0 Views

ตอนที่ 250 – การเลือกราชาปีศาจ (5)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ในไม่ช้า พวกเราก็มาถึงเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค (เดิมคือสวิตซ์)

ระหว่างทาง ยูจงฮยอคไม่ได้พูดอะไรออกมาและทำตัวเหมือนๆกันเมื่อมาถึงเขตอุตสาหกรรม ในทันทีที่รถดับเครื่องลง ยูจงฮยอคก็ออกไปจากรถและบอกกับผม “จากนี้ไป ฉันจะเคลื่อนไหวคนเดียว”

“…นายจะมางานคัดเลือกไหม?”

ยูจงฮยอคพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่จะขยับฝีเท้าของเขาและหายไปจากสายตา เขาดูเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังจะไปที่ไหนและเขากำลังจะทำอะไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือทุกสิ่งที่อยู่ในวิสัยทัศน์ของเขาจะถูกทำลาย

“…เจ้าจะไม่หยุดเขาเหรอ?”

ผมพยักหน้าให้กับคำถามของจางฮายัง ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็วางแผนไว้แล้วว่ายูจงฮยอคจะไม่ฟังผม ยูจงฮยอคแค่ต้องปลอดภัยไปการคัดเลือกราชาปีศาจเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือสิ่งที่ผมต้องทำในตอนนี้ ผมไม่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และมุ่งตรงไปยังห้องของไอรีน

“สักพักเลยสินะ”

ผมไม่ได้เจอกับไอลีนสักพักแล้ว และเธอก็ดูซูบลงไปจากความวุ่นวายของเขตอุตสาหกรรม

ไอลีนดันแว่นของเธอขึ้นและรายงาน “นับตั้งแต่ดยุคจากไป ข้าก็ต้องรับมือกับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ… สมาชิกปาร์ตี้จัดการกับมันได้แล้ว”

“สมาชิกปาร์ตี้?”

“ปาร์ตี้ของยูจงฮยอค เจ้าไม่รู้เหรอ? ทุกๆ เช้าจะมีคนเดินไปรอบๆ และพูดออกมาว่า ‘ข้าคือยูจงฮยอค’ มันก่อตั้งขึ้นหลังจากที่เจ้าจากไป… เจ้าคงไม่เคยเห็น”

เป็นพวกเขาเหรอ? บ้าเอ้ย ผมคิดว่าบางครั้งผมก็ยังได้ยินเสียงตะโกนจากวันนั้นอยู่

ไอลีนส่ายหัวและพูดต่อ “ไม่นานมานี้ กลุ่มผู้ติดตาม ‘ผู้ลงโทษ’ ก็ถูกสร้างขึ้น”

“ตัวตนของเธอถูกเปิดเผยแล้วเหรอ?”

“ยัง จู่ๆ เธอก็หายไปหลังจากดยุคจากไป”

“หายไป?”

ความรู้สึกแปลกๆ โผล่ขึ้นมาในใจของผม หรือว่า? ผมเกิดความคิดขึ้นมาแต่มันคงเป็นไปได้

มันเป็นไปไม่ได้ที่เรื่องแบบนั้นจะเป็นความจริง ไม่ว่าผมจะคิดยังไง

ไอลีนถอนหายใจเล็กน้อย “ข้าไม่รู้ว่าทำไมข้าต้องรายงานเจ้า เจ้าของเขตอุตสาหกรรมนี้คือยูจงฮยอค”

“มันไม่สำคัญหรอก ไม่ว่ายังไง…”

“…ดยุคน่าจะกลับไปที่เขตอุตสาหกรรมของตัวเองได้แล้ว”

นี่ไม่ใช่เขตอุตสาหกรรมของผม เนื่องจากผมกลับมายังโลกปีศาจแล้ว ผมก็จะต้องไปตรวจสอบสภาพปัจจุบันของเขตอุตสาหกรรมคิมทกจา (เดิมคือกิลแบท) ผมฝากมันไว้กับมาร์ค แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมจ้องมองไปยังภูมิทัศน์ของเขตอุตสาหกรรมผ่านกระจก มันมีหลายสิ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่มาที่นี่ ผมลุกขึ้นจากที่นั่ง และไอลีนก็ลุกขึ้นตาม

“ด-ดยุค”

ผมมองย้อนกลับไป และไอลีนก็ทำสีหน้าแปลกๆ มันดูเย็นชา เศร้า และผิดหวัง ถึงกระนั้นเสียงของเธอก็สงบเมื่อเธอพูดออกมา ผมได้ศึกษาไอลีนในหนทางเอาชีวิตรอดมาและรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เธอจะทำเสียงแบบนี้

ไอลีนรื้อข้าวของอยู่ครู่หนึ่ง และจากนั้นก็ยื่นกล่องเล็กๆ ออกมา”นี่คือสิ่งที่เจ้าเคยขอให้ข้าทำให้”

กล่องบรรจุนาฬิกาเล็กๆ ไว้ มันเป็นนาฬิกาพกขนาดเล็กที่ออกแบบมาด้วยวงจรที่ดีมาก ผมถือมันไว้และรู้สึกถึงการสั่นจากนาฬิกา ในขณะที่ผมรู้สึกได้ถึงการไหลของเวลาที่เชื่องช้าแต่มั่นคง หลายๆ สิ่งก็ผ่านเข้ามาในหัวของผม

ขอบฟ้าเรื่องราว เกมการปฏิวัติ… ความทรงจำทั้งหมดที่ย้อนกลับไปเกินจะเอื้อมกำลังผ่านพ้นไป

ผมมองดูนาฬิกาสักพัก ผมเหลือบมองไอลีนอีกครั้ง และเธอก็กำลังมองมาที่ผมด้วยข้อมือทั้งสองข้างที่วางซ้อนกัน

ผมดูเหมือนจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

“ดยุคยูจงฮยอค”

มันเป็นการไขว้ข้อมือ นี่คือคำทักทายจากดาวบ้านเกิดที่ไอลีนอาศัยอยู่ ลินเบิร์ก เส้นเลือดทั้งสองที่กำลังไขว้กันและกำลังนำพากันสั่นไหวมายังอีกฝ่าย ราวกับเข็มวินาทีของนาฬิกาที่กำลังเคลื่อนไหว ชีพจรของไอลีนถูกส่งมาที่ผม

“เขตอุตสาหกรรมนี้จะไม่ลืมท่าน”

***

หลังจากออกจากเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค ผมก็มุ่งตรงไปยังเขตอุตสาหกรรมคิมทกจา แต่เดิมมันควรใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่เครื่องยนต์ของเฟอร์รารีกินี่ก็ทำให้มันใช้เวลาแค่สองชั่วโมง

ผมนั่งอยู่ในที่นั่งผู้โดยสารและมองไปยังทิวทัศน์ที่กำลังเคลื่อนผ่านไปในขณะที่คิดถึงคำพูดของไอลีน

– มันมีโดเกบิ พวกคนที่มีก้อนเนื้อ และกลุ่มดาวอีกหลายกลุ่ม

มันเป็นลิตส์ของคนที่มาเยี่ยมในขณะที่ผมไม่อยู่ โดเกบิน่าจะมาจากสำนักงาน และคนที่มีก้อนเนื้อก็น่าจะเป็นเวนนี่แมน ส่วนกลุ่มดาวนั้นผมไม่อาจเดาได้เพราะพวกเขาไม่ได้ทิ้งคำขยายไว้

– ระวัง มีผู้คนมากมายในโลกปีศาจกำลังเฝ้ามองเจ้าอยู่

ไม่จำเป็นต้องบอกผม ผมแค่ต้องดูช่องก็พอ

[กลุ่มดาวจำนวนมากให้ความสนใจกับการกระทำของคุณ]

[คำขยายของคุณกำลังแพร่ไปในหมู่กลุ่มดาวฝ่ายร้าย]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังเฝ้ามองคุณด้วยดวงตาเป็นกังวล]

อีกไม่ถึงสามวันจะถึงการคัดเลือกราชาปีศาจ ผมมองไปยังเบาะหลังที่จางฮายังและปรมาจารย์ทลายนภากำลังกอดกันหลับอยู่ ทั้งคู่คงต้องเหนื่อยแน่ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางฮายังที่ถูกบังคับให้ต้องใช้กำแพงไร้นามเพราะผม ถึงกระนั้น การมีอยู่ของพวกเขาก็หมายความว่าผมสามารถคิดลองสิ่งอื่นได้

ผมเหลือบมองไปยังที่นั่งคนขับและถาม “หัวหน้าแผนกฮันมยอนโก”

“หืม?” ฮันมยอนโกชำเลืองมองผมด้วยสีหน้างงๆ จากตำแหน่งที่เขากำลังทดสอบฟังก์ชั่นของเฟอร์รารีกินี่อยู่ ผมไม่รู้ว่าเขารู้สึกถึงสายตาของผมหรือไม่ แต่ฮันมยอนโกก็กระแอมออกมา”อืม อืม ชีวิตไม่ง่ายเลยใช่ไหม?”

…พูดตามตรง เวลานี้มันแปลกๆ ฮันมยอนโกเห็นถึงความสับสนของผมและรีบเสริม

“ฉันรู้สึกได้ในขณะที่กำลังใช้ชีวิต… ชีวิตมันควรจะเป็นแบบนี้ มีหลายๆ ครั้งที่ไม่อาจทำสิ่งใดได้และมีหลายครั้งที่สิ่งต่างๆ ไม่ได้ผล”

มันเป็นคำพูดที่ชัดเจน แต่การแสดงออกของฮันมยอนโกก็มีอารมณ์อยู่ส่วนหนึ่ง เมื่อมาคิดดูแล้ว ฮันมยอนโกก็ได้ประสบกับหลายๆ สิ่งมาจริงๆ ในแง่ของความรู้สึก เขาอาจจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากยิ่งกว่าผมซะอีก

ผมคิดเกี่ยวกับมันและอยากจะถามอะไรบางอย่างขึ้นมา “ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“เอาสิ”

บางทีชายที่เคยให้กำเนิดลูกมาในโลกนี้อาจจะไว้วางใจได้ ผมเปิดและปิดสมาร์ทโฟนซ้ำๆ ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าจะพูดอะไรออกไป

ฮันมยอนโกมองมายังท่าทีของผมและพูดออกมา “อืม… มันเจ็บปวด

“นายพูดอะไร?”

“ฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่นายอยากจะถาม มันเป็นเจ็บปวดที่ไม่ว่าชายหรือหญิงก็ยากจะทนรับไว้”

ผมตกใจเมื่อผมเข้าใจสิ่งที่เขากำลังพูดถึง ไม่ ผมไม่ได้อยากจะถามเขาเรื่องนั้น…

ถึงกระนั้น ผมก็ยังสงสัย “มันมาจากไหน?”

“ฉันให้กำเนิดในหัวใจของฉัน”

“มันเจ็บปวดหรือเปล่า?”

ฮันมยอนโกดึงบุหรี่ออกมาและทำสีหน้าจริงอย่างในทันใด “ตอนแรก ฉันอยากจะฆ่านายทิ้งซะ”

ควันบุหรี่ขมลอยออกไปนอกหน้าต่าง

“มันน่าละอายและน่าขายหน้า ฉันสงสัยและงงงวยว่าทำไมฉันถึงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้”

“…”

“ฉันพยายามลองวิธีที่อยู่ในละคร ยกตัวอย่างเช่นการกินซีอิ๊วเยอะๆ มันไม่ง่ายที่จะหาเลยเพราะสถานการณ์”

มันฟังดูไม่เหมือนเรื่องจริงเลยในขณะที่ผมฟังเรื่องราวจากฮันมยอนโก มันคงเป็นเรื่องยากลำบากเกินจินตนาการสำหรับผม

“ฉันกลัว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันให้กำเนิดสัตว์ประหลาดขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลูกกินฉัน? วันหนึ่ง จู่ๆ ก็ฉีกท้องของฉันออกมาและฆ่าฉัน…”

“…”

“ฉันอยู่คนเดียวหลายคืน วิ่งหนีและหลบมอนสเตอร์ในขณะที่รู้สึกเป็นกังวลว่าฉันควรจะทำยังไงกับเด็กคนนี้ดี? ควรฆ่ามัน ปล่อยให้มันมีชีวิต หยุดการถือกำเนิดของมัน หรือ…”

ผมไม่ได้ใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า แต่มันก็มีหลายๆ สถานการณ์ของฮันมยอนโกวิ่งเข้ามาในหัวของผม ฮันมยอนโกพูดด้วยสีหน้าที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

“ถึงกระนั้น นายรู้ไหม? น่าตลก เวลาเป็นเดือนผ่านไปในขณะที่ฉันคิดถึงมัน จากนั้นในขณะที่ฉันกำลังดิ้นรน ฉันก็รอดชีวิตมาได้”

ฮันมยอนโกสามารถรอดชีวิตมาจากสถานการณ์อันเลวร้ายด้วยเหตุผลหนึ่งข้อ

“ฉันรู้ได้ในเวลานั้น อ่า บางทีเด็กคนนี้อาจจะช่วยฉันไว้ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจ ไม่ว่าฉันจะเป็นหรือตาย ฉันก็จะให้กำเนิดเด็กคนนี้”

ทันใดนั้นเองก็โยนบุหรี่ออกไปที่นอกหน้าต่าง ฮันมยอนโกดึงบุหรี่ตัวใหม่ออกมา ในเวลาอันสั้น ฮันมยอนโกดูห่างไกลก่อนที่จะกลับมา

ผมรู้จักเขาดี เขาคือหนึ่งในคนที่ต้องอยู่ในรายชื่อ 10 คนที่แย่ที่สุดที่ผมรู้จักแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ฮันมยอนโกก็ดูเป็นคนที่ใช้ได้เลย

“เธอเป็นเด็กที่สวยงามสุดๆ เธอไม่ใช่มนุษย์ แต่เธอก็น่ารักมากๆ”

“…ฉันเห็นเธอแล้ว”

เธอน่ารัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมแอสโมเดียสถึงใช้เธอเป็นร่างอวตารของเขา ผมแค่คิดสิ่งนี้ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของฮันมยอนโกก็หายไป เรื่องราวยังไม่จบดี แต่ผมก็สามารถเห็นสิ่งที่ฮันมยอนโกต้องการจะพูดออกมาได้

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฮันมยอนโกก็พูดออกมา “ดังนั้น ทกจา นายควรลองดูนะ”

“…ฉันควรลองมีลูกเหรอ?”

“ไม่ ฉันกำลังเป็นห่วงนายนะ”

ผมรู้สึกขนลุกอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าที่สับสนของผมสะท้อนบนหน้าจอสมาร์ทโฟน

“ฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่นะ แต่พูดตามตรง เดิมทีฉันก็ไม่ได้ชอบนาย”

“ได้รู้ก็ดี”

“แต่ฉันก็รู้สึกว่านายแปลกไปเมื่อไม่นานมานี้”

ผมปิดปาก

“ฉันรู้ว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะออกมาดี ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะเป็นไปตามที่นายต้องการ ถึงกระนั้นก็อย่าจมอยู่กับมันมากเกินไปและปล่อยให้หัวใจได้นำพานายบ้าง”

“…”

“มันเป็นทกจาที่รอดชีวิตมาจากสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้านายไม่ทำมันให้ดี นายจะต้องเสียใจในภายหลัง”

อันที่จริง ผมก็มีชีวิตอยู่มานานและได้เห็นโลกแล้ว ผมไม่เคยคาดคิดว่าในวันหนึ่งผมจะต้องมาฟังชายคนนี้

หน้าจอ LCD ของสมาร์ทโฟนเปิดขึ้น และไฟล์หนทางเอาชีวิตรอดโผล่ขึ้นมา

– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกทำลาย (แก้ไขครั้งที่ 2) .txt

ผมไม่เคยมีประสบการณ์ของฮันมยอนโกมาก่อน ผมไม่เคยมีลูก หรือไม่เคยวางแผนที่จะมี อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกแปลกๆ กับความรู้สึกของเขาเล็กน้อย

ต้องอ่านหรือไม่ต้องอ่านการแก้ไข นี่คือสิ่งเดียวที่ผมคิดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผมกลัวว่าผมจะได้รับผลกระทบจากการอ่านนิยาย มันเจ็บปวดที่ต้องยืนยันผลจากการกระทำของตัวเอง ผมกลัวว่า ‘อนาคต’ ของผมอาจจะถูกแก้ไข

อย่างไรก็ตาม มันก็น่าหัวเราะตั้งแต่แรก คำพูดของฮันมยอนโก…

ใช่ เรื่องนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ ผมเปิดไฟล์ขึ้นมาโดยไม่ลังเล จากนั้นผมก็เริ่มอ่านอย่างที่ผมเคยทำ

การแก้ไขครั้งที่สองเริ่มขึ้นจากรอบที่สี่

「มันก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ในรอบที่สาม อาจารย์คงไม่ตายถ้าไม่ใช่เพราะเขา」

บางข้อความทำให้ผมโล่งใจ

「อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจเปลี่ยนมันได้」

คำอธิบายบางอย่างยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

「ผู้ชายคนนั้นไม่ได้อยู่ในรอบนี้」

ผมก็ยังไม่ได้อยู่ในการเสื่อมถอยรอบที่สี่ของยูจงฮยอค

「ฉันล้มเหลวในรอบที่สาม」

ผมไม่ตื่นตระหนกเพราะผมคาดไว้อยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าทำไมผู้เขียนถึงส่งอะไรแบบนี้มาให้ผม มันอาจจะทำให้ผมกลัวหรือใช้ผมไปยังตอนจบที่เขาต้องการก็ได้ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นผู้เขียนที่ส่งมาให้ผมตั้งแต่แรก

ผมหลับตาลงอย่างช้าๆ สูดหายใจเข้า และเปิดมัน จากนั้นผมก็คิดถึงกำลังที่สี่

「คิมทกจาคิด」

ราวกับว่าผมกำลังเขียนประโยคในนิยาย

「ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรในตอนท้าย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ฉันก็จะสร้างตอนจบที่ฉันต้องการขึ้นมา」

ผมเขียนประโยคและจ้องไปที่อากาศสักพัก เป็นที่เข้าใจได้ว่ามันไม่มีคำตอบกลับมา แต่มันก็เป็นกำแพงที่สี่ที่ตอบสนอง

[กำแพงที่สี่กำลังบิดตัวไปมาอย่างมีความสุข]

ทันใดนั้นเอง ผมก็มองออกไปและเห็นเขตอุตสาหกรรมจากระยะไกล นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนเขตอุตสาหกรรมคิมทกจา ฮันมยอนโกลดความเร็วลงในทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

“…สถานการณ์กำลังดำเนินการ”

สถานการณ์? ไม่มีทาง… การคัดเลือกราชาปีศาจยังไม่เริ่มหนิ?

[คุณต้องการที่จะเข้าสู่พื้นที่สถานการณ์ลับหรือไม่?]

ฮันมยอนโกเดินเข้าไปยังเขตอุตสาหกรรมอย่างระมัดระวัง ทางเข้าของเขตอุตสาหกรรมไม่มีคนเฝ้าอยู่สักคน

ผมเปิดหน้าต่างและได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างในเขตอุตสาหกรรม

“ข้าคือคิมทกจา!”

“ไม่ ข้าต่างหาก!”

“ข้าคือคิมทกจา! ข้า!”

ฮันมยอนโกและผมมองหน้ากันในเวลาเดียวกัน

“อะไรเนี่ย…?”

ข้อความดังตามมา

[สถานการณ์ลับ – เกมคิมทกจาอยู่ในระหว่างดำเนินการ]

มันมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นในเขตอุตสาหกรรมของผมในขณะที่ผมไม่อยู่

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint