0 Views

ตอนที่ 56 – มุมมองบุคคลที่หนึ่งของตัวเอก (3)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 120 แล้ว >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ปรบมือให้กับจิตวิญญาณของคุณ!]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยกย่องความกล้าหาญของคุณ!]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ สงสัยเกี่ยวกับกลยุทธ์ของคุณ]

  • ···

[กลุ่มดาวบางส่วนประทับใจในผลงานของคุณมาก]

[คุณได้รับการสนับสนุน 20,000 เหรียญ]

ผมขมวดคิ้วให้กับข้อความที่ไม่มีอะไรกรองมาเลย ไม่มีใครไม่ชอบคำสรรเสริญ อย่างไรก็ตาม การสรรเสริญหลายสิบอันในครั้งเดียวก็มากเกินไป

บีฮยองไปไหนและทำไมมันถึงไม่จัดการกับข้อความ? อ่า… มันคงจะถูกเรียกตัวไปโดยสำนักผู้ดูแลระบบอยู่

มันไม่มีรางวัลสำหรับสถานการณ์ลับ และโดเกบิระดับกลางก็หายตัวไปโดยไม่พูดอะไร

อย่างไรก็ตาม จำนวนเหรียญที่ได้รับการสนับสนุนทั้งหมดก็คือ 20,000 เหรียญ… ‘ช่องขนาดเล็ก’ แต่ต่างจาก ‘ช่องขนาดใหญ่’ จริงๆ

ผมรีบมองไปยังร่างของมังกรไฟและดึงแกนกลางออกมา

[แกนกลางมังกรไฟระดับ 5]

แกนกลางโอบล้อมด้วยแสงสีแดงอ่อน คุณภาพของแกนกลางที่ได้มาจากภัยพิบัตินั้นไม่ธรรมดาเลย

มันถูกลดพลังลงไป แต่มันก็ยังเป็นมังกร มันมีชิ้นส่วนที่มีประโยชน์อยู่มากมาย ยกตัวอย่างเช่นกระดูกและผิวหนังมันสามารถใช้ได้โดยช่างตีเหล็กเก่งๆ หรือเอาไว้แลกเปลี่ยน

ผมมองลงไปยังร่างของมังกรไฟ ผมจัดการกับภัยพิบัตินี้ได้ แต่ก็ได้มาแค่นี้เท่านั้น…

จากนั้นก็มีความเจ็บปวดอย่างกะทันหันจากแผ่นหลังของผมพร้อมกับน้ำเสียงอันร่าเริง

“ทกจา นายเป็นคนแบบไหนกันเนี่ย?”

ผมหันกลับไปและเห็นจางฮีวอนกำลังยืนอยู่ข้างหลัง

ผมไอออกมา

“…ตอนนี้ร่างกายของฉันอยู่ในสภาพย่ำแย่มากจนฉันอาจจะตายได้จากการตบของเธอเลยนะ”

“นายจะยังมีชีวิตอยู่แม้ว่านายจะถูกฆ่าก็เถอะ”

“มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยหนิ”

ผมคิดว่าจางฮีวอนจะถาม แต่เธอก็ค่อนข้างเงียบ ผมตระหนักได้ว่าเธอคงจะตกใจมากตอนผมตาย

เธอดูเหมือนจะร้องไห้… ไม่สิ จางฮีวอนไม่ได้ร้อง เธอลดเสียงของเธอลงราวกับว่าเธอสัมผัสได้ถึงสมาชิกปาร์ตี้คนอื่น

“…นายรู้เรื่องนี้และลงมือ?”

“ไม่ใช่ทุกอย่าง…”

“ฉันคิดว่านายตายไปแล้วจริงๆ!”

“แต่ฉันก็รอดมาได้”

อีกครั้งหนึ่ง ฝ่ามืออันรุนแรงของเธอตบเข้ากับแผ่นหลังของผม ลีฮุนซึงวิ่งเข้ามาช้าไป

“ทกจา! นายโอเคไหม?”

“อืม ฉันโอเค”

ลีซงกุกและจางมินซอบที่อยู่ไกลออกไปก็เข้ามารวมกับพวกเรา อันที่จริง ผมอยากให้คนพวกนี้ตายอยู่ที่นี่ แต่พวกเขาก็โชคดีจริงๆ อืม พวกเขาอยู่ในกลุ่มของผมอยู่ ดังนั้นผมก็สามารถควบคุมพวกเขาได้ตลอดเวลา แต่…

ความเงียบบังเกิดขึ้นเมื่อทุกคนจ้องมาที่ผม ผมถอนหายใจและกล่าวว่า “…พวกนายค่อยถามกันทีละคน มีคำถามอะไรกันบ้าง?”

จากนั้นคำถามก็เริ่มถาโถมเข้ามา

***

“การฟื้นคืนชีพเป็นสิทธิพิเศษใหม่ที่ฉันได้รับ มันไม่ใช่เพราะผู้สนับสนุนของฉัน”

ผมหลีกเลี่ยงข้อมูลยากๆ และบอกพวกเขาเฉพาะสิ่งที่ผมคิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องรู้ จางฮีวอนพึมพำด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“การฟื้นคืนชีพทุกๆ ครั้งที่นายช่วยคน… ขี้โกงไปหน่อยไหมเนี่ย?”

“มันคือหนึ่งการฟื้นคืนชีพต่อการช่วยหนึ่งร้อยคน แต่มันก็ยังขี้โกงอยู่ดี”

ผมยอมรับมันตรงๆ อย่างไรก็ตาม ราชาผู้ไม่สังหารก็มีจุดอ่อนร้ายแรงอยู่

ตราบใดที่ผมมีแอตทริบิวต์นี้ ผมไม่อาจพรากชีวิตของคนอื่นได้ ‘ตรงๆ’

มันไม่มีปัญหาสำหรับการทำร้าย กดขี่ หรือทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้ แต่เขาไม่อาจฆ่าคนพวกนั้นได้ ราชาผู้ไม่สังหารจะต้องลงจากบัลลังก์ของเขาเมื่อเขาสังหารผู้อื่น

แน่นอน ผมไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ มันคงจะไม่ดีแน่ถ้ามีคนรู้

“นายต้องพยายามช่วยคนให้มากนะในอนาคต”

“ในบางกรณี มันก็มีคนที่จำเป็นต้องฆ่า…”

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการให้เอง”

จางฮีวอนพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ

ในความเป็นจริง ผมสามารถเลือกราชาผู้ไม่สังหารได้อย่างสบายใจเพราะจางฮีวอน มันเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงยกระดับของเธอขึ้นมาตั้งแต่เนิ่นๆ

มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรที่จะเก็บราชาผู้ไม่สังหารไว้จนกระทั่งถึงสถานการณ์ช่วงกลาง แม้ว่ามันอาจจะมีช่วงเวลาที่น่าผิดหวังอยู่บ้างก็เถอะ

เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะมีแอตทริบิวต์ขี้โกงมากขึ้นเรื่อยๆ ผมมีแอตทริบิวต์ที่ดีในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นมันจึงเป็นการยากที่จะพลาดการเปลี่ยนแปลงอะไร

“แต่นี่มันก็เหมือนกับนิยายแฟนตาซีจริงๆ ในตอนนี้นายมีความสามารถอยู่ทุกรูปแบบเลย…”

ลีซงกุก จางมินซอบ และลีฮุนซึงกำลังมองมา ผมจงใจจ้องกลับไปที่พวกเขา มันเป็นคำเตือนเพื่อไม่ให้จางฮีวอนพูดอะไรออกมา

เธอรับรู้และลีซงกุกก็ถาม

“นายรู้สึกยังไงเหรอตอนที่ตาย?”

“…มันแย่สุดๆ ไปเลย”

ผมอยากจะถามว่าทำไมเขาถึงถามแบบนี้ แต่ลีซงกุกก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พูดตามตรงนะ ฉันกลัวนิดหน่อยเมื่อเห็นนายฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง”

“นายกลัวเหรอ?”

“ใช่ พูดตามตรง ร่างทั้งร่างของนายหายไปและได้รับการฟื้นฟู สามัญสำนึกย่อมบอกว่าสิ่งนั้นมันไม่อาจเกิดขึ้นได้ ฉันไม่รู้ว่าหลักการของโลกใบนี้คืออะไร แต่ถ้าการดำรงอยู่ของนายสามารถจำลองออกมาได้ทั้งหมด… นายอาจจะไม่ใช่ ‘การคืนชีพ’ แต่เป็น ‘การโคลน’ ก็ได้”

เขาพูดเรื่องน่าขนลุกด้วยน้ำเสียงอันสงบ มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย…

มันได้ย้ำเตือนผมว่าแอตทริบิวต์ของชายคนนี้คือ ‘นักสะกดจิต’

…ไม่ใช่ว่าเขาก็น่าสนใจเหรอ?

จางฮีวอนเริ่มดุเขา “นายดูหนังมากไปป่าวเนี่ย?”

“นี่เป็นเรื่องสำคัญ หากไม่มีความต่อเนื่องระหว่างความตายและการฟื้นคืนชีพของนาย มันก็ไม่มีอะไรมารับประกันว่าตัวแทนก่อนตายจะเป็นคนเดียวกับตัวแทนที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา”

พวกมันเป็นคำที่ยาก ความทรงจำหลายๆ อย่างได้ตัดผ่านจิตใจของผม ไอ้บ้านี่ เขาคือหนึ่งในคนที่ออกมาตั้งแต่อารัมภบทไม่ใช่เหรอ?

“นายมีไอเดียแปลกๆ จริงๆ… แต่ไม่ต้องห่วง ฉันยังคงมีสติอยู่หลังจากตายไปแล้ว พูดให้ชัด มันไม่ใช่ความตายที่แท้จริง”

“นายเจอกับสภาพดวงวิญญาณเหรอ?”

“ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกแบบนั้นได้ไหม แต่…”

ผมรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยในขณะที่พูดออกมา หนทางเอาชีวิตรอดคือโลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เขียน

โลกนี้กลายเป็นความจริง โลกที่วิญญาณซึ่งยังไม่ถูกพิสูจน์กลับกลายมาเป็นสิ่งที่ถูกยอมรับ

ในโลกเช่นนี้ ตัวตน ‘ของผม’ คืออะไรกันแน่? ผม ดวงวิญญาณของผม มันมีอยู่มาตั้งแต่เริ่มเลยเหรอ? หรือว่าผมเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวที่ผู้เขียนได้สร้างขึ้น?

ผมส่ายหัว ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องพวกนี้

“ไม่ว่ายังไงก็เถอะ คำถามไร้สาระหมดยัง?”

“อ่า ฉันขอถามอีกข้อได้ไหม?”

“อะไร?”

“ทำไมจู่ๆ นายถึงสุภาพกับฉันและมินซอบ…”

“การปลอมตัวเป็นยูจงฮยอคจบลงแล้ว”

ลีซงกุกทำหน้าประหลาดใจเมื่อเขารู้ตัว

“เอ๊ เมื่อมาคิดดูแล้ว…”

ผมไม่อยากฟังคำพูดของเขา การปลอมตัวจบลงแล้ว แต่การปฏิบัติต่อพวกเขาจะไม่เปลี่ยนไปมาก ผมเอื้อมมือเข้าไปหาลีซงกุก

“เอาสมาร์ทโฟนของนายมาให้ฉัน”

“หืม?”

“ฉันต้องการโทรศัพท์”

ลีซงกุกยื่นโทรศัพท์ของเขาออกมา มันเป็นรุ่นที่ดี มันดีกว่าที่ผมใช้

“ฉันขอได้ไหม?”

“…ไม่ใช่ว่าการปลอมตัวเป็นยูจงฮยอคจบลงแล้วเหรอ?”

“นี่คือสไตล์เดิมของฉัน”

ลีซงกุกแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

“ทุกคนพักก่อน ฉันขอดูอะไรสักพัก พวกเขาจะเคลื่อนไหวในอีก 10 นาที พวกนายเก็บไอเท็มรอละกัน”

สมาชิกปาร์ตี้รวบรวมไอเท็มที่กระจัดกระจายไปทั่วในขณะที่ผมใช้สมาร์ทโฟนเพื่อท่องอินเทอร์เน็ต

ผมแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วผมกังวลอยู่นิดหน่อย

[รางวัลสำหรับสถานการณ์ลับอาจจะล่าช้า]

[เงื่อนไข ‘ความเป็นไปได้’ กำลังดำเนินการอยู่ ณ สำนักบริหารงาน]

มันเป็นเพราะข้อความเหล่านี้

การตัดสินความเป็นไปได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่ได้รับรางวัลจากสถานการณ์ลับ

ผมต้องการตรวจสอบส่วนที่เกี่ยวข้องในหนทางเอาชีวิตรอด แต่สมาร์ทโฟนของผมก็ถูกเผาไปแล้ว

มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่เหมือนกับผม นี่เป็นลางไม่ดี มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเมลที่ถูกส่งมาโดยผู้เขียนถูกลบไปแล้ว…?

ในเวลานั้นเองก็มีข้อความโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของผม

[กำลังซิงค์เข้าสู่อุปกรณ์ใหม่]

[คุณยังต้องการซิงค์ต่อหรือไม่?]

…นี่มันอะไรกัน?

ผมกด OK และการดาวน์โหลดไฟล์ก็โผล่ขึ้นมาพร้อมกับมีไฟล์ใหม่ถูกสร้างขึ้นบนหน้าจอพื้นหลัง

[สามวิธีการอยู่รอดในโลกที่ถูกทำลาย.TXT]

เข้าใจละ มันยังมีอยู่ อันที่จริงไฟล์ที่พวกโดเกบิและพวกกลุ่มดาวไม่สามารถอ่านได้คงจะไม่หายไปง่ายๆ

ผมมองไปยังลีซงกุกและจางมินซอบที่กำลังเก็บไอเท็ม ทันใดนั้นเอง ผมก็บังเกิดความสงสัยขึ้นมา พวกเขาจะสามารถอ่านสิ่งนี้ได้ไหม? ถึงกระนั้น… ผมก็ควรระวังไว้ให้ดี

ผมเปิดหนทางเอาชีวิตรอดขึ้นมาและเริ่มอ่าน

[ความเร็วในการอ่านของท่านเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลของแอตทริบิวต์ส่วนตัว]

ผมพบเงื่อนไข ‘ความเป็นไปได้’ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการถดถอยรอบที่หกของยูจงฮยอค

「โดเกบิระดับกลางแห่งสำนักกรุงโซล ‘บาแรม’ ขมวดคิ้วเมื่อกำลังอ่านสถานการณ์ตรงหน้า (TL:บาแรม = สายลม)

ด้านบนของเอกสารมีชื่อ ‘ผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอค’

‘ผู้เสื่อมถอย… บัดซบ โดเกบิและกลุ่มดาวสังเกตเห็นเร็วดีจริง…’

บาแรมมองไปยังเหล่าโดเกบิ มันไม่มีโดเกบิอาวุโสหรือมหาโดเกบิอยู่เลย

มันเป็นธรรมดา นี่คือ ‘เงื่อนไขความเป็นไปได้’ ที่เกิดขึ้นในระดับโดมประเทศ บาแรมถามโดเกบิที่ดูกระวนกระวาย

“ใครเป็นคนยื่นเรื่องมา?”

“ออนนิแห่งญี่ปุ่น”

“ทำไมเขาถึงเป็นกังวลเกี่ยวกับคนชาติอื่นแทนที่จะเป็นประเทศของตัวเอง? ไม่ใช่ว่าเขาก็มีเรื่องให้ทำเหรอ?”

“มันมีการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างโดเกบิระดับต่ำในช่วงหลายวันที่ผ่านมา…”

บาแรมขมวดคิ้ว

แน่นอนว่าตามการรายงานแล้ว มันคุ้มค่าที่จะดำเนินการเงื่อนไขความเป็นไปได้สำหรับ ‘ยูจงฮยอค’

นอกจากนี้มันยังมีข้อมูลที่สำคัญอีกมากมายที่ถูกคัดกรองโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ สกิลเนตรแห่งปราชญ์หมายถึงการที่ไอเท็มบางอย่างไม่สามารถเข้าถึงได้จากระบบ การสำราจข้อมูลจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้บริหารระดับสูงกว่า

บาแรมถอนหายใจออกมาและปิดรายงาน

“ไม่เป็นไร ชายคนนี้เป็นคนที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าของข้า ปล่อยเขาไป”

“มันจะไม่เป็นไรเหรอ? ผลพวง…”

“เขามีผู้สนับสนุนที่พวกเราไม่อาจต่อกรได้”

“พวกเราไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มดาวแค่กลุ่มเดียวได้เหรอ? แล้วถ้าพันธมิตรกลุ่มดาว…”

บาแรมหัวเราะ

“เจ้ากำลังสอนข้าอยู่เหรอ? เจ้ารู้ไหมว่าผู้สนับสนุนของเขาคือใคร?”

“ม-ไม่ใช่แบบนั้น”

“ในไม่ช้าก็จะเป็นสถานการณ์ที่ห้าแล้ว ไปจัดการมันซะ ความเป็นไปได้จะค่อยๆ ถูกชดเชยเมื่อสถานการณ์ดำเนินต่อไป”

ทันใดนั้นบรรยากาศก็เย็นลงในทันใด และเขาก็พูดกับโดเกบิระดับกลาง

“เจ้าไม่มีงานให้ทำเหรอ?”

“เอ่อ…!””

“ทำไมยอดขายในสหรัฐอเมริกาและอินเดียถึงเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่ามันมีผู้เผยพระวจนะในสหรัฐอเมริกาและอินเดียเหรอ? ทำไมยอดขายถึงเป็นแบบนี้ในเมื่อพวกเขาคือเป้าหมายชั้นยอด? เจ้าไม่สร้างผลิตภัณฑ์ดีๆ ออกมาเลยเหรอ?”

“ร-เรื่องนั้น…”

“บัดซบ อย่ามาแก้ตัว! รีบไปขายของเร็ว!”」

เสียงหัวเราะดังออกมา ผมนึกถึงมิโนซอฟท์เมื่อมองไปยังโดเกบิที่กำลังทำงานอยู่ แผนกวางแผนไม่ใช่เรื่องตลก

ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในตอนนี้ผมก็อยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับยูจงฮยอคในหนทางเอาชีวิตรอด ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้คงเกิดขึ้นสักวัน… นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่ดีที่จะถูกสังเกต

นี่… จะเป็นยังไงถ้าการตัดสินทำให้ผมเสียหาย?

ในเวลานั้นเองก็มีเสียงสั่นดังขึ้นในอากาศ

[ข้าต้องถูกเรียกตัวไปที่สำนักงานเพราะเจ้าอีกกี่ครั้งกัน…]

บีฮยอง ผมเปิดการสื่อสารโดเกบิ

‘เป็นไงบ้าง?’

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint