0 Views

ตอนที่ 82 – พรสวรรค์ระดับ SSS (2)

 

(กลุ่ม 5 เปิดแล้วนะครับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ร่างของศัตรูถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เมื่อมีดสั้นของยูซานอาเคลื่อนไหว

สุดยอด

…นี่คือยูซานอาที่ผมรู้จักจริงๆ เหรอ?

มันไม่ได้มีสกิลมากมายนักที่สามารถสำแดงอานุภาพเช่นนี้ต่อหน้ากลุ่มใหญ่ได้ ในปัจจุบันมันน่าจะมีแค่เขตติดอาวุธของกงพิลดูและอวตารของฮันซูยองเท่านั้น แต่ยูซานอาก็สามารถแสดงพลังเช่นนี้ออกมาได้โดยไม่ต้องมีสกิลที่ยอดเยี่ยม

เธอแข็งแกร่งขึ้นมาขนาดนี้ได้ยังไง? พรสวรรค์นี้มันอะไรกัน?

ยูจงฮยอคพูดราวกับว่าเขาอ่านความคิดของผมได้

– เธอเติบโตเร็วขึ้นเพราะนายไม่ได้อยู่ใกล้ๆ นายดูเหมือนจะไม่มีความสามารถในการบ่มเพาะเพื่อนของนาย มันก็เหมือนกับลีฮุนซึง

– …พวกเขาเติบโตได้ถึงระดับนี้เพราะฉันผลักดันพวกเขาตั้งแต่แรกๆ

อันที่จริง ผมไม่ได้เชื่อมันจริงๆ แต่ผมก็ต้องการพูดมันออกไป บ้าเอ้ย ทำไมเธอถึงแข็งแกร่งขึ้นมาขนาดนี้เมื่อผมไม่ได้อยู่ด้วยนะ? ทำไมผมดูจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรเลย?

“เฮ้” เสียงๆ หนึ่งดังออกมา ผมพยักหน้าให้กับคำพูดของฮันซูยอง ผมไม่อาจให้ยูซานอารับมือไปได้ตลอด ไม่ว่ายังไง มันก็มีศัตรูอยู่มากมายและยูซานอาก็มีแค่คนเดียว

“ยูซานอา ทางนี้!”

ยูซานอาชะงักไปเมื่อเธอได้ยินผม เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คิดว่าจะเจอผมในสถานที่แห่งนี้

“ฮันซูยอง จัดการเลย”

ฮันซูยองเรียกใช้อวตารราวกับว่าเธอกำลังรออยู่แล้ว อวตารหลายสิบตัวโผล่ขึ้นมารบกวนทัศนวิสัยของกลุ่มผู้แพร่พิษ และผมก็ได้พูดคุยกับยูซานอาอย่างปลอดภัย

“ทกจา? นายเป็นไงบ้าง…”

“ไว้ค่อยคุยกัน”

สมาชิกกลุ่มกำลังไล่กวดมาจากระยะไกล โชคดีที่พวกผู้รอดชีวิตดูจะหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัยผ่านสะพานกังดง ปัญหาก็คือในด้านของพวกเรา

– กลับไปที่อาคารสูง ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการขึ้นไปและมองเห็นได้อย่างปลอดภัย

ตามที่คาดไว้ การตัดสินของยูจงฮยอคนั้นถูกต้อง ผมอ่านหนทางเอาชีวิตรอดมาจนจบ แต่ผมก็ไม่สามารถประเมินสนามรบได้เหมือนกับยูจงฮยอค จากนั้นยูจงฮยอคก็พูดอะไรที่มีความหมายออกมา

– และผู้หญิงคนนั้น นายควรระวังเธอ

ระวัง? ใคร? ยูจงฮยอคไม่ได้พูดอะไรอีก

พวกเรารีบซ่อนอยู่ภายในตัวอาคารสูงใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองก็มีมอนสเตอร์กรูกันออกมา มันอาจจะเป็นเพราะความวุ่นวาย และการโจมตีที่พลาดเป้าของพวกเขา ในไม่ช้า พวกเขาก็ยอมแพ้และกลับไปยังภายในกังดง

ผมมองกลับไปยังยูซานอา

“ยูซานอา เธอโอเคไหม?”

“อื้อ ฉันไม่เป็นไร ทกจาล่ะ?”

“อืม ฉันก็โอเค”

มันเพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน แต่การสนทนากลับดูน่าอึดอัด มันรู้สึกราวกับว่าผมได้พบกับเพื่อนเก่าจากโรงเรียนมัธยมเมื่อ 10 ปีก่อน ผมเบือนหน้าหนีจากเธอในชุดศึกแน่นและพูดขึ้นมา

“เอ่อ อืม…”

ผมไม่รู้ว่าจะถามอะไรออกไปดี

ในระหว่างนี้ ผมก็มองไปยังฮันซูยอง ยูซานอาเห็นยูจงฮยอคถูกแบกไว้ที่ด้านหลังของอวตารของฮันซูยองและเผยรอยยิ้มแปลกๆ ให้กับผม

“ทกจาคงจะผ่านอะไรมามากในช่วงที่ผ่านมา”

มันถึงเวลาที่ต้องมาสรุปเรื่องกันแล้ว

***

หลังจากบัลลังก์หนึ่งเดียวถูกทำลาย ยูซานอาก็ตกลงมาที่กังดง โชคดีที่มีคนตกลงมาพร้อมกับเธอด้วย

“กงพิลดูก็ตกลงมาพร้อมกับเธอเหรอ?”

“ใช่ ลุงช่วยฉันไว้เยอะเลย”

เมื่อเห็นว่าเธอเรียกเขาว่าลุง พวกเขาก็ดูจะสนิทกับมากยิ่งขึ้น

“แล้วกงพิลดูไปอยู่ไหนล่ะ?”

“เมื่อสองวันก่อน เขาได้รับบาดเจ็บในขณะที่พวกเรากำลังต่อสู้กับกลุ่มกังดง มันเป็นตอนที่เขาพยายามจะช่วยฉัน…”

สิ่งที่น่าประหลาดใจมากมายเกิดขึ้นในวันนี้ ‘สิบอสูร’ กงพิลดูได้เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคนอื่น ยูซานอาก้มหัวลงและพูดด้วยความยากลำบาก

“สุดท้าย ลุงได้ล่อพวกเขาไปที่แม่น้ำฮัน…”

ยูซานอากัดริมฝีปากของเธอและสีหน้าของเธอก็ดูร้ายกาจ ทันใดนั้นเอง ผมก็ตระหนักได้ว่าทำไมเธอถึงสังหารคนของกลุ่มผู้แพร่พิษโดยไม่ลังเล

ผมพูดเพื่อปลอบเธอ “กงพิลดูน่าจะไม่เป็นอะไร ไม่ต้องห่วง”

ผมมีสัญญากับจ้าวแห่งการป้องกัน ดังนั้นผมจึงรู้ได้ทันทีถ้ากงพิลดูตาย ผมจะถูกลงโทษตามเงื่อนไขของสัญญา ความจริงที่ว่าไม่มีการตอบสนองใดนั้นหมายความว่ากงพิลดูยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง

เหมือนกับผู้แพร่พิษ กงพิลดูก็เป็นหนึ่งในสิบอสูร มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะตาย

“แล้วเธอไปได้ชุดกับมีดสั้นนั้นมาจากไหน?”

“อ๊ะ เรื่องนี้…”

หลังจากแยกจากกงพิลดูแล้ว ยูซานอาก็พบกับอุกกาบาตสีเขียว อุกกาบาตสีเขียวคืออุกกาบาตที่บรรจุไว้ซึ่งไอเท็มหายาก ผมตรวจสอบไอเท็มที่เธอมี ผมจำได้ว่ามีอุกกาบาตที่บรรจุไอเท็มเหล่านี้ไว้อยู่ในบริเวณใกล้ๆ กับชอนโฮ

[มีดสั้นนักฆ่าบรรพกาล]

[ชุดหนังแมวมั่งคั่ง]

ทั้งคู่เป็นไอเท็มระดับ S ที่ยอดเยี่ยม

มีดสั้นนักฆ่าบรรพกาลมีออฟชั่นที่ช่วยเพิ่มความเสียหายให้แก่ศัตรูที่อยู่ระยะไกลในขณะที่ชุดหนังแมวมั่งคั่งช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่และเพิ่มความต่อเนื่องของการโจมตี

“พวกมันเป็นไอเท็มที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

“ใช่ ฉันสามารถต่อสู้ได้ดีเพราะไอเท็มพวกนี้เลย”

ยูซานอายิ้ม และจากนั้นก็ฟังฮันซูยองพูดขึ้นมาอย่างเงียบๆ

“อะแฮ่ม นายมั่นใจกับเรื่องทั้งหมดนั่นแล้วเหรอ?”

“ฮะ?”

“สมมติว่านาย ‘บังเอิญ’ ได้รับไอเท็มมา แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีทักษะในการต่อสู้มาพร้อมกับไอเท็มเหล่านั้นด้วย ใครคือผู้สนับสนุนของเธอกัน? เธอยกระดับ ‘การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว’ หรือ ‘ความชำนาญมีดสั้น’ ได้เร็วขนาดนั้นได้ยังไง? มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเติบโตได้ไวขนาดนี้แม้ว่าจะมีแพ็คการเติบโตก็ตาม”

“…เธอเป็นใคร?”

“ฉันเหรอ? ฉันคืออัครสาวกที่หนึ่ง”

ยูซานอาชูอาวุธของเธอขึ้นมาโดยไม่พูดอะไร “ใจเย็นก่อนยูซานอา คนๆ นี้ไม่ใช่ศัตรู”

ยูซานอามองมาที่ผมด้วยความไม่เชื่อ “พวกนายเป็นเพื่อนกันแล้วเหรอ?”

“เราไม่ใช่เพื่อนกัน…”

“สมาชิกกลุ่มชุงมูโรตายเพราะคนๆ นี้นายยังไม่ลืมใช่ไหม?”

ยูซานอาดำรงตำแหน่งรองตัวแทนแห่งชุงมูโรในขณะที่ผมไม่อยู่

ดังนั้นความรักที่เธอมีต่อสมาชิกชุงมูโรจึงมากยิ่งกว่าผม ฮันซูยองกล่าว “ชุงมูโร? อ่า เข้าใจแล้ว เธอคือผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”

ยูซานอาหรี่ตาของเธอลงให้กับคำพูดนี้

ฮันซูยองยิ้มและเสริม “เฮ้ คิมทกจา ฉันเป็นคนไม่ดี แต่ฉันก็เป็นผู้ตัดสินที่ดี เธอมีผู้สนับสนุนรายใหญ่อยู่เบื้องหลังเธอ”

“เธอ…”

“เมื่อฉันเจอเธอที่ชุงมูโร เธอยังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? เธอไม่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ในระยะเวลาสั้นๆ แม้ว่าเธอจะมีผู้สนับสนุนระดับเรื่องเล่าก็ตาม บางทีเธออาจจะมีสกิลการเติบโตในระดับ SSS… มีกลุ่มดาวมากแค่ไหนกันที่สามารถมอบการสนับสนุนแบบนี้ให้กับเกาหลีใต้?”

หัวใจของผมต้องการที่จะปฏิเสธ แต่มันก็มีเหตุผล ผมรู้ว่าฮันซูยองพูดถูก นอกจากนี้มันยังมีคำพูดของยูจงฮยอคจากเมื่อไม่นานมานี้อีก ยิ่งไปกว่านั้น ยูซานอายังซ่อนผู้สนับสนุนของเธอไว้จากผม

ดวงตาที่เป็นทุกข์ของยูซานอาสบเข้ากับผม

ผมเคยคิดว่าผู้สนับสนุนของยูซานอาคือ ‘คนรักผู้ถูกทอดทิ้งแห่งเขาวงกต’

มีเพียงคนๆ เดียวเท่านั้นที่สามารถหาเส้นทางผ่านห้องเวทมนตร์ คนที่ส่งด้ายให้กับเธเซอุสในเขาวงกตแห่งเดดาลัส อารีอัดเน่

แต่ก็อย่างที่ฮันซูยองพูด มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเติบโตได้ในระดับนี้ด้วยการสนับสนุนของอารีอัดเน่

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของเธอที่เธอแสดงให้เห็นในขณะที่เคลื่อนไหวผ่านอากาศในการต่อสู้ที่ผ่านมาก็ใกล้เคียงกับย่างก้าวแห่งเฮอร์เมสมากกว่าย่างก้าวนภา แต่อวตารของอารีอัดเน่ไม่สามารถได้อักขระของเฮอร์เมสได้

ผมกำลังจะพูดขึ้นมา แต่ก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นก่อน

[ฮ่าฮ่า ทุกๆ คน! พวกเจ้าเป็นไงกันบ้าง?]

บัดซบ… ช่วงเวลานี้ ผมหันออกไปนอกหน้าต่างในทันที โดเกบิตัวใหม่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า

[ผู้เข้าร่วมในสถานการณ์นี้ค่อนข้างใจร้อน มันยังเหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มต้นสถานการณ์และมีคนได้ปลุกภัยพิบัติขึ้นมาแล้ว พวกเจ้าอยากรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่อไปไหม?]

มันไม่ใช่ระดับที่ไร้สาระแบบบีฮยอง แต่มันก็ยังพูดจาไร้สาระอยู่ บางทีมันอาจจะไม่มีใครรับผิดชอบ ดังนั้นโดเกบิระดับต่ำจึงได้เข้ามารับหน้าที่

[เหล่าโดเกบิได้ออกจากตำแหน่งของพวกเขาไป ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่ในช่วงเวลานี้… ฮ่าฮ่า เอาล่ะ พวกเจ้ากินกันอิ่มรึยัง? พวกเจ้ารู้ใช่ไหมว่าเหตุการณ์นี้ไม่สามารถข้ามไปได้?]

มันไม่ดีเลย มันเป็นการพัฒนาที่แย่จริงๆ

[ข้าต้องการที่จะทำแบบนั้น แต่ข้าคงไม่ใช่โดเกบิถ้าข้าไม่มอบสถานการณ์]

ความจริงที่ว่าสถานการณ์นี้กำลังปรากฏขึ้นมาได้บอกผมเรื่องหนึ่ง

[สถานการณ์ย่อย – การป้องกันภัยพิบัติมาถึงแล้ว]

มันหมายความว่าการปะทุของภัยพิบัติอันหนึ่งอยู่ใกล้ๆ นี้แล้ว

+

[สถานการณ์ย่อย – การป้องกันภัยพิบัติ]

หมวดหมู่: ย่อย

ความยาก: S-

เงื่อนไขการเคลียร์: ขุมพลังลึกลับในกังดงกำลังพยายามฟักภัยพิบัติอันหนึ่ง เอาชนะพวกมันและหยุด ‘ภัยพิบัติ’ ที่กำลังมา

จำกัดเวลา: 2 ชั่วโมง

สิ่งตอบแทน: 22,000 เหรียญ

ความล้มเหลว: ภาวะฉุกเฉินขั้นแรกของภัยพิบัติแห่งคำถาม

+

เนื่องจากพวกเราได้รับสถานการณ์ ‘การป้องกันภัยพิบัติ’ กลุ่มของผู้แพร่พิษก็คงจะได้รับสถานการณ์ ‘ปกป้องภัยพิบัติ’

โดเกบิบัดซบยังคงพยายามเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ ผมมองไปยังสมาชิกปาร์ตี้และกล่าวว่า “มันไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาเถียงกัน ในตอนนี้พวกเราต้องจัดการกับสถานการณ์นี้ก่อน”

ฮันซูยองและยูซานอาพยักหน้าในเวลาเดียวกัน

***

กลุ่มของผู้แพร่พิษมีฐานอยู่ในซอนโฮภายในกังดง แน่นอนว่ามันเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโบสถ์และวิหาร

ถ้าจุดประสงค์ของพวกเขาคือการปลุกภัยพิบัติขึ้นมาก่อน มันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะเลือกพื้นที่ทางศาสนา คำอธิษฐานของเหล่าผู้ไร้ที่อยู่จะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการฟักตัวของภัยพิบัติ

ฮันซูยองที่เสร็จสิ้นการสำรวจได้พูดขึ้นมา

“ถนนที่มีระดับการปรับผิวดินต่ำที่สุดอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ฐาน มันคือถนนชอนจางสาย 16 ถ้าพวกเราไปทางนี้ พวกเราจะไปถึงฐานได้ในเวลาที่สั้นที่สุด แต่การป้องกันนั้นน่ากลัวมาก”

ผมพยักหน้า พวกเราไม่มีเวลาแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงต้องใช้ทางที่เร็วที่สุด

“ไม่เป็นไร พวกเราต้องไปถึงอาคารนั้นให้เร็วที่สุด ฮันซูยองกับยูซานอาอยู่หน้า อย่าสู้กันเองด้วยล่ะ”

“…เข้าใจแล้ว”

ยูจงฮยอคไม่สามารถช่วยอะไรได้ในตอนนี้ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจทิ้งเขาไว้บนดาดฟ้าของอาคารสูงพร้อมกับอวตารของฮันซูยอง บทบาทของเขาคือการเฝ้าดูสนามรบ ยูจงฮยอคไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมาเท่าไร เขาแค่มอบคำแนะนำให้

– ถ้าเป็นไปได้ให้กำจัดพวกมันออกก่อนที่ภัยพิบัติจะฟักตัว หากปราศจากวิถีแห่งสายลม การยับยั้งภัยพิบัติแห่งคำถามในช่วงเริ่มแรกก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

แน่นอนว่าผมก็ต้องการทำแบบนั้นถ้าเป็นไปได้

“ไปกันเถอะ”

เมื่อผมให้สัญญา พวกเราก็กระโดดลงจากอาคาร

ฮันซูยองใช้อวตารและเป็นผู้นำ อวตารหลายสิบตัวกระโดดขึ้นไปบนถนนและดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้แพร่พิษ

“อะไรน่ะ? ฆ่าพวกมัน!”

ในขณะที่สมาชิกกลุ่มที่พากันสับสนไล่ตามเหล่าอวตารไป เส้นด้ายโปร่งใสบางๆ ก็โผล่ขึ้นมาในอากาศ

“อ๊ากกก!”

เหล่าคนที่ไล่ตามอวตารไปถูกจัดการด้วยด้ายอันคมกริบ และขาของพวกเขาก็ขาดกระเด็น นี่ยังไม่จบ มันมีเส้นด้ายแข็งอีกชุดหนึ่งอยู่ตรงที่ๆ พวกเขาล้มลง

หัวของพวกเขาถูกตัดและกระเด็นขึ้นไปในอากาศ

มันเป็นกับดักสองชั้นอันน่ากลัวที่ถูกออกแบบมาด้วยการคำนวณมุมของการล้มลง ฮันซูยองเดาะลิ้นของเธอ

“เธอมันโหดจริงๆ”

“เธอไม่ใช่คนที่ควรจะพูดแบบนั้นเลย”

นอกเหนือจากความรู้สึกที่พวกเธอมีต่อกันแล้ว การประสานงานของพวกเธอนั้นน่าดูมาก ไม่สิ มันมีประโยชน์มาก

ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของพวกเธอ มันทำให้ผมสามารถตีฝ่าไปยังศูนย์กลางของฐานทัพได้พร้อมกับหลบหลีกการเฝ้าระวังของพวกเขา

มันไม่ยากที่จะหาอุกกาบาตภัยพิบัติ มันเป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่มีความสูงกว่า 8 เมตร มันเปล่งออร่าที่น่ากลัวและดูราวกับกำลังพูดว่า ‘ข้าคือภัยพิบัติ’

แน่นอนว่ามันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับมังกรไฟไม่มีผิด ถ้าผมไม่สามารถหยุดภัยพิบัตินี้ได้ กรุงโซลก็คงจะต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน

จากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆ อุกกาบาต เธอมีผมสีขาวเหมือนกับหิมะ เมื่อผมเห็นริมฝีปากที่เหมือนกับดอกไม้แดงบนภูเขาหิมะ ผมก็สามารถเข้าใจได้ถึงรสนิยมของยูจงฮยอค

ดวงตาอันเย็นชาและใสกระจ่างจ้องมาที่ผม และผมก็รู้สึกราวกับว่ามีดวงวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวได้ปะทุออกมาจากร่างกายของเธอ

มันทำให้ผมขนลุกขึ้นมา มันเป็นความรู้สึกอันหนักหน่วงเมื่อเทียบกับกงพิลดู

เข้าใจแล้ว เธอเองก็ได้รับพลังของอุกกาบาตภัยพิบัติมางั้นเหรอ?

“…นายเป็นใคร?” หนึ่งในสิบอสูร ผู้แพร่พิษลีซอลฮวาถาม

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint