0 Views

ตอนที่ 27 – แลนลอร์ด (1)

 

พวกเขาเดินตามลีจีฮเยและเข้าไปยังชุงมูโร ยูซานอาเห็นประตูชานชาลาที่แตกออกและพูดออกมา “…มันเป็นบรรยากาศที่วุ่นวายจริงๆ”

ในขณะที่พวกเราปีนขึ้นจากรางรถไฟสาย 3 พวกเราก็เห็นคนบางส่วนกำลังนั่งอยู่

[คุณมาถึงชุงมูโรแล้ว]

[สถานการณ์ที่สามกำลังดำเนินการอยู่]

[ช่อง #GIR-8761 เปิดใช้งานอยู่]

[ช่อง #BIR-3642 เปิดใช้งานอยู่]

จากชุงมูโรเป็นต้นไป ขนาดของสถานการณ์จะเริ่มใหญ่ขึ้นและช่องของโดเกบิก็จะเพิ่มขึ้น บีฮยองผู้ไร้เดียงสาคงจะพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากนับจากนี้ไป กลุ่มคนวัยกลางคนส่วนหนึ่งเห็นพวกเราและโบกมือของพวกเขา “โอ้ ซามูไรน้อย เธอพาคนใหม่มาเหรอ?”

“ใช่” ‘ซามูไร’ ผมเดาว่าลีจีฮเยคงจะถูกเรียกแบบนั้นถ้าผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังของเธอยังไม่เป็นที่รู้จัก ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาคงจะถูกลงโทษ ลีจีฮเยขมวดคิ้วให้กับกลุ่มคนวัยกลางคน “พวกนายเมาอีกแล้วเหรอ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! โลกกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว นอกจากดื่มจะทำอะไรได้อีก?”

กลุ่มคนวัยกลางคนดูผ่อนคลายไม่เหมือนกับคนที่ประสบกับภัยพิบัติ มันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะพวกเขาสวมเครื่องแบบทหารอยู่ สิ่งนี้แตกต่างจากสถานีกึมโฮแน่นอน มันเริ่มต้นจริงๆ แล้ว

“แต่เพื่อนของเธอผ่านมาทางอุโมงค์งั้นเหรอ? เยี่ยมจริงๆ… ไม่ใช่ว่าพวกเรามีเหรียญกันเยอะเลยเหรอ?”

จากนั้นชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็หันมาหายูซานอา “สาวน้อยมานี่มา เธอชื่ออะไร? เธอต้องการเช่าห้องราคาถูกไหม?”

“…ห้อง?”

“ฮ่าฮ่า เธอยังไม่รู้ระบบของที่นี่เหรอ? สถานที่แห่งนี้…”

ลีจีฮเยพูดแทรกชายวัยกลางคน “ลุง อย่าพยายามหลอกคนมาใหม่เลย”

“เอ่อ พวกเขาต้องรู้น่ะนะ นี่คือสิ่งที่ทุกๆ คนต้องทำเพื่อมีชีวิตรอด…”

“ถ้านายไม่อยากเจ็บตัว ไสหัวไปซะ”

ชายวัยกลางคนหน้าซีดกับคำพูดของลีจีฮเย “นี่มัน… เด็กน้อยได้เรียนรู้เรื่องแย่ๆ แล้ว”

“เฮ้ คัง หยุดนะ”

ชายวัยกลางคนหันออกไป พวกเขาหายเข้าไปในเส้นทางขนส่งที่ 4 และลีจีฮเยก็เก็บดาบของเธอกลับไป

“ฉันพาพวกนายมาที่นี่ ดังนั้นนับจากนี้ก็ดูแลตัวเองนะ ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก” เด็กคนนี้พูดอย่างไม่แยแสเอาซะเลย

ผมมองไปรอบๆ ชุงมูโร – นี่คือเวทีของสถานการณ์ที่สาม ซึ่งมีกฎที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

“บ-บัดซบ! ฉันจะฆ่าแกถ้าแกเข้ามาใกล้…” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางชานชาลาสายสาม กำลังโบกมีดไปรอบๆ และขู่ผู้คน ที่เท้าของเขามีแผ่นกระเบื้องขนาดประมาณ 3.3 ตาราเมตร มันเปล่งแสงสีขาวที่ทอดยาวขึ้นไปในอากาศ

ยูซานอาถาม “…ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?”

“ฉันก็ไม่รู้” ผมสามารถเดาได้ แต่มันไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้เธอกลัวในตอนนี้ มีหลายคนกำลังนั่งอยู่พร้อมด้วยมีดบนรถไฟใต้ดินสายสาม ไม่เหมือนกับชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้ ใบหน้าของคนที่นี่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ผมเหลือบมองพวกเขาและถามลีจีฮเย “ยูจงฮยอคอยู่นี่ไหม?”

ลีจีฮเยที่กำลังจะจากไปหันมากับคำว่า ‘ยูจงฮยอค’ มันมีความระแวดระวังอยู่ในสายตาของเธอ “…นายเป็นใครกัน?”

ยูจงฮยอคได้ทำลายเด็กคนนี้ไปแล้ว อืม ผมเข้าใจได้ มันยากที่จะหากลุ่มดาวในระดับเทพสงครามทะเล แม้ว่าเขาจะค้นหาไปทั่วเกาหลีใต้ ถ้าผมอยู่ในตำแหน่งเดียวกับยูจงฮยอค ผมก็คงจะหาเธอไม่พบในทันทีที่เขามายังชุงมูโร

“ฉันเป็นสหายของเขาที่กลับมาจากความตาย”

“…สหาย? เป็นไปได้ยังไง?” ลีจีฮเยจ้องมองผมด้วยแววตาสงสัย

ผมยักไหล่อย่างไร้ยางอาย “เขาจะเข้าใจถ้าเธอไปบอกเขา ตอนนี้ยูจงฮยอคอยู่ที่ไหน?”

“…ตอนนี้มาสเตอร์ไม่อยู่ที่นี่”

“จริงเหรอ? ลำบากแล้ว ฉันมีสิ่งที่ต้องพูดด้วยสิ”

สีหน้าของลีจีฮเยบิดเบี้ยวในขณะที่เธอจ้องมาที่ผมด้วยบางสิ่งที่เหมือนกับความรู้สึกอันขัดแย้ง อ่า ผมรู้ดีว่าเธอคิดยังไงกับยูจงฮยอค นอกจากนี้ เธอยังได้เรียกเขาว่า ‘มาสเตอร์’ แล้ว… มันคงยากที่จะได้เธอแบบนี้ ลีจีฮเยเรียกเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งยองๆ อยู่ที่มุมห้อง “เฮ้ มานี่!”

“เอ่อ? ครับ ครับ!”

“ดูคนพวกนี้ไว้ตรงนี้! ฉันกำลังจะไปหามาสเตอร์”

เด็กชายมองมาที่พวกเราด้วยดวงตาที่งุนงง “…พวกเขาเป็นใครเหรอ?”

“ฉันไม่รู้ เพื่อนของมาสเตอร์มั้ง?”

ด้วยคำพูดของลีจีฮเย ดวงตาของผู้คนบนชานชาลาก็เบิกกว้างยิ่งขึ้น พวกเขามองมาที่พวกเราด้วยความประหลาดใจและความหวาดกลัว

“…เพื่อนของยูจงฮยอค?!” เด็กชายวิ่งเข้ามาหาพวกเราและอุทานออกมา เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ดูอายุราวๆ ลีจีฮเย “พวกนายเป็นเพื่อนของยูจงฮยอคจริงๆ เหรอ?”

ผมไม่สามารถโกหกได้เมื่อผมเห็นสายตาอันกระจ่างใสของเด็กชาย อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นถ้าผมเป็นคนธรรมดา

“เขาเป็นเพื่อนที่ดี”

เมื่อไม่นานมานี้ ผมไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นคน ‘ธรรมดา’ อย่างน้อย นั่นก็เป็นกรณีของที่นี่

* * *

ในขณะที่ดูแลจางฮีวอนที่ไม่ได้สติอยู่ ผมก็ได้ฟังเรื่องของชุงมูโรจากเด็กชาย พร้อมกับลีจีฮเย เด็กชายคนนี้คือหนึ่งในผู้ติดตามของยูจงฮยอค

“…ดังนั้นพวกเราจึงติดตามยูจงฮยอค นายกำลังฟังอยู่ไหมเนี่ย?”

“ฟัง”

แน่นอนว่าผมไม่ค่อยฟังเท่าไร เรื่องวีรกรรมของยูจงฮยอคนั้นไม่ได้น่าสนใจอะไร สรุปสั้นๆ มันก็คงจะเป็นแบบนี้

“สามวันก่อน ยูจงฮยอคปรากฏตัวขึ้นและช่วยชีวิตพวกนาย รวมทั้งลีจีฮเย จากมอนสเตอร์ เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม?”

เด็กชายขมวดคิ้วให้กับเรื่องของเขาที่ถูกสรุปอย่างง่ายๆ “เอ่อ เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น…”

เขาหลงไปกับยูจงฮยอคแล้วแน่ๆ การปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพลังอันท่วมท้นได้ช่วยพวกเขาในทันที มันคงจะแปลกถ้าพวกเขาไม่ติดตามยูจงฮยอค แต่เด็กคนนี้ก็ไม่รู้ว่าที่เขารอดชีวิตมาได้ไม่ใช่เพราะยูจงฮยอคเป็นคนดี แต่เพราะเขาโชคดีที่ได้อยู่กับลีจีฮเย

“เอาล่ะ ฉันขอถามอะไรที่ฉันสงสัยหน่อยได้ไหม?” ลีฮุนซึงเริ่มถามอย่างสุภาพในขณะที่ผมกำลังจมลงสู่ห้วงความคิด

“อื้อ ถามมาเลย”

“แหล่งอาหารของที่นี่มาจากไหน?”

“เรื่องนั้น… มันน่าอายสักหน่อยที่จะพูด… คนบางส่วน รวมทั้งฉัน ต่างขึ้นอยู่กับจีฮเย จีฮเยออกล่าและขอให้ยูจงฮยอคปรุงอาหาร…”

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาทำลิสต์รายการ แต่ลีฮุนซึงก็เอาสมุดของเขาออกมาและเริ่มเขียนบางสิ่งลงไป เขาคือทหารจริงๆ

“แล้วน้ำดื่มล่ะ?”

“พวกเรามอบอาหารหรือเหรียญให้กับ ‘พันธมิตรแลนลอร์ด’ ข้างบนเพื่อแลกเปลี่ยน”

“…พันธมิตรแลนลอร์ด?” ผมนั่งตัวตรง ในตอนนี้เรื่องราวเริ่มน่าสนใจขึ้นแล้ว

เด็กชายลังเลที่จะพูด “พวกเขาคือเจ้าของพื้นที่ที่รับผิดชอบในเขตชุงมูโร พวกเขาครอบครองพื้นที่ชั้นบน และพวกเราก็เรียกพวกเขาว่าพันธมิตรแลนลอร์ด”

พันธมิตรแลนลอร์ดของชุงมูโร – มันเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในหนทางเอาชีวิตรอด

“พวกเขาเป็นคนแบบไหนกัน?”

“อืม ฉันควรพูดยังไงดี…” ในความเป็นจริง มันไม่จำเป็นที่ผมต้องถาม บางที ตามการคาดเดาของผม หนึ่งใน ‘สิบอสูร’ ได้อยู่ในชุงมูโรแล้วในตอนนี้ “พวกเขาเป็นแค่เจ้าของที่”

คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ถูกต้องในความรู้สึก พวกเขาคือเจ้าของที่ดิน เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้รับภาษี ในเวลานี้ ลีกิลยังที่เงียบอยู่ก็เปิดปากขึ้น “ขอโทษนะพี่”

“หืม?”

“ผมอยากไปห้องน้ำ”

“รีบไหม?”

“ครับ”

มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะคาดไม่ถึง มันน่าสับสนมากยิ่งขึ้นเพราะปกติลีกิลยังจะไม่พูดอะไรแบบนี้ออกมา จากนั้นผมก็สังเกตเห็นว่าลีกิลยังกำลังยืนอยู่ข้างๆ ยูซานอาที่กำลังหน้าแดง

“…ขอโทษนะ ฉันไปด้วยได้ไหม?”

ในเวลานั้นเอง ภาพของยูซานอาและจางฮีวอนที่จำเป็นต้องรักษาความลับสำคัญ ณ สถานียัคซูก็ปรากฏขึ้นในใจของผม ผมคิดว่าผมรู้ว่าจะเกิดขึ้น แต่เด็กคนนั้นก็สังเกตเห็นมันก่อนอย่างรวดเร็ว เด็กชายได้ยินบทสนทนาและกล่าวว่า “นายต้องขึ้นไปห้องน้ำที่ชั้นสอง แต่มันก็ไม่ง่ายเท่าไรนักที่จะเข้าไป”

“…มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”

“ใช่ ฉันคิดว่ามันดีกว่าที่จะเห็นเอง… ฉันกำลังจะขึ้นไป พวกนายอยากไปด้วยไหม?”

“ไปกันเถอะ” ผมเป็นคนที่พูดออกมา แน่นอนว่าผมไม่ได้อยากจะไปห้องน้ำ ผมต้องขึ้นไปเพื่อตรวจสอบบางสิ่ง เมื่อไม่นานมานี้ การเคลื่อนไหวของยูจงฮยอคแตกต่างไปจาก ‘การเสื่อมถอยรอบที่สาม’ ที่ผมรู้จัก ถ้าเป็นแบบนี้ ผมจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้ให้ได้ ผมขึ้นไปยังชั้นใต้ดินชั้นที่สามกับเพื่อนๆ ของผมในขณะที่แบกจางฮีวอนที่ยังไม่ได้สติไปด้วย

“โอ้ ฉันได้ยินว่ามีหน้าใหม่เข้ามา พวกนายมาดูห้องรึยัง?” ชายวัยกลางคนที่กำลังยืนอยู่ใกล้กับบันไดเลื่อนในสายที่สี่ผิวปาก

เด็กชายส่ายหัวและตอบ “อ่า โทษทีครับ พวกเรากำลังจะขึ้นไปข้างบน…”

“เอ๊ แย่จัง ระวังตัวด้วยนะ” ชายวัยกลางคนโบกมือของเขาโดยไม่ลังเล

ยูซานอามองชายวัยกลางคนขยับออกไปและถาม “นั่น… ยังไงก็เถอะ… จริงๆ แล้ว ‘ห้อง’ คืออะไรกันแน่? ฉันไม่คิดว่ามันจะเหมือนกับห้องที่ฉันรู้จักหรอกนะ”

“ง่ายมาก” เด็กชายชี้ไปยังกระเบื้องสี่เหลี่ยม กระเบื้องถูกวางไว้บนชานชาลาของแถวที่สาม พวกมันคือกระเบื้องสีเขียวที่มีขนาดประมาณ 3.3 ตารางเมตร  เมื่อมองไปยังรายละเอียดแล้ว ผมก็เห็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้ในอากาศเหนือกระเบื้อง

[โซนสีเขียว 0/1]

“ชื่อสถานการณ์คือ ‘โซนสีเขียว’ และกระเบื้องเหล่านี้เรียกว่าห้อง”

ใกล้กับกระเบื้องมีชายสองคนกำลังต่อสู้กันบนกระเบื้อง คราวนี้เป็นลีฮุนซึงที่ถามออกมา “นั่นอะไรน่ะ? ทำไมคนเหล่านี้ถึงต่อสู้กันเพื่อมัน?”

เด็กชายดูลังเลเล็กน้อยที่จะตอบ ราวกับว่าการพูดกับพวกเราจะเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของเขา “เดี๋ยวไปยังชั้นใต้ดินที่สองก็รู้เอง”

เมื่อพวกเขาเดินขึ้นไปยังชั้นที่สูงขึ้น มันก็มีการต่อสู้เพื่อห้องมากยิ่งขึ้น ตัวเลขของห้องแตกต่างกันออกไป ห้องเล็กๆ มีป้าย (0/1) และห้องที่มีขนาดใหญ่มีป้าย (0/7) ตัวเลขข้างหลังน่าจะหมายถึงความจุของห้อง ผมมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังและถาม “ชั้นใต้ดินที่สามไปจนถึงชั้นใต้ดินแรกคือพื้นที่ทั้งหมดของสมาคมแลนลอร์ดใช่ไหม?”

“…ใช่ พวกเขาคือกองกำลังเล็กๆ แต่สมาคมแลนลอร์ดก็ได้รับพวกมันไปเป็นส่วนใหญ่”

โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของชุงมูโรอยู่ ณ ชั้นใต้ดินที่สองและหนึ่ง แต่ก็มีเพียงพันธมิตรเดียวที่ครอบครองทั้งหมด

“ยูจงฮยอคไม่ได้ทำอะไรเลยเหรอ? เขาไม่ช่วยพวกนายเลยเหรอ?”

“เรื่องนั้น…” ใบหน้าของเด็กชายมืดลงอย่างเห็นได้ชัดจากคำถามของผม เด็กชายดูบูดบึ้งไปสักพักก่อนที่จะพูดออกมาอย่างยากลำบาก “เขาบอกให้พวกเรายืนหยัดด้วยตัวเอง…”

ผมรู้อยู่แล้ว แน่นอนว่ายูจงฮยอคคงจะพูดอะไรแบบนี้ บางทียูจงฮยอคอาจจะไม่เคยบอกให้พวกเขาติดตามตัวเอง ด้วยพลังอำนาจที่เขาแสดงออกมา คนพวกนี้จึงมีความหวังที่เต็มเปี่ยม น่าสงสารซะจริง

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเราก็มาถึงชั้นใต้ดินที่สอง มันมีความตึงเครียดอยู่บนใบหน้าของเด็กชาย “นับจากนี้ไปพวกเราต้องระวังตัว”

มีห้องอยู่บนชั้น B2 มากกว่าชั้นที่อยู่ต่ำกว่า และไม่มีกลุ่มไหนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ กลับกัน มันมีผู้คนกำลังเฝ้าเขตสีเขียวด้วยความหวาดกลัวในดวงตาอยู่

[เขตสีเขียว 7/7]

พวกเราเดินผ่านผู้คนและมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ

“เอ่อ… หยุดที่นี่ทำไมเหรอ?”

ฝีเท้าของพวกเราหยุดลงเมื่อพวกเราเข้ามาใกล้ทางไปห้องน้ำเส้นสุดท้าย เช่นเดียวกับคอขวด คนนับสิบยืนออกันอยู่ในทางเดิน

“ไปข้างหน้ากันเถอะ” ผมพูดในขณะที่ผลักคนออกไปจากทาง

“พิลดู! ได้โปรดยอมรับมันด้วย! ฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว! ได้โปรด ได้โปรด! ได้โปรดให้ฉันอยู่อีกสักวันเถอะ ฉันจะยอมเป็นหนี้เพื่อรับเหรียญ!” หัวหน้าที่อยู่หัวแถวกำลังเผชิญหน้ากับผู้คนที่ปั่นป่วน

“เอาล่ะ เอาล่ะ ออกไปซะ ออกไป” ในทางตรงกันข้าม คนที่ดูเหมือนจะมาจากสมาคมแลนลอร์ดได้มารวมตัวกัน ผู้คนสามารถรู้สึกมันได้โดยสัญชาตญาณ หนึ่งในสิบอสูรอยู่ที่นี่ ผมพยายามค้นหาสมาชิก ‘สิบอสูร’ ผ่านคำอธิบายของนิยาย แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเพราะพวกเขาต่างก็ดูเหมาะสม ความประทับใจของพวกเขาเริ่มคล้ายคลึงกันหลังจากกลายเป็นแลนลอร์ดงั้นเหรอ?

ผมส่ายหัวเมื่อมีคนคว้าขาของผม มันเป็นลีกิลยัง ผมสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างและกำลังจะคว้าไหล่ของเขาเมื่อมีคนผลักลีกิลยัง

“อ๊า” ลีกิลเสียสมดุลและล้มลง

[ตัวละคน ‘ลีกิลยัง’ บุกรุกทรัพย์สินส่วนบุคคล!]

ทันใดนั้นบรรยากาศก็เริ่มเย็นลง และสมาชิกบางคนของ ‘สมาคมแลนลอร์ด’ ที่อยู่ด้านหน้าก็มองมายังลีกิลยัง

“เด็กคนนี้มันอะไร?”

แทบจะในเวลาเดียวกัน ผู้คนก็กรีดร้องออกมาและถอยหนี

“บ้า!”

“ถ-ถอย! เร็ว!”

ราวกับพวกเขาไม่เคยอยู่ที่นั่น ฝูงชนวิ่งกลับไปเหมือนกับสายน้ำ ผู้คนหายไป และเส้นสีแดงก็เปล่งประกายขึ้นตรงจุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่ ชายคนหนึ่งมองไประหว่างเขตแดนกับลีกิลยังตามลำดับ “หืมมม นายดูเหมือนจะหลงทางนะ นายรู้ไหมว่าอยู่ที่ไหน?”

“ทางเข้าห้องน้ำ?”

“ห้องน้ำ? ฮ่าฮ่า ยังไงก็เถอะ เด็กน้อย… พ่อแม่ของนายอยู่ไหน?”

“…ฮะ?”

“นายไม่รู้เหรอว่านายไม่ควรบุกรุกเข้ามายังดินแดนของคนอื่น?”

ดินแดนของคนอื่น…

โอ้ มันคงจะเป็นแบบนั้น ชายหนุ่มลูบหัวของลีกิลยังด้วยรูปลักษณ์แบบไหนก็ไม่ทราบ

“เนื่องจากนายไม่รู้ ฉันก็จะสอนให้เอง”

[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งาน ‘เขตติดอาวุธ LV.3’]

มีเสียงหวอดังออกมา และป้อมปืนขนาดเล็กที่คล้ายกับปืนแก็ตลิ่งก็ลอยขึ้นมาจากพื้น

[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เรียกร้องเงิน 500 เหรียญสำหรับการบุกรุกดินแดนส่วนตัวของเขา]

[ถ้าคุณไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ป้อมปราการใกล้เคียงทั้งหมดจะยิงในทันที]

ชายคนนั้นกล่าวว่า “เอาเงินมาให้ฉัน”

ป้อมปืนต่างเล็งเป้ามาที่จุดเดียวกัน ลีกิลยังที่กำลังสับสนลุกขึ้นยืนและเดินมาข้างๆ ผม ชายหนุ่มเห็นผมและหัวเราะ “อ่า งั้นนายก็เป็นผู้ปกครองของเขาสินะ งั้นไม่ใช่ว่าผู้ปกครองควรที่จะจ่ายเงิน 500 เหรียญแทนเหรอ?”

ผมยิ้มให้กับมือที่ชายหนุ่มยื่นออกมาอย่างกล้าหาญ

…ตลกจริงๆ ยูจงฮยอค นายปล่อยไอ้พวกโง่นี่ไปเหรอ?

(จบตอน)


กลุ่มลับในเพจเลยนะครับ

มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint