0 Views

ตอนที่ 50 – รัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะ (2)

 

“ผู้เผยพระวจนะอย่างพวกเรา?”

“ใช่ ตอนแรก ฉันไม่รู้ว่าเขาคือผู้เผยพระวจนะ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะใช่ เขารู้อนาคตเหมือนพวกนาย”

“…แล้ว?”

“ดูเหมือนว่าเขาจะรู้มากกว่าพวกนาย เขาฆ่าคิมนัมอุนและฮุบสถานการณ์ลับในช่วงเริ่มต้น ต้องขอบคุณเรื่องนั้น แผนของฉันเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นมา”

“ม-มีคนแบบนั้นอยู่ด้วย…?”

แน่นอนว่ามี คนๆ นั้นอยู่ตรงหน้าของพวกนายไง

“เขาดูเหมือนจะปลอมตัวเป็นฉัน เมื่อฉันพบเขาครั้งล่าสุด เขาเกือบตาย แต่เขาก็ยังมีแนวโน้มที่จะเข้ามาใกล้ชุงมูโร”

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ชื่นชมในความอหังการของคุณ]

“…ชุงมูโร? อย่าบอกนะว่า?”

จางมินซอบประหลาดใจและเปิดสมาร์ทโฟนของเขาขึ้นมา และแตะไปที่คีย์บอร์ดเหมือนกับลีซงกุก บางทีเขาอาจจะกำลังแจ้งกับผู้เผยพระวจนะคนอื่นอยู่

จางมินซอบถามผมอีกสองสามคำถาม และผมก็ตอบไปอย่างย่อๆ

“มันเป็นอย่างนี้นี่เอง! อ่า… งั้นการเสื่อมถอยรอบที่สามก็เปลี่ยนไป… นายคือยูจงฮยอคจริงๆ”

จางมินซอบประทับใจมาก

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนายถึงมีผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเป็นปีศาจแห่งการหลอกลวง เธอดูเหมือนจะเพียงพอที่จะมาแทนที่คิมนัมอุน เธอเอาชนะฉันได้ในการโจมตีแค่ครั้งเดียว…”

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจผิดของพวกเขา

จางมินซอบคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “แต่เมื่อฟังเรื่องของยูจงฮยอคแล้ว ฉันดูเหมือนจะรู้แล้วว่าใครฆ่าปีศาจแห่งการหลอกลวง”

“…นายรู้?”

“ใช่ ฉันเคยพูดเรื่องนี้มาก่อน… ขอบอกล่วงหน้านะ ไม่ใช่ว่าผู้เผยพระวจนะทุกคนจะอยู่ฝั่งเดียวกัน”

ผมคาดไว้แล้วว่าจะได้ยินการสนทนานี้ ถ้ามี 48 คนที่รู้อนาคต มันคงมีบางคนที่คิดต่างออกไป

“มีเหล่าคนที่เรียกตัวเองว่าสิบสองอัครสาวก พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนเดียวที่ได้อ่านการเปิดเผยที่แท้จริง และพวกเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้”

12 คน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการจับคู่ที่แม่นยำกับจำนวนคำที่อ่านไปจนถึงตอนที่ 50 ของหนทางเอาชีวิตรอด

“ทำไมพวกเขาถึงแตกต่างไปจากพวกนาย?”

“พวกเขา… พวกเขาอ่านการเปิดเผยไปมากกว่าพวกเรา”

ผมคิดถูก

“ตอนนี้มีอัครสาวกที่ฉันรู้จักอยู่ 11 คน ฉันเดาว่าผู้เผยพระวจนะที่นายพบเป็นอัครสาวกที่ฉันไม่รู้จักคนสุดท้าย”

เนื่องจากพวกเขาเป็นคนที่มีความคิดสร้างสวรรค์ พวกเขาจึงปรับตัวได้เมื่อถูกโยนเข้ามาในสถานการณ์ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่สะดวกสบาย ไม่สิ เดี๋ยวก่อน… ความเข้าใจผิด?

ถ้าผมคิดเกี่ยวกับมัน หนึ่งในสิบสองคนที่อ่านไปจนถึงตอนที่ 50 ก็คงจะเป็นผม

“พวกนายไม่มีความรู้สึกดีๆ ต่อพวกอัครสาวกเลยเหรอ?”

“บอกตามตรงนะ… ใช่แล้ว พวกเขากำลังวางแผนที่จะใช้หนังสือแห่งการเปิดเผยเล่มนี้เพื่อพิชิตโลกใบนี้ ซึ่งแตกต่างจากพวกเรา”

…เหตุใดมโนธรรมของผมจึงถูกเสียดแทง?

“พวกเขาเป็นคนที่ไล่ตามความสนใจของตัวเองแทนที่จะหยุดยั้งการทำลายโลกด้วยการช่วยเหลือยูจงฮยอค พวกเขาเป็นเหมือนกับสิบอสูร”

“สิบอสูร…”

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงอยากจะขอยูจงฮยอค โปรดนำทางพวกเราด้วย หยุดพวกเขาที”

เข้าใจละ นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขา พูดตามตรง มันน่าแปลกใจนิดหน่อย ผมไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะต้องการผมเพราะความขัดแย้งระหว่างผู้เผยพระวจนะเลย ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดปาก

“โอเค ฉันยอมรับ ฉันจะเป็นพันธมิตรด้วย”

“จ-จริงเหรอ?”

“อย่างไรก็ตาม ฉันมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”

ใบหน้าของลีซงกุกและจางมินซอบตึงเครียดในขณะที่พวกเขารอฟังเงื่อนไข

“อย่างแรก เอาสถานีชังชินมาให้ฉัน”

“ฮะ? สถานีชังชิน…”

“มันเป็นสถานีที่อยู่เหนือดงเมียวขึ้นไป ไม่ใช่ว่าพวกนายกินมันไปแล้วเหรอ?”

“อ่า งั้นเป้าหมายของชุงมูโรก็คือ…”

จางมินซอบดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง อันที่จริง นี่เป็นส่วนสำคัญที่สุดของพันธมิตรนี้

ในการต่อสู้เพื่อธง เป้าหมายที่ผมต้องพิชิตคือสถานีชังชิน ถ้าผมยึดครองมันไม่ได้ ผมคงจะไม่สามารถจบสถานที่สี่ได้แม้ว่าผมจะเดินไปบนเส้นทางแห่งราชาในตอนท้าย ถ้าผมเคลียร์สถานการณ์ที่สี่ไม่สำเร็จ ทั้งผมและกลุ่มของผมก็จะตายโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ท่าทางของลีซงกุกก็ดูแปลกๆ

“ขอโทษนะ ยูจงฮยอค ฉันขอโทษจริงๆ… มันยากไปหน่อย”

“ทำไม?”

“เจ้าของสถานีชังชินไม่ใช่สมาชิกกลุ่มของพวกเรา”

“มันไม่ใช่ของนาย?”

มันแปลกๆ มันเป็นเพราะสถานีดงเมียวอยู่ก่อนหน้าพวกเขา

ลีซงกุกพูดพร้อมกับถอนหายใจ “‘ราชาทรราช’ ได้พิชิตมันแล้ว”

ราชาทรราช เลือดของผมเย็นขึ้น

“…เขากลายเป็นราชาแล้วเหรอ?”

หนึ่งในเจ็ดราชาแห่งกรุงโซลคือราชาทรราช เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถเทียบเคียงกับยูจงฮยอคได้ในจุดนี้

ไม่ใช่ว่ามันต้องใช้เวลาสักสองสามวันเหรอกว่าที่เขาจะได้เป็นราชา คนที่เริ่มต้นที่สถานีโดบงได้ลงมาไกลขนาดนี้แล้วเหรอ? ไม่สมเหตุสมผลเลยไม่ว่าผมจะคิดยังไง

ลีซงกุกสบตาเข้ากับผมและก้มหน้าลง

“อันที่จริง… ผู้เผยพระวจนะบางคนได้ทำผิดพลาดขึ้นและพลังของเขาจู่ๆ ก็เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางการไปรับตัวผู้เผยพระวจนะบางคน เขาเข้าตีสถานี… ในเวลานั้น ผู้เผยพระวจนะมีอยู่ด้วยกัน 53 คน”

ทันใดนั้นเอง ความน่าเชื่อถือของพวกเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อผมคิดถึงมัน ผมก็ไม่รู้จุดเริ่มต้นของนิยายเรื่องนี้ดีโดยไม่มีความช่วยเหลือ ทำไมผมถึงคิดว่าคนเหล่านี้จะทำได้ดี?

“ม-ไม่ต้องห่วงไป พวกเรากำลังเตรียมอาวุธที่ทรงพลังเพื่อกำจัดราชาทรราชมันไม่ใช่แค่ราชาทรราช มันเป็นอาวุธที่เอาไว้จัดการกับสิบสองอัครสาวกด้วย”

จางมินซอบตอบ

“บางทียูจงฮยอคอาจจะไม่รู้ พวกเราพยายามกันอย่างหนักเพื่อค้นหาการเปิดเผย…”

ไม่ ผมรู้ คนเหล่านี้ไม่ควรจะอยู่ลำพัง ผมต้องยุติมันก่อนที่คนเหล่านี้จะพังเรื่องไป

“อ่า งั้นก็ดี ไม่ช้าก็เร็ว นายจะมีโอกาสได้เห็นอาวุธ”

“โอกาสได้เห็นอาวุธ?”

“พรุ่งนี้ ยกเว้นเหล่าสิบสองอัครสาวก รัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะเข้ายึดครอง ถ-ถ้านายไม่รังเกียจ…”

ดวงตาที่กระตือรือร้นของจางมินซอบเบนมาที่ผม

“ยูจงฮยอค ฉันต้องการให้นายมากับพวกเรา”

* * *

หลังจากคุยกันแล้ว จางฮีวอน ลีฮุนซึง และผมก็มารวมตัวกันในที่พักที่ลีซงกุกจัดหาให้ ผมมองไปยังธงของสถานีชุงมูโร

ตลอดช่วงบ่าย ธงของผมเปลี่ยนเป็นสี ‘น้ำเงิน’ เนื่องจากการโอนสถานีดงแดมุนและสถานีช็องกู

[คุณได้ใช้ประโยชน์จากธงน้ำเงิน]

[จากนี้ไป คุณสามารถใช้ ‘แชทกลุ่ม’ กับสมาชิกกลุ่มได้]

จากนี้ไป พวกเราไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการสนทนา แชทกลุ่มไม่อาจดักจับได้เว้นเสียแต่ว่าสมาชิกกลุ่มคนอื่นจะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ผมอธิบายคร่าวๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ จางฮีวอนสังเกตได้รางๆ แต่ลีฮุนซึงนั้นกลับรู้สึกประหลาดใจ

– โอ้พระเจ้า มันไม่น่าเชื่อเลย พวกเขารู้อนาคตส่วนหนึ่ง… นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทกจาถึงทำตัวเป็นยูจงฮยอคใช่ไหม?

– ใช่แล้ว

– เห้อ… งั้นพวกเราควรจะอยู่ที่นี่กันสักพัก พวกเราจำเป็นต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกเขา…

– ไม่จำเป็น

– ฮะ?

– วันนี้ฉันจะจัดการพวกเขา

ผมมองไปยังจางฮีวอนและกล่าวว่า

– ฉันขอโทษนะฮีวอน

– ไม่เป็นไร… ฉันแค่รู้สึกเจ็บนิดหน่อย

– …

– ฉันแค่ล้อเล่น ไม่ใช่ว่าทกจากำลังเล่นเป็นนักเลงอยู่เหรอ? ถ้านายเสียใจ งั้นก็ให้ฉันจัดการกับไอ้บ้านั่นซะ

จางฮีวอนยิ้มและพูดต่อ

– คืนนี้จะเป็นค่ำคืนที่เร่าร้อนงั้นเหรอ?

– ร-เร่าร้อน…?

ลีฮุนซึงเป็นบ้าไปกับมุกของจางฮีวอน ผมส่ายหัว

– ฉันมีสิ่งที่ต้องทำก่อน

– สิ่งที่ต้องทำ?

– ตอนนี้พวกเขาทุกคนกำลังเคลื่อนไหว มันจะเป็นเรื่องยาก

ผมเอาเสื้อคลุมตัวเล็กๆ ออกมาหลังจากผมพูดจบ ทันใดนั้นเอง ร่างกายผมก็หายไปและลีฮุนซึงก็พูดขึ้นมาด้วยความสับสน

– เอ๋? ทกจา?

– ฉันจะให้สัญญาณ จากนั้นเธอก็ลงมือได้

มันเป็นไอเท็มสิทธิพิเศษของสมาชิกระดับทอง ‘ผ้าคลุมสันโดษ’ ซึ่งถูกซื้อมาในราคา 3,000 เหรียญ

มันเป็นของที่ใช้ได้ 5 ครั้ง แต่มันก็สามารถคงไว้ซึ่ง ‘การซ่อนเร้นสัมบูรณ์’ ได้ 20 นาทีเมื่อเปิดใช้ความสามารถ

ผมละลายเข้าสู่ความมืด มันไม่มีประโยชน์อะไรกับคู่ต่อสู้ที่มีสัมผัสสมบูรณ์ LV.6 หรือสูงกว่า แต่ก็ไม่มีใครมีสกิลดังกล่าวอยู่แถวนี้

ผมเดินผ่านยามที่กำลังง่วงนอนและมาถึงเต็นท์ของฮันดงฮุน มันมีการปิดกั้นเสียงอยู่รอบๆ เต้นท์ ดังนั้นผมจึงไม่กังวลว่าจะมีใครได้ยินเมื่อผมเข้าไป

ผมเปิดเต้นท์อย่างระมัดระวังและเห็นเด็กชายกำลังนั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ดเพียงลำพัง ใต้ตาดำคล้ำขึ้นกว่าตอนกลางวัน

เด็กชายผู้สันโดษกำลังแสดงความคิดเห็นเพียงลำพัง ผู้เผยพระวจนะได้เปลี่ยนเด็กคนนี้ให้กลายเป็นเครื่องจักรที่ชำรุด เครื่องโฆษณาชวนเชื่อที่จัดการกับอนาคตโดยการกระจายข้อมูลที่ยำนิยายรวมกับความจริง ในตอนนี้มันไม่ได้ผลนัก แต่คุณค่าของเด็กคนนี้จะเติบโตขึ้นไปตามกาลเวลา

ผมเดินเข้าไปหาจากด้านหลังอย่างเงียบๆ และปิดปากของเขาเอาไว้ ฮันดงฮุนอ้าปากค้างและดิ้นรน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านผมด้วย STR LV.10

ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าและหยิบยาปลุกจิตที่ผมซื้อมาพร้อมกับผ้าคลุมสันโดษออกมา มันมีราคาแพงถึง 3,000 เหรียญ

มันคงจะเป็นเรื่องโกหกถ้าผมบอกว่าผมไม่เสียใจ แต่ถ้ามันสามารถทำให้ผมได้ตัวเขามาด้วยราคา 3,000 เหรียญ มันก็คงจะเป็นการซื้อขายที่มีกำไร

หลังจากกินยากระตุ้นเข้าไป ดวงตาของฮันดงฮุนก็เปลี่ยนไป ผลของการสะกดจิตคลายออก และสติของเด็กคนนี้ก็เริ่มกลับคืนมา

“อ-เอ่อ คุณ…”

การสะกดจิตไม่ได้หมายความว่าเขาลืมทุกอย่าง ในหัวของเด็กน้อย เขาคงจะรับรู้ทุกอย่างดี เมื่อการสะกดคลายออก ผู้สนับสนุนของเขาก็เริ่มแทรกแซงเข้ามาได้ในระดับหนึ่ง

[ผู้สนับสนุนเบื้องหลังตัวละคร ‘ฮันดงฮุน’ ได้เปิดเผยตัวเองแล้ว]

[กลุ่มดาว ‘เงาหลังม่าน’ ได้ขอบคุณคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 500 เหรียญ]

ฮันดงฮุนก้าวถอยหลังในขณะที่กอดธงในมือไว้ ผมมองเขาใกล้ๆ และจงใจก้าวถอยมา

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้มาเพื่อชิงธง”

“เอ่อ-อั๊ค อ่า…”

“นายฉลาด ดังนั้นนายน่าจะเข้าใจได้ในทันที ถ้าฉันต้องการทำร้ายนาย ฉันคงจะไม่คลายการสะกดจิตหรอก”

“ร-ร-เรื่องนั้น”

“ฉันต้องการเป็นเพื่อน”

ดวงตาของฮันดงฮุนสั่น ผมรออยู่สักพัก จนกระทั่งความปั่นป่วนในหัวของเขาสงบลง แต่ฮันดงฮุนก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ง่ายๆ สิ่งนี้ได้เตือนผม ชายคนนี้มีปัญหา

“มันยากที่จะพูดตรงๆ เหรอ? ถ้านายไม่รังเกียจ ฉันก็อยากให้นายพูดผ่านสิ่งนี้นะ”

ฮันดงฮุนมองไปยังสมาร์ทโฟนที่ถืออยู่ในมือของเขาและเริ่มพึมพำอะไรบางอย่าง

[ตัวละคร ‘ฮันดงฮุน’ ใช้ ‘อินเทอร์เน็ตวงกว้าง LV.5’ กับสมาร์ทโฟนของคุณ]

[คุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ใน ‘โดมของกรุงโซล’ เว้นแต่ว่าสติของ ‘ฮันดงฮุน’ จะถูกรบกวน]

หลังจากนั้นไม่นาน ชื่อของฮันดงฮุนก็ปรากฏขึ้นในสมาร์ทโฟน

– นายเป็นใคร?

– ฉันตามหานายอยู่

– ลีซงกุกก็พูดแบบนั้น

– ฉันก็คิดว่างั้นนะ

– ฉัน…

นิ้วที่สั่นเทาของเด็กชายไม่สามารถพิมพ์ประโยคได้อีก ผมรู้ได้โดยสัญชาตญาณ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะโน้มน้าวเด็กชายคนนี้ในตอนนี้

มันเป็นเวลากว่า 10 วันแล้ว บาดแผลของเด็กชายยังคงตราตรึงอยู่ถึงจุดที่มันไม่อาจฟื้นฟูได้ง่ายๆ

– ฉันเข้าใจนาย มันทั้งน่ากลัวและสับสน

[ตัวละคร ‘ฮันดงฮุน’ กระวนกระวายใจมาก]

– อย่าไร้สาระ

– ฉันแตกต่างจากคนเหล่านั้น

– ฉันไม่อาจเชื่อนายได้

– นายไม่เกลียดผู้เผยพระวจนะงั้นเหรอ?

ดวงตาของฮันดงฮุนสั่น ความขุ่นเคืองที่หยั่งรากลึกเต็มอยู่ในดวงตาของเด็กชายเนื่องมาจากการสะกดจิต

– ถ้านายยอมรับฉัน ฉันจะสามารถกำจัดพวกมันได้

– …ทำไม? นายคือผู้เผยพระวจนะ…

– พวกเขาไม่ควรมีตัวตนอยู่ พวกเขากำลังรบกวน ‘บทส่งท้าย’

ฮันดงฮุนจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่อาจเข้าใจและแตะคีย์บอร์ดของเขา

– สำหรับฉัน… นายจะต้องการอะไร? นายจะแค่ใช้ความสามารถของฉันก็เท่านั้น

ผมเงยหน้าขึ้นและพูดขึ้นอย่างช้าๆ

– ไม่ มันตรงข้ามเลย

ผมจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาในขณะที่ผมพูดเสียงดัง

“นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย”

* * *

“ในตอนนี้เวลาของไอ้พวกบ้านั่นจบลงแล้ว มันจะจบลงในวันพรุ่งนี้”

“เห้อ… เมื่อจบลง ฉันขอโซจูสักขวดนะ”

“ได้ นายเคยเห็นดวงตาของไอ้บ้านั่นมาก่อนไหม? เนตรแห่งปราชญ์จ้องมาที่ฉัน และฉันก็แทบจะหัวใจวาย”

“ฮ่าฮ่า คนที่ออกไปตั้งแต่อารัมภบทจะรู้จักเนตรแห่งปราชญ์ได้ยังไง?”

มันเป็นเสียงที่ร่าเริง มันน่าตื่นเต้นมากจนผมต้องการจะฟังต่อไป

“เฮ้ ผู้เผยพระวจนะคนอื่นๆ ยังสงสัยอยู่… ฉันจะโน้มน้าวพวกเขายังไง? พวกเขาจู้จี้ให้ฉันไปที่ชุงมูโร…”

“เอาโทรศัพท์ของนายมาให้ฉัน ฉันจะพูดกับพวกเขาเอง ในอัตรานี้… ฮะ?” ใบหน้าของจางมินซอบแข็งไปในขณะที่เขากดคีย์บอร์ด “ทำไมจู่ๆ อินเทอร์เน็ตถึงใช้การไม่ได้?”

“ไอ้เด็กเหลือขอนั่นหลับไปอีกแล้ว? กลับไปดูสิ”

จางมินซอบกำลังจะออกไปจากเต็นท์ แต่ร่างกายของเขาก็ถูกปะทะด้วยอะไรบางอย่างซะก่อนในช่วงเวลาที่เขายื่นมือออกมา

“น-นี่มันอะไรกัน…?”

ชิ้งงง!

“อ๊ากกก!”

จางมินซอบล้มลงบนพื้นพร้อมกับเสียงกรีดร้อง ผมถอดชุดคลุมสันโดษออกและถือศรัทธาไม่แตกสลายเอาไว้

“ย-ยูจงฮยอค? มาทำไมเหรอ?”

ลีซงกุกที่กำลังสับสนสะดุดเท้าในขณะที่จางฮีวอนโผล่หัวเข้ามาจากด้านนอกของเต็นท์

“ฉันจัดการบางส่วนให้เอง แต่มันมีคนมากเกินไป… ฉันคงจะไปนานหน่อย”

จางฮีวอนหายตัวไปและมีเสียงการต่อสู้ดังออกมาจากข้างนอก ในตอนนี้ พวกคนคุ้มกันคงจะแห่กันออกมาแล้ว

“น-นายไม่รู้เหรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้านายทำแบบนี้? ยูจงฮยอค นายไม่อาจจัดการกับพวกเราทุกคนได้!”

“ทุกคน? ฉันไม่ต้องจัดการกับทุกคน ฉันแค่ต้องจัดการกับนาย”

คำพูดนี้ทำให้ริมฝีปากของลีซงกุกกระตุก

“ฉันขอโทษยูจงฮยอค แต่ฉันไม่ยอม…”

ชิ๊งงงง!

ผมกวาดใบมีดเข้าใส่จางมินซอบที่ล้มลงอยู่และตัดเกราะที่เขากำลังสวมใส่ จางมินซอบกรีดร้องออกมา

“อ๊าก!”

เนื้อของเขาฉีกขาด และเศษผ้าชิ้นหนึ่งก็หลุดออกมา ผมหยิบเศษผ้าชิ้นนั้นขึ้นมา

[คุณได้รับธงของกลุ่มดงเมียง]

[ธงน้ำเงินของคุณซึมซับความสำเร็จสะสมของธงน้ำเงิน]

[ธงน้ำเงินของคุณกลายเป็นธงน้ำตาล]

[ธงที่แข็งแกร่งปกป้องคุณ]

“นายคือตัวแทนที่แท้จริงของดงเมียว”

“ด-ได้ยังไง…?”

“ไม่ว่าพวกนายจะโง่แค่ไหน พวกนายก็คงไม่โชว์ธงออกมาด้วยความอวดดีแบบนั้น”

ในตอนแรก มันแปลกที่พวกเขามอบตำแหน่งตัวแทนให้แก่ฮันดงฮุน พวกเขารู้อนาคตและคงจะไม่มอบตำแหน่งตัวแทนให้กับตัวละครในนิยาย

อย่างไรก็ตาม ลีซงกุกก็ไม่ใช่ตัวแทน มันจึงมีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น

[สมาชิกที่เหลือของกลุ่มดงเมียวกำลังรอการตัดสินใจของคุณ]

ในตอนนี้คนคุ้มกันก็ไม่มีความหมายแล้ว จางมินซอบผู้สิ้นหวังพูดติดอ่างออกมา “ย-ยูจงฮยอค! ถ้าผู้เผยพระวจนะคนอื่นรู้เรื่องนี้…”

“นายจะทำให้พวกเขารู้ได้ไงในเมื่ออินเทอร์เน็ตไม่ทำงาน”

ลีซงกุกอุทานออกมาเมื่อเขาตระหนักได้ว่าแผนการทั้งหมดของพวกเขาพังไม่เป็นท่า

“ทำไม… ทำไมนายถึงทำแบบนี้กับพวกเรา?”

“มาดูกันสิ? คำถามนี้มันไร้ความหมายสิ้นดี แม้ว่าฉันจะเป็น ‘ยูจงฮยอคตัวจริง’ ฉันก็คงจะไม่เป็นพันธมิตรกับคนอย่างพวกนาย”

“อ-อะไรนะ… อย่าบอกนะว่า…?”

ผมฉีกยิ้มให้กับใบหน้าที่ซีดเซียวของทั้งคู่และหัวเราะ

“พวกนายควรจะอ่านให้จบนะ”

(จบตอน)


กลุ่มลับถึงตอนที่ 108 แล้ว

มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint