0 Views

ตอนที่ 58 – มุมมองบุคคลที่หนึ่งของตัวเอก (5)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 129 แล้ว >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

นักเขียน มันเป็นหนึ่งในไม่กี่อาชีพในหนทางเอาชีวิตรอดที่สามารถให้ความสามารถอวตารได้

ปาฏิหาริย์อันแปลกประหลาดของเขาได้อธิบายว่าเขาคือนักเขียน

ริมฝีปากของอัครสาวกที่หนึ่งบิดเบี้ยวไป

“นักเขียน… นายหมายถึงผู้สร้างหนังสือแห่งการเปิดเผยอย่างงั้นเหรอ? นายรู้ไง ใช่แล้ว ฉันเขียนหนังสือแห่งการเปิดเผยขึ้นมา”

ผมไม่ได้หมายความแบบนี้ แต่ไอ้บ้านี่กลับพูดเรื่องไร้สาระออกมา สำหรับผม มันเป็นความจริงที่เป็นไปไม่ได้ ผมมองไปยังยูจงฮยอค

[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าถูกเปิดใช้งาน]

[ตัวละครยูจงฮยอคกำลังใช้จับเท็จ LV.6]

ผมรู้ เขาเป็นไอ้บัดซบที่รอบคอบ ผมถามอีกครั้ง “นายเขียนหนังสือแห่งการเปิดเผยงั้นเหรอ?”

“ใช่ ในเวลาเดียวกัน ฉันก็เป็นเจ้าของเพียงหนึ่งเดียวของหนังสือแห่งการเปิดเผย”

เสียงหัวเราะอันมั่นใจดังออกมา จริงดิ? มาลองดูกันหน่อย

[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ ใช้ ‘จับเท็จ LV.6’]

[ตัวละครยูจงฮยอคยืนยันว่าคำพูดนั้นเป็นความจริง]

…อะไรนะ? ชายคนนี้กำลังพูดความจริงงั้นเหรอ? ผมตื่นตระหนกขึ้นมาในทันใด และความคิดในหัวก็ตีกันมั่วไปหมด มันเป็นไปไม่ได้ไม่ว่าผมจะคิดยังไง

ผมซ่อนความสับสนเอาไว้และถามอีกครั้ง “‘การเปิดเผย’ ที่นายพูดถึง จริงๆ คืออะไรกันแน่?”

“นายจะถามทำไมในเมื่อนายรู้อยู่แล้ว? มหากาพย์อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอนาคต”

[ตัวละครยูจงฮยอคยืนยันว่าคำพูดนั้นเป็นความจริง]

…แปลก มันมีความจริงบางอย่างเกี่ยวกับมันเหรอ?

“ตอนนี้ถึงตานายแล้ว นายรู้แผนการของฉันและเหล่าอัครสาวกได้ยังไง? นายเองก็เป็นอัครสาวกงั้นเหรอ?”

“นายเขียนหนังสือแห่งการเปิดเผยเองไม่ใช่เหรอ? งั้นนายก็ควรรู้สิ?”

“มันสนุกตรงไหนที่จะเป็นผู้สร้างที่รอบรู้?”

เขาหัวเราะคิกคักเหมือนกับตัวร้ายในขณะที่ผมกู้ความใจเย็นกลับคืนมา ไม่ว่าผมจะมองยังไง เขาก็ไม่ใช่คนเขียนหนทางเอาชีวิตรอด

ถ้าเขาเป็นผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอดจริงๆ มันก็ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ว่าเขาส่งไฟล์มาให้ผม

“อย่างไรก็ตาม มันน่าสนใจจริงๆ ฉันคิดว่าผู้หญิงในเรือนจำซอแดมุนจะเป็นอัครสาวกคนสุดท้าย แต่ผู้ชายอย่างนายกลับกำลังซ่อนตัวอยู่…”

“…เรือนจำซอแดมุน?”

“หืม นายไม่รู้เหรอ? มาแลกเปลี่ยนกัน เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของนายออกมา แล้วฉันจะให้ข้อมูลบางอย่าง”

“ลองดูสิ? ฉันไม่คิดว่านายจะมีข้อมูลที่ฉันต้องการนะ”

“นายอาจจะทรงพลัง แต่นี่ก็ไม่ใช่ร่างจริงของฉัน นายโชคดีอยู่หน่อยๆ นะ…”

“ฉันรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอนาคต”

ผมจงใจขัดจังหวะของเขา ในตอนนี้มันเป็นเวลาที่จะโรยเครื่องเทศให้ยูจงฮยอคสักหน่อยแล้ว

“เหรอ ฉันรู้มากกว่านายอีก”

[ตัวละครยูจงฮยอคยืนยันว่าคำพูดของคุณเป็นความจริง]

การแสดงออกของอัครสาวกที่หนึ่งแข็งทื่อ

“นายเห่าอะไรไร้สาระ ฉันรู้มากกว่านาย…”

ในเวลานั้นเองก็มีบางสิ่งเปล่งประกายขึ้นในดวงตาของเขา

“เดี๋ยวนะ หรือว่า?”

ในเวลาที่เขาตระหนักได้ถึงบางสิ่ง ผมเองก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเหมือนกัน ชายคนนี้ มันเป็น ‘เขา’ รึเปล่า? ในตอนนี้ มันมีความจริงที่ผมรู้อยู่ห้าข้อ

ประการแรก เขาได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดมา ประการที่สอง อาชีพของเขาคือ ‘นักเขียน’ ประการที่สาม เขาไม่ใช่คนเขียนหนทางเอาชีวิตรอด ประการที่สี่ เขาเขียน ‘เนื้อหา’ ที่พูดถึงอนาคต ประกายที่ห้า ความรู้ของเขา ‘มีส่วน’ ที่แม่นยำอยู่บ้าง

ผมอ่านหนทางเอาชีวิตรอดไป 3,149 ตอน

เท่าที่ผมรู้ หนทางเอาชีวิตรอดไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร และไม่ได้มีเวอร์ชั่นละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าเขาคือคนที่ผมคิด… มันก็เข้าใจได้ว่าชายคนนี้ได้อ่านเวอร์ชั่น ‘ไฟล์’ และรู้เกี่ยวกับหนทางเอาชีวิตรอดเยอะเลย

ผมเปิดปาก

“นายชอบก็อปงานคนอื่นงั้นเหรอ?”

“อ-อะไรนะ?”

ดวงตาของเขาสั่นคลอน ไม่ต้องสงสัยเลย อัครสาวกที่หนึ่งคือเขา

“ฉันไม่คิดว่านายจะมีชีวิตอยู่แบบนี้เลย การเปิดเผย… นายต้องการใช้ชีวิตแบบนี้งั้นเหรอ? เขี้ยวของฉันเริ่มบดเข้าหากันแล้วเมื่อฉันคิดถึงการที่นายอ้างว่าเป็นผู้สร้างหนังสือแห่งการเปิดเผย”

“อะไรนะ…?”

“มันค่อนข้างแปลก ข้อมูลที่นายมีนั้นแค่นิดเดียว”

ชายคนนี้หน้าซีด

“ไม่ใช่ว่ามันถึงเวลาที่จะหยุดแสดงแบบนี้แล้วเหรอ? นายยังคงทำมันอีกเหรอแม้ว่าโลกจะกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว?”

“ยูจงฮยอค!”

ชายคนนี้รีบมองไปยังยูจงฮยอค

“ยูจงฮยอค! ร่วมมือกับฉัน!”

เขามันโง่

“อย่างที่ฉันพูด ฉันรู้จักการเปิดเผยทั้งหมด มีเพียงแค่ฉันเท่านั้นที่พานายไปถึงปลายทางของโลกใบนี้ได้!”

[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้า LV.2 ถูกเปิดใช้งาน]

[เนื่องจากความเหนื่อยล้าสูง คุณไม่สามารถเปิดใช้งานมุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้นที่สองได้]

บัดซบ ตอนนี้เหรอ?

“คิดให้ดี! นายไม่สามารถผ่านสถานการณ์ที่ 46 เพียงคนเดียวได้ นายต้องจับมือกับฉันเพื่อเอาชนะแอนนา คลอฟฟ์ และซาราธุสตรา”

ไอ้บ้านี่กำลังพูดเหมือนที่ผมเคยพูด ยูจงฮยอคส่ายหัว

“ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องการเปิดเผย”

“มันเหมือนกับคำทำนาย! นายไม่เห็นแอตทริบิวต์ของฉันเหรอ? มันก็บอกอยู่ว่าฉันเป็น ‘คนสุดท้าย’!”

[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ ใช้เนตรแห่งปราชญ์ LV.8!]

ผมเองก็เปิดใช้งานสกิล

[ข้อมูลของบุคคลนี้ไม่สามารถอ่านได้ใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]’

[บุคคลนี้ไม่ได้ลงทะเบียนใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]’

บัดซบ ผมไม่เห็นอะไรเลย ยูจงฮยอคยืนยันบางสิ่งด้วยเนตรแห่งปราชญ์และมองมาที่ผม ศีรษะที่ถูกตัดขาดยังคงพูดต่อไป

“ฆ่าเขาซะ! นายน่าจะรู้นะว่าเขามันคนอันตราย เขาแสร้งเป็นนายและจะทำให้นายเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงในอนาคต ถ้านายปล่อยเขาไป เขาอาจจะทำให้เกิดผลกระทบอันรุนแรงและทำลายแผนการทั้งหมดของนายได้!”

ผมโกรธมาก ไอ้ระยำนี่อยากจะตายไปพร้อมกับผมงั้นเหรอ?

“…มันไม่เหมือนกับนายเหรอ?”

“ฉันแตกต่าง! ยูจงฮยอค ร่วมมือกับฉัน ให้ฉันสาบานหรืออะไรก็ได้! ฉันจะไม่ทรยศนาย!”

เขาพูดออกมาอย่างรุนแรง ยูจงฮยอคดูสถานการณ์และพูด

“ฉันเข้าใจ ร่วมมือ…”

ชีวิตเริ่มคืบคลานเข้าไปในดวงตาของยูจงฮยอคในขณะที่เขามองมาที่ผม การที่ผมไม่อาจอ่านใจเขาได้ ทำให้ผมกำลังจะเป็นบ้า ยูจงฮยอคค่อยๆ ขยับดาบมาทางผม แรงผลักดันของอัครสาวกที่หนึ่งสูงขึ้นเมื่อเขาตะโกนออกมา

“ไปฆ่ามันไป! ฆ่ามัน!”

“คนหนึ่งคือผู้เผยพระวจนะ และอีกคนคือผู้เปิดเผย…”

“ฆ่ามันสิ!”

ปัง! ยูจงฮยอคเหยียบหัวของอัครสาวก

“อั๊ค… อะไรเนี่ย?”

“ถ้านายรู้อนาคตจริง ฉันขอถามสักข้อ”

“อะไร?”

ดาบขยับมาที่ลำคอของผม ‘หนึ่งดาบ’ ที่ผมมีประสบการณ์ผ่านยูจงฮยอคกำลังมุ่งหน้ามาหาผมในตอนนี้ ผมรู้สึกเจ็บหน่อยๆ และมีอะไรบางอย่างที่อุ่นๆ ไหลลงมาจากคอของผม

“เฮ้! นายกำลังทำอะไรน่ะ?”

จางฮีวอนประหลาดใจและวิ่งมาทางนี้ ผมยกมือขึ้นและยับยั้งเธอไว้ ผมประหม่า แต่มันก็ไม่ดีที่จะกระตุ้นยูจงฮยอคที่นี่

ยูจงฮยอคถามอัครสาวกที่หนึ่ง

“ฉันจะถามนาย ฉันจะฆ่าชายคนนี้ตอนนี้หรือไม่?”

“อะไรนะ?”

“ถ้านายได้รับการเปิดเผยอนาคตจริงๆ นายก็จะรู้ตัวเลือกของฉัน”

…ไอ้บัดซบนี่นิสัยไม่ดี เขากำลังทำแบบนี้อีกแล้ว?

ใบหน้าของอัครสาวกที่หนึ่งดูเจ็บปวด บางทีผมอาจจะเป็นเหมือนเมื่อตอนเหตุการณ์นั้น น่าแปลก คำตอบกลับออกมาอย่างรวดเร็ว

“แน่นอนว่านายจะฆ่าเขา! นายต้องทำมัน!”

มันเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า ใบหน้าของเขามั่นใจมากว่ายูจงฮยอคคงจะทำแบบนั้น

“เอาสิ ฆ่ามันเลย! และ…!”

ดาบเคลื่อนตัว แต่สิ่งที่ตามมาไม่ใช่เสียงของเนื้อหนังที่ถูกตัด

ปัง!

หัวของอัครสาวกที่หนึ่งระเบิดออกมาในขณะที่มันถูกเหยียบ

คนๆ นี้คงจะไม่ตายเพราะมันเป็นแค่อวตาร แต่เขาก็คงจะได้รับความเสียหายทางจิตใจเป็นอย่างมาก

ดาบของยูจงฮยอคถูกเก็บไปในไม่ช้า

“มันก็แค่ไอ้สวะปากมาก”

ผมตกใจเล็กน้อย ยูจงฮยอคเลือกปล่อยผมไป? ผมรู้สึกสั่นเล็กน้อย ผมไม่แน่ใจ…

ยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมสักพักก่อนที่จะเดินออกไป

“เฮ้! นายกำลังจะไปไหน?”

ไอ้บ้านี่ เขาต้องคิดว่าตัวเองเจ๋งมากๆ แน่

…พูดตามตรง เขาก็เจ๋งอยู่หน่อยๆ นะ

“เดี๋ยวก่อน! นายกำลังจะจากไปพร้อมกับลีจีฮเยใช่ไหม?”

“เนื่องจากอนาคตเปลี่ยนไปแล้ว แผนเองก็ต้องเปลี่ยนด้วย”

“ทำไมนายไม่สู้ร่วมกันกับฉัน? ฉันสามารถช่วยนายได้”

ยูจงฮยอคหันมาหาผม ผมหดตัวให้กับสายตาของเขาโดยอัตโนมัติ

“หนี้ถูกชดใช้หมดแล้ว ความปรานีสุดท้ายของฉันคือก็ไม่แย่งธงของนายมา”

ไอ้ระยำนี่? แต่ผมก็ไม่อาจถอยไปแบบนี้ได้

“ยังไงก็เถอะ นายไม่สามารถออกไปจากสถานีได้เว้นเสียแต่ว่าฉันจะลบนายออกไปจากกลุ่ม นายอยากเจอการลงโทษงั้นเหรอ?”

ยูจงฮยอคค่อยๆ เอื้อมมือไปยังด้ามดาบของเขา ผมรีบเสริม

“ฉันรู้ว่านายวางแผนอะไรอยู่ ไม่ใช่ว่านายกำลังจะไปที่จุงกูเหรอ? มันคือเป้าหมายของนายในการทำธงดำด้วยการเดินบนเส้นทางแห่งราชา ฉันจะช่วยนายเอง”

“ตอนนี้ฉันอยากจะชิงธงของนายมามากกว่านะ”

“งั้นก็ลองดูสิ ดาบของนายหรือนิ้วของฉัน อะไรจะเร็วกว่ากัน?”

มันเป็นการเดิมพัน ยูจงฮยอคจะสามารถแทงคอของผมได้ก่อนที่ผลของการลงโทษจะปรากฏขึ้นหรือไม่

“นายไม่จำเป็นต้องไปยังจุงกู ไปทางเหนือ ดินแดนของราชาทรราชจะเป็นของนาย และมันจะทำให้นายได้ธงที่ยิ่งใหญ่ เอาธงไปและกำจัดศัตรู ไม่ใช่ว่ามันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเหรอ?”

“ฉันทำเองได้”

“มันเหลือเวลาอีกแค่ 48 ชั่วโมง นายจะยึดครองได้ 20 สถานี และทำธงดำได้ทันเหรอ?”

มือของยูจงฮยอคลังเล เขาถูกจับได้

“นอกจากนี้… ไม่ใช่ว่านายก็มีเหตุผลที่ต้องไปยังทิศเหนือเหรอ? นายคงจะไม่ทิ้งสมาชิกในครอบครัวของนายไว้ในเวลาแบบนี้หรอกนะ?”

“…แก”

“เย็นไว้ ฉันพูดเพราะปรารถนาดี ฉันจะช่วยนายจริงๆ”

ดวงตาที่โกรธเกรี้ยวของยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมสักพัก บรรยากาศตึงเครียด จิตสังหารของเขาหายไปในไม่ช้า

“ไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาฟรีๆ เงื่อนไขของนายคืออะไร?”

ตามที่คาดไว้ ผู้เสื่อมถอยสังเกตเห็นไวจริงๆ ผมพูดด้วยรอยยิ้ม “ง่ายๆ แค่บอกให้ฉันรู้สักอย่าง เงื่อนไขของฉันง่ายมาก”

“อะไร?”

“ชายที่นายเพิ่งเหยียบไป แอตทริบิวต์ของเขาคืออะไร? คนที่ออกไปคนสุดท้าย หรือว่าอะไร?”

หลังจากนั้นสักพัก อยู่จงฮยอคก็เปิดปาก

***

สิบนาทีต่อมา ผมก็เรียกจางมินซอบและลีซงกุกเข้ามา มันเป็นเรื่องแยกต่างหากสำหรับพวกเขาสองคน ก่อนที่ผมจะทันได้พูด จางมินซอบก็ถามผมก่อน

“สุดท้ายแล้ว ชายคนนั้นเป็นใครกัน?”

ผมลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะถาม

“พวกนายรู้จักนิยายเรื่อง ‘ผู้เสื่อมถอยไม่จำกัดระดับ SSSSS ‘ ไหม?”

“อ๊า ฉันเคยอ่าน!”

ลีซงกุกยกมือขึ้น

“ไม่ใช่ว่ามันเป็นนิยายแพลตตินัมหมายเลขหนึ่งในเท็กป่ายเหรอ? มันสนุกมากจริงๆ…”

“อ่า ใช่แล้ว ฉันลืมไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็คุ้นๆ มันจบยังไงเหรอ?”

พวกเขาสองคนเริ่มพูดคุยกันเสียงดังในขณะที่ความทรงจำโผล่ขึ้นมา อย่างที่คิดไว้ คนพวกนี้ต้องสนใจในนิยายบนเว็บไซต์แน่ๆ ถ้าพวกเขาเคยอ่านหนทางเอาชีวิตรอดมา

“มันมีองค์ประกอบอยู่ทุกรูปแบบ แต่… มันก็ยังสนุกอยู่”

อันที่จริงผมก็เคยอ่านนิยายเรื่องนั้น ผมกำลังอ่านหนทางเอาชีวิตรอดอยู่และบังเอิญกดไปโดนมันเนื่องจากมันอยู่ในลิสต์ ‘ยอดเยี่ยมที่สุดของวันนี้’ จากนั้นผมก็ต้องประหลาดใจที่ได้เห็นพัฒนาการและแนวทางของนิยาย

– ผู้เสื่อมถอยโรคจิตไม่จำกัด

– ผู้สนับสนุนจากสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ

– ระบบถ่ายทอดสด

– เกมเอาชีวิตรอดที่มีภารกิจบ้าบอคอแตก

อันที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็เป็นรูปแบบทั่วไป ปัญหาก็คือรายละเอียดและวิถีทางของพวกมันนั้นถูกเอามายำรวมกัน ผมได้แสดงความคิดเห็นทิ้งไว้ในทันทีที่ผมอ่านมัน

– ไม่ใช่ว่ามันลอกมาจากหนทางเอาชีวิตรอดเหรอ?

ผมจำได้ แทนที่จะเป็นการโต้แย้งเรื่องคัดลอกผลงาน ผมถูกวิจารณ์ว่านำมันไปเปรียบเทียบกับนิยายแย่ๆ

ผมยังได้รับข้อความมาจากผู้อ่านเรื่องนั้นด้วย

– นี่มันธุระกงการอะไรของนายกัน? หยุดก่อความวุ่นวายได้แล้ว ㅉ ㅉ

ผมโมโหและส่งข้อความไปยังผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอด จากนั้นผู้เขียนก็พูดอะไรบางอย่าง เขาอารมณ์ดีขึ้นเพราะจำนวนวิวเพิ่มขึ้น ผมน้ำตาไหลเพราะผมคิดว่าผู้เขียนช่างน่าสงสารจริงๆ

ลีซงกุกถาม “แต่ทำไมนายถึงพูดถึงนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเหรอ?”

“อัครสาวกที่หนึ่งคือคนเขียนเรื่องนั้น”

“ฮะ? เป็นไปไม่ได้”

ผู้เขียนคงจะรู้จักหนทางเอาชีวิตรอด

ในตอนนี้ที่โลกนี้ได้กลายเป็นนิยาย ผู้เขียนที่ลอกนิยายไปก็สามารถเรียกร้องสิทธิ์ในโลกใบนี้ได้ นอกจากนี้เขายังได้เพิ่มสิ่งที่ไร้สาระอย่าง ‘การเปิดเผย’ เข้าไป

หลังจากฟังคำอธิบายไป จางมินซอบก็เข้าใจและทำหน้าตกตะลึงออกมา

“มันเป็นนิยายลอกเลียนแบบเหรอ?”

“ใช่”

“เมื่อมาคิดดูแล้ว นิยายก็คล้ายๆ กัน… ฉันจำไม่ค่อยได้เท่าไรเพราะมันเก่า… ทำไมนิยายเรื่องนั้นไม่โผล่ขึ้นมาในหัวของฉันก่อนนะ? มันมีชื่อเสียงเยอะกว่าอีก”

“มันเป็นเพราะแอตทริบิวต์รึเปล่า? เฉพาะส่วนที่พวกเราอ่านที่โผล่ขึ้นมา ส่วน ‘SS’ เองก็สับสนด้วยเพราะมันมีนิยายหลายเรื่องที่มีของพวกนั้น”

“งั้นเหรอ? อย่างนั้นอัครสาวกที่หนึ่งก็เป็นพวกขี้ก็อปน่ะสิ? งั้นเขาก็มีไฟล์นิยาย…”

ผมพยักหน้าและพูด

“บางทีเขาอาจจะมีไฟล์งานก็อปของเขา เขาคัดลอกต้นฉบับมา ดังนั้นเขาก็สามารถเห็นอนาคนของโลกนี้ได้ในระดับหนึ่ง”

มันเจ็บปวดเมื่อคิดว่าพวกขี้ก็อปนั้นยังคงประสบความสำเร็จแม้จะอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปใบนี้ มันเป็นเวลาที่ต้องทวงความยุติธรรมแล้ว

“งั้นมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะเขาน่ะสิ? ถ้าเขาก็อปต้นฉบับไปจนถึงตอนจบ…”

“มันยังไม่จบ เขาลอกไปแค่ส่วนแรก เขาคงจะหยุดไปตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันคำกล่าวหาเรื่องการคัดลอกในภายหลัง หลังจากผ่านไปสักหน่อย ข้อมูลที่เขารู้ก็คงจะลดลง”

“นายรู้ได้ยังไง?”

“ฉันเพิ่งรู้”

มันเป็นธรรมดา ในตอนหลังๆ ผมเป็นผู้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดเพียงคนเดียว

“ขอโทษนะ ตัวแทนอ่านผลงานต้นฉบับไปไกลแค่ไหนกัน…?”

“ก่อนอื่นเลย มันมีบางสิ่งที่พวกนายต้องทำ พูดชัดๆ มันคือสิ่งที่พวกเราต้องทำด้วยกัน”

ไหล่ของพวกเขาแข็งทื่อ

“นายจะไม่บอกฉันก่อนเหรอ? เกี่ยวกับพวกผู้เผยพระวจนะที่ถูกราชาทรราชโจมตี”

“อ่า… บางทีอาจจะยังมีบางคนถูกเขาใช้งานอยู่”

“จริงเหรอ? งั้นก็คงจะดี”

“หืม?”

มันมีเวลาเหลืออยู่ 48 ชั่วโมง มันยากที่จะทำมันเพียงลำพังถ้าผมต้องการจะล่าราชาทรราช

“ฉันจะรบกวนข้อมูลของคนพวกนี้”

ถ้าราชาทรราชกำลังใช้เหล่าผู้เผยพระวจนะอยู่ ผมก็สามารถฉวยโอกาสจากมันได้

“เผยส่วนหนึ่งของการเปิดเผย”

“ฮะ? ยังไง…?”

พวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังพูด ดังนั้นผมจึงอธิบายอย่างใจดี

“จากนี้ไป พวกเราจะสร้างไฟล์ของผู้เสื่อมถอยไม่จำกัดระดับ SSSSS และแพร่กระจายมันออกไป”

ถ้ามีศัตรูหลายคน คำตอบก็คือการทำให้พวกเขาสู้กันเอง

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint