0 Views

ตอนที่ 70 – โลกที่ไร้ราชา (1)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 187 แล้ว >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

การทดสอบแห่งราชาอันสุดท้าย มันคือการทดสอบอันเข้มข้นที่ต้องก้าวข้ามไปด้วยร่างกายของตัวคุณเองเท่านั้น

พื้นของคังฮวามุนไม่เป็นระเบียบ บัลลังก์หนึ่งเดียวอยู่ตรงกลาง ในขณะที่เหล่าราชากำลังต่อสู้กัน

ราชาแห่งความงาม มินจีวอน

ราชาเมตไตรย ชาซังคยอง

ราชาสูงสุด ยูจงฮยอค

จากนั้นก็ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงมุม… เขาคือราชาผู้เป็นกลาง ราชาผู้เป็นกลางยกมือขึ้นเมื่อเขาสบตากับผม

[ราชาผู้เป็นกลางได้สละสิทธิ์จากการต่อสู้เพื่อบัลลังก์]

ตามชื่อ ราชาผู้เป็นกลางไม่ได้โลภต่อบัลลังก์ เหลืออีกเพียงสามคนเท่านั้นที่ยังโลภอยู่

หนึ่งในสามคนนั้นคือยูจงฮยอค ดังนั้นการต่อสู้ก็คงจะยุติลงในเวลาไม่ถึงนาที อย่างน้อย ถ้ามันเป็นเรื่องเดิม

“ตายซะ!”

ขาของชาซังคยองแยกอากาศออกจากกันในขณะที่ลูกเตะของยูจงฮยอคเตะเข้าใส่ช่องท้องของเขา

“อั๊ค!”

อย่างไรก็ตาม ชาซังคยองก็ไม่ได้รับความเสียหายอย่างที่คาดไว้ มันเป็นเพราะค่าสถานะทุกอย่างถูกเปลี่ยนเป็น 10 หน่วย สกิลต่างๆ ได้ถูกผนึกไว้ ดังนั้นยูจงฮยอคจึงต้องเอาชนะการต่อสู้ด้วยความทรงจำในสมองของเขาเท่านั้น

มินจีวอนมองดูอยู่ด้านหลังของพวกเขาและเห็นผม ผมพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย

“พวกเราเจอกันอีกแล้ว”

“…ใช่ ฉันไม่ต้องการต่อสู้กับนายเลยถ้าเป็นไปได้”

มินจีวอนจะต้องทำตามคุณสมบัติแห่งราชาข้ออื่นได้ถ้าเธอสามารถมาที่นี่ได้ มันดีมาก ผมไม่คิดว่าเธอจะรอดมาได้จนจบ

“ถ้านายไม่หยุด ฉันจะโจมตี”

“ลองดูสิ นายคิดว่ามันจะง่ายๆ เหรอ?”

พวกเราต้องสู่กันด้วยค่าสถานะระดับ 10 ทุกคนโดยไม่มีสกิลหรืออักขระ มันดูต๊อกต๋อยมากเมื่อเทียบกับราชาที่ตีเมืองในขณะที่ต่อสู้ไปสักพักแล้ว

จากนั้นก็มีเสียงดังออกมา และชาซังคยองก็กรีดร้องออกมา “แค่ก! ท-ทำไมกัน…?”

ชาซังคยองกลิ้งไปมาบนพื้นด้วยความเจ็บปวดหลังจากถูกต่อยด้วยหมัดของยูจงฮยอค มันเป็นการต่อสู้อย่างเท่าเทียมจนกระทั่งมีบางสิ่งเปลี่ยนไปทีละนิดๆ

สกิลและอักขระไม่สามารถใช้ได้ แต่การโจมตีของยูจงฮยอคนั้นก็เร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้น มันไม่ใช่แค่สัมผัสการต่อสู้ของยูจงฮยอคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

มินจีวอนรู้สึกประหลาดใจเมื่อเธอสังเกตเห็น

“…ได้ไงกัน?”

ถ้าผมจำไม่ผิด ยูจงฮยอครู้ช่องโหว่ของช่วงสุดท้าย บางทีมันอาจจะมีข้อความเหล่านี้กำลังโผล่ขึ้นมาในใจของยูจงฮยอคอยู่

[400 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STA]

[400 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม AGI]

[400 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

สิ่งที่ตลกก็คือสนามรบนี้ได้ควบคุมทุกๆ อย่างยกเว้นปัจจัยเดียว มันคือการใช้เหรียญ

[กลุ่มดาว ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ ตั้งคำถามถึงความยุติธรรมของสถานการณ์]

โดเกบิระดับกลางหัวเราะ

[ฮ่าฮ่า คำถามอะไรกัน? มันเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะใช้เหรียญ ‘เหรียญ’ เป็นสิ่งที่เหล่าอวตารยากที่จะได้รับมา พวกเขาต้องพยายามอย่างหนักมากเพื่อรวบรวมเหรียญที่พวกเขาควรจะมีโอกาสได้ใช้มัน]

ยูจงฮยอคเพิ่มค่าสถานะของเขาโดยใช้เหรียญ

[โอ้ ค่าสถานะเพิ่มขึ้นด้วยเหรียญจะถูกรีเซ็ตไปหลังจากสถานการณ์สิ้นสุดลง ดังนั้นโปรดระวังด้วย! มันจะเป็นเหมือนกับการโยนเหรียญทิ้งไปในอากาศ! ฮ่าฮ่าฮ่า!]

ใบหน้าของมินจีวอนและชาซังคยองมืดลงเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของโดเกบิระดับกลาง บางทีพวกเขาอาจจะมีเหรียญเหลืออยู่ไม่มากนัก มันเป็นธรรมดา พวกเขาไม่สามารถเก็บเหรียญไว้ได้ในสงครามระหว่างราชา

แต่ยูจงฮยอคนั้นต่างออกไป ยูจงฮยอคเติบโตขึ้นจากการทะลวงผ่านสถานการณ์ลับทุกประเภทตั้งแต่เริ่มและมักจะเก็บเหรียญสำรองไว้ในจำนวนที่เหมาะสมเสมอ

ในรอบที่สามแบบดั้งเดิมของยูจงฮยอค เขามีเหรียญอยู่ราวๆ 30,000 เหรียญ ณ จุดๆ นี้ ในตอนนี้เขามีเหรียญมากกว่าเรื่องเดิม ดังนั้น… มันควรจะมีสักประมาณ 40,000 เหรียญ?

มันมีเสียงดังของการที่ใครบางคนถูกโจมตี และร่างกายของชาซังคยองก็ลอยผ่านอากาศออกมา

[ราชาเมตไตรย ชาซังคยองออกจากการต่อสู้]

ยูจงฮยอคมองมายังมินจีวอนที่อยู่ใกล้กัน เธอสะดุ้งด้วยความประหลาดใจและรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้น

“…ฉันสละสิทธิ์”

[‘ราชาแห่งความงาม’ มินจีวอนสละสิทธิ์จากการต่อสู้]

สุดท้าย ยูจงฮยอคก็หันมาทางผม ดวงตาที่โกรธเกรี้ยวของเขาสงบลง มันพอเข้าใจได้ ถ้าเขาได้บัลลังก์หนึ่งเดียวไป เขาก็จะสามารถควบคุมราชาทุกคนได้ และมันก็คงจะไม่เป็นปัญหาอะไรที่จะชิงตัวน้องสาวของเขาไปจากผม

แต่มันจะเป็นแบบนั้นเหรอ?

“ยูจงฮยอค”

พวกเราเล็งดาบเข้าหากัน ผมไม่สามารถใช้สกิลใดๆได้ ดังนั้นผมจึงต้องพึ่งพาความทรงจำและค่าสถานะของผม

สำหรับครั้งแรก ดาบของยูจงฮยอคนั้นชัดเจน มันจะต้องเป็นของปลอม เขาประเมินค่าสถานะของผมและเหรียญที่ผมเหลืออยู่

เขาเป็นคนที่รอบคอบอย่างแท้จริง มันเป็นเคล็ดลับในการชนะด้วยการใช้เหรียญต่ำที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความภาคภูมิใจของเขาก็จะทำให้เขาพ่ายแพ้ในครั้งนี้ มันเป็นเพราะไม่มีราชาคนไหนในกรุงโซลที่มีเหรียญมากไปกว่าผมในตอนนี้แล้ว

[เหรียญที่ครอบครอง: 80,850 เหรียญ]

ใครจะคิดว่าผมมีเหรียญอยู่ 80,000 เหรียญกัน? ผมหัวเราะให้กับยูจงฮยอคที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผม

“ฉันจะโจมตีนายเบาๆ ละกัน ดังนั้นก็อย่าตายนะ”

ในตอนนี้มันถึงเวลาที่จะถลุงทรัพย์แล้ว ผมใช้เหรียญจำนวนมหาศาลไปกับ ‘STR’

[4,000 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

[STR LV.10 -> STR LV.20]

[5,000 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

[STR LV.20 -> STR LV.30]

[6,200 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

[STR LV.30 -> STR LV.40]

.

.

[11,000 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

[STR LV.80 -> STR LV.90]

[12,000 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

[STR LV.90 -> STR LV.100]

[72,000 เหรียญถูกใช้จ่าย]

[‘STR’ ของคุณทะลวงผ่านขีดจำกัดของมนุษย์]

[ความสำเร็จได้รับการประมวลผลแล้ว! คุณเป็นคนแรกที่มีระดับ STR สามหลัก]

[ได้รับ 30,000 เหรียญเป็นรางวัล]

ผมปรับพลังในกำปั้นของผม การโจมตีที่บรรจุไว้ซึ่ง STR 100 หน่วยนั้นทรงพลังมาก มันคงจะลำบากถ้าผมฆ่ายูจงฮยอคไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผมรู้สึกว่ามิติรอบๆ กำปั้นของผมบิดเบี้ยวเล็กน้อย ตามหนทางเอาชีวิตรอด ค่าสถานะทั้งหมดจะมีพลังการทำลายล้างที่แตกต่างกันไปจากเวลาที่พวกมันทะลวงไปสู่ตัวเลขสามหลัก

มันรู้สึกยังไงนะ? แน่นอน มันรู้สึกเหมือนกับว่าผมคือมือสังหาร ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำปั้นของผมกำลังถือเช็คเงินหนึ่งพันล้านวอนไว้

ดวงตาของยูจงฮยอคเบิกกว้างขึ้นในขณะที่เขารีบใช้เหรียญ อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้ว มันมีเสียงเหมือนโซนิคบูมดังออกมา

ยูจงฮยอคกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกเบสบอลที่ถูกไม้ตี

น่าเสียดาย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตีโฮมรันในสนามกีฬาแห่งนี้ ยูจงฮยอคที่กำลังลอยอยู่กระแทกเข้าใส่บาเรีย เด้งไปยังทิศทางตรงกันข้าม และกระแทกเข้าใส่บาเรียอีกฝั่ง ก่อนจะตกลงมาที่พื้นหลังจากเด้งเป็นปิงปองอยู่ 5 – 6 ครั้ง

…เขายังไม่ตายแน่เหรอ? ผมวิ่งเข้าไปหายูจงฮยอคด้วยความสับสนในใจเล็กน้อย

บ้าเอ้ย ผมทำแบบนี้ไปทำไม? ผมควรใช้แรงให้น้อยลงหน่อย ผมดึงยูจงฮยอคขึ้นมาจากพื้นอย่างระมัดระวัง งั้น

อ่า นี่คือตัวละครหลัก ยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เขายังรู้สึกตัวอยู่แม้จะถูกต่อยด้วยหมัดระดับนั้น?

“…ยูจงฮยอค?”

“…”

“ยูจงฮยอค?”

“…”

ดวงตาของเขาไม่ขยับ ไอ้บ้านี่ เขาหมดสติไปทั้งที่ยังลืมตาอยู่เหรอ? ผมต่อยเขาแรงไปเหรอ? ไม่ ผมคงจะต้องต่อยเขาอีกในอนาคต

“อืม นายจะต้องเจอปัญหาแน่ถ้านายยังทำแบบนี้ต่อไป นายจะบอกว่านายจะฆ่าฉันทุกๆ ครั้งที่นายเจอฉันงั้นเหรอ?”

ผมตบหน้าบวมเป่งของเขา ยังไงก็ตาม ผมก็ยังรู้สึกว่าดวงตาของเขาขยับเมื่อผมต่อยเขา มันทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา…

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังหายใจอยู่ กระดูกในร่างของเขาแตกและมีเลือดไหลออกมา…

มันเป็นสถานการณ์ที่เขาไม่สามารถใช้สกิลฟื้นตัวได้ ดังนั้นชีวิตของเขาอาจจะตกอยู่ในอันตราย

ผมต้องรีบลงมือแล้ว

[ราชาสูงสุด ยูจงฮยอคออกจากการต่อสู้]

[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้ผ่านการทดสอบของบัลลังก์หนึ่งเดียวทั้งหมด]

บาเรียในอากาศค่อยๆ หายไป

[ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวโดยเหรียญถูกรีเซ็ต]

[ข้อจำกัดทั้งหมดของราชาหายไป]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ขนลุกเนื่องจากกรดคาร์บอนิกที่สูดสุดขีด]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ตบมือกับการกระทำของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ชื่นชมความอดทนของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 4,500 เหรียญ]

ผมยังได้ยินเสียงข้อความของกลุ่มดาวระดับสูง

[กลุ่มดาว ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ เสียใจ]

[กลุ่มดาว ‘เมตไตรยตาเดียว’ โยนผ้าปิดตาของเขาออกไป]

[กลุ่มดาว ‘ผู้ก่อตั้งฮันนัมกัน’ รู้สึกข้องใจกับคุณ]

แน่นอน เหล่าราชาแห่งสามอาณาจักรคงจะตำหนิผม ต้องขอบคุณผม พวกเขาพลาดโอกาสในการกระโดดขึ้นไปยังระดับ ‘เรื่องเล่า’

[…โอ้ ผู้ชนะเซอร์ไพรส์ปรากฏตัวขึ้นแล้ว]

โดเกบิระดับกลางมองดูไม่พอใจอยู่บ้าง เขาไม่คาดคิดว่าผมจะชนะ แต่ผมกลับชนะ

[อืม… ดี นี่คือผลลัพธ์ ในตอนนี้ ข้ากำลังแจ้งไปยังอวตารทุกคนในกรุงโซล ในตอนนี้เจ้าของบัลลังก์หนึ่งเดียวคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!]

ผมหยุดโดเกบิระดับระดับกลางที่กำลังจะส่งข้อความของระบบออกไป

“เดี๋ยวก่อน”

[…เจ้าต้องการอะไร?]

คิ้วของโดเกบิบิดเบี้ยว

“นายใจร้อนไป ฉันยังไม่ได้นั่งบนบัลลังก์เลย นายยังไม่ถามฉันก่อนเลย?”

[เจ้าจะขึ้นไปตอนนี้เลยแล้วมันจะสำคัญอะไร?]

ผมเดินเข้าหาบัลลังก์หนึ่งเดียว ในเวลานี้ ผมรู้สึกว่ากลุ่มดาวทั้งหมดที่กำลังมองมายังโซลโดมกำลังพุ่งเป้ามาที่ผม

บัลลังก์หนึ่งเดียวที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าค่อยๆ ลดระดับลงมาหาผม มันแผ่แสงสีทองออกมาราวกับว่ามันได้รอผมมาเนิ่นนานแล้ว

ผมถามโดเกบิระดับกลาง “แล้วฉันจะทำอะไรกับมันได้บ้าง?”

[เจ้าสามารถทำอะไรกับมนุษย์ก็ได้]

มันสั้นๆ แต่ก็น่าหวาดกลัว

[บัลลังก์หนึ่งเดียวเป็นแค่ชื่อของไอเท็ม ตราบใดที่เจ้านั่งลงบนบัลลังก์ เจ้าจะสามารถกลายเป็นอำนาจที่ปกครองทุกสิ่งอย่างได้ ไม่มีใครในโลกนี้ที่สามารถยืนหยัดต่อเจ้าได้และทุกๆ คนก็จะโค้งคำนับต่อเจ้า!]

ผู้คนมองมาที่ผมด้วยความอิจฉาหลังจากได้ยินคำอธิบายของโดเกบิ

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะอิจฉาผม ทุกๆ คนวิ่งมาที่นี่ด้วยเหตุผลนี้

[กลุ่มดาว ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ กำลังเลียริมฝีปากของเธอ]

แม้แต่กลุ่มดาว…

มันช่างน่าเวทนาและแปลกจริงๆ พวกเขารู้สึกอิจฉาแม้จะรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของไอเท็มนี้ ผมไม่ชอบกลุ่มดาวเลยจริงๆ

“หมดแล้วเหรอ?”

[…ฮะ?]

“มันดีมากจนมันดูไร้สาระเลย ฉันจะเพลิดเพลินกับพลังอันเด็ดขาดบนดินแดนที่ฉันควบคุม”

[ไม่ใช่ว่ามันถูกต้องแล้วเหรอที่จะได้รับรางวัลเพื่อตอบแทนความยากลำบาก? เจ้าเกือบตายไปกี่ครั้งแล้วเนื่องจากบัลลังก์นี้…?]

“อ่า งั้นบัลลังก์ก็สามารถทำได้เหนือกว่าความเป็นไปได้ของกลุ่มดาวใช่ไหม?”

[อะไรนะ?]

“นายโกหกเก่ง ไม่ใช่ว่านายคือโดเกบิเหรอ? สำนักงานจะไม่พูดอะไรเหรอถ้านายหลอกลวงฉันแบบนี้?”

การแสดงออกของโดเกบิระดับกลางแข็งขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง บีฮยองก็กำลังมองมาที่ผมด้วยใบหน้าซีดเซียว [ข้าเหนื่อยกับการพูดคุยนี้จริงๆ

ข้าต้องทำให้สถานการณ์นี้จบลง นั่งลงบนบัลลังก์ซะ ถ้าเจ้ายังพูดอะไรไร้สาระอีก ข้าจะทำลายบัลลังก์หนึ่งเดียวซะ]

“…อ่า นายทำได้เหรอ? งั้นก็เอาสิ”

[ฮะ?]

ผมมองไปยังโดเกบิ และผู้คนก็จ้องมาที่ผมก่อนที่ผมจะพูดขึ้นมา

“ฉันจะไม่นั่งลงบนบัลลังก์หนึ่งเดียว”

ความเงียบสงัดอันน่าสยดสยองกวาดผ่านคังฮวามุนไป

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint