0 Views

ตอนที่ 6 – ตัวเอก (1)

 

รถไฟใต้ดินหยุดลงราวๆ ครึ่งทางผ่านสะพานดงโฮ

“โอ้พระเจ้า”

ผู้รอดชีวิตหลายคนยืนขึ้นและมองไปยังภาพที่เกิดขึ้นข้างนอก กรุงโซลที่ถูกทำลายและอาคารที่ทรุดตัวลง เหล่าสัตว์ประหลาดที่ชวนให้นึกถึงงูยักษ์กำลังกินเครื่องบินขับไล่ที่พุ่งลงมากระแทกแม่น้ำฮัน

“อ-อะไรกันวะเนี่ย!”

ผมจำได้ถึงตัวตนของมันในแวบเดียว อิกทิโอซอรัส สัตว์ประหลาดที่เรียกกันโดยทั่วไปว่างูทะเล ในภายหลังมันถูกจัดให้เป็นมอนสเตอร์ระดับ 7 ในโลกแห่งหนทางเอาชีวิตรอด หนึ่งในอิกทิโอซอรัสกำลังมองมาทางนี้

“ห-เหวอออ! มันกำลังมา!”

ผู้คนกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว แต่ผมก็มองอย่างไม่ยินดียินร้ายไปยังอิกทิโอซอรัสที่กำลังใกล้เข้ามา พวกมันไม่อาจเป็นภัยคุกคามได้

ครืนนนนน!

อิกทิโอซอรัสวนรอบใต้สะพานดงโฮและหายไปในฟองอากาศ

ในโลกแห่งหนทางเอาชีวิตรอด ‘สถานการณ์’ มีความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด ตราบใดที่พวกเราถูกปกป้องไว้โดยสถานการณ์ พวกเขาก็จะไม่ถูกจัดการโดยสัตว์ประหลาดตัวนี้ในทันที อย่างน้อยก็ตอนนี้หน่ะนะ

[การชำระล่าช้าเนื่องจากการตรวจสอบสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โปรดรอสักครู่]

การชำระควรจะเริ่มต้นขึ้นในทันที แต่ก็มีเพียงแค่ข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่ลอยอยู่ในอากาศเท่านั้น

มันอาจจะเป็นเพราะผม ผมมองลงไปยังร่างกายของคิมนัมอุนที่มีเพียงลำตัวที่เหลืออยู่

ตามหนทางเอาชีวิตรอดในแบบเดิม คิมนัมอุนจะฆ่าคนส่วนใหญ่ในขบวนรถนี้และย้ายไปยังสถานการณ์ต่อไป แต่ผมหยุดมันไว้

ถ้าความคิดของผมถูกต้อง เหล่าคนที่โกรธกับความตายของคิมนัมอุนจะต้องปรากฏตัวขึ้น ที่นี่เหรอ? ไม่ใช่ที่นี่ พวกเขาอยู่ข้างบนฟ้า

[เนื่องจากความตายของตัวละคร ‘คิมนัมอุน’ สองกลุ่มดาวได้แสดงความเป็นปรปักษ์ต่อคุณเล็กน้อย]

กลุ่มดาว พวกมันคือสิ่งมีชีวิตลึกลับในหนทางเอาชีวิตรอด พวกมันกำลังเฝ้าดูจากเนบิวล่าอันแสนไกลและเป็นผู้บกการโศกนาฏกรรมนี้

เมื่อสัญญาณความสนใจของกลุ่มดาวได้ปรากฏขึ้น ผมก็ตระหนักได้ว่าในตอนนี้มันกำลังเริ่มต้นอย่างจริงจังแล้ว

มันตลกดี เมื่อวันก่อน ตำแหน่งของพวกเราอยู่ตรงข้ามกัน ในตอนนี้พวกมันคือคนที่กำลังเฝ้ามองผมอยู่

[กลุ่มดาวหนึ่งชื่นชมต่อสถานการณ์ของคุณ]

[กลุ่มดาวมอบการสนับสนุนให้คุณ 500 เหรียญ]

ถ้ามีกลุ่มดาวบางกลุ่มที่ไม่ชอบผม มันก็คงจะมีบางกลุ่มที่ชอบผม ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม มันก็เป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัด อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกมันได้ในตอนนี้ มันเป็นตาของผมที่ต้องเป็นตัวตลก

ผมหยิบมีดพับของคิมนัมอุนบนพื้นขึ้นมาและคิด

ดูได้ตามสบายเลย พวกแกจะต้องชดใช้ให้กับการเฝ้าดูด้วยชีวิตของพวกแกในท้ายที่สุด

“ทกจา? นายโอเคไหม?”

ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นใบหน้าของยูซานอา ไหล่ของเธอห้อยลงมา เลือดได้ย้อมเสื้อสีขาวของเธอและไหลลงมาที่ถุงน่องของเธอ มันไม่มียูซานอาที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้ว ผมจับมือของเธอและกล่าวว่า

“ผมขอโทษ ผมช่วยคุณยายไว้ไม่ได้”

ผมมองลงไปยังร่างไร้ศีรษะของคุณยาย ผมไม่รู้ชื่อของเธอด้วยซ้ำ ในอนาคต หลายๆ คนคงจะต้องตายในสภาพแบบนี้

ยูซานอามองมาที่ผมด้วยสายตาที่ซับซ้อน

“ทกจาเป็นยังไงบ้าง?”

“ครับ?”

“อ่า ไม่มีอะไร แต่ก็ขอบคุณนะ”

“เธอหมายความว่ายังไง?”

“นั่น ฉัน”

ผมคิดย้อนกลับไปยังฉากก่อนหน้านี้ ผมได้โยนตาข่ายไปยังทิศทางของยูซานอา ผมรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

“บังเอิญหน่ะ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง”

“อ่า”

ยูซานอาพยักหน้าเงียบๆ เธอไม่รู้ความจริงแต่เธอก็เป็นคนฉลาด เธอรู้ในสิ่งที่ผมหมายความถึง บางคนรอดชีวิตได้เพราะทางเลือกของผมและบางคนก็ต้องตาย ไม่ว่าใครจะรอดชีวิต ผมก็ไม่สมควรได้รับคำขอบคุณ

[ว้าว น่าทึ่ง]

โดเกบิปรากฏตัวขึ้นในอากาศ

[เกิดอะไรขึ้นกับโลกที่นี่กัน? ข้าแค่กำลังเฝ้าดูขบวนรถอื่นๆ อยู่]

มันมีส่วนผสมระหว่างความสุขและความประหลาดใจอยู่บนใบหน้าของโดเกบิ ดวงดาวที่กำลังกระพริบลอยอยู่เหนือศีรษะของโดเกบิ

ผมสามารถนับจำนวนของมันได้ หนึ่ง สอง สาม ยี่สิบ ยี่สิบเอ็ด รวมทั้งสิ้น 21 ดวงในคราวเดียว ผมคงจะมีความสุขมาก

[สำหรับคน 21 คนที่สามารถเชื่อมต่อกับช่องทางของข้าได้ ฮ่าฮ่า ไม่ใช่ว่ามันเยี่ยมไปเลยเหรอ? โฮ่ ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของพวกท่าน เหล่ากลุ่มดาว ฮ่าฮ่า ทุกคน! พวกเจ้าแสดงคุณค่าของตัวเองออกมาได้ดีใช่ไหม?]

จำนวนของดาวหมายถึงจำนวนของกลุ่มดาวที่เชื่อมต่อกับช่องทาง

21 ดวงไม่ได้มาก แต่มันก็เป็นตัวเลขแปลกๆ สำหรับโดเกบิเริ่มต้น

[จำนวนของผู้รอดชีวิตค่อนข้างสูงนะ? สหายในขบวนข้างๆ ก็เป็นคนบ้าๆ บอๆ อยู่ด้วย มันดูเหมือนว่าวันนี้จะมีเรื่องที่น่าสนใจมาก]

โดเกบิจัดการกับบางสิ่งในอากาศ ครู่ต่อมา รายชื่อของผู้รอดชีวิตก็โผล่ขึ้น

[ผู้รอดชีวิตจากรถไฟ 3434 ไปยังพุลควาง ขบวน 3807: คิมทกจา ลีฮุนซึง ฮันมยอนโก และลีกิลยัง จำนวนผู้รอดชีวิตทั้งหมด 5 คน]

ห้าคน มันมากกว่าที่ผมคิดไว้ในตอนแรก ผมมองหน้าของผู้รอดชีวิตไปทีละคน

ลีฮุนซึงมีร่างกายที่ดีและทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นมันจึงเป็นดังคาดที่เขาจะรอดชีวิต นอกจากนี้ผมยังได้คาดไว้ว่ายูซานอาก็คงจะมีดีอยู่ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ลีกิลยัง ถ้าผมเดาถูก ‘ลีกิลยัง’ คงเป็นชื่อของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม ของเหลวจากตั๊กแตนที่ถูกบดยังอยู่ในมือของเด็กหนุ่ม มันเป็นตั้งแตนที่ผมยัดให้

เด็กหนุ่มกำลังมองไปยังมารดาที่ไร้ศีรษะของตน แม่ของเขาได้ทิ้งเขาไปเพื่อเข้าร่วมการสังหารคุณยาย เด็กหนุ่มได้เฝ้าดูเรื่องทั้งหมดนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ

ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะแตะไหล่ของเด็กน้อย มันไม่ใช่ความเห็นอกเห็นใจอันโง่เขลา เพื่อให้ง่ายขึ้น นี่คือ

ใช่แล้ว การเสแสร้ง

“เด็กน้อย”

เด็กหนุ่มค่อยหันศีรษะมาและในดวงตาของเขา ผมสามารถเห็นความกลัวตายที่เขาพบเป็นครั้งแรกในชีวิตได้

สัญชาตญาณที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กคนนี้ไม่ได้เสียใจต่อความตายของมารดา เขาแค่หวาดกลัวต่อความตายของตัวเอง มันเป็นธรรมดา เขาคือมนุษย์

“นายต้องการมีชีวิตอยู่ไหม?”

ดวงตาของเด็กหนุ่มสั่นด้วยความกระวนกระวาย ร่างกายของเขาสั่นด้วยแรงที่ไม่อาจต้านทานได้ จากนั้นทีละนิดๆ ศีรษะของเด็กหนุ่มก็เคลื่อนไหว

“งั้นไปด้วยกันเถอะ”

ลีกิลยังขยับช้าๆ และเข้ามาใกล้กับขาของผม ยูซานอาเฝ้ามองดูผมด้วยความรู้สึกที่ประทับใจ ผมทำให้เกิดอีกหนึ่งความเข้าใจผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ในความเป็นจริง มันก็หมายความตามที่เห็น แต่เป้าหมายไม่ใช่ยูซานอา

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มดาวประทับใจกับการกระทำที่ดีของคุณ]

[กลุ่มดาวมอบการสนับสนุนให้คุณ 200 เหรียญ]

ผมอดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นการกระทำที่ต่ำช้า แต่ผมเองก็อยากรอดชีวิต

เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะตามมา มันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดความสนใจของกลุ่มดาวในตอนนี้

“ก-แกจะปล่อยพวกเราไปแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าแกได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเหรอ?”

ฮันมยอนโกในเสื้อเชิ้ตที่ฉีกขาดตะโกนออกมาจากระยะห่างออกไป 6 ก้าว หัวหน้าแผนกฮันมยอนโก เขาเป็นมนุษย์ที่โชคดีจริงๆ

แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ ทำไมฮันมยอนโกถึงขึ้นรถไฟใต้ดินในเมื่อเขามีเงินมากมายขนาดนั้น? นี่คือชายที่อวดเมอร์เซเดสเบนซ์ S class เมื่อไม่นานมานี้เอง

[หืมมม ปล่อย? เจ้าไม่เห็นข้างนอกนี้เหรอ? เจ้าต้องการออกไปจริงๆ เหรอ?]

โดเกบิหัวเราะเบาๆ

[มันช่างน่าชื่นชมซะจริง ในความเป็นจริง ข้าไม่คิดว่าจะมีคนจากขบวนนี้ผ่านมาได้ขนาดนี้ แต่พวกเจ้าก็ผ่านสถานการณ์แรกมาได้ นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าแมลงก็สมควรที่จะอยู่รอดได้]

คำพูดของมันทำให้พวกเราตระหนักได้ถึงตำแหน่งของตัวเอง บางทีพวกเราคงจะเป็นเหมือนกับตั๊กแตนในสายตาของมัน

[เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ใช่ว่ามันควรจะมีรางวัลสำหรับการเอาชนะความยากลำบากมาเหรอ? ในฐานะรางวัลสำหรับสถานการณ์แรก พวกเจ้าจะมีสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนจาก ‘กลุ่มดาว’ ว้าวว! เอาอย่างนี้เป็นไง? พวกเจ้าไม่ตั้งตารอคอยมันหน่อยเหรอ? หืม พวกเจ้าไม่กระตือรือร้นกันซะเลย นี่คือเรื่องใหญ่จริงๆ]

ปฏิกิริยาเป็นไปตามธรรมชาติ มีแค่ผมที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้เท่านั้นที่รู้ว่า ‘กลุ่มดาว’ หรือ ‘การสนับสนุน’ คืออะไร

การสนับสนุนของกลุ่มดาว ความหมายก็ชัดเจน หนึ่งในเหตุการณ์หลักของหนทางเอาชีวิตรอด ‘การเลือกผู้สนับสนุน’ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

[หืม ทุกๆ คนดูสับสนนะ ข้าจะอธิบายให้ฟังง่ายๆ ในตอนนี้ พวกเจ้าอ่อนแอมาก ถ้าพวกเจ้าถูกโยนเข้าไปในสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น พวกเจ้าจะถูกสังหารเมื่อพวกเจ้าพบกับหนูดินที่อ่อนแอ นับประสาอะไรกับ ‘มัน’ แต่ด้วยความเมตตา มีผู้ยิ่งใหญ่บางคนในจักรวาลที่สงสารพวกเจ้าและต้องที่จะสนับสนุนพวกเจ้า พวกเจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้ากำลังพูดไหม?]

ในที่สุดลีฮุนซึงก็ไม่สามารถทนต่อมันได้อีกและอ้าปากของเขา

“แกกำลังพูดอะไร? ใครเป็นคนสนับสนุนใคร”

[หืม คำพูดของข้าเพิ่งเข้าไปในหูสกปรกๆ สินะ ไม่ใช่ว่ามันมีคำพูดเก่าๆ อยู่ในเกาหลีใต้คำหนึ่งเหรอ? การได้เห็นสักครั้งย่อมดีกว่าการได้ฟังนับร้อยครั้ง ดังนั้นสัมผัสมันตรงๆ เลยละกัน อืม คนที่โชคไม่ดีก็อาจจะไม่ได้รับโอกาสนะ ฮ่าฮ่าฮ่า!]

ผมเครียด จากนี้เป็นต้นไป การเลือกที่ดีที่นี่จะทำให้การเอาชีวิตรอดในอนาคตของผมง่ายขึ้น

“ทกจา? จู่ๆ ก็มีสองตัวเลือกแปลกๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน”

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”

นี่เป็นการโกหกโดยธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย ถึงอย่างนั้น มันก็ยังมีอยู่สองตัวเลือก ยูซานอาโชคดีมาก

“ทำตัวสบายๆ คิดว่ามันเป็นการทดสอบความถนัดละกัน”

“ทดสอบความถนัด”

“ไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ทำไมไม่ทำมันสบายๆ ล่ะ?”

“อา ฉันเข้าใจแล้ว”

ยูซานอาปิดปากและเริ่มจ้องมองไปในอากาศ มันเป็นการแสดงออกที่ลึกซึ้ง ราวกับว่าเธอกำลังพบสิ่งที่อยากรู้อยากเห็น

คนอื่นๆ ก็เงียบไป ทุกๆ คนกำลังอ่านตัวเลือกตรงหน้าของพวกเขา ผมเองก็มีตัวเลือกของตัวเองที่ต้องดู

[การเลือกผู้สนับสนุน]

– โปรดเลือกผู้สนับสนุนของคุณ

– การเลือกผู้สนับสนุนของคุณจะกลายเป็นผู้สนับสนุนความแข็งแกร่งของคุณ

มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ นักเขียนลับ และนักโทษแห่งรัดเกล้าทองคำ

ตัวเลือกทั้งสี่เหมือนดั่งปริศนามันหมายความว่ามีกลุ่มดาวสี่กลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนผมให้กลายเป็นอวตารของพวกมัน

สี่ตัวเลือกไม่ได้น้อยเมื่อเทียบกับตัวหลักของหนทางเอาชีวิตรอดที่ได้รับมาห้าตัวเลือกในครั้งแรก

กลุ่มดาวไม่เคยเปิดเผยชื่อจริงของมัน ดังนั้นอวตารทั้งหมดจะต้องอนุมานลักษณะของกลุ่มดาวจากคำต่างๆ เช่น ‘อเวจี’ ‘ปีศาจ’ และ ‘สวน’

แน่นอนว่าปริศนาเหล่านี้ไม่นับว่าเป็นอะไรสำหรับผม ผู้อ่านเพียงคนเดียวของหนทางเอาชีวิตรอด

มาดูกัน

อันแรก ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’

ตามความทรงจำของผม กลุ่มดาวนี้มีเอกลักษณ์คือความทรงพลังที่นำกลุ่มดาวซึ่งชื่อว่าเมฆาทมิฬ ผมลืมชื่อจริงของมันไปแล้ว แต่ผมจำได้ว่าชื่อมันยาวมากๆ

ข้อได้เปรียบของกลุ่มดาวนี้คือผู้ทำสัญญาจะได้รับพลังโจมตีที่แข็งแกร่งมากๆ ในช่วงเริ่มต้นเมื่อ STA และ STR จำเป็นมากๆ มันจึงไม่มีกลุ่มดาวไหนที่แข็งแกร่งไปกว่ามังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ

แน่นอนว่ามันถูกจำกัดไว้ที่เริ่มต้น เมื่อพลังแห่งกลุ่มดาวนี้ถูกใช้บ่อยๆ จิตใจจะได้รับความเสียหายและอวตารจะกลายเป็นฆาตกรผู้บ้าคลั่ง

กลุ่มดาวนี้มักจะสนับสนุนเหล่าคนที่มีแอตทริบิวต์ ‘จูนิเบียว’ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันจึงเลือกผม ผมรู้สึกไม่สบายใจและผลักไสกลุ่มดาวนี้ออกไป

อันที่สอง ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ

ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะเห็นตัวเลือกนี้จริงๆ ยังไงก็ตาม อารมณ์อันรุนแรงที่ผมรู้สึกนั้นก็มากมายมหาศาล

ในแวบแรก ชื่อของผมเอ่อล้นไปด้วยความชั่วร้าย แต่นี่คือกับดักสำหรับพวกคนชั่วจริงๆ คำว่า ‘ปีศาจ’ ไม่ได้หมายความถึง ‘ปีศาจจริงๆ’ ส่วนคำว่า ‘เปลวเพลิง’ และ ‘พิพากษา’ เป็นคำที่ถูกเพิ่มเข้าไป

มันไม่ใช่การกลายเป็นปีศาจและผู้ที่พิพากษาสิ่งต่างๆ ผ่านเปลวเพลิง กลับกัน เจ้านายแห่งกลุ่มดาวนี้คือเทพธิดา

ถ้าผมจำไม่ผิด มันคือประมุขทูตสวรรค์ยูเรียล ในความเป็นจริง ผมจำเรื่องนี้ได้เพราะมีคนในนิยายเลือกกลุ่มดาวนี้เป็นผู้สนับสนุน

มันเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างดี เก็บไว้คิดก่อนละกัน กลุ่มดาว ‘แห่งความดี’ ได้กำหนดข้อจำกัดที่น่าขันถ้าคุณต้องการใช้พลังอันมหาศาลของมัน

อันที่สาม นักเขียนลับ มันเป็นครั้งแรกที่ผม ผู้อ่านเพียงคนเดียวของหนทางเอาชีวิตรอด ได้เห็นตัวเลือกนี้

ชื่อนี้อาจจะถูกพูดถึงแบบผ่านๆ แต่ผมก็ยังไม่รู้อะไรในตอนนี้ ถ้าผมได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดละเอียดยิ่งขึ้น ผมอาจจะเข้าใจมันมากขึ้น

แต่ผมมั่นใจว่าเจ้าของของกลุ่มดาวนี้ย่อมไม่ใช่ตัวตนที่แข็งแกร่งแน่ๆ นอกเหนือจากส่วนขยายของคำที่ชัดเจน มันก็ไม่มีคำนามที่จับต้องได้อยู่เลย

นักเขียนลับ มันเรียบง่ายเกินไปสำหรับกลุ่มดาว เก็บมันไว้คิดอีกอันก็แล้วกัน

สุดท้าย นักโทษแห่งรัดเกล้าทองคำ

หัวใจของผมกระตุกเมื่อผมเห็นตัวเลือกที่สี่ ผมไม่คาดคิดว่ากลุ่มดาวนี้จะมาเร็วขนาดนี้ ผมสงสัยในสายตาตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่มันก็เป็น ‘นักโทษแห่งรัดเกล้าทองคำ’ ไม่ผิดแน่

ในแวบแรก ชื่อนี้ให้ความรู้สึกด้านลบเนื่องจากคำว่า ‘นักโทษ’ แต่คุณต้องให้ความสนใจกับคำว่า ‘รัดเกล้าทองคำ’

รัดเกล้าทองคำ คุกที่เล็กที่สุดในโลก

มันเป็นคำใบ้ที่ทุกๆ คนสามารถจดจำได้ถ้าพวกเขาชอบอ่านไซอิ๋วในวัยเด็ก มันมีนักโทษเพียงคนเดียวที่ถูกจับด้วยรัดเกล้าทองคำในการเดินทางจากตะวันออกไปตะวันตก

นายเหนือแห่งเขาไม้ผล ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในความทุกข์ทรมานจากก็ถูกจองจำบนศีรษะของเขา ราชาวานรผู้หล่อเหลาที่มี ‘สายตามองทะลุสรรพสิ่ง’

ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน ซุนหงอคง

ในบรรดาตัวละครที่ปรากฏในนิยาย มีคนๆ หนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนโดยซุนหงอคง

พลังมหัศจรรย์นี้สามารถกวาดอวตารนับร้อยและสังหารผ่านการโจมตีด้วยสายฟ้าฟาดเพียงครั้งเดียว

ผู้เขียนได้อธิบายถึงส่วนนี้ไว้ด้วยพลังงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นความทรงจำของผมเกี่ยวกับมันจึงยังชัดเจน

ผมไม่รู้ว่าทำไมกลุ่มดาวอันทรงพลังเช่นนี้ถึงได้แสดงความสนใจต่อผม แต่ถ้าผลกลายเป็นอวตารของซุนหงอคง ผมก็คงจะสามารถเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่นี้ได้ง่ายดายยิ่งกว่าคนอื่นๆ มาก

แต่

ผมรีบมองไปยังประตูที่เชื่อมต่อกับขบวนตรงหน้า ไกลจากประตูนั้น ‘เขา’ กำลังมองไปที่หน้าจอตัวเลือกเช่นผม

ถ้าผมเลือกซุนหงอคง ผมจะสามารถเอาชนะเขาได้ไหม?

[เหลือเวลาอีก 1 นาทีในการเลือกผู้สนับสนุน]

เวลากำลังจะหมดลง ผมหายใจเข้าเบาๆ และมองผ่านตัวเลือกของผม ความกังวลของผมกินเวลาอยู่ไม่นาน

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint