0 Views

ตอนที่ 26 – เวลาพิพากษา (4)

 

ไม่กี่นาทีต่อมา ผมก็เข้าไปยังสถานีมหาวิทยาลัยทงกุกอีกครั้งและกินหนูดิน มันก็เพื่อการรักษาผิวหน้าที่ปนเปื้อนด้วยหมอกพิษ มันใช้เวลาเล็กน้อย แต่การปนเปื้อนก็สามารถรักษาได้ด้วยการกินเนื้อของเผ่าพันธ์ุใต้ดิน

[…เฮ้! เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ? เจ้าทำอะไรลงไป?] ผมกำลังกินอยู่ แต่ผมก็ได้ยินเสียงของบีฮยองกำลังตำหนิผมด้วยความฉุนเฉียว

‘หุบปาก’

[ไม่ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถปล่อยไปได้ เจ้าทำลายไอดอลของกลุ่มดาว! เจ้าต้องการเห็นช่องของข้าล้มเหลวงั้นเหรอ? เมื่อ ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เริ่มพูด…]

ไอดอลแห่งกลุ่มดาว ทุกๆ โลกย่อมมีกลุ่มดาวของตัวเอง เกาหลีใต้ก็ด้วย ถึงอย่างไรก็เถอะ บีฮยองกล่าวว่ามันคือ ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เขาเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในเกาหลีใต้ แต่…

อันที่จริง ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะพูดอะไรแบบนั้น

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางโกรธกับการกระทำอันโหดร้ายของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังหัวเราะ]

มันมีความแตกต่างในระดับของไอดอลทั้งหมด แต่พวกมันก็มีพลังของกลุ่มดาวถูกผนึกไว้ ถ้าผมปลดปล่อยผนึกของไอดอลอย่างถูกวิธี ผมก็จะได้รับพลังจำนวนหนึ่ง อย่างเช่นไอเท็มหรือสกิลที่กลุ่มดาวใช้ในช่วงชีวิต อย่างไรก็ตาม ‘การปลดผนึก’ นั้นใช้เวลานาน และผมก็ไม่มั่นใจว่าผมจะได้สกิลที่ผมต้องการหรือไม่

ผมมองไปยังหนทางเอาชีวิตรอดในโทรศัพท์ของผม

「”แต่ถ้ามันถูกปิดผนึกในรูปปั้นทองแดงแซมยองดัง นายจะได้สกิลมาได้ยังไง?”

“มีคำพูดที่ว่าถ้านายพบพุทธองค์ ให้สังหารพุทธองค์ทิ้งซะ”

“อะไรนะ? อย่าบอกฉันนะว่า…”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเพิ่งลองไป… แต่มันก็เป็นเรื่องจริง รูปปั้นทั้งหมดไม่ได้มีไว้เพื่อบูชาเท่านั้น”

“เฮ้! ไอ้โง่ นายควรระวังปากของนายหน่อยนะ นายอาจจะถูกสาปแช่งโดยกลุ่มดาว”」

ณ ประตูสุดท้ายในการเข้าไปสู่ชุงมูโร ‘สกิล’ ของแซมยองดังเป็นสิ่งจำเป็นและวิธีการได้รับสกิลที่ได้ผลที่สุดก็คือการทำลายไอดอล แน่นอนว่าผมสามารถซื้ออะไรที่คล้ายๆ กันนี้มาจากกระเป๋าโดเกบิได้ แต่… ยิ่งผมประหยัดเหรียญส่วนใหญ่ได้มันก็ยิ่งดี

“งั้นนายจะแก้ไข ‘ความลับของมนุษย์’ ด้วยไหม?”

ผมปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนของผมลงอย่างรวดเร็ว สหายของผม รวมทั้งจางฮีวอน มารวมตัวกันแล้ว

“ใช่แล้ว ฉันมีของมาฝากเธอด้วย”

ผมดึงไอเท็มที่ผมได้มาจากไอดอลออกมา โชคดีที่ได้มา ไอดอลแซมยองดังมีไอเท็มและสกิลอยู่

[ลูกประคำของแซมยองดัง]

[เสื่อฟางของแซมยองดัง]

เศษผ้าและลูกปัดเก่า มันมีคำถามอยู่ในสายตาของทุกคน ผมรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ อย่างไรก็ตาม ผมเองก็รู้ว่าในโลกใบนี้ ‘ของเก่า’ มีแนวโน้มที่จะเป็น ‘ของดี’

“พวกมันดูเป็นไอเท็มที่ดีเพราะพวกมันเป็นของที่ระลึกแห่งบุคคลที่ยิ่งใหญ่”

“บุคคลที่ยิ่งใหญ่?”

“เธอรู้จักแซมยองดังไหม?”

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางชะงักไปกับการกระทำของคุณ]

จางฮีวอนถามด้วยสีหน้าอันว่างเปล่า “…ใครเหรอ?”

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางปรารถนาที่จะปรากฏตัวต่อหน้าตัวละคร ‘จางฮีวอน’]

“อ๊า! ฉันรู้!” โชคดีที่มีคนรู้ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร มันคือยูซานอา “ฉันจำได้ว่าเจอในประวัติศาสตร์เมื่อตอนที่ฉันกำลังศึกษาประวัติศาสตร์เกาหลี? ไม่ใช่ว่าเขาคือพระจากราชวงศ์โชซอนอย่างนั้นเหรอ?”

“อืม ใช่แล้ว”

“เมื่อทหารเกาหลีกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อป้องกันการรุกรานของญี่ปุ่น… เขาได้ต่อสู้ในศึกถึงสองศึก!”

ตามที่คาดไว้จากยูซานอา ผมเองก็เคยศึกษาประวัติศาสตร์เกาหลีมาก่อน แต่ผมก็ไม่รู้เรื่องนี้

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางประทับใจกับตัวละคร ‘ยูซานอา’]

ผมพยักหน้าและกล่าวว่า “ยังไงก็เถอะ ไอเท็มเหล่านี้มีความแข็งแกร่งของเขาอยู่”

“…จริงเหรอ?”

“ว้าว มันเป็นเรื่องจริง!”

จางฮีวอนและลีฮุนซึงรู้สึกประหลาดใจเมื่อพวกเขายืนยันถึงข้อมูลของไอเท็มนี้

“ยังไงก็เถอะ ทกจารู้ได้ยังไง?”

“ฉันก็แค่พนมมืออยู่ตรงหน้ารูปปั้นแซมยองดังและ… พวกมันก็ตกลงมาจากฟ้า”

“ฮะ? ไม่มีทาง…”

ผมคิดว่ามันไร้สาระ แต่ก็มีเหตุผลที่ผู้คนจะพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ออกมา ผมตีหน้าขรึมในขณะที่ผมมองไปยังปาร์ตี้ “ฉันคิดว่า… มันคงจะถูกส่งมาโดยแซมยองดังเพื่อเกาหลีใต้”

“อ่า…”

‘อ่า’ ของพวกเขาเต็มไปด้วยความหมายมากมาย ผมไม่สนใจพวกเขาและพูดต่อไป มันไม่ใช่ว่าผมกำลังขอให้พวกเขาฟัง

“เขาอาจจะทิ้งข้าวของไว้เพื่อช่วยประเทศ เหมือนกับช่วงที่ญี่ปุ่นรุกรานเกาหลีใต้ ถึงอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เกาหลีใต้ก็เป็นประเทศที่อยู่ภายใต้ความวุ่นวาย”

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางโอนอ่อนไปกับคำพูดของคุณ]

ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย นักต้มตุ๋นมักจะได้พลังอยู่เสมอ

“…ในโลกอันแปลกประหลาดใบนี้ มันไม่แปลกเลยถ้าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น บางทีแซมยองดังในตอนนี้อาจจะเป็นหนึ่งใน ‘กลุ่มดาว’ ก็ได้จริงไหม?”

น่าแปลก ยูซานอาเป็นคนแรกที่เชื่อ บางทีเธออาจจะไม่ต้องการให้ผมอาย เรื่องตลกก็คือเมื่อยูซานอาเชื่อ ลีฮุนซึงก็เชื่อด้วยในทันที

“อันที่จริง แซมยองดัง…”

ลีฮุนซึงเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักชาติมานานแล้วและดูเหมือนว่าเขากำลังระลึกถึงหลักการของงานกองทัพ ลีกิลยังเองก็ดูเหมือนจะเชื่อด้วย มันมีแค่จางฮีวอนที่กำลังจ้องมาที่ผมเหมือนกับมันไร้สาระ

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางชอบคำพูดที่เปิดเผยของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ยกโทษให้กับบาปของคุณ]

บีฮยองมองขึ้นฟ้าพร้อมกับพูด ‘ไม่เป็นไรเหรอ?’ การแสดงออกตรงหน้าดูน่าตะลึงงัน พลังของกลุ่มดาวเชื่อมโยงถึงชื่อเสียงของพวกเขาโดยตรง ดังนั้นกลุ่มดาวจึงชอบที่เรื่องราวของตัวเองถูกแพร่กระจายออกไปแบบนี้ มันจะมีกลุ่มดาวไหนกันที่เกลียดการถูกยกย่อง?

“ฉันเอาลูกประคำของแซมยองดังให้ยูซานอาละกัน เพราะเธอรู้จักเขาดี”

“จริงเหรอ? ฉันรับไว้ได้เหรอ?”

“ฉันคิดว่าแซมยองดังคงจะดีใจถ้าเธอใช้มันนะ”

ในความเป็นจริง ประสิทธิภาพของลูกประคำของแซมยองดังนั้นไม่ได้ดีเท่าไรนักเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้สนับสนุนใช้ มันไม่ใช่สตาร์รีลิคของผู้สนับสนุนและความจริงที่ว่าแซมยองดังไม่ใช่ตัวตนที่ไร้รับการยอมรับระดับโลก มันจึงยังเป็นไอเท็มระดับ B ดังนั้นมันจึงมีออฟชั่นรองในการเพิ่มพลังเวทมนตร์เพื่อช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังเวทมนตร์

จางฮีวอนมองดูยูซานอาเหมือนกับว่าเธอกำลังอิจฉาและกล่าวว่า “ยูซานอารู้อะไรหลายๆ อย่างเลย ฉันไม่รู้เกี่ยวกับแซมยองดังเพราะฉันเรียนไม่เก่งเอาซะเลย”

“อ่า… เรื่องนั้น… เรื่องนั้น…”

“ฉันล้อเล่น ล้อเล่น อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”

ผมพูดกับจางฮีวอนที่ทำหน้าบูดบึ้ง “ฉันเองก็มีของให้เธอเหมือนกัน”

“ให้ฉัน? เสื่อฟางนั่นเหรอ?”

“ใช่”

“ไม่เป็นไร ไม่ว่าฉันจะรีบแค่ไหน ฉันก็ไม่อยากใส่ของแบบนี้”

“…ลองดูก่อน แล้วเธอจะไม่เสียใจ”

จางฮีวอนลังเลไปชั่วขณะก่อนที่จะสวมใส่เสื่อฟาง เธอพยายามที่จะทำให้มันเป็นแฟชั่น แต่เธอก็ดูเหมือนกับขอทาน

[กลุ่มดาวที่ชอบในมิตรภาพประณามกับการกระทำของคุณ]

[กลุ่มดาวที่ชื่นชมในมิตรภาพชอบการกระทำของคุณ]

มันคงจะต่างออกไปถ้าสตาร์รีลิค ‘แท่งไม้ไผ่และรองเท้าฟางของแซมยองดัง’ ออกมา แต่ไอเท็มทั้งสองชิ้นนี้ก็ยังไม่จำเป็นสำหรับผมในตอนนี้ จางฮีวอนเห็นภาพสะท้อนของตัวเองบนประตูของสถานีรถไฟใต้ดินและทำสีหน้าซับซ้อนเล็กน้อย

“มันยากที่จะอธิบาย แต่… จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่าฉันสามารถควบคุมพลังแห่งความยุติธรรมได้”

เสื่อฟางของแซมยองดังคือไอเท็มที่ช่วยเพิ่มความยุติธรรมและพลังใจของผู้สวมใส่ ผมไม่ต้องการมัน แต่มันก็เป็นไอเท็มที่ดีมากสำหรับจางฮีวอน

“นายบอกว่าแซมยองดังเหรอ? ฉันรู้สึกเสียใจด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันควรจะตั้งใจเรียนขึ้น”

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ พอใจในสถานการณ์นี้]

[คุณได้รับการสนับสนุน 100 เหรียญ]

ผมพูดติดตลก “งั้นพวกเรามาจับมือแล้วอธิษฐานกันเถอะ”

* * *

มันเป็นเรื่องตลก แต่จางฮีวอนก็ไปอธิษฐานจริงๆ

จางฮีวอนที่ปนเปื้อนโดยหมอกพิษและพูดในขณะกำลังกินหนูดิน “ยังไงก็เถอะ ใครไปพังมันกัน? คงไม่ใช่ทกจาแน่ๆ ใช่ไหม?”

“….”

“…ทกจา?”

“เตรียมตัวเถอะ พวกเราจะไปชุงมูโรกันแล้ว”

ผมมองไปยังอุโมงค์มืด มันเป็นเวลา 20 นาทีแล้วนับตั้งแต่ที่ลีกิลยังใช้การสื่อสารที่หลากหลาย ทำให้พวกเราเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย เมื่อพิจารณาความจริงที่ว่าจากมหาวิทยาลัยทงกุกไปจนถึงชุงมูโรในแนวเส้นตรงมีระยะทาง 1 กิโลเมตร มันก็ถึงเวลาแล้วที่ ‘สิ่งนั้น’ จะปรากฏตัวขึ้น

[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

แน่นอน ในทันทีที่ผมคิดถึงมัน

“ทุกคน ถอยกลับ”

+

[สถานการณ์ย่อย – เรือนจำต้อนรับ]

หมวดหมู่: ย่อย

ความยาก: D~F

เงื่อนไขการเคลียร์: หลบหนีจากเรือนจำต้อนรับภายในเวลาที่กำหนด

จำกัดเวลา: 1 ชั่วโมง

สิ่งตอบแทน: 300 เหรียญ

ความล้มเหลว: ???

+

[สถานการณ์ย่อย – เรือนจำต้อนรับได้เริ่มขึ้นแล้ว!]

บางทียูจงฮยอคอาจจะต้องลำบากนิดหน่อยในสถานการณ์นี้ สถานการณ์นี้คือหนึ่งในกับดักที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้เสื่อมถอย ยูซานอาถาม “เรือนจำต้อนรับ นี่มันอะไรกัน?”

เธอคงจะรู้โดยไม่ต้องถาม

“มันกำลังมา ทุกคน สงบใจไว้”

ก่อนที่ผมจะพูดจบ หมอกก็ประดังเข้าใส่ผม หมอกที่ปกคลุมอุโมงค์ในทันใดได้ปิดกั้นวิสัยทัศน์ของผม สมาชิกปาร์ตี้ในบริเวณใกล้เคียงไม่อาจมองเห็นได้ในทันใด เมื่อผมมองไปรอบๆ ผมก็สามารถเห็นได้เพียงแต่ทิวทัศน์ที่บิดเบี้ยว ราวกับว่าผมกำลังเมายาอยู่

“อึก… ฉันรู้สึกไม่ดีเลย!” จางฮีวอนกรีดร้องออกมา บางทีจางฮีวอนอาจจะเห็นอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปจากสิ่งที่ผมกำลังเห็นอยู่

「ทกจา」

เสียงที่ฉันไม่อยากได้ยิน เสียงที่ลืมไปแล้วนั้นแว่วออกมาในทิวทัศน์ที่เหมือนกับกำลังเมายา ถ้าผมเป็นแบบนี้ สมาชิกคนอื่นในปาร์ตี้อาจจะแย่เอาได้

“…มันรู้สึกแปลกๆ ทกจา! นายอยู่ไหม?”

“ทกจา! ทกจา!”

ในวิสัยทัศน์ที่บิดเบี้ยวนี้ เสียงของสมาชิกในปาร์ตี้ค่อยๆ จางหายไป

[เรือนจำต้อนรับ]

มิติที่นำไปสู่ความบ้าคลั่งโดยการสัมผัสกับแผลเก่าของผู้คน

「ทกจา นายไม่เห็นอะไรเลย เข้าใจไหม? 」

ภูมิทัศน์หายไปและใบหน้าของคนๆ หนึ่งก็โผล่ขึ้นมา ผมยิ้มอย่างขมขื่นในขณะที่ผมจ้องมองไปยังอากาศ ผมต้องการที่จะปฏิเสธความจริง

[สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน!]

[เนื่องจากผลของสกิล ภูมิคุ้มกันต่อเรือนจำต้อนรับได้บังเกิดขึ้น]

เมื่อจิตใจของผมผ่อนคลาย ความรู้สึกที่อึดอัดก็ลดลง

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ชื่นชมในจิตวิญญาณของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 100 เหรียญ]

[กลุ่มดาวที่สงสัยเสียใจที่พวกเขาไม่อาจแอบมองความทรงจำของคุณได้]

เมื่อพลังของเรือนจำต้อนรับอ่อนลง ผมก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมา

“ทุกคน ใจเย็นๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ”

เหล่าคนที่ติดอยู่ในเรือนจำต้อนรับจะสูญเสียสติไปและปลดปล่อยความบ้าคลั่งไปรอบๆ ดังนั้น สิ่งที่อันตรายที่สุดในเรือนจำต้อนรับก็คือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว พฤติกรรมฉายเดี่ยวของยูจงฮยอคอาจจะเป็นเพราะเขากังวลเกี่ยวกับเรือนจำนี้

“พ-พลทหารลีฮุนซึง นายได้ยินผิดเหรอ?”

“ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว แม่!”

“อ-ไอ้หมาบ้านี่!”

…ผมช้าเกินไป ผมได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง แต่มันก็ไม่ใช่กับทุกคน

“…ทกจา?” ในเวลานั้นเอง การปรากฏตัวของยูซานอาก็เผยออกมาในเรือนจำต้อนรับ ลูกประคำของแซมยองดังรอบๆ ข้อมือของเธอกำลังเปล่งประกายเจิดจ้า โชคดีที่มันได้ผล ผมย่างเข้าหายูซานอาและกล่าวว่า “ครอบคลุมพื้นที่รอบๆ จากนี้ไป ฉันจะทำลายมิตินี้”

ยูซานอาพยักหน้าด้วยสีหน้ากระวนกระวาย

[สกิลเฉพาะตัว ‘ขจัดความชั่ว LV.1’ ถูกเปิดใช้งาน]

ขจัดความชั่ว มันสูงกว่าสกิลขับไล่ความชั่วที่สามารถซื้อได้ด้วยเหรียญหนึ่งระดับ มันเป็นสกิลที่ผมได้รับมาหลังจากทำลายรูปปั้นทองแดงของแซมยองดัง

[สกิลเฉพาะตัว ‘ขจัดความชั่ว LV.1’ ได้ปิด ‘เรือนจำต้อนรับ’]

แน่นอนว่ามันเป็นสกิลที่ถูกใช้โดยเรือนจำต้อนรับ ถ้าผมซื้อปัดเป่าความชั่วมา ผมคงจะต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปลดปล่อยมัน เมื่อหมอกถอยกรูไปและเรือนจำต้อนรับหายไป สหายของผมก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละคน

“พ-พวกเราแก้ไขแล้ว! พวกเราคือกองทัพเกาหลีใต้ ภักดีต่อชาติและประชาชน!”

“เอ่อ… เอ่อ… แม่”

การบาดเจ็บสามารถมองเห็นได้ในแวบแรก ลีฮุนซึงกำลังก้มศีรษะลงบนพื้น ในขณะที่ลีกิลยังเอาหัวชิดเข่าและกำลังสั่น ยูซานอาเดินนำหน้าออกไป “ลีฮุนซึง? กิลยัง! ตื่นได้แล้ว!”

ในเวลานั้นเอง ดาบเล่มหนึ่งก็บินมาจากทางด้านหลัง โชคดีที่มันไม่ได้เร็วนัก และมันก็ไม่ยากที่จะหลบ

“…ฉันจะฆ่าพวกแกทุกคน”

จางฮีวอนโบกดาบของเธอผ่านอากาศราวกับคนบ้า หัวใจของผมเจ็บปวดเมื่อผมมองไปยังดวงตาที่ค่อยๆ แดงขึ้นของจางฮีวอน นี่มันอันตราย มันเป็นสัญญาณของ ‘ผู้สังหารปีศาจ’ ผมทำให้จางฮีวอนสลบไปโดยการกระแทกเข้าที่หลังคอของเธออย่างแรง โชคดีที่จางฮีวอนไม่ได้เป็นอันตรายอะไร ผมคิดว่ามันคงจะไม่เป็นแบบนี้ด้วยเสื่อฟางของแซมยองดัง แต่สภาพจิตใจของจางฮีวอนก็บอบบางกว่าที่ผมคิด

“ยูซานอา ช่วยดูแลจางฮีวอนด้วย”

“…ได้ๆ!”

“มันยังไม่จบอีกเหรอ”

[คุณเคลียร์สถานการณ์ย่อยได้แล้ว!]

[คุณได้รับ 300 เหรียญ]

มอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้นในทันทีที่ข้อความการเคลียร์ปรากฏขึ้น พวกมันคือมวลของเหลว ซึ่งทำให้นึกถึงเอกโตปลาสซึม (ไซโตปลาสซึมชั้นนอก อยู่ติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ มีลักษณะเป็นของเหลวข้น) อสุรกายระดับแปด มันเป็นอสุรกายที่สร้างเรือนจำต้อนรับ ผมใช้พลังงานดาราบริสุทธิ์เพื่อปลุกใบมีดแห่งศรัทธา โชคดีที่การต่อสู้นั้นไม่ยากนัก ในตอนแรกๆ เหล่าอสุรกายไม่ได้จัดการยากอะไรถ้าเรือนจำต้อนรับถูกทำลาย อสุรกายอันแปลกประหลาดและน่าขนลุกถูกทำลายไป

[ศิลาอสุรกาย]

ผมเก็บก้อนหินที่ตกอยู่ลงไปในกระเป๋า สิ่งนี้จำเป็นต้องเก็บขึ้นมา ต้องขอบคุณยูซานอา คนอื่นๆ จึงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

“น-นายโอเคไหม?”

คนที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดคือลีฮุนซึง ลีฮุนซึงได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นและก้มหัวลงด้วยความประหลาดใจ “…ขอบคุณนะ ฉันเกือบจะสร้างปัญหาใหญ่ไปแล้ว ฉันอยากจะขอบคุณทกจาด้วย”

“ไม่เป็นไร”

“ผมปวดหัว…” หัวของลีกิลยังกำลังเจ็บปวด ผมลูบผมของเขา เขาแสร้งทำเป็นว่าไม่เป็นอะไร แต่บางทีคนที่มีแผลเก่าที่หนักหนาที่สุดในที่แห่งนี้อาจจะเป็นเด็กคนนี้ ผมเเห็นแสงซีดๆ จากระยะไกล

ยูซานอาพูดออกมา “ทกจา ฉันคิดว่ามันจบแล้ว”

ผมกังวลเกี่ยวกับมันอยู่เพียงชั่วขณะ จางฮีวอนสลบไป และมันก็ยากที่คนอื่นจะใช้พลังของตัวเอง พวกเราจะไม่เป็นอะไรเหรอที่จะเข้าไปยังชุงมูโรด้วยสภาพแบบนี้? ความกังวลของผมถูกขจัดไปด้วยบุคคลที่มาใหม่ ดาบเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นรางๆ ในความมืด แต่มันก็เป็นภัยคุกคามที่บริสุทธิ์ โดยไร้ซึ่งเจตนาที่เป็นอันตราย

“พวกนายเป็นใคร? พวกนายไม่รู้เหรอว่าที่นี่คือพื้นที่ล่าของพวกเรา?” ในแสงสลัวๆ ของทางเข้ามีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังถือดาบยาวยืนอยู่ เธอดูเหมือนจะอายุ 17 ปี และสวมชุดนักเรียนอยู่ เธอสวมฮู้ดเหมือนกับเธอกำลังพยายามซ่อนป้ายชื่อของเธอ แต่รูปร่างหน้าตาของเธอนั้นกลับโดดเด่น

“อ๊า เด็กคนนี้…!” ยูซานอาตาไวและจำเธอได้ก่อน ผมเองก็รู้จักเธอ มันเป็นเพราะเธอคือหนึ่งในตัวละครหลักของหนทางเอาชีวิตรอด ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวของโรงเรียนมัธยมแดปง ลีจีฮเย เธอคือหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมยูจงฮยอคถึงได้มุ่งตรงมายังชุงมูโรด้วยเวลาที่สั้นที่สุด

“…พวกนายเอาชนะพวกอสุรกายได้ยังไง?” ลีจีฮเยเจอก้อนหินในมือของผมและรู้สึกประหลาดใจ “พวกนายทำไมยังไง… มีแค่มาสเตอร์เท่านั้นที่สามารถจัดการพวกมันได้หนิ?”

ผมใช้สกิลทันที

[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]

[ข้อมูลตัวละคร]

ชื่อ: ลีจีฮเย

อายุ: 17 ปี

กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: เทพสงครามทะเล

แอตทริบิวต์ส่วนตัว: ปีศาจดาบผู้มีแผลเป็น (หายาก)

สกิลเฉพาะตัว: การฝึกฝนดาบ LV.3, ผู้สังหารปีศาจ LV.1, ความรู้สึกที่แท้จริง LV.2, ท่าเท้าภูตผี LV.1

อักขระ: การต่อสู้ทางทะเล LV.1 บัญชาการกองทัพขนาดใหญ่ LV.1

ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.13, STR LV.12, AGI LV13, Magic Power LV.9

การประเมินโดยรวม: บุคคลที่พัฒนาเป็น ‘ปีศาจดาบผู้มีแผลเป็น’ หลังจากการสังหารเพื่อนสนิทของเธอ ผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังของเธอมีความสัมพันธ์กับคุณและเพื่อร่วมงานของเธอ

*’แพ็คเริ่มต้น’ กำลังถูกใช้งาน

มันไม่มีอะไรผิดปกติ เทพสงครามทะเล ตามที่กำหนดไว้ มันคือผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังลีจีฮเย เธอคือสิ่งจำเป็นในสงครามน่านน้ำในอนาคต

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ประทับใจกับการพบกันของสหายเก่า]

[ผู้สนับสนุนของลีจีฮเยทักทาย ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’]

ผมรู้สึกถึงสายลมบางๆ ในอุโมงค์รถไฟใต้ดินที่ไม่มีรถไฟกำลังวิ่งอยู่ เมื่อมองไปยังผมที่กำลังสยายอยู่ในสายลมของลีจีฮเย ผมก็ตระหนักได้อีกครั้ง

[สถานการณ์หลัก #2 – การชุมนุมสิ้นสุดลงแล้ว]

[ค่าตอบแทนจะถูกตัดสิน]

ใช่แล้ว ในที่สุดพวกเราก็มาถึง นี่คือชุงมูโร

(จบตอน)


กลุ่มลับทักไปที่เพจได้เลยนะครับ

มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint