0 Views

ตอนที่ 52 – รัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะ (4)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 112 แล้ว >> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ออร่าสีแดงปรากฏขึ้นรอบๆ อุกกาบาตและส่องแสงไปทั่วชานชาลา

“โอ้! ในที่สุด!”

เหล่าผู้เผยพระวจนะกรีดร้อง

จางฮีวอนและลีฮุนซึงรีบเดินเข้ามาหาผม

“วิ่งหนีเหรอ? อะไร…”

มันสายเกินไปแล้ว ออร่าสีแดงสาดซัดออกมาทั่วชานชาลาและปกคลุมไปรอบสถานี ในตอนนี้ไม่มีใครสามารถหนีไปจากสถานนีอันกุ่กได้แล้ว

[กลุ่มดาวประท้วงการคัดกรองที่มากเกินไป]

[ดวงตาของกลุ่มดาวหลายกลุ่มกำลังเปล่งประกายด้วย ‘ลางบอกเหตุ’]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังเฝ้าดูสถานการณ์ด้วยสายตาที่น่าสงสัย]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ คาดหวังต่อกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมของคุณ]

กลุ่มดาวพากันตื่นเต้นและส่งข้อความมาหาผม

สถานการณ์ที่อันตรายที่สุดในโลกของหนทางเอาชีวิตรอดคือสถานการณ์ที่กลุ่มดาวชื่นชอบมากที่สุด

ผมถามจางมินซอบที่กำลังประหม่า “หมายเลข 1124 เป็นคนที่แนะนำให้มารวมตัวกันวันนี้เหรอ?”

“ฮะ? ฉันไม่รู้ พวกเราทุกคนเห็นพ้องต้องกัน…”

ผมรู้สึกจุก เหมือนกับมีคนป้อนมันฝรั่งให้ผมกว่า 10 ลูก ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าเรื่องราวจะดำเนินมาแบบนี้

– ทุกคนหลบมาข้างหลังฉัน

ผมให้ความสนใจกับอุกกาบาตในขณะที่กำลังปกป้องพวกเขา

– พวกเราไม่หนีเหรอ?

– พวกเราไปไม่ได้ ถ้านายมองไปข้างหลัง นายจะเห็นบาเรียอยู่

– ฮะ? บาเรียอะไร?

ผมไม่ได้ตอบในขณะที่ผมจ้องไปยังอุกกาบาต ณ กลางชานชาลา

[อุกกาบาต] คือเหตุการณ์หลักในสถานการณ์ที่ห้า อันตรายที่กำลังหลับใหลอยู่ภายในอุกกาบาตแตกต่างกันไปตามสี ความสว่าง ขนาด และประเภท อย่างไรก็ตาม อุกกาบาตที่ผมกำลังมองอยู่นั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะฟักออกมา

พวกเขาดูสับสนเพราะอุกกาบาตที่จะมอบสตาร์รีลิคให้ในการเสื่อมถอยรอบที่สามนั้นมี ‘สีแดงเจิดจ้า’…

“ฉันสงสัยจังว่ามันจะเป็นสตาร์รีลิคแบบไหนที่ปรากฏออกมา?”

“เรื่องนั้น…”

ผู้เผยพระวจนะบางคนไม่ได้สังเกตเห็นเลยและประทับใจกับอุกกาบาต

[ลางสังหรณ์แห่งสถานการณ์หลักที่ห้าปรากฏตัวขึ้น]

จากนั้นข้อความก็โผล่ขึ้นมา

“เอ่อ? นี่มันอะไรกัน?”

“ทำไมจู่ๆ สถานการณ์หลักถึง…”

พื้นผิวของอุกกาบาตแตกและมีแสงสีแดงไหลออกมา สิ่งแรกที่แสงสัมผัสเข้าคือผู้เผยพระวจนะที่กำลังจ้องไปยังอุกกาบาตด้วยความสงสัย

ร่างกายของผู้เผยพระวจนะที่สูญเสียศีรษะของเขาไปค่อยๆ ล้มลงกับพื้นราวกับตุ๊กตาพัง

“เกิดอะไรขึ้น?!”

ผู้เผยพระวจนะกรีดร้องออกมาและถอยกลับ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหนีวิกฤตินี้ไปได้แล้ว

ผมรวมตัวกับปาร์ตี้ในขณะที่ผมถอยไปยังชายขอบและสังเกตสถานการณ์ ผมจำได้ว่าเคยเห็นอุกกาบาตประเภทนี้ในหนทางเอาชีวิตรอด แต่มันก็ยากที่จะรู้ว่ามันจะมีอะไรออกมา

ได้โปรด อย่าให้มันเป็น ‘ภัยพิบัติ’ นั่นเลย อุกกาบาตแตกและลาวาสีแดงก็ไหลออกมา

ชานชาลาที่อยู่รอบๆ ลุกไหม้และส่งกลิ่นเหม็นออกมา จากนั้นอุณหภูมิของอากาศก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการหายใจก็นำมาซึ่งความเจ็บปวด

สภาพแวดล้อมโดยรอบกำลังเปลี่ยนแปลงไป นี่คือ… เขตลาวางั้นเหรอ? หมายความว่า…

[เผ่าพันธุ์มังกรไฟระดับ 5 ‘มังกรขนาดเล็ก อิกนีล’ ปรากฏตัว!]

“บัดซบ! อะไรกัน? สตาร์รีลิค…?”

ผู้เผยพระวจนะหลายคนที่กำลังสับสนใช้สกิลออกมาอย่างเคร่งเครียด อย่างไรก็ตาม อุกกาบาตนั้นก็เหยียดออกมาเป็นหางยาวและจับผู้เผยพระวจนะที่กำลังหลบหนีไปหลายคน

“อ๊ากกก!”

ร่างกายของผู้เผยพระวจนะที่ถูกจับไว้ด้วยหางถูกเผาไหม้ในทันที ผู้เผยพระวจนะบางส่วนใช้สกิลเพื่อโจมตีหาง แต่อาวุธของพวกเขาก็เริ่มหลอมละลาย

“ม-มอนสเตอร์ตัวนี้…”

อุกกาบาตมีความยาวไม่เกินสองเมตร แต่มอนสเตอร์ที่คลานออกมาจากช่องว่างนั้นยาวกว่าห้าเมตร

จางฮีวอนถาม

– นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?

– มันคือภัยพิบัติ

– ภัยพิบัติ?

อุกกาบาตส่วนที่เหลือแยกออกจากกัน และเผ่าพันธุ์มังกรก็ปรากฏตัวขึ้น

โฮกกกกก!

มังกรนั้นยอดเยี่ยมตั้งแต่แรกเกิด แม้ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ด้อยลงจากการฟักตัว แต่มังกรก็ยังถือเป็นจุดสุดยอดของเหล่ามอนสเตอร์

มอนสเตอร์ระดับ 6 สามารถกวาดล้างผู้เผยพระวจนะทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ได้ และนี่กลับเป็นมังกรไฟระดับ 5

“ยูจงฮยอค!”

ผู้เผยพระวจนะบางคนตะโกนชื่อผมออกมา และความสนใจทั้งหมดก็พุ่งเป้ามาทางนี้

ผมขมวดคิ้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นจากพวกเขา แต่พวกเขากลับต้องการให้ผมแก้ปัญหาให้?

“กลับไปแถวๆ ขอบ”

เหมือนกับลูกหมาเชื่องๆ ทุกคนขยับไปที่มุมหนึ่งของชานชาลา พวกคนที่เร็วหน่อยได้วิ่งขึ้นบันไดไปจากชานชาลา แต่

“เชี่ย มันมีบาเรีย!”

มังกรขนาดเล็กคือ ‘ภัยพิบัติ’ ในสถานการณ์ที่ภัยพิบัติได้ปรากฏขึ้น ขนาดของความสิ้นหวังก็แตกต่างกันออกไป อย่างน้อย นี่ก็เป็นรูปแบบที่ผมรู้จัก

ในหมู่การเสื่อมถอยจำนวนนับครั้งไม่ถ้วนของยูจงฮยอค เขาเคยเผชิญหน้ากับสิ่งนี้มาแล้วแน่ๆ

ผมมองไปยังสมาชิกในปาร์ตี้

– สถานการณ์ลับกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า

– สถานการณ์ลับเหรอ?

– สิ่งนี้ไม่ควรออกมาในสถานการณ์ที่สี่ มันคืออุปสรรคที่ผิดปกติ ดังนั้นมันจะต้องมีการแทรกแซงอย่างแน่นอน

เพื่อตอบสนองต่อภัยพิบัตินี้ มันจำเป็นต้องมีสิทธิประโยชน์อะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีอุกกาบาตสีน้ำเงินออกมา…

แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรเลย ใช่แล้ว จะต้องมีการมอบอะไรบางอย่างให้กับพวกเราเพื่อความสมดุล

[กลุ่มดาวบางส่วนบ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ]

ก็จริง ในวินาทีต่อมา มีประกายแสงขึ้นในอากาศ และร่างที่เหมือนกับเด็กตัวเล็กๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น

มันไม่โดเกบิระดับต่ำอย่างบีฮยอง มันสวมสูทที่เรียบร้อยและมีเขาเล็กๆ สองเขาอยู่บนศีรษะ มันเป็นคนที่น่าประทับใจที่มีก้อนเล็กๆ ยื่นออกมาจากกระเป๋าข้าง

ผมไม่รู้ชื่อของมัน แต่ผมรู้ว่ามันเป็นใคร มันคือโดเกบิระดับกลาง

[หืม ลำบากแล้ว พวกเจ้ามาถึง ‘รูท’ นี้ได้ยังไงกัน? มันเพิ่งจะติดตั้งไปเมื่อไม่นานนี้เอง…]

เมื่อเสียงของมันดังออกมา การเคลื่อนไหวของมังกรขนาดเล็กก็หยุดลง อันที่จริง มันเป็นไปได้ที่โดเกบิระดับกลางจะเข้ามาแทรกแซงในสถานการณ์ระดับนี้

[ภัยพิบัติตื่นขึ้นในสถานการณ์ที่สี่เหรอ?]

การปรากฏตัวของโดเกบิระดับกลางหมายความว่า ‘สถานการณ์ในช่วงเริ่มต้น’ กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

ตราบใดที่มันเฝ้าสังเกตสถานที่แห่งนี้อยู่ ผมก็แทบจะไม่เห็นประโยชน์ของสัญญากับบีฮยองเลย

[กลุ่มดาวบางส่วนเป็นอันตรายมากจนข้าไม่อาจปล่อยเจ้าไปได้… และมันก็ยากที่จะลดระดับความยากลง…]

สายตาของมันจ้องมาที่ผม

“แต่มันไม่ถูกต้อง! พวกเรายังไม่ได้เคลียร์สถานการณ์ที่สี่เลย!” ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งตะโกนออกมา

ผมเห็นผู้เผยพระวจนะที่อยู่รอบๆ ตัว เขารีบปิดปากของเขาเอาไว้ มันไม่มีอะไรดีเลยสำหรับการตะโกนใส่โดเกบิในตอนนี้

[ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไม่ลดระดับความยากลง]

ผู้เผยพระวจนะจ้องไปยังโดเกบิ มันมีเพียงแค่เสียงลมหายใจเท่านั้น พวกเขาได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาก็คงจะรู้

โดเกบิไม่อาจคว่ำกฎเกณฑ์ได้ แต่พวกเขาก็รู้เช่นกัน

[ถึงกระนั้น… มันก็คงไม่น่าสนใจถ้าพวกเจ้าทุกคนตายแบบนี้ ข้าจะใช้ดุลพินิจของข้าในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของสถานการณ์เอง]

โดเกบิพูดเก่งกว่าที่ผมคิด

[สถานการณ์ลับมาถึงแล้ว!]

มังกรขนาดเล็กเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง อุ้งเท้าที่ปกคลุมไปด้วยหนังสีแดงฟาดลงที่พื้นของชานชาลา ผมหลบเศษซากที่กระจัดกระจายออกมาและมองไปยังสถานการณ์ที่มาถึง

+

[สถานการณ์ลับ – รวมกันเราตาย แยกหมู่เราตาย]

หมวดหมู่: ลับ

ความยาก: A

เงื่อนไขการเคลียร์: ภายในระยะเวลาที่กำหนด ล่า ‘มังกรขนาดเล็ก อิกนีล’ หรือไม่ก็เอาชีวิตรอดจากการโจมตีของมัน

จำกัดเวลา: 20 นาที

สิ่งตอบแทน: 3,000 เหรียญ

ความล้มเหลว: ตาย

ชิ้นส่วนลับถูกซ่อนไว้ในภารกิจนี้

+

ภารกิจการเอาชีวิตรอด 20 นาที จากชื่อสถานการณ์การ มันไร้สาระสิ้นดี

ลีฮุนซึงถาม

– พวกเราจะล่ามันเหรอ?

– อย่าแม้แต่จะฝันถึงเลย

ภัยพิบัตินี้คือภัยพิบัติเพราะมีเหตุผล แม้ว่ายูจงฮยอคตัวจริงก็ไม่สามารถจัดการกับมังกรไฟระดับ 5 ได้ ผมมองไปยังสถานการณ์บนชานชาลา เปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนเริ่มไหลออกมา

ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า!

“อ๊ากกกก!”

ผู้เผยพระวจนะที่ติดอยู่ในเปลวเพลิงกลายเป็นเถ้าถ่าน ผนังถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงหลอมละลายและบิดเบี้ยวไปอย่างน่ากลัว มันขยับมาทางฝั่งนี้อย่างช้าๆ

“ทุกคน วิ่งทวนเข็มนาฬิกา!”

ผมพูดออกมาและออกวิ่ง

โชคดีที่จางฮีวอนและลีฮุนซึงตามผมมาด้วย จางมินซอบและลีซงกุกอยู่ข้างหลังไปเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยังดูโอเคอยู่

คราวนี้พวกเราต้องหลบมันเพราะผมรู้รูปแบบ ปัญหาคือการโจมตีประเภทนี้จะไม่เกิดขึ้นเสมอไป

[เผ่าพันธุ์มังกรไฟระดับ 5 ‘มังกรขนาดเล็ก อิกนีล’ กำลังเตรียม ‘เปลวเพลิงแห่งการทำลายล้าง’]

…มันเริ่มแล้ว พวกเราพอจะหลบหลีกการโจมตีทั่วไปได้บ้าง แต่วิกฤติได้มาถึงแล้ว

“มองหาที่มั่น”

“หืม?”

“หมายเลข 5… หรือ 2 และ 3 ก็ได้! อะไรก็ได้ แค่รีบไปหาสิ่งที่รวมกันได้ 5!”

[ชิ้นส่วนลับถูกเปิดใช้งาน]

[ที่มั่นเชิงตัวเลขถูกเปิดใช้งาน]

[เมื่อจำนวนคนตามที่กำหนดเข้ามายังที่มั่น ‘โล่ป้องกันสมบูรณ์’ จะถูกเปิดใช้งาน 10 วินาที]

[โล่ป้องกันสมบูรณ์จะไม่ถูกเปิดใช้งานเมื่อจำนวนบนที่มั่นเกินกว่ากำหนด]

ผู้เผยพระวจนะทุกคนได้ยินข้อความของระบบอันนี้ ในเวลาเดียวกัน ที่มั่นขนาดเท่ากับ 6.6 ตารางเมตรก็ปรากฏขึ้นทั่วสถานี

“ที่มั่น? อ่า ใช่แล้ว!”

“มันมีชิ้นส่วนลับอยู่!”

ผมมองไปยังผู้เผยพระวจนะที่กำลังเคลื่อนไหวและเม้มปาก กลุ่มดาวที่กำลังหัวเราะคิกคักสะท้อนอยู่ในแววตาของผม ทำไมกลุ่มดาวหลายกลุ่มถึงกำลังประท้วงต่ออุปสรรคของสถานการณ์นี้?

มันง่ายมาก มันไม่มีเรื่องสนุกอยู่ในเรื่องราว มีเพียงแค่ ‘ความตาย’ เท่านั้น พวกมันไม่ได้ต้องการให้มดถูกเหยียบย่ำโดยยักษา พวกมันต้องการให้มดเหล่านี้สู้กลับไปเพื่อความอยู่รอด เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ มดจะกัดกระทั่งญาติของพวกมัน

[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังเฝ้าดูสถานการณ์ด้วยสายตาที่ตื่นเต้น]

บัดซบ ไอ้พวกกลุ่มดาวระยำ

“เชี่ย ไป!”

“อ๊ากกก!”

ผู้เผยพระวจนะที่เคยเป็นมิตรต่อกัน ในตอนนี้ได้หันอาวุธเข้าใส่กันเหนือที่มั่นที่มีตัวเลข ‘1’ ผู้เผยพระวจนะบางคนทรุดตัวลงพร้อมกับบาดแผลในขณะที่พวกเขาวิ่งเข้าหาที่มั่น

ผู้เผยพระวจนะที่ว่องไวกำลังเหยียบย่ำอยู่บนที่มั่นแล้ว และตื่นตัวระวังภัยอยู่

ผมจับตาดูพวกเขา มีคนกำลังวางกับดักนี้ไว้อย่างชัดเจน บางทีพวกเขาอาจจะเป็นอัครสาวก

พวกเขารู้ว่าผู้เผยพระวจนะคงจะมารวมตัวกันที่นี่และตัดสินใจใช้โอกาสนี้เพื่อจัดการกับคนเหล่านี้ทั้งหมด

มันเป็นความคิดที่ดี ไม่ว่าข้อมูลจะมีน้อยนิดแค่ไหน แต่ยิ่งมีคนที่รู้น้อยเท่าไร มันก็ยิ่งดี

โดยปกติ เหล่าอัครสาวกคงจะกำลังหัวเราะเยาะผู้เผยพระวจนะจากที่ไกลๆ ถ้าพวกเขาเป็นแค่คน ‘ธรรมดา’

ผู้ที่อ่านนิยายที่น่าเบื่อกว่า 50 ตอนนั้นไม่ปกติ พวกเขาเรียกตนเองว่าอัครสาวกและโลภมากพอที่จะควบคุมข้อมูล

ถ้าพวกมันฉลาดพอที่จะใช้อุกกาบาตสีแดง ไม่ใช่ว่าพวกมันก็รู้วิธีก้าวข้ามภัยพิบัติไปงั้นเหรอ?

ถ้าผมเป็นแบบนั้น…

– ตัวแทน! มันไม่มีที่มั่นเลย

– ที่นี่ไม่มีอะไรอยู่เลย!

จางฮีวอนและจางมินซอบตะโกนออกมาอย่างรีบร้อน มันไม่มีที่มั่นในที่ที่พวกเขาอยู่

– โอ้ ตรงนี้มีอยู่หนึ่ง! แต่…

ที่มั่นที่พบนั้นมีตัวเลขแย่เอามากๆ มันคือ 4 กล่าวอีกนัยหนึ่ง มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้ในที่มั่นนั้น แต่ปาร์ตี้ของพวกเรามีห้าคน

[เผ่าพันธุ์มังกรไฟระดับ 5 ‘มังกรขนาดเล็ก อิกนีล’ กำลังใช้ ‘เปลวเพลิงแห่งการทำลายล้าง’]

ประกายแสงขนาดใหญ่เริ่มต้นจากศูนย์กลางของชานชาลาและเริ่มแพร่ไปทั่วสถานี

มันเป็นสกิลโจมตีเต็มกำลังของมังกรขนาดเล็ก ความร้อนนั้นเพียงพอที่จะทำให้ผิวหนังของผมไหม้แม้จะอยู่ห่างไกล ถ้าไม่ใช่เพราะโล่ที่ถูกเปิดใช้งานในตอนนี้ ปาร์ตี้ของผมคงจะถูกทำลายไปแล้ว

“ต-ตัวแทน”

ลีซงกุกและจางมินซอบตัวสั่นเมื่อพวกเขาเห็นสายตาของผม ผมจับศรัทธาไม่แตกสลายไว้แน่น

ในเวลานั้นเอง

“ยูจงฮยอค!”

ผมมองย้อนกลับไปและเห็นผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง ตัวเลข ‘2’ ถูกเขียนไว้บนที่มั่นของเขา แม้จะมีสถานการณ์เร่งด่วน แต่ชายคนนี้ก็ยังดูผ่อนคลาย

“มาทางนี้!”

ชายคนนี้…? ความทรงจำบางส่วนไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมวิ่งเข้าหาเขาพร้อมกับตะโกนใส่คนที่อยู่ข้างหลัง

“เปิดใช้งานโล่!”

[เปิดใช้งานโล่ป้องกันสมบูรณ์!]

ฮูม!

จากนั้นเปลวเพลิงก็แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างบนชานชาลา ถ้ามันสัมผัสเข้ากับผมแม้เพียงเล็กน้อย ผมก็คงจะหลอมละลายไปแล้ว

“เห้อ.. เยี่ยมจริงๆ”

ชายที่เปิดใช้งานโล่ในเวลาอันน่าทึ่งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ผมถามเขา “นายเป็นใครกัน?”

ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ “ผิดหวังจัง นายลืมไปแล้วเหรอ? ฉันคือหมายเลข 1168 เกี่ยวกับแอสโมเดียส…”

ผมจำได้ เขาเป็นคนที่พูดเรื่องราชาปีศาจแอสโมเดียส

“นั่นไม่ใช่คำถามของฉัน”

แววตาของหมายเลข 1168 สั่น

ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลย

ฉากการเผชิญหน้าระหว่างราชาปีศาจแอสโมเดียสยูจงฮยอค พูดให้ชัดๆ การเสื่อมถอยครั้งที่สองของยูจงฮยอคเป็นการยำเพียงฝ่ายเดียวจากราชาปีศาจ

มันเป็นฉากที่ผมจำได้เพราะผมชอบมันมาก อย่างไรก็ตาม… ผมก็จำได้ว่ามันไม่ปรากฏขึ้นก่อนตอนที่ 50 ผมสามารถพูดมั่นได้อย่างชัดเจนในฐานะคนที่ได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดทั้งหมด

ผมชักดาบออกมาและพูด

“ฉันจะถามนายอีกครั้ง นายเป็นใคร?””

[เนื่องจากเอฟเฟกต์ของแอตทริบิวต์ส่วนตัวของคุณ ผลของหน่วยความจำบางฉากจะเพิ่มขึ้น]

เรื่องราวของราชาปีศาจแอสโมเดียสปรากฏอยู่ในตอนที่ 57 ของหนทางเอาชีวิตรอด

รอยแตกเริ่มแพร่กระจายบนใบหน้าอันผ่อนคลายของชายคนนี้

(จบตอน)


สนใจกลุ่มลับ ทักมาได้ทางเพจเลยครับ

มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint