0 Views

ตอนที่ 36 – ปลาแสงอาทิตย์ผู้รอบรู้ (1)

 

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็เดินทางมาถึงทางเข้า ‘ดันเจี้ยนลับ’ บนชั้นใต้ดินแรก ผมเดินตามหลังลีจีฮเย ลีกิลยัง และจางฮีวอน ในขณะที่กำลังมองไปยังสมาร์ทโฟนของผม

「…ท่ามกลางอาการปวดหัวอันรุนแรง ยูจงฮยอคก็กลับมามีสติ

‘ยอมแพ้กับชีวิตนี้’

นี่คือจุดสิ้นสุดชีวิตที่แปดของยูจงฮยอค」

มันเป็นไปไม่ได้ สิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้น

…บ้าเอ้ย ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ในชีวิตที่สามเท่านั้น? ถ้าเขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเหมือนกับชีวิตที่สองของเขา เขาคงจะผ่านสถานการณ์ช่วงกลางไปจนถึงช่วงท้าย

ผมเงยหน้าขึ้นมองจางฮีวอนที่กำลังมองมาที่ผม

“ทกจา นายกำลังดูอะไรอยู่?”

“…อ่า ปฏิทิน… สถานการณ์นี้ทำให้ฉันลืมวันลืมคืนไป”

อันที่จริงผมก็คิดว่ามันอาจจะน่าสนใจมากกว่าที่จะดูปฏิทิน บางครั้งผมก็สงสัยว่าผมจะอ่านนิยายเรื่องนี้จบได้อย่างไร

จางฮีวอนมองมาที่ผมด้วยความสงสัยก่อนที่จะหันหน้าไปหาลีจีฮเย

“งั้น… เธอบอกว่าเธอชื่อลีจีฮเยงั้นเหรอ? เธอเองก็ใช้ดาบเหรอ?”

“ใช่ ฉันชอบดาบ”

“จริงเหรอ? ดาบนั้นดีที่สุดแล้ว มันคือรสนิยมที่ดี”

“…พี่สาวเองก็รู้เรื่องรสนิยมด้วยเหรอ?”

จางฮีวอนยิ้มในขณะที่เธอมองไปยังดาบของลีจีฮเย มันเป็นดาบหรูที่ชัดเจนว่ากวัดแกว่งได้อย่างราบรื่น บางทียูจงฮยอคอาจจะมอบมันให้กับเธอ

“ดาบของเธอดูดีหนิ”

“อ่า มาสเตอร์มอบมันให้กับฉัน ของพี่ล่ะ…?”

“นี่ของฉัน… ฉ-ฉันชอบมันเหมือนกัน”

จางฮีวอนมองไปยังดาบเขาโกลล์ และจากนั้นก็ลอบมองไปยังดาบบนเอวของอีกฝ่าย

ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมก็อดรู้สึกเสียใจไม่ได้ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าไปขัดจังหวะ

“เฮ้ ทำไมเธอถึงเอาแต่พูดกับลีจีฮเยแต่ไม่สนใจฉัน?”

“เอ่อ.. เรื่องนั้น ฉันแพ้ทางผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าหน่อยๆ”

ลีจีฮเยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และจางฮีวอนก็เอียงคอ ทำราวกับว่าลีจีฮเยนั้นน่ารัก ดูเหมือนว่ามันจะมีการเชื่อมต่อกันระหว่าง ‘ผู้สังหารปีศาจ’ แล้ว

“ยังไงก็เถอะ ทำไมนายถึงมาช่วยมาสเตอร์?”

“พวกเราเป็นเพื่อนกัน”

“อย่าพูดไร้สาระ”

“เขาเป็นคนที่มีประโยชน์”

“…นายพูดเหมือนมาสเตอร์เลย”

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ กำลังสงสัยเกี่ยวกับหัวใจของคุณ]

เมื่อมาคิดถึงมัน มันก็ไม่ใช่แค่ลีจีฮเยเท่านั้น แต่ยังเป็นกลุ่มดาวด้วยที่กำลังสงสัยกับการกระทำของผม เขาเป็นคนที่คงจะฆ่าผมถ้าเขามีโอกาส มันแปลกมากที่ผมวิ่งเข้าไปช่วยเขา

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจทมิฬ’ ชอบในความปรารถนาที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่พังทลายลงของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 100 เหรียญ]

มีคนเข้าใจผมผิดอีกแล้ว แต่กลุ่มดาวนี้… มันก็แตกต่างจากความคาดหวังของกลุ่มดาว ผมมีเหตุผลส่วนตัวที่จะช่วยยูจงฮยอค

มันเพื่อป้องกันเขาจาก ‘การเสื่อมถอย’ หลังจากที่เขาตาย

การเสื่อมถอยหลังจากความตาย มันฟังดูดี ‘อักขระการเสื่อมถอย’ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่คุณเสียชีวิต ตัวเอกมีอักขระสุดโกงอันนี้อยู่

ปัญหาก็คือว่าความสามารถนี้ได้ปลุกความคิดที่ซับซ้อนในสมองขึ้นมา

「ยังไงก็เถอะ อะไรจะเกิดขึ้นกับโลกหลังจากนายกลับมา?」

ตัวละครสนับสนุนได้ถามเรื่องนี้กับยูจงฮยอคเมื่อจำนวนชีวิตของยูจงฮยอคเริ่มเข้าสู่เลขสองหลัก ผมลืมชื่อของเขาไปแล้ว แต่คำตอบของยูจงฮยอคจากเวลานั้นก็ชัดเจน

「…ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันมักจะเลือกโลกที่มีผู้คนสามารถอยู่อาศัยได้มากยิ่งขึ้นเสมอ」

มันมีเหตุผล แต่ในความเป็นจริง ยูจงฮยอคก็ไม่ได้รู้เกี่ยวกับโลกที่เขาทอดทิ้งไป ต่อหน้า มันไม่มีทฤษฏีที่แน่นอนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกในหนทางเอาชีวิตรอด

วิทยาศาสตร์ เวทมนตร์ หรืออะไรก็ตาม

นี่คือเหตุผลที่ผมเป็นกังวล มันจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกหลังจากผู้เสื่อมถอยหายไป?

มันจะรีเซ็ตไปพร้อมกับการเสื่อมถอยไหม? หรือจะเกิดจักรวาลคู่ขนาดแตกแขนงออกไป? อย่างหลังอาจจะเป็นโชคดี แต่ถ้ามันเป็นอันแรก…

“พี่?”

“ฮะ หือ?”

ลีกิลยังที่จับปลายเสื้อของผมไว้เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาที่เป็นกังวล

“ผมคิดว่าพวกเรามาถึงแล้วนะ?”

[คุณกำลังเข้าใกล้เขตภายนอก ระวังอย่าให้ออกจากพื้นที่สถานการณ์]

ข้อความนี้โผล่ขึ้นมา มันไม่สำคัญ ดันเจี้ยนลับของชุงมูโรได้รับการปฏิบัติว่าเป็นพื้นที่ ‘ภายใน’

พวกเราหันไปที่มุมและทางออกหมายเลข 1 ก็ปรากฏขึ้น ทางเข้าดันเจี้ยนพร้อมกับร่มเงาของลางร้ายได้เข้ามาต้อนรับพวกเรา

[คุณพบดันเจี้ยนลับ!]

[ดันเจี้ยนนี้ถูกค้นพบโดยใครบางคนแล้ว คุณไม่ได้รับความสำเร็จในการค้นพบคนแรก]

[สถานการณ์ลับครั้งใหม่มาถึงแล้ว!]

+

[สถานการณ์ลับ – ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์]

หมวดหมู่: ลับ

ความยาก: A-

เงื่อนไขการเคลียร์: เอาชนะหัวหน้าของดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์

จำกัดเวลา: ไม่มี

สิ่งตอบแทน: 4,000 เหรียญ

ความล้มเหลว: –

+

ลีจีฮเยที่กำลังประหลาดใจลังเลและก้าวถอยกลับมา

“…อะไรกันเนี่ย? ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์?”

ลีกิลยังดูตกใจ อืม นี่จะต้องเป็นครั้งแรกที่พวกเขาพบกับสถานการณ์ลับเป็นแน่ จางฮีวอนเองก็พูดออกมา

“โรงภาพยนตร์เป็นดันเจี้ยน… ฟังดูโรแมนติกจัง”

โรแมนติก นี่เป็นเพราะเธอไม่รู้ว่าโรงภาพยนตร์จะน่ากลัวได้แค่ไหน พวกเราเข้าไปยังโรงภาพยนตร์ ล็อบบี้ที่คุ้นเคยของโรงภาพยนตร์เข้ามาต้อนรับพวกเรา

[คุณเข้าสู่ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์]

พวกเราเริ่มเครียดเมื่อพวกเราเข้ามายังดันเจี้ยนอันเย็นยะเยือก มันเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วย 9 ชั้น จากชั้น B1 ไปจนถึงชั้นที่ 8

“พี่ โปสเตอร์พวกนั้นขาด ใครทำเหรอ?”

“ฉันก็ไม่แน่ใจ”

ผมพูดแบบนี้ แต่อันที่จริงผมก็รู้อยู่แก่ใจ

แก่นแท้ของ ‘ดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์’ นี้คือ ‘โปสเตอร์’ บนผนัง บางทียูจงฮยอคอาจจะจัดการกับทุกๆ โปสเตอร์ในขณะที่เขาขึ้นไปข้างบน ความตั้งใจของเขาคือการกวาดรางวัลทั้งหมด

นอกจากโปสเตอร์ที่ฉีกขาด มันก็ไม่มีอะไรแปลกๆ ในชั้น B1 มันไม่มีไอเท็มหรือมอนสเตอร์อยู่เลย ยกเว้นเพียงแค่อย่างเดียวคือลิฟท์ซึ่งได้ถูกทุบที่มุมๆ หนึ่งด้วยประตูที่บิดเบี้ยว

ลีจีฮเยถาม

“ไม่ใช่ว่านี่คือดันเจี้ยนเหรอ? ทำไมมันไม่มีอะไรเลย?”

“จะมีบางอย่างปรากฏขึ้น”

“…นายรู้อะไรบางอย่างเหรอ?”

“นิดหน่อย”

“ยังไง? กลิ่นมันตุๆ นะ นี่เป็นชีวิตที่สองของนายเหรอ?”

นั่นมันมาสเตอร์ของเธอ แต่เขาก็มีชีวิตมาสามครั้งแล้ว

จากนั้นจางฮีวอนก็พูดขึ้นมา “มันเป็นเพราะผู้สนับสนุนของทกจา”

“…จริงเหรอ?”

ผมไม่สนใจสองสาวและพยายามเคลื่อนไหวไปยังชั้นล่าง แต่ก็ถูกจับไว้โดยลีกิลยังซะก่อน แมลงสาบบนหัวของเขากำลังเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง ลีจีฮเยชักดาบของเธอออกมาแทบจะในเวลาเดียวกับที่ผมปิดปากของเธอไว้ด้วยมือ

“อุ๊ มีคนอื่นอยู่นอกจากพวกเรา”

ผมหายใจออกในขณะที่เสียงเล็กๆ เริ่มดังออกมา ชั้นบน ถ้าอย่างนั้น… ล็อบบี้เหรอ? ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นยูจงฮยอค แต่มันก็ไม่ใช่เสียงของยูจงฮยอค

“…นายแน่ใจเหรอ? ที่นี่… มันมีของต่างๆ มากมาย”

“ใช่ ฉันซื้อข้อมูลมาด้วยเงิน 1,000 เหรียญ”

“ผู้เผยพระวจนะเหรอ?”

“ใช่ พวกมันน่าขยะแขยง แต่ข้อมูลก็ชัดเจน”

ผมได้ยินเสียงของคนกำลังพูดกัน พวกเราขึ้นบันไดเลื่อนและเดินเข้าไปหาคนพวกนั้น ดูเหมือนว่าจะมีคนสี่คนรวมตัวกันอยู่ที่ล็อบบี้บนชั้น 1

ลีจีฮเยกระซิบ “พวกเขาเป็นใครกัน? ฉันไม่เคยเห็นหน้าคนพวกนี้ในชุงมูโรเลย?”

“บางทีพวกเขาอาจจะมาจากทางเข้าฝั่งพื้นดิน”

“ฝั่งพื้นดิน? ไม่ใช่ว่ามันเต็มไปด้วยหมอกพิษเหรอ? นอกจากนี้ สถานการณ์…”

“สถานีต่างๆ จะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามความเร็วที่ต่างกัน มันมีคนที่จบสถานการณ์ได้เร็วกว่าที่สถานีของพวกเรา หากมีพิษอ่อนๆ พวกเขาก็สามารถกินเนื้อจากเผ่าพันธุ์ใต้ดินได้”

ผมพูดแบบนี้แต่ผมก็สับสน

‘ผู้เผยแพร่พระวจนะ?’

มันไม่มีคนเหล่านี้ในชีวิตของยูจงฮยอค ณ จุดๆ นี้ ยูจงฮยอคและผมควรที่จะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องดันเจี้ยนลับ

อะไรทำให้เกิดตัวแปรเหล่านี้ขึ้นมา? มันไม่จำเป็นต้องพูด ผมจำเป็นต้องค้นหา

“งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะ”

แสงสปอร์ตไลท์สีน้ำเงินลอยอยู่เหนือชายที่กำลังพูด แสงสว่างรายล้อมพวกเขา และจากนั้นพวกเขาก็หายไป

“…เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?”

จางฮีวอนถามผม แต่ผมก็ไม่ตอบ กลับกัน ผมกำลังค้นหาโปสเตอร์บนผนัง นี่ก็ขาด นั่นก็ด้วย… เมื่อถึงเวลาที่ผมมาถึงจุดสิ้นสุดของผนัง มันก็มีแค่อันเดียวที่ไม่ขาด ฉันอ่านคำที่ถูกเขียนไว้บนโปสเตอร์

สตีเวน สปีลเบิร์ก, ซามูเอล แอล. แจ็กสัน, เจฟฟ์ โกลด์บลุม…

ไอ้บ้ายูจงฮยอค… เขาเหลืออันนี้ไว้อันเดียวเหรอ? ตามที่คาดไว้จากการเสื่อมถอยครั้งที่สาม

ในเวลานั้น แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ในคราวนี้ สปอร์ตไลท์ได้เล็งมาที่พวกเรา ลีจีฮเยและลีกิลยังที่ประหลาดใจได้ก้าวถอยไป แต่มันก็ไม่มีทางให้หลบ คำว่า ‘ลำแสง’ น่าจะเหมาะกับมันมากกว่า

ผมถามจางฮีวอน “ฮีวอนชอบภาพยนตร์ไหม?”

“แน่นอน นายล่ะชอบไหม?”

“เธออาจจะเกลียดมันหลังจากนี้”

“นายจะทำอะไร―”

[คุณโดนฉายลำแสง]

[การฉายหนังจะเริ่มต้นขึ้น]

ภูมิทัศน์โดยรอบเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ มันไม่ใช่ภาพลวงตาง่ายๆ ดังนั้นกำแพงที่สี่จึงไม่ถูกเปิดใช้งานเหมือนเคย พื้นเสื่อน้ำมันเก่าๆ เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้สีเขียว ในขณะที่โต๊ะต้อนรับและแท่นป๊อปคอร์นเริ่มถูกเปลี่ยนเป็นป่าฝนเขียวชอุ่ม เพดานกลายเป็นท้องฟ้าสีครามที่ไม่มีก้อนเมฆและไม่มีจุดสิ้นสุด ลีจีฮเยพึมพำด้วยเสียงเล็กๆ

“นี่มันที่ไหนกัน?”

ลีจีฮเยตะโกนออกมาและฟันออกไปยังต้นไม้และพุ่มไม้รอบๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ลีกิลยังเริ่มมองหาแมลงสาบด้วยท่าทางใจเย็น

ผมพยายามที่จะสัมผัสต้นไม้ใกล้ๆ มันมีเนื้อที่แข็งและชื้น มันเป็นป่าฝนที่แท้จริงในยุคมีโซโซอิก นี่คือความเสมือนจริงที่แตกต่างไปจากคุกต้อนรับของเหล่าภูตผี นี่คือพลังของหัวหน้าโรงภาพยนตร์ในชั้นที่แปดของดันเจี้ยน

“มันคือภาพยนตร์”

“…เรื่องบ้าๆ กำลังจะเกิดขึ้น”

นิยายได้กลายเป็นความจริง มันไม่มีกฏเกณฑ์ที่ภาพยนตร์ไม่อาจกลายเป็นความจริงได้เหมือนกัน

จางฮีวอนปรับตัวและเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

“หนังเรื่องอะไรเหรอ?”

“เดี๋ยวก็รู้”

“…บอกหน่อยไม่ได้เหรอ? เดี๋ยวก่อน เด็กคนนี้กำลังทำอะไร…?”

ในเวลานั้นเอง พุ่มไม้ก็ขยับและมีบางสิ่งพุ่งออกมาตรงหน้าของลีกิยยัง มันคือแมลงที่คล้ายกับตั๊กแตนตำข้าวยักษ์ มันมีขนาดประมาณ 40 ซม. ลีจีฮเยกลัวและร้องออกมา

“เฮ้! ถอยออกมา!”

อย่างไรก็ตาม ลีกิลยังก็ตอบอย่างใจเย็นให้กับการโวยวาย

“มันไม่ใช่ตั๊กแตนตำข้าว มันเป็นไททานอปเทร่าจากยุคไทรแอสซิก”

“อะไรนะ?”

ลีกิลยังยื่นมือเข้าหามัน แมลงไม่ได้ต่อต้านการสัมผัส และหลังจากนั้นสักพัก ลีกิลยังและร่างกายของแมลงก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีฟ้า

ลีจีฮเยมองดูอย่างงงๆ

“นี่มัน… อะไรเนี่ย?”

“นักสะสมแมลง”

ดีจริงๆ ที่ผมพาลีกิลยังมาด้วย ความสามารถของเขาอาจจะทำให้พวกเราผ่านประตูได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตั๊กแตนตำข้าวยักษ์ขยับปากใหญ่ๆ ของมัน และลีกิลยังก็พยักหน้า ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวอะไรกัน แต่พวกเขาก็กำลังพูดคุยกันอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน ลีกิลยังก็หน้าซีดในขณะที่เขาพูดกับตั๊กแตนตำข้าว

…เกิดอะไรขึ้น?

ลีกิลยังรีบหันมาหาผม

“พี่!”

ในขณะที่เขาพูด เสียงของโลกที่กำลังสั่นสะเทือนก็ดังออกมา ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งกำลังมาถึงด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว และกำลังทุบต้นปาล์มต้นใหญ่ลง

ฮูม!

เสียงของสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นผ่านป่าฝนที่ถูกย้อมไปด้วยเลือด มีชายบางคนที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดกำลังวิ่งอยู่ข้างหน้าของมัน มันเป็นกลุ่มผู้ชายที่เข้ามาก่อนพวกเรา

“อ๊ากกกก!”

“ช-ช่วยฉันด้วย!”

ลีจีฮเยก้าวถอยหลังและพูดกับจางฮีวอน

“ฉันรู้แล้วว่ามันคือหนังเรื่องอะไร”

“…ใช่ ฉันก็ด้วย”

ร่างกายที่มีความสูงกว่าสิบเมตรและผิวหนังอันแข็งแกร่ง กล้ามเนื้ออันดุดันที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่าง นักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคมีโซโซอิกกำลังอยู่ตรงหน้าของพวกเรา

ในแวบแรก มันคล้ายๆ กับมอนสเตอร์ระดับ 7 ระดับความยากนั้นโหดร้ายขนาดนี้ตั้งแต่ชั้นแรกของดันเจี้ยน แต่หัวใจของผมก็กำลังเต้นกระหน่ำ ยิ่งดันเจี้ยนลับยากเท่าไร รางวัลก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

ผมชักดาบออกมาและกล่าวว่า “เตรียมตัวสู้”

ยูจงฮยอคข้ามเฉพาะภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะเนื้อหา รางวัลหลักของดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของภาพยนตร์ ยูจงฮยอคอาจจะคิดว่ามันมีรางวัลที่ไม่คุ้มในภาพยนตร์ที่มีไดโนเสาร์ปรากฏตัว แต่เขาก็ไม่รู้

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันมีรางวัลสำคัญถูกซ่อนเอาไว้

“…นายจริงจังเหรอ? พวกเราจะต่อสู้กับมันเหรอ?”

“พวกเราจำเป็นต้องเอาชนะมันเพื่อสร้างทางออก”

“ทางออก?”

“มันเป็นหนังยาว เธอลืมไปแล้วเหรอ?”

ทีเร็กซ์เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ห้องปฏิบัติการกลางของเกาะถูกพบอยู่ด้านหลัง และเฮลิคอปเตอร์หลบหนีก็อยู่บนชั้นดาดฟ้าของห้องปฏิบัติการ

นี่คือภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่หัวหน้าของดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ทำให้กลายเป็นความจริงขึ้นมา

ดังนั้นจึงมีวิธีเดียวที่จะหนีไปจากที่นี่

“มาทำให้มันจบแบบยิ่งใหญ่กันเถอะ”

(จบตอน)


กลุ่มลับเปิดแล้วนะครับ

มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint