0 Views

ตอนที่ 79 – สถานการณ์ที่ห้า (4)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 233 แล้ว มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ผมอ้าปากค้างและถาม “อะไรนะ? มันจบแล้วเหรอ?”

“ไม่ เรื่องนี้…”

“…งั้นฉันทำอะไรผิด?”

“พูดตรงๆ นะ…”

“อย่าลีลา บอกฉันมาเร็ว”

“มันผิดทั้งหมด”

มันจริงใจมากจนผมนั่งลงเหมือนกับผมโดนต่อย ผมหายใจเข้าออกอย่างรุนแรงและเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ทันใดนั้นเอง โถงเอกที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้าก็ดูจะใหญ่ขึ้นไปอีก มันดูราวกับกำลังล้อเลียนผม

ไลคาออนมองมาที่ผม

“ผู้พิทักษ์… เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับวิถีแห่งสายลม ไม่สิ พูดตามตรง เจ้าไม่มีคุณสมบัติสำหรับแทบจะทุกสกิล”

ถ้าสิ่งนี้ผิดพลาด โลกอาจจะพินาศเพราะผมก็ได้

***

อีกไม่กี่ชั่วโมงผ่านไปเช่นนี้ และจากนั้นก็ผ่านไปอีกสองวัน เหลืออีกแปดวันจนกว่าจะถึงจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ที่ห้า

ผมไม่ยอมแพ้และเรียนรู้วิถีแห่งสายลมต่อไป แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“ผู้พิทักษ์ มันดีกว่าที่จะยอมแพ้…”

“…ทำไมฉันถึงเรียนไม่ได้?”

ฮันซูยองหัวเราะอยู่ข้างๆ ผมแล้วพูดว่า “ทำไมเหรอ? เป็นเพราะนายไม่มีความสามารถน่ะสิ”

“นั่นมันเป็นไปไม่ได้”

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ? นายไม่ใช่ตัวเอก นายคิดว่านายเป็นยูจงฮยอคเพราะนายทำผลงานได้ดีในช่วงนี้เหรอ?”

หน้าอกของผมเจ็บปวดเหมือนถูกแทง ผมพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว “แต่ฉันเข้าใจทุกๆ อย่างในหัวนะ”

“อ่า ใช่ ทุกๆ คนก็คิดว่าตัวเองจะเข้ามหาวิทยาลัยโซลได้อยู่แล้ว”

“ฉันกำลังพูดความจริง”

ผมจดจำได้ถึงการรู้แจ้งส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับวิถีแห่งสายลม ผมรู้สึกผิดหวังมาก แต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนผมก็ได้แบตเตอรี่ก้อนที่สองมาจากผู้รอดชีวิตและได้อ่านนิยายอีกครั้ง

“มีพายุอยู่ในมือข้างขวาและมรสุมอยู่ในมือข้างซ้าย วิถีแห่งสายลมจะเปิดออกเมื่อเส้นตรงและเส้นโค้งมาบรรจบกัน”

“จ-เจ้า… เจ้าเข้าใจมันจริงๆ!”

ไลคาออนรู้สึกทึ่งเมื่อเขาได้ยินผมพูด

อันที่จริง คำพูดที่ผมเพิ่งพึมพำออกไปนั้นเป็นการรู้แจ้งของยูจงฮยอคในหนทางเอาชีวิตรอด ในหนทางเอาชีวิตรอด ยูจงฮยอคได้รับการรู้แจ้งด้วย ‘วลี’ เพียงวลีเดียวตามตัวอักษรจีน เขาเรียนรู้วิถีแห่งสายลมได้ในเวลาแค่ 5 นาที

มันไม่ง่ายเลย และผมก็ต้องเสียเวลาไปสองวันแล้ว

“ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน?” ผมบ่น

“ฮะ? เจ้าเพิ่งพูดมันออกมา… มันไม่มีคำบรรยายไหนจะแม่นยำไปกว่านั้นอีกแล้ว”

“ไม่ มันเป็นคำอุปมาเฉยๆ”

“คำพูดของเจ้าไม่ใช่คำอุปมา”

มันเพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมเป็นบ้า ปัญหาในเวลานี้ไม่อาจถูกแก้ไขได้ด้วยคำอธิบายของผู้เขียนในหนทางเอาชีวิตรอด มันเป็นเพราะคำอธิบายนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งรบกวนสำหรับผมเท่านั้นและกำแพงที่สี่ก็ไร้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน กำแพงที่สี่มอบความใจเย็นและการตัดสินใจให้กับผม แต่มันไม่ได้มอบพรสวรรค์ให้กับผม

ผมรู้สึกเซ็งเล็กน้อยในขณะที่ผมพูดกับไลคาออน “งั้นนายก็ควรลองอันนี้ดู สายลมสายหนึ่งมาบรรจบกับสายลมอีกสายและก่อรูปแบบหยินหยางขึ้นมา อีกครั้ง สายลมสายหนึ่งมาบรรจบกับสายลมอีกสายและก่อหลักการแห่งขั้วบวกและลบขึ้นมา”

หยินและหยางเป็นแนวคิดจากโลก แต่ไลคาออนก็เข้าใจมันได้ในทันที

“เจ้าได้รับการรู้แจ้งที่ลึกซึ้งแบบนี้มาได้ยังไง?”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรออกมา โคจรมันผ่านร่างของนายตรงๆ ซะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

ไลคาออนตั้งสมาธิและสายลมจากทิศทางต่างๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา สายลมทั้งสองสายโคจร และเสริมพลังร้อนและเย็นเข้ากับสายลม

…พูดตามตรง ผมคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี เขาเพิ่งได้ยินมันและสามารถใช้เคล็ดวิชาออกมาได้ทันทีเหรอ? ถ้าอย่างนั้นทำไมผมถึงทำแบบนี้บ้างไม่ได้?

ความภาคภูมิใจของผมถูกยั่วยุ

“งั้นแบบนี้ล่ะ? ‘สี่สายลมมาบรรจบและก่อการป้องกันขึ้นมา จากนั้นก็เพิ่มสายลมอีกสี่สาย และทำให้เกิดตราแปดเหลี่ยมขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ สายลมจะมีตัวตนอยู่ในทุกหนแห่ง’ นายทำแบบนี้ด้วยได้ไหม?”

ประโยคนี้เป็นการรู้แจ้งที่ยูจงฮยอคได้รับมาในการเสื่อมถอยรอบที่ 9 ไลคาออนในเวลานี้กำลังทำหน้างงๆ อยู่ ดังนั้นผมจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแห่งชัยชนะ

“ทำไม่ได้เหรอ? นี่คือสิ่งที่ฉันรู้สึกไง”

“เห้อ… ไม่ ผู้พิทักษ์ ข้าซาบซึ้งจริงๆ”

…อะไรนะ?

[เผ่าพันธุ์ต่างโลกระดับ 5 ‘เจ้าชายไลคาออนแห่งอิมยันตาร์’ ได้รับการรู้แจ้งอันยิ่งใหญ่]

ไลคาออนหันไปในทันใดและเริ่มฝึกฝน

[ท่านมีส่วนเป็นอย่างยิ่งต่อการวิวัฒนาการของเจ้าชายไลคาออนแห่งอิมยันตาร์]

[ไลคาออนแห่งอิมยันตาร์รู้สึกซาบซึ้งต่อคุณเป็นอย่างยิ่ง]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มจากโลกที่ถูกทำลาย ‘โครโนส’ ขอบคุณคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 2,000 เหรียญ]

ในที่สุดผมก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไอ้หมาป่าบัดซบนี่ได้รับการรู้แจ้งจากการได้ยินสิ่งที่ผมพูด

ฮันซูยองหัวเราะอย่างหนักจนเธอต้องกุมท้องเอาไว้

ผมรู้สึกโมโหขึ้นมา บางทีผมอาจจะรู้จักหนทางเอาชีวิตรอด แต่ผมกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ชื่นชมความอดทนของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ผิดหวังในความอ่อนแอของคุณ]

เมื่อมองไปยังข้อความของระบบที่ปรากฏขึ้นในอากาศ ผมก็คิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับกลุ่มดาว แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้เนื่องจากสัญญากับบีฮยอง

[ทำไมเจ้าถึงไปทำลายบัลลังก์? เจ้าโง่]

ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างโปร่งใสลอยอยู่ในอากาศ ผมเปิดการสื่อสารโดเกบิ

‘นายไม่เป็นไรแล้วเหรอ? แล้วโดเกบิระดับกลางล่ะ?’

[เขาคงไม่ออกมาสักพัก เขากำลังถูกลงโทษทางวินัย เขาจะไม่ปรากฏตัวขึ้นอีกก่อนที่สถานการณ์ที่ห้าจะเริ่มต้นขึ้น อ่า ช่องของข้าเองก็อัพเกรดอีกครั้งแล้ว หวังว่าข้าจะไปถึงระดับกลางได้ในเดือนหน้า ขอขอบคุณทุกคนจริงๆ]

‘เยี่ยม’

[ทำไมเจ้าดูไม่มีความสุข? ไม่ใช่ว่ามันก็ดีสำหรับเจ้าด้วยเหรอถ้าข้าทำผลงานได้ดี]

‘นายคงจะยุ่งเมื่อไปถึงระดับกลาง’

บีฮยองหัวเราะกับคำพูดของผม

[ไอ้เจ้าบ้า ไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าอาจจะไม่รู้เรื่องอวตารคนอื่น แต่ข้าจะไม่ตามเรื่องเจ้าเลยเหรอ? ทุกวันนี้มีโดเกบิระดับกลางอยู่ที่สำนักงานตั้งเยอะแยะ แต่… มันก็วุ่นวายเชียวล่ะเพราะมีไอ้บ้าบางตัวกำลังบิดเบือนความเป็นไปได้อยู่]

ผมไม่จำเป็นต้องให้มันบอกว่าคนผู้นั้นคือใคร

[โอ้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เจ้า]

มันต้องเป็นยูจงฮยอคแน่ๆ

ในความเป็นจริง อัตราการเติบโตของยูจงฮยอคนั้นถือว่าเป็นไม่ได้เลย เขาเติบโตในอัตราที่ใกล้เคียงกับการโกง

[มันมีคนที่เติบโตด้วยอัตราที่ผิดปกติอยู่ และสำนักงานก็ไม่สามารถแตะต้องเขาได้… ข้าคิดว่าผู้สนับสนุนของเขาน่าจะต้องเป็นคนที่น่าเกรงขามมากแน่ๆ]

บางทีความเป็นไปของยูจงฮยอคอาจจะไม่เป็นปัญหาในอนาคต

ในท้ายที่สุดแล้ว ‘ความเป็นไปได้’ ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรถ้ามีกลุ่มดาวที่มีศักยภาพพอจะรองรับความเป็นไปได้นั้น และมันก็เป็นไปได้สำหรับผู้สนับสนุนของยูจงฮยอค

[ยังไงก็เถอะ ทำไมเจ้าถึงไม่ซื้อแพ็คเติบโต? ข้าจะขายมันให้กับเจ้าในราคาถูกถ้าเจ้าซื้อมันตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังลำบากอยู่เหรอที่เจ้าไม่สามารถเรียนสกิลนั้นได้? แพ็คนี้…]

‘ฉันจะไม่ซื้อมัน ไม่ว่ายังไงก็ตาม ไม่ใช่ว่าแพ็คเติบโตจะใช้ได้แค่กับสกิลที่เรียนรู้ไปแล้วเหรอ? นายกำลังหลอกกินเงินฉันอยู่เหรอ?’

แพ็คเติบโตถือว่าเป็นกับดักอันนึงเลยก็ว่าได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแม้แต่ยูจงฮยอคผู้ทรงอำนาจก็ยังไม่ได้ใช้มัน

[ชิ เจ้ารู้…?]

บีฮยองพึมพำด้วยสีหน้าไม่พอใจ

‘แต่มันก็ถึงเวลาซื้อของแล้ว’

[เหรียญที่ครอบครอง: 62,372 เหรียญ]

มันยังเหลือเหรียญอีกมากแม้ว่าจะเพิ่มค่าสถานะไปแล้วเนื่องจากการขายชิ้นส่วนมังกรไฟ

ถ้าผมมีเงินอีก 40,000 เหรียญ ผมคงจะซื้อย่างก้าวมังกรนภาไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมก็ยังทำไม่ได้

ใบหน้าของบีฮยองกลายเป็นสีแดง

[โอ้จริงเหรอ? เจ้าต้องการอะไร?]

‘ไม่ใช่ว่านายกำลังจะได้ไอเท็มอันใหม่มาเหรอ?’

[…เจ้ารู้ได้ยังไง? เจ้าแอบติดเครื่องสอดแนมไว้งั้นเหรอ?]

‘มันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะสถานการณ์ใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในเวลานั้น บอกฉันด้วย ฉันจะซื้อมัน”

[โฮ้ เจ้าจะ…]

ผมปิดการสื่อสารโดเกบิ ผมไม่ต้องการพูดกับมันอีกเพราะมันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ผมมองย้อนกลับไปและไลคาออนก็ยังจมอยู่กับการรู้แจ้งอยู่ ฮันซูยองเดินเข้ามาหาผมและเงยหน้าขึ้น

“เฮ้ ตอนนี้นายจะทำยังไงต่อ?”

“…ฉันไม่รู้ ฉันกำลังคิดอยู่”

“งั้นก็ให้ฉันเรียนมัน”

“อะไรนะ?”

“หรือไม่ก็ปล่อยให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นได้เรียนมัน”

ผมมองไปยังคนที่อยู่รอบๆ ตัว

สองวันที่ผ่านมา ฟาร์มเหรียญได้ถูกทำลายลง เหล่าผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือต่างร่วมมือกันและดูแลผู้บาดเจ็บคนอื่น

บรรยากาศมันค่อนข้างแตกต่างจากผู้รอดชีวิตจากฟาร์มของรองยุน บางทีผลบุญจากความเสแสร้งของฮันซูยองอาจจะเปลี่ยนคนพวกนี้ไป มันกลับกลายเป็นว่าความหน้าซื่อใจคดเป็นสิ่งที่ดี

ฮันซูยองพูดออกมาอีก “ไม่ใช่ว่ามันก็แค่การเรียนรู้วิถีแห่งสายลมงั้นเหรอ? มันไม่สำคัญซะหน่อยว่าใครจะเป็นคนเรียน?”

“…ใช่ ใครก็สามารถเรียนมันได้”

“งั้นทำไมนายต้องยืนกรานที่จะเป็นคนเรียนมันล่ะ? นายพยายามที่จะดึงความสนใจจากกลุ่มดาวคนเดียวงั้นเหรอ?”

มันก็ไม่ผิด แต่มันก็ไม่ถูกซะทีเดียว

“เฉพาะคนที่มีเหรียญตราแห่งการปกป้องเท่านั้นที่สามารถเรียนวิถีแห่งสายลมได้”

“งั้นก็เอามาให้ฉัน”

“มันส่งมอบไม่ได้”

[ตัวละครฮันซูยองยืนยันว่าคำพูดนั้นเป็นความจริง]

ผู้หญิงคนนี้นี่จริงๆ เลย…

“เธอเป็นคนแรกที่ขี้ระแวงยิ่งกว่ายูจงฮยอค”

“นายได้มันมา สกิลนี้ เดิมทียูจงฮยอคควรที่จะได้เรียนรู้มันใช่ไหม?”

“ถูกต้อง”

“แล้วทำไมนายต้องสร้างปัญหาแบบนี้ด้วย? นายสามารถทิ้งมันไว้ให้ยูจงฮยอคได้ มันยังไม่สายเกินไปหนิ ดังนั้นไปหายูจงฮยอคกัน เขาเติบโตได้ดี เขาน่าจะจัดการกับมันได้อยู่”

“ยูจงฮยอคจะไม่ฟังสิ่งที่คนอื่นพูด”

“ฉันจะล่อลวงเขาเอง”

ผมจ้องไปยังฮันซูยองก่อนที่จะมองออกไป “ยูจงฮยอคไม่ได้ชอบเด็กๆ”

“นายกำลังเมินฉันอยู่งั้นเหรอ?”

“นอกจากนี้ มันยังมีปัญหาในการค้นหายูจงฮยอคด้วย”

แม้แต่ยูจงฮยอคก็ไม่สามารถเรียนรู้วิถีแห่งสายลมได้ถ้าไม่มีเหรียญตราแห่งการปกป้อง

นั่นหมายความว่าเหรียญตราจำเป็นต้องถูกชิงไปจากผม แต่ความเป็นเจ้าของจะไม่หายไปจนกว่าผมจะตาย

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ยูจงฮยอคจะต้องฆ่าผม นอกจากนี้ แม้ว่าเขาจะมีเหรียญตรา…

“เธอรู้ไหมว่าฉันเพิ่งยำเขาไป เมื่อพวกเราพบกัน เขาจะต้องพยายามฆ่าฉันแน่ๆ”

ยูจงฮยอคกระเด็นออกไปด้วยหมัดจาก STR LV.100 ของผม ในระหว่างนั้น ดวงตาของเขาที่ต้องการจะฉีกผมออกเป็นชิ้นๆ ยังคงเปล่งประกายอยู่ตลอด

“…อืม เขาบ้าดีเดือดจริงๆ ตอนเขาตัดหัวของฉัน” ฮันซูยองลูบคอของเธอเมื่อเธอนึกถึงความทรงจำที่สถานีชุงมูโร

“นอกจากนี้ การหาว่าเขาอยู่ที่ไหนในตอนนี้…”

ในเวลานั้นเอง ความโกลาหลก็บังเกิดขึ้นจากระยะไกล

“มีคนได้รับบาดเจ็บ กรุณาช่วยด้วย! มันร้ายแรงมาก!”

มีคนพบคนบาดเจ็บอยู่ใกล้ๆ

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังเฝ้ารอมิตรภาพของคุณ]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มคาดหวังให้คุณรักษาบาดแผล]

ข้อความจากระบบ รวมทั้งอูรีเอลมาถึง เกิดอะไรขึ้นกัน?

ผมพาฮันซูยองไปที่นั่น

หลังจากนั้นสักพัก ผมก็พบสาเหตุของปัญหาและจ้องไปยังบีฮยองที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ

บีฮยองหัวเราะเยาะผม

[ข้าไม่รู้เรื่องนี้เลย]

ยูจงฮยอคที่กำลังหลั่งเลือดอยู่กำลังรอผมอยู่ที่นั่น

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint