอ?”

“เอามือของนายออกไป”

ยูซานอาสะบัดมือของเมียงอิลซังออกไป มีดสั้นของเธอเคลื่อนไหวผ่านอากาศ เมียงอิลซังหัวเราะ

[คำถามที่สองได้รับการแก้ไขแล้ว]

[ตราผนึกที่สองแห่ผู้หวนคืน ‘เมียงอิลซัง’ ถูกปลดปล่อยแล้ว]

“อ่า ใช่แล้ว ข้าหน้าเด็กมา 100 ปีแล้ว”

ดวงตาอันเย็นยะเยือกของเด็กชายหันมาทางผม ผมไม่ได้ใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า แต่มันก็ชัดเจนแม้ว่าจะไม่มีสกิล

“เจ้าสนุกกับโลกอันสงบสุขใบนี้ไหม?”

แขนขวาของเขาเล็งมาที่ผม ในเวลาเดียวกัน อนุภาคสีม่วงก็ควบแน่นอยู่รอบๆ มือของเขา

[ตัวละคร ‘เมียงอิลซัง’ เรียกใช้ ‘ปืนใหญ่เพลิงทมิฬขนาดเล็ก’!]

ปืนใหญ่เพลิงทมิฬ นี่คือเพลิงแห่งความตายที่ทำลายภาคตะวันออกของโครโนสและเผาราชาแมลงทั้งหมดในป่า

บรรยากาศทั้งหมดกำลังลุกไหม้ และผมก็ถูกรายล้อมไปด้วยเปลวเพลิง ความเจ็บปวดแพร่กระจายไปทั่วผิวของผม ผมก่นด่าอยู่ภายในใจ บัดซบ! เจ็บ มันเจ็บจริงๆ มันเจ็บ…

…น้อยกว่าที่ผมคิด?

หลังจากนั้นสักพัก เปลวเพลิงก็ดับลง และผมก็มองไปยังผิวหนังของผม ทุกๆ ส่วนไหม้เกรียมและเจ็บปวด แต่มันก็เป็นความเจ็บปวดที่สามารถทนได้

นี่คือปืนใหญ่เพลิงทมิฬที่ทำให้ราชาแมลงหวาดกลัวงั้นเหรอ? อย่างไรก็ตาม ปืนใหญ่เพลิงทมิฬขนาดเล็ก… มันก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากหนิ?

ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นยูซานอากำลังกวัดแกว่งมีดสั้นของเธอ ไม่น่าเชื่อ เธอได้เปรียบ แม้แต่ภัยพิบัติแห่งคำถามก็ยังต้องมึนงงกับการกระหน่ำโจมตี

“…อะไรกัน? ทำไมเจ้าถึงแข็งแกร่งขนาดนี้? พี่สาวก็เป็นผู้หวนคืนงั้นเหรอ? หรือข้าเองที่อ่อนแอ?”

ผมไม่เข้าใจ เดิมทีภัยพิบัติแห่งคำถามที่ตราผนึกถูกปลดปล่อยออกมาสองอันควรที่จะแข็งแกร่งกว่านี้

[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]

+

[ข้อมูลตัวละคร]

ชื่อ: เมียงอิลซัง

อายุ: 17 ปี (127 ปี)

กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: ผู้ผลิตสินค้าตลาด

แอตทริบิวต์ส่วนตัว: นักรบระดับ SSS (วีรบุรุษ), ภัยพิบัติแห่งคำถาม (ตำนาน)

สกิลเฉพาะตัว: เร่งความเร็วการเติบโตระดับ SSS LV.10 (ปัจจุบัน LV.1), ความชำนาญเชิงดาบระดับ SSS LV.10 (ปัจจุบัน LV.1), ปืนใหญ่เพลิงทมิฬ LV.9 (ปัจจุบัน LV.1), ท่าเท้าระดับ SSS LV.10 (ปัจจุบัน LV.1)…

อักขระ: คำตอบที่ได้รับการแก้ไขและคุณเพียงแค่ต้องตอบคำถาม LV.7 (ปัจจุบัน LV.2)

ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.99 (ปัจจุบัน LV.55), STR LV.99 (ปัจจุบัน LV.55), AGI LV.99 (ปัจจุบัน LV.60), Magic Power LV.99 (ปัจจุบัน LV.55)

การประเมินโดยรวม: ภัยพิบัติแห่งคำถามที่ทำลายโครโนส ค่าสถานะทั้งหมดถูกผนึกไว้เนื่องจากการลงโทษของสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกๆ ครั้งที่ตราผนึกถูกปลดปล่อย ค่าสถานะจะเพิ่มขึ้น เมื่อตราผนึกทั้งหมดถูกปลดปล่อย พลังที่แท้จริงของภัยพิบัติจะตื่นขึ้น ถ้าคุณต้องการมีชีวิตรอดต่อไป จงอย่าตอบคำถามของเขา แต่คุณก็ยังจะต้องตาย

+

ผมกังวลเกี่ยวกับคำว่า ‘SSS’ ที่เต็มไปทั่วหน้าจอ แต่เมื่อผมอ่านรายละเอียด ผมก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอ่อนแอ

โดเกบินั้นยุติธรรม ในตอนนี้เขาอ่อนแอกว่าภัยพิบัติดั้งเดิม

“ฮันซูยอง! ยูซานอา!” ผมไม่รู้ว่าเขาได้ใช้พลังออกมาเต็มที่หรือยัง แต่ตอนนี้พวกเรามีโอกาส “โจมตีเต็มกำลัง! พวกเราต้องฆ่าเขาเดี๋ยวนี้!”

ถ้านี่คือสภาพปัจจุบันของเขา บางทีพวกเราอาจจะสามารถเอาชนะได้แม้จะไม่มีวิถีแห่งสายลม ผมทุ่มเหรียญที่เหลืออยู่ลงไปกับค่าสถานะของผม

[STA LV.50 -> STA LV.60]

[AGI LV.50 -> AGI LV.60]

[Magic Power LV.25 -> Magic Power LV.60]

[39,500 เหรียญถูกใช้จ่าย]

[ค่าสถานะทั้งหมดมาถึงขีดจำกัดของสถานการณ์แล้ว]

ผมวิ่งเต็มกำลังในขณะที่เปิดใช้งานศรัทธาไม่แตกสลาย

“จำไว้! พวกเธอห้ามไปตอบคำถามของเขา!”

เมียงอิลซังดูจะสนใจเมื่อเขาเห็นดาบแห่งศรัทธาของผม “อะไรน่ะ? ดาบพลังงานเหรอ?”

การโจมตีของผมพลาดไปเพียงเล็กน้อยเนื่องจาก AGI ที่สูงของเขา

เมียงอิลซังพูดต่อ “คุณลุง เจ้าเองก็เป็นนักสู้งั้นเหรอ? เจ้าสามารถใช้ดาบพลังงานได้ยังไงกัน? มันไม่บ้าไปหน่อยเหรอ?”

ผมไม่สนใจเขาและเรียกใช้งานอักขระ

[อักขระ ‘ลำนำดาบ’ ถูกเปิดใช้งาน]

[ดาบของคุณเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ดยุคแห่งความภักดีและสงครามเหลือทิ้งไว้]

บทกวีจากเรื่องราวของดยุคแห่งความภักดีและสงครามจะปรากฏขึ้นตรงหน้าของผมแบบสุ่ม ตามมาด้วยข้อความ

「วันที่ 28 ท้องฟ้าแจ่มใส ข้าไปราชการ」

แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น บัดซบ คราวนี้ดยุคแห่งความภักดีและสงครามไม่ได้ช่วยผม

บันทึกสงครามยี่ซุนซินไม่ได้มีเนื้อหาเป็นการต่อสู้กับศัตรูเสมอไป ในความเป็นจริง เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมดา

ท้องฟ้าแจ่มใส

ดยุคแห่งความภักดีและสงครามต้องเดินทางไปราชการ

ถ้าผมเขียน ‘บันทึกแห่งการทำลายล้าง’ บันทึกของผมคร่าวๆ ก็คงจะเป็นแบบนี้

ท้องฟ้ามืดครึ้ม

คิมทกจาพูดถูก

ผมกลิ้งไปทั่วพื้นเพื่อหลบลูกเตะของเมียงอิลซัง

การแสดงออกของเมียงอิลซังค่อยๆ จริงจังขึ้นมา เขามองไปยังดาบของผมอย่างระมัดระวังและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“เห้อ… ใช่แล้ว มันไม่ใช่ดาบพลังงานที่แท้จริง คุณลุง ทำไมเจ้าถึงทำเหมือนกับว่ามันเป็นของจริง? เจ้าจะทำให้ข้ากลัวงั้นเหรอ?”

“ไอ้เด็กบ้า แกพูดมากเกินไปแล้ว”

มันเป็นเสียงผู้หญิงที่เย็นชา ในขณะที่ผมถ่วงเวลาไว้ ฮันซูยองก็สร้างอวตารหลายสิบตัว และพวกมันก็พุ่งเข้ามาหาเขา

“ตายซะ!”

การโจมตีของฮันซูยองกระหน่ำเข้าใส่เด็กชายที่การเคลื่อนไหวถูกบล็อคเอาไว้

อย่างไรก็ตาม การโจมตีของเธอก็ไม่รุนแรงพอจะคุกคามร่างกายของเขา กลับกัน ยูซานอากลับไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆ ได้เนื่องจากอวตารจำนวนมาก

เมียงอิลซังหัวเราะในขณะที่เขาถูกต่อยด้วยมือเล็กๆ ของฮันซูยอง

“ไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็สวยเหรอ? เจ้าอายุเท่าไร? เป็นนักเรียนเหรอ?”

“หุบปาก ตายซะ!”

ใบหน้าของเมียงอิลซังเสียโฉมจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง

“…พวกเจ้าเป็นอะไรกัน? ข้าทำผิดอะไร? ถ้าเจ้าได้เห็นผู้หวนคืนที่ดูดีเหมือนกับข้า ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าควรอ้าแขนต้อนรับข้างั้นเหรอ? ข้าควรจะกำจัดสัตว์ประหลาดทั้งหมดนี้ดีไหมเนี่ย?”

“ไอ้หมาบ้า!”

“อ่า คำพูดของข้ามันไร้สาระงั้นเหรอ? เดี๋ยวนะ หรือว่าเจ้า…”

การแสดงออกของเมียงอิลซังเปลี่ยนไป

“พวกเจ้ามาจากสมาคมนักล่า! ใช่ไหม? ปกติแล้วมันจะไม่มีการพัฒนาแบบนี้หนิ? ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะปรากฏตัวเป็นคนแรกเมื่อผู้หวนคืนกลับมาอยู่เสมอเลยไม่ใช่เหรอ?”

“ไอ้จูนิเบียวบ้านี่… ไม่ บ้าเอ้ย?”

[คำถามที่สามได้รับการแก้ไขแล้ว]

[คำถามที่สี่ได้รับการแก้ไขแล้ว]

[คำถามที่ห้าได้รับการแก้ไขแล้ว]

[ตราผนึกที่สามแห่งผู้หวนคืน ‘เมียงอิลซัง’ ถูกปลดปล่อยแล้ว]

เมียงอิลซังยิ้มและพยักหน้า

“เจ้ามาจากสมาคมนักล่า”

มันบ้าจริงๆ เขาทวีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อวตารที่อยู่รอบๆ ถูกทำลายโดยคลื่นพลังงานอันทรงพลังที่ปะทุออกมาจากร่างของเมียงอิลซัง

เมียงอิลซังระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “เอาล่ะ ได้เวลาของพวกมดปลวกแล้ว!”

ฮันซูยองก้าวถอยหลังไปและมองมาที่ผมด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว “ไอ้บ้านี่มันอะไรกัน?”

ผมอ้าปากค้างด้วยความฉุน “ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอว่าอย่าไปตอบเขา? เธอกำลังมอบพลังให้กับมัน”

“ฉันไม่ได้ตอบ! ฉันแค่ด่า”

“อย่าพูดอะไร”

ประเด็นของคำถามที่ถูกถามโดยภัยพิบัติไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบ ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไง เขาก็จะใช้มันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับความสามารถของตัวเอง

เมียงอิลซังพูดต่อ “งั้นข้าควรฆ่าใครเป็นคนแรกดี?”

แต่คำพูดของเขาก็เอ่ยออกมาได้ไม่นาน มันเป็นเพราะยูซานอาได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเขาพร้อมกับปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมา

[ย่างก้าวเฮอร์เมส]

[ปณิธานแห่งเธเซอุส]

[ใยของอารัคเน่]

ข้อความของระบบไม่ได้ปรากฏขึ้น แต่ผมก็สามารถจดจำสกิลเหล่านี้ได้ ในสถานการณ์ในอนาคตที่ชื่อว่าแร็คนาร็อค สกิลเหล่านี้จะถูกอธิบายไว้อย่างชัดเจน พวกมันเป็นอักขระของกลุ่มดาวที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปัส

เมียงอิลซังปลดปล่อยชุดปืนใหญ่เพลิงทมิฬขนาดเล็กเพื่อรับมือกับยูซานอา

อย่างไรก็ตาม ยูซานอาก็พุ่งเข้าหาเมียงอิลซังโดยไม่สนใจปืนใหญ่เพลิงทมิฬเลย

“อะไรกันเนี่ย…?”

มันเป็นไปไม่ได้

ตราบใดที่พวกเขาไม่เจอเข้ากับเหตุการณ์พิเศษ มันก็ไม่มีทางที่อวตารจะครอบครองอักขระของกลุ่มดาวที่หลากหลายได้พร้อมกัน

มันเป็นเพราะสถานการณ์แบบนั้นที่ทำให้ผมได้อักขระมาสองอัน แล้วยูซานอาไปมีอักขระมากมายแบบนี้ได้ยังไง?

“มาลองดูกัน! มันเจ็บไหม?”

หยดเหงื่อปกคลุมหน้าผากของยูซานอา

ด้ายพลังเวทมนตร์ยังคงยืดและหด เธอเคลื่อนไหวอยู่บนอากาศอย่างอิสระ มีดสั้นแทงออกไปโดยไม่ลังเลเมื่อมีช่องว่างโผล่ขึ้นมา พลังภายในร่างกายของเธอกำลังเผาผลาญ

มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ธรรมดาในเวลาเพียงแค่สองวัน…

ในเวลานั้นเอง ผมก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง อักขระของกลุ่มดาวหลายกลุ่มในอวตารเพียงคนเดียว

เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในหนทางเอาชีวิตรอด มันไม่ได้เกิดขึ้นแม้แต่กับผู้เผยพระวจนะ แอนนา คลอฟฟ์ แห่งสหรัฐอเมริกา ถ้าอย่างนั้นยูซานอา…

“ทกจา! ตอนนี้แหละ!”

ยูซานอาให้สัญญาณ และผมก็สนับสนุนการโจมตีของเธอด้วยดาบแห่งศรัทธา ฮันซูยองเองก็ลงมือด้วย มือและเท้าของเมียงอิลซังค่อยๆ ด้านชาขึ้นเรื่อยๆ

การเคลื่อนไหวของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง และดาบแห่งศรัทธาของผมก็เล็งไปที่ช่องว่างนั้น และฟันเข้าไปที่ไหล่และหน้าท้องของเขา

“บัดซบ…!”

เลือดไหลออกมา เมียงอิลซังถอยกลับไปด้านหลังและสวดอะไรบางอย่าง

[ตัวละคร ‘เมียงอิลซัง’ ใช้ก้าวพริบตา LV.1]

ร่างของเมียงอิลซังพร่ามัว จิตใจของผมเต้นระรัว เขาต้องไม่หลุดมือไป

ผมเล็งดาบไปที่เอวของเขา แต่ร่างของเขาก็จางหายไปเมื่อดาบเข้าปะทะ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือเลือดที่กระจัดกระจาย

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ถอนหายใจด้วยความเศร้า]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังคลั่งไปกับความหงุดหงิด]

[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กำลังชี้ไปที่หัวใจของคุณ]

[ความตื่นเต้นของกลุ่มดาวบางกลุ่มถึงระดับวิกฤต]

ฮันซูยองตะโกนออกมา “บ้าเอ้ย มันหลุดมือไปได้!”

“ไม่เป็นไร เขาได้รับบาดเจ็บอยู่ ดังนั้นพวกเราคงจะจับเขาได้ในไม่ช้า”

[กลุ่มดาวบางกลุ่มสงบลง]

“ยูซานอา เธอสุดยอดไปเลย… ยูซานอา?”

ไม่มีคำตอบจากยูซานอา ผมเดินเข้าไปหาเธอเพราะผมสัมผัสได้ว่ามีอะไรแปลกๆ ยูซานอากำลังยืนนิ่งอยู่ ฮันซูยองถาม

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”

ผมตระหนักได้ในไม่ช้า ปณิธานแห่งเธเซอุสเป็นสกิลที่จะดึงพลังทั้งหมดของอวตารออกมา การใช้สกิลนี้ทำให้ยูซานอาสามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดได้ครู่หนึ่ง

ผมมองไปที่เธอพักหนึ่งก่อนที่จะส่งเธอให้กับฮันซูยอง

“เอาคนอื่นมาให้ฉันอีกแล้ว? เห็นฉันเป็นศูนย์รับเลี้ยงเด็กงั้นเหรอ?”

“พวกเราจำเป็นต้องหาภัยพิบัติโดยเร็ว ไม่ใช่ว่าเธอควรกระจายอวตารออกไปอีกเหรอ?”

“ฉันคิดว่าฉันพอจะรู้ว่าเขาไปไหน”

“งั้นก็นำทางด้วย”

ผมไม่อาจปล่อยให้เขาหลุดมือไปได้ ฮันซูยองพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ฉันจำไม่ค่อยได้เท่าไร… เขาจะแข็งแกร่งขึ้นทุกๆ ครั้งที่มีคนตอบคำถามของเขาใช่ไหม?”

“ถูกต้อง ตอนแรกเขาจะอ่อนแอ แต่จะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นทุกๆ ครั้งที่เขาได้ยินคำตอบ ผู้หวนคืนนั้นแข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นมันจึงมีบทลงโทษเมื่อพวกเขากลับมายังโลก เธอไม่เห็นเหรอว่ามีตราผนึกถูกปลดปล่อยออกมา?”

“เด็กนั่น… เขามีตราผนึกกี่อัน?”

“บางทีอาจจะเป็นสิบ มันจะไม่มีคำถามออกมาอีกถ้าเขาปลดปล่อยพวกมันออกมาหมดแล้ว”

จนถึงตอนนี้มีตราผนึกถูกปลดปล่อยออกมา 5 อัน

โชคดีที่สถานการณ์เพิ่มเติมของโดเกบิยังไม่เกิดขึ้น

ถ้าสถานการณ์เพิ่มเติมปรากฏขึ้นมา หลายๆ คนคงพยายามที่จะตามล่าไอ้บ้านั่นและตราผนึกของเขาก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตาเนื่องจากจะมีคนโง่ตอบคำถามของเขาเป็นจำนวนมาก

…ในเวลาที่ผมกำลังรู้สึกโล่งใจ

[หืม ทุกๆ คน พวกเจ้าสุดยอดไปเลยหนิ? แม้ว่าจะมีบทลงโทษ แต่นี่ก็ยังเป็นภัยพิบัติ คนแค่สามคนสามารถกดดันเขาได้แล้ว…]

ฮันซูยองกับผมเงยหน้าขึ้นมองอากาศในเวลาเดียวกัน

[ยังไงก็เถอะ พวกเจ้าจะไม่โลภไปหน่อยเหรอ? อย่างที่เคยพูดไป พวกเจ้าควรแบ่งคนอื่นบ้าง]

“เชี่ย”

ฮันซูยองก่นด่าในขณะที่ข้อความปรากฏขึ้นเหมือนกับว่ามันกำลังรออยู่แล้ว

[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

[สถานการณ์ย่อย – การล่าระดับ SSS เริ่มขึ้นแล้ว!]

ผมคว้าด้ามจับของศรัทธาไม่แตกสลายไว้ สถานการณ์มาถึงขีดจำกัดแล้ว

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint