0 Views

ตอนที่ 38 – ปลาแสงอาทิตย์ผู้รอบรู้ (3)

 

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ กำลังสงสัยเกี่ยวกับการหลอกลวงของคุณ]

[กลุ่มดาวมอบการสนับสนุนให้คุณ 200 เหรียญ]

ผู้ชนะของการเป่ายิ้งฉุบได้รับการตัดสินในทันที ใบหน้าของลีกิลยังแดงเล็กน้อยในขณะที่จางฮีวอนมีสีหน้าพึงพอใจ ลีจีฮเยล้มลงกับพื้นด้วยสีหน้าเศร้าสลด

“…นี่มันไร้สาระ!”

น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถอ่านใจของลีกิลยังได้ ดังนั้นเข็มฉีดยา 2 อันจึงตกเป็นของเขา

“พี่ไม่ต้องเอาให้ผมก็ได้…”

“เอาไปเถอะ”

เขาน่ารัก ผมลูบหัวของลีกิลยัง

นอกจากนี้ จางฮีวอนยังได้เข็มฉีดยาเสริม STA ไป 2 อัน จางฮีวอนรับพวกมันมาด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณนะ มันช่วยได้เยอะเลย”

มันมีแค่ลีจีฮเยที่ไม่ได้อะไรไปเลย

“นายเอาชนะฉัน 18 ใน 20 ครั้งได้ยังไง? นายโกงเหรอ?”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป่ายิ้งฉุบเก่ง”

“นายจะเอาแบบนี้จริงๆ เหรอ? นายให้ฉันสักอันไม่ได้เหรอ…”

“เธอมียูจงฮยอคอยู่แล้ว”

ผมไม่สนใจเสียงของลีจีฮเยและเก็บเข็มฉีดยาไป

จางฮีวอนตบไหล่ของลีจีฮเยในขณะที่จ้องไปยังดาบที่ทอประกายของลีจีฮเย

“สาวน้อย โลกมันยุติธรรมแล้ว”

* * *

ครืน มันมีเสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ดังออกมา ลีกิลยังมองไปยังเกาะไดโนเสาร์จากระยะไกลและถาม “พี่ ผมเอามันไปชั้นต่อไปไม่ได้เหรอ?”

ตั๊กแตนตำข้าวนั่งอยู่บนตักของลีกิลยังและพูดกับลีกิลยัง มันถูหนวดเข้ากับกรามของลีกิลยัง

“น่าเสียดายว่ามันไม่ได้”

ลีกิลยังกอดมันไว้ด้วยสีหน้าเศร้าๆ

“…ดูแลตัวเองดีๆ นะไททาโน”

กี๊ซ

เขาตั้งชื่อให้มันแล้ว น่าเสียดายที่มอนสเตอร์ซึ่งถูกสร้างขึ้นในดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ไม่อาจเคลื่อนไหวไปยังชั้นอื่นได้

อย่างไรก็ตาม ไอเท็มนั้นสามารถนำไปยังชั้นอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น หลอดฉีดยาเพิ่มค่าสถานะ และไอเท็มที่ผมกำลังถือไว้ในตอนนี้

[หลอด DNA ของทีเร็กซ์]

เข็มฉีดยาสีทองอันนี้คือเหคุผลสำคัญที่สุดในการเลือกภาพยนตร์เรื่องนี้ มันเป็นไอเท็มที่สามารถเพิ่มค่าสถานะทุกชนิด 10 หน่วยเป็นเวลา 30 นาทีหลังจากการใช้งาน แม้ว่ามันมีข้อเสียที่สามารถใช้ได้ในดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านชั้นสุดท้ายของดันเจี้ยนนี้โดยไม่มีมัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายูจงฮยอคตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอย่างที่ผมคิด

ตั๊กแตนตำข้าวที่ลีกิลยังปล่อยไปบินไปในอากาศ และท้องฟ้ามืดก็เริ่มพังทลายลง

[เข้าถึง ‘เอนเครดิต’ ครั้งแรกแล้ว]

[นักแสดง: คิมทกจา, จางฮีวอน, ลีจีฮเย, ลีกิลยัง]

[คุณได้รับ 500 เหรียญเป็นรางวัล]

ผมรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย และพวกเราก็ปรากฏขึ้นบนพื้นอีกครั้ง หลังจากที่พวกเราหนีออกมาได้ โปสเตอร์ภาพยนตร์บนผนังก็ขาดออก มันเป็นหลักฐานว่าพวกเราเคลียร์มันได้อย่างปลอดภัย ลีจีฮเยกำลังบ่นออกมา

“นายต้องผ่านอีกหลายๆ ชั้นแบบนี้ใช่ไหม?”

“ยูจงฮยอคน่าจะเคลียร์ส่วนใหญ่ไปแล้ว ดังนั้นมันจะเร็วกว่าที่เธอคิด”

พวกเรามุ่งหน้าไปยังชั้นสองผ่านบันไดเลื่อน จากชั้นสอง พื้นที่ที่เหลืออยู่นั้นแคบเพราะมันคือโรงภาพยนตร์ของผู้ใหญ่ จางฮีวอนถาม

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนเหรอ?”

ไม่ว่าพวกเราจะรอนานแค่ไหน สภาพแวดล้อมของชั้นที่สองก็ไม่เปลี่ยนไป ไม่มีกล้องและการฉายภาพยนตร์ก็ไม่ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อมองใกล้ๆ โปสเตอร์ทั้งหมดบนชั้นสองถูกฉีกออกไปหมดแล้ว ลีจีฮเยสังเกตเห็นบางอย่าง

“มันมีอันไหนใช้ได้บ้างเนี่ย?”

ผมตรวจสอบโปสเตอร์ที่ขาดไปทีละอัน

แปซิฟิค ริม กำกับโดยกีเยร์โม เดล โตโร… หนังหุ่นยนต์ยักษ์งั้นเหรอ? แย่มาก ถ้ามันไม่ถูกชิงไปก่อน ผมก็คงจะได้รางวัลเป็นถุงมือแข็งกล้าไปแล้ว

อินเซ็ปชั่น กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน… มันดีที่เรื่องนี้ถูกฉีกไปแล้ว

“ว้าว ฉันอยากดูเรื่องนี้”

ผมเห็นโปสเตอร์ที่ลีจีฮเยกำลังดูอยู่

“เธอชอบซุปเปอร์ฮีโร่เหรอ?”

“ใช่”

“โชคดีแล้ว มิฉะนั้นเธอจะเกลียดมันหลังจากนี้”

“…ฉันรู้”

บนโปสเตอร์ที่ถูกฉีก สัตว์ประหลาดตัวเขียวกำลังคำรามเข้าใส่พวกเรา พวกเราเดินตรงไปยังชั้นสาม

“ที่นี่ก็เหมือนกัน”

โปสเตอร์ทั้งหมดบนชั้นสามถูกฉีกไปหมดแล้ว ยูจงฮยอคกวาดมันไปหมด โชคดีที่ชั้นที่สามมีภาพยนตร์อันตรายอยู่เยอะ

ไฟนอลเดสติเนชั่น กำกับโดยเจมส์ วาน… ไอ้บ้ายูจงฮยอค เขาผ่านมันไปได้ยังไง? นี่คือภาพยนตร์ทำลายล้างแท้ๆ

“พวกเราขึ้นมาเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ?”

ต่างจากน้ำเสียงที่สดใสของจางฮีวอน ผมกระวนกระวายทุกๆ ครั้งที่พวกเราขึ้นมาชั้นต่อไป การเคลียร์ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์จำเป็นต้องมีโชค โปสเตอร์บางส่วนในแต่ละชั้นไม่ได้ครอบคลุมในหนทางเอาชีวิตรอด ยูจงฮยอคไม่ได้เคลียร์ภาพยนตร์ทุกเรื่อง

มีข้อความของระบบดังนั้นเมื่อพวกเราเข้าสู่ชั้นที่สี่

[คุณเข้าสู่ชั้นที่สี่]

สปอร์ตไลท์ฉายลงมาโดยไม่ให้เวลาผมได้ดูโปสเตอร์ จางฮีวอนรวบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและอธิษฐาน

“ได้โปรดอย่าเป็นหนังผีเลย…”

ผมเหลือบมองไปที่จางฮีวอน และเธอก็แก้ตัวออกมา

“ดาบฆ่าผีไม่ได้”

…นี่ก็เป็นเหตุผล

[การฉายเริ่มขึ้นแล้ว!]

พื้นหลังเปลี่ยนไป และเมื่อพวกเราลืมตาขึ้น ลมทะเลก็พัดโชยผ่านหัวเรือ

“นี่มัน…?”

ผมรู้สึกเค็มในปาก และขอบฟ้ากว้างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม ผมรู้สึกสับสนกับทัศนียภาพของทะเล ผมทำงานทุกวัน และมันก็หลายปีแล้วนับตั้งแต่ที่ผมได้เดินทาง

“หนังเรื่องอะไรเนี่ย?”

ข้างๆ ผม จางฮีวอนกำลังสวมชุดเดรสยาว

เสียงไวโอลินดังออกมาจากด้านในของเรือสำราญ และมีเสียงของผู้คนที่กำลังตื่นเต้น มันเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมากจากภาพยนตร์…

โอ้ ผมรู้แล้วว่าเรื่องอะไร

จากนั้นเสียงของลีจีฮเยก็ดังออกมา “โอ้ อยู่ดีๆ ก็เร่ง…”

ผมมองย้อนกลับไปและเห็นลีจีฮเยกำลังอาเจียนอยู่ จางฮีวอนวิ่งเข้าไปและลูบหลังของเธอ หลังจากอาเจียนอยู่สักพัก ลีจีฮเยก็พูดออกมา

“เอ่อ ฉันเมาเรือ”

“ไม่เป็นไร แค่อาเจียนเอง”

…ผมสงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว ทำไมดยุคแห่งความภักดีและสงครามถึงเลือกลีจีฮเย? ไม่สิ ผมอ่านนิยายแต่ก็ไม่ได้อยากรู้

“แต่พี่สาว… หนังเรื่องนี้? เรือที่จม”

“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ”

“งั้น… บางทีพี่สาวอาจจะเป็น ‘เคต วินสเล็ต’ ก็ได้?”

ลีจีฮเยมองมายังชุดเดรสของจางฮีวอนเหมือนกับว่าเธออิจฉา จากนั้นเธอก็มองมาที่ผม

“งั้นนายก็คือ… ดิแคพรีโอ? ว๊ากกกก!”

ผมรู้สึกไม่พอใจเมื่อเห็นเธออาเจียนหลังจากพูดอย่างนั้น ในเวลานั้นเอง ลีกิลยังก็โผล่ออกมาจากข้างหลังของผม

“พี่!”

ลีกิลยังแต่งกายในชุดทางการ เสื้อผ้าชุดนี้ค่อนข้างคุ้นๆ…

ยังไงก็เถอะ ทุกคนมารวมตัวกัน

“ไม่มีเวลาแล้ว”

ตอนนี้เรือกำลังจะจม น่าเสียดายที่วิธีแก้ปัญหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ปรากฏอยู่ในหนทางเอาชีวิตรอด

เราจะเอาชนะไททานิคได้อย่างไร? มันเป็นการต่อสู้กับทะเลงั้นเหรอ?

ลีจีฮเยเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

“เธอกำลังจะจม พวกเราแค่ต้องจมไปกับมันรึเปล่า?”

“นั่นก็เกินไป…”

มันน่าหงุดหงิด มันคงจะดีกว่านี้ถ้าภาพยนตร์มีศัตรูที่ชัดเจนให้บดขยี้

“งั้นมาลองหาคนร้ายดู”

นี่เป็นความเห็นของกิลยัง ผมไม่รู้ว่ามันจะมีวายร้ายในภาพยนตร์เรื่องนี้ไหม แต่เนื่องจากผมไม่อาจคิดอะไรได้อีกแล้ว ผมจึงตัดสินใจลองทำตามมันดู

“งั้นไปจัดการกับตัวร้ายกันเถอะ”

พวกเราเริ่มเคลื่อนไหว ยังไงก็เถอะ ใครเป็นตัวร้ายของเรื่องนี้กัน? ครั้งสุดท้ายที่ผมดูไททานิค…

แต่ผมไม่จำเป็นต้องกังวล พวกวายร้ายได้เข้ามาหาพวกเราเอง ชายหนุ่มในชุดสะอาดจ้องมาที่นี่

“แจ็ค ดอว์สัน!”

เดี๋ยวก่อน แจ็คดอว์สัน…บทบาทที่ดิแคพรีโอเล่น? ไม่ใช่ว่าชายคนนี้กำลังจ้องมาที่ผมเหรอ

“…ฉันเหรอ?”

…เขาคือดิแคพรีโอเหรอ? ผมถอนหายใจในขณะที่ผมมองไปยังลีกิลยัง

* * *

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็ลักพาตัวคนที่พวกเราคิดว่าเป็นตัวร้ายของเรื่อง แต่หัวหน้าโรงภาพยนตร์ก็ไม่ตอบสนอง การลักพาตัวเขายังไม่พอ…

ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดปาก

“ถ้าอย่างนั้น…”

“ฆ่าเขาเถอะ”

ลีจีฮเยชักดาบออกมา ชายคนนี้กำลังดิ้นรนในขณะที่ร่างกายของเขาถูกมัดไว้

“หัวหน้าโรงภาพยนตร์เป็นพวกโรคจิตเหรอ? ถ้าอย่างนั้นคำตอบก็คือการฆ่าเขาอย่างรวดเร็วสิ?”

ผมเองก็คิดแบบนั้น ไม่สิ ผมมั่นใจ

มันเป็นคำตอบของภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งในหนทางเอาชีวิตรอด แต่จางฮีวอนก็้จองไปยังชายคนนั้นด้วยความกลัวและพูดออกมาอย่างไม่คาดคิด

“แต่… เขาดูเหมือนคนจริงๆ”

“…ฮะ?”

“นี่คือภาพยนตร์ แต่เขาแค่เหมือนคนจริงๆ”

แต่มันก็น่าประหลาดใจที่จางฮีวอนพูดแบบนี้เมื่อเธอเพิ่งจัดการคนอื่นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน จากนั้นอีกครั้ง จางฮีวอนก็พูดอะไรแบบนี้ออกมา ‘ฉันอาจจะเป็นนักฆ่าแต่ฉันไม่อยากกลายเป็นสัตว์ประหลาด’

ลีจีฮเยถาม “พี่สาว พี่กำลังพูดเรื่องอ่อนไหวแบบนี้ตอนนี้เนี่ยนะ? พี่ไม่อยากฆ่าเขาเหรอ?”

“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น…”

“มันเป็นการดีที่จะช่วยผู้คน แต่ถ้าคนๆ นี้ไม่ตาย พวกเราก็จะตาย พวกเรามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน แต่ชายคนนี้เป็นแค่ตัวละคร!”

ตัวละคร…

ผมรู้สึกสับสนกับคำพูดของลีจีฮเย

จางฮีวอนมองมาที่ผม “…นายก็คิดแบบนั้นเหรอ?”

“แม้ว่าชายคนนี้จะเป็นคนจริงๆ แต่เขาก็ยังเป็นคนเลวอยู่ดี ทำไมการฆ่าเขาจะเป็นสิ่งไม่ดีล่ะ?”

คำพูดของลีจีฮเยอาจจะถูก ผู้ชายคนนี้เป็นตัวร้ายของสถานการณ์อย่างแน่นอนและคงทำเรื่องไม่ดีลงไป ดังนั้นการฆ่าเขาก็คงจะไม่เป็นอะไร น่าตลกที่มันเป็นตรรกะที่ยูจงฮยอคมักจะพูดถึงในหนทางเอาชีวิตรอด

ในเวลาที่ผมเปิดปาก ลีจีฮเยก็รีบวาดดาบของเธอ

“เห้อ อะไรกันเนี่ย? มาสเตอร์กำลังจะตายนะ!”

ใบมีดวาดลงมาและทะลวงเข้าใส่หน้าอกของชายหนุ่ม พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา มันสมจริงมาก จากนั้นข้อความของระบบก็ดังออกมา

[เจ้าของโรงภาพยนตร์พอใจกับตอนจบของภาพยนตร์ที่เปลี่ยนไป]

[ท้ายเรือจะนำไปสู่ชั้นถัดไป]

“ดูสิ ฉันทำถูกแล้ว ใช่ไหม?”

ลีจีฮเยตะโกนออกมาอย่างมีชัย

เห็นได้ชัดว่าคำตอบนั้นไม่ผิด หัวหน้าโรงภาพยนตร์ยอมรับสิ่งนี้แล้ว และกลุ่มดาวก็คงจะมอบเหรียญให้กับการกระทำของพวกเรา พวกเราคงจะเอาชีวิตรอดไปได้ด้วยเหรียญเหล่านี้

มันเป็นวิถีชีวิตที่ถูกทำลายในโลกใบนี้

[เข้าถึง ‘เอนเครดิต’ ครั้งที่สองแล้ว]

[นักแสดง: คิมทกจา, จางฮีวอน, ลีจีฮเย, ลีกิลยัง]

[คุณได้รับ 500 เหรียญเป็นรางวัล]

พวกเราไม่อาจได้ไอเท็มรางวัลไปจากไททานิค ดังนั้นพวกเราจึงตรงไปยังชั้นต่อไปและปฏิบัติตามคำแนะนำของข้อความของระบบ

[คุณเข้าสู่ชั้นที่ห้า ห้องรางวัล]

เมื่อพวกเราขึ้นบันไดเลื่อนมา ในที่สุดมันก็มาถึงห้องรางวัล

“ห้องรางวัล? มันไม่ใช่หนังที่น่ากลัวใช่ไหม?”

“นี่คือห้องโถงนิทรรศการ มันเป็นสถานที่ที่พวกมันใช้แสดงอุปกรณ์ประกอบฉากภาพยนตร์”

ในความเป็นจริง ผมรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ผมก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้อีกครั้ง

อุปกรณ์ประกอบฉากจากภาพยนตร์ต่างๆ ปรากฏอยู่ในตู้กระจก อุปกรณ์และเครื่องแต่งกายที่ถูกใช้โดยตัวละครหลักจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ และอุปกรณ์ตกแต่งเวที…

สิ่งที่น่าตลกก็คือพวกมันไม่ใช่อุปกรณ์ประกอบฉากอีกต่อไป

จางฮีวอนเดินเข้ามาใกล้กับตู้กระจกและตะโกนออกมา

“พระเจ้าช่วย ดูนี่สิ!”

[มิคาสึกิ มุเนจิกะ – แบบจำลอง] ดาบระดับ A

ดวงตาของจางฮีวอนเปล่งประกายเมื่อเธอมองไปยังตู้กระจก และผมก็พยักหน้า

“ในที่สุดเธอก็ได้ดาบที่เหมาะมือแล้ว ฮีวอน”

“โว้ว…”

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นดาบที่ยอดเยี่ยมในการมองแค่แวบเดียว ดาบเขาโกลล์ไม่อาจเทียบได้เลย และมันก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลยเมื่อเทียบกับดาบของลีจีฮเย

จางฮีวอนเริ่มเหวี่ยงดาบในมือของเธอ

“เยี่ยมไปเลยรึเปล่าเนี่ย? มันเบาและเคลื่อนไหวได้ดีเลย!”

ผมไม่เคยเห็นจางฮีวอนเป็นแบบนี้มาก่อนเลย

[ตัวละคร ‘จางฮีวอน’ ขอบคุณคุณเป็นอย่างมาก]

ไม่เป็นไร

วัตถุประสงค์หลักของการมาที่ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ก็คือ ‘รางวัล’ ของชั้นที่ห้า ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการฟาร์มในช่วงแรกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จางฮีวอนจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกด้วยอาวุธนี้

[ไอเท็มรางวัลจะถูกจำกัดไว้ที่สองชิ้นต่อคน]

มันไม่ใช่ ‘สตาร์รีลิค’ ของแท้เพราะมันเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในภาพยนตร์ แต่เวอร์ชั่นจำลองก็มีคุณสมบัติของไอเท็มต้นฉบับอยู่ ไอเท็มระดับ A แทบจะเป็นของโกงในช่วงแรกๆ เลย

ยังไงก็เถอะ ยูจงฮยอคได้ผ่านที่นี่ไปแล้ว ไอเท็มสองชิ้นหายไปแล้ว

“เลือกไอเท็มกันเลย แต่ละคนเลือกได้สองอัน ดังนั้นก็เลือกกันดีๆ นะ”

ผมบอกจางฮีวอนให้เลือกไอเท็มที่ยูซานอาสามารถใช้ได้ในขณะที่ผมหาไอเท็มอีกอันให้กับลีฮุนซึง อันนี้ดูเหมือนจะมีประโยชน์เลยทีเดียว

[โล่เฮอร์คิวลีส – แบบจำลอง] โล่ระดับ A

เยี่ยม… มันเป็นไอเท็มที่ไม่อาจเอาไปเทียบกับโล่เหล็กเก่าได้เลย เมื่อผมคิดว่าดวงตาของลีฮุนซึงจะเปล่งประกายด้วยความจงรักภักดีแค่ไหน ผมก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแล้ว

ลีจีฮเยที่อ้างว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของซุปเปอร์ฮีโร่กำลังพยายามดึงไอเท็มออกมาจากมุมหนึ่ง

“อ่า ทำไมฉันดึงออกมาไม่ได้?”

ผมเข้ามาใกล้ เป็นมันนี่เอง

[มโยลเนียร์ – แบบจำลอง] อาวุธทื่อระดับ A

ค้อนแห่งเทพเจ้าสายฟ้า ธอร์ มันคงจะเป็นไอเท็มอันทรงพลังถ้ามันเป็นสตาร์รีลิคของแท้… ถึงกระนั้นก็เถอะ คุณภาพของต้นฉบับก็เยี่ยมยอดมากจนประสิทธิภาพของแบบจำลองไม่ได้ด้อยเลย

ผมมองไปยังลีจีฮเยที่กำลังส่งเสียงพึมพำในขณะที่เธอจับค้อนที่ไม่สามารถขยับได้เลย

“ไม่ใช่ว่ามันเป็นไอเท็มที่มีเฉพาะคนพิเศษสามารถใช้ได้เหรอ?”

“ปั๊ดโถ่ว ฉันไม่พิเศษเหรอ?”

ในเวลานั้นเอง ลีกิลยังก็เดินเข้ามาข้างหลังเธอและเอื้อมมือออกไปยังมโยลเนียร์

“เฮ้ ไอ้หนู! นี่มันของฉัน…”

มโยลเนียร์ลอยขึ้นเบาๆ ด้วยมือของลีกิลยัง ลีกิลยังเหวี่ยงค้อนไปรอบๆ ก่อนที่จะมองมาที่ผม

“พี่ ผมเอามันไปได้ไหม?”

“เอาสิ มันดูดีเลย”

ลีจีฮเยดูตะลึงไปอีกครั้ง

“มีแต่ฉันที่ไม่สมหวัง… แค่ฉัน…”

ผมไม่สนใจเธอและมองหาไอเท็มที่เหลืออยู่ มาดูกันว่าเหลืออะไรบ้าง

[ชุดเสริมพลังภายนอก – แบบจำลอง] ชุดป้องกันระดับ A

ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่มันก็ดีที่จะเสริมการป้องกันของตัวเองเมื่อผมสวมชุด มันก็พันรอบแขนขาของผม

[ความเสียหายจากการโจมตีภายนอกลดลง 10%]

[ความสามารถในการตรวจจับศัตรูได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น]

[คุณสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วกว่าแต่ก่อน]

มันค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมคิดถึงการต่อสู้ที่รออยู่ในตอนท้าย

ในตอนนี้การเตรียมการก็เสร็จสิ้นแล้ว

เนื่องจากมันไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญในดันเจี้ยน มันจึงชัดเจนว่ายูจงฮยอคยังมีชีวิตอยู่ ถ้าพวกเราเคลื่อนไหวผ่านชั้นที่หกไปอย่างรวดเร็ว พวกเราอาจจะพบกันบนชั้นที่เจ็ด ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ถ้าเขากำลังต่อสู้อยู่กับบอสบนชั้นที่แปด… อย่างน้อยเขาก็ยังมีชีวิตอยู่

เอาล่ะ ไปลากไอ้ผู้เสื่อมถอยบ้านั่นกลับมากันเถอะ

(จบตอน)


กลุ่มลับเปิดแล้วนะครับ

มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint