0 Views

ตอนที่ 25 – เวลาพิพากษา (3)

 

(ตอนนี้เรื่องนี้เปิดกลุ่มลับแล้วนะครับ สำหรับคนอยากอ่านไวๆ มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

เช้าวันรุ่งขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสถานีกึมโฮ อย่างแรกเลย ฮันมยอนโกได้หายตัวไป เขาซ่อนตัวเมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นและหายตัวไปหลังจากมันจบลง ผมไม่รู้ว่าเขาไปซ่อนตัวอยู่ในที่ไหนสักแห่งในสถานีหรือกำลังเคลื่อนไหวไปยังสถานีต่อไป

“ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ฉันไม่ได้ชอบเขาตั้งแต่แรก นอกจากนี้ เขายังไม่ใช่แค่คนเดียวที่หายไป” จางฮีวอนพูดออกมา หลังจากการต่อสู้เมื่อวาน จำนวนคนที่เหลืออยู่ในสถานีกึมโฮก็แทบจะไม่เหลือ ไม่ใช่ว่ามันมีผู้รอดชีวิตไม่กี่คน กลับกัน มันมีผู้รอดชีวิตมากกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อเรื่องเดิม อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็จากสถานีกึมโฮไปเมื่อคืน บางทีพวกเขาอาจจะมีเหตุผลของตัวเองอยู่

“…คนที่เหลืออยู่โอเคไหม?” ยูซานอาถามในขณะที่เธอมองไปยังเหล่าผู้รอดชีวิต ผม ยูซานอา ลีฮุนซึง ลีกิลยัง และจางฮีวอน นอกจากพวกเราห้าคน มันมีเพียงแค่ห้าคนเท่านั้นที่เหลืออยู่ในสถานีกึมโฮ

จางฮีวอนถามขึ้นมา “เฮ้ ทุกคน พวกนายจะมากับพวกเราไหม?”

คำพูดอย่างไม่เป็นทางการทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในหมู่ผู้คน ตัวแทนของคนกลุ่มนั้นคือหญิงสาวที่กำลังกุมมือของเด็กคนหนึ่งไว้ “…พวกเราจะแยกกัน พวกเรายังพอมีเหรียญเหลืออยู่”

ผมชื่นชมคู่แม่ลูกอย่างใจจริงที่เอาชีวิตรอดมาได้ท่ามกลางการต่อสู้นองเลือด หากเธอมีความแข็งแกร่งมากพอ พวกเธออาจจะเอาชีวิตรอดได้โดยไม่ต้องไปกับพวกเรา จางฮีวอนพยักหน้า “โอเค โชคดีนะ”

เมื่อจางฮีวอนหันมา ความโล่งอกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนกลุ่มนั้น ในความเป็นจริง นี่เป็นการตอบสนองที่ไม่แปลก แน่นอนว่าสถานการณ์เมื่อวานนั้นน่าตกใจเล็กน้อย มันพอเข้าใจได้ คนหนึ่งปฏิเสธที่จะแจกจ่ายเหรียญในขณะที่อีกคนฆ่าคนอื่นอย่างไร้ความปราณี แม้ว่ามันจะมีเหตุผลก็ตาม สำหรับพวกเขา จางฮีวอนอาจจะไม่แตกต่างจากกลุ่มซอลโดมากนัก ผมแตะลีฮุนซึงที่กำลังทำหน้าไม่รู้เรื่องอะไรข้างๆ ผม

“ลีฮุนซึง?””

“ฮะ หือ?”

ลีฮุนซึงที่กำลังจ้องมองไปยังจางฮีวอนด้วยสีหน้าว่างเปล่ามองมาที่ผมด้วยความประหลาดใจ ผมคิดว่าผมรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาสงสัยว่าเธอจะติดอยู่ในความบ้าคลั่งของเมื่อวานนี้และสังหารกลุ่มซอลโดทั้งกลุ่ม

“เตรียมตัวเสร็จรึยัง?”

ลีฮุนซึงตอบกลับมา “เรียบร้อย! มันก็ไม่มีอะไรนะ แต่มันก็เสร็จแล้ว มันมีขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำ ของเพื่อป้องกันความเย็น และอุปกรณ์ฉุกเฉิน…”

แน่นอนว่าทหารก็มีประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้

“…มันขึ้นอยู่กับที่นี่ ถ้านายต้องการอะไรอีก…”

ไม่มีอะไรอีกที่ผมต้องการ… ผมต้องการจะพูด แต่ผมก็คิดถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ในทันใด “โอ้ นายช่วยหาที่ชาร์จแบบพกพามาให้ฉันหน่อยได้ไหม?”

“นายกำลังพูดถึงพาวเวอร์แบงค์งั้นเหรอ? ทำไมเหรอ…?””

มันเป็นธรรมดาที่จะสงสัย สมาร์ทโฟนไร้ประโยชน์ไปแล้วเพราะไม่มีสัญญาณ ผมตอบกลับไปลวกๆ “ฉันมีเรื่องต้องใช้มัน”

ลีฮุนซึงตอบกลับมาว่าเขาจะหามันให้และเริ่มหาของที่เหลือไว้จากกลุ่มซอลโด ลีกิลยังและยูซานอาเองก็บอกว่าพวกเธอจะช่วยด้วย จางฮีวอนมองมาที่ผมและถาม “พวกเราจะไปกันแล้วเหรอ?”

“กำลังจะไป”

เธอถามอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามันไม่มีคำถามว่าพวกเราจะไปด้วยกันไหม นี่คือจางฮีวอน มันคือการต้อนรับจากมุมมองของผม ‘ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง’ เป็นคนที่มีความสามารถซึ่งแม้แต่ยูจงฮยอคก็ยังต้องสนใจ

“ฉันมีคำถามเยอะเลย”

“ไม่ใช่ตอนนี้”

“อ่า จริงๆ เลย นายมันกำแพงเหล็ก” จางฮีวอนต่อยผมเบาๆ และหัวเราะ

[คุณได้รับ 1,500 เหรียญจากตัวละคร ‘จางฮีวอน’]

“นี่…?”

“ฉันจะหารมัน ฉันรู้สึกแย่เกินที่จะใช้มันคนเดียว ฉันจะแบ่งให้กับคนอื่นด้วย”

ผมเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด เมื่อวานนี้ จางฮีวอนฆ่าสมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มซอลโดไปคนเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่ง เธอได้รับเหรียญส่วนใหญ่ไป อย่างไรก็ตาม… ผมเป็นกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้”

จางฮีวอนไม่รู้ ในความเป็นจริง ผมมีเหรียญอยู่เยอะแยะ

“ฉันไม่ใช่นายหนิ” เธอชกแขนของผมอีกสองสามทีก่อนที่จะเดินไปทางอุโมงค์พร้อมด้วยเป้สะพายหลังของเธอ “เสร็จเรื่องแล้ว ฉันจะไปจัดการบางอย่างสักหน่อย”

“อย่าไปไกลเกินไปล่ะ มันมีส่วนที่อันตรายเกินกว่าที่จะไปคนเดียวอยู่”

จางฮีวอนโบกมือของเธอราวกับว่าไม่ต้องกังวลในขณะที่เธอเดินจากไป

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ชอบมิตรภาพของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ยิ้มอย่างมีเลศนัย]

ผมดูข้อมูลในอากาศและเอ่ยออกมา ‘เมื่อวานแกได้ไปไม่น้อยเลยหนิ? มันจะต้องดีแน่ๆ’

ไม่มีคำตอบกลับมา ผมพูดอีกครั้ง ‘อย่าเสแสร้งและบอกฉันมา ฉันรู้ว่าแกกำลังดูอยู่’

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… เจ้าจับข้าได้งั้นเหรอ?]

มันเป็นเสียงของบีฮยอง

‘แกได้มาเท่าไร?’

[…ร-เรื่องนั้น อืม]

ผมจ้องมองอย่างเงียบๆ

[เฮ้อ ใช่แล้ว เจ้ารู้อีกแล้วได้ยังไง…? ข้าคิดยังไงก็ไม่ออก เอานี่ไป]

[โดเกบิ ‘บีฮยอง’ มอบเหรียญให้คุณ 4,500 เหรียญ]

ผมคิดตาม ไอ้โดเกบิบัดซบนี่

[…กลุ่มดาวไม่ได้ใช้ระบบการสนับสนุน แต่ได้ส่งมันมาให้ข้าโดยตรงแทน ข้าไม่รู้ว่าทำไม ข้าจะให้เจ้าในภายหลัง อ่า มันยังมีข้อความเหล่านี้ด้วย]

ฉับพลันก็มีข้อความปรากฏขึ้นมา

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พอใจกับสถานการณ์ของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มีความมั่นใจในการตัดสินของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ พอใจกับแผนของคุณ]

  • ·····

นี่คือสาเหตุที่ผมไม่ได้รับข้อความสนับสนุนเมื่อวานนี้ ผมสงสัยว่ามันเป็นเพราะเรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นกับผม และผมได้รับมาน้อยกว่าที่ผมคิดไว้

[เหรียญที่ครอบครอง: 23,050 เหรียญ]

ผมลงเหรียญส่วนใหญ่ที่ผมได้รับมาครั้งที่แล้วไปกับค่าสถานะ และในตอนนี้ผมก็ได้เหรียญมาเป็นจำนวนมากอีกครั้ง มันเป็นอีกครั้งที่ผมจะเพิ่มค่าสถานะของผม งั้นก็มาทำให้มันพอไปวัดไปวากันเถอะ ผมไม่สามารถเปิดหน้าต่างแอตทริบิวต์ขึ้นมาได้ ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องจำระดับค่าสถานะของผมไว้

อย่างแรก… STA นั้นสำคัญยิ่ง

[1,200 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STA]

[STA LV.12 -> STA LV.15]

[ความทนทานของร่างกายของคุณเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!]

ผมไม่มีทักษะโจมตีแบบติดตัว ดังนั้นผมจึงเพิ่ม STR ของผมด้วย

[1,200 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม STR]

[STR LV.11 -> STR LV.15]

[พละกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นจะมาจากกล้ามเนื้อของคุณ!]

สำหรับ AGI เอาแค่พอหลบหลีกได้ก็พอ

[400 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม AGI]

[AGI LV.10 -> AGI LV.11]

[คุณสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นเล็กน้อย]

ผมจำเป็นต้องคงพลังงานดาราบริสุทธิ์ไว้ ดังนั้นพลังเวทมนตร์จึงจะต้องมีระดับอย่างน้อยที่ LV.10

[400 เหรียญถูกใช้ไปกับการเพิ่ม Magic Power]

[Magic Power LV.6 -> Magic Power LV.10]

[พลังงานลึกลับอาศัยอยู่ในดวงวิญญาณของคุณ]

ผมสามารถเพิ่มได้มากกว่านี้ แต่ผมก็จงใจไม่ทำ เมื่อผมไปถึงชุงมูโร มันจะมีอีกที่ที่ผมต้องใช้เหรียญเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ผมยังใช้ไปถึง 4,400 เหรียญแล้ว มันทั้งง่ายและยากที่จะใช้ ถ้าผมเริ่มต้นด้วยค่าสถานะที่ดี ผมก็คงจะไม่ต้องใช้เหรียญมากขนาดนี้ บางคนก็เริ่มต้นด้วย STA LV.1… ในหนทางเอาชีวิตรอด แม้แต่ STA ของลีกิลยังก็คงจะสูงกว่านั้น

[ยังไงก็เถอะ ข้าลืมไป… มีอีกสองเรื่องที่ต้องบอก เจ้านี่มันเยี่ยมจริงๆ ดูเหมือนว่าข้าจะสามารถอัพเกรดระดับช่องของข้าได้ในไม่ช้าแล้ว]

‘ฉันเข้าใจ’

ผมไม่สามารถรับการสนับสนุนจากผู้สนับสนุนได้เหมือนกับอวตารคนอื่น ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องรวบรวมเหรียญให้ได้มาก เหตุผลที่ทำไมผมถึงยังไม่เห็นผลของการทำสัญญากับบีฮยองนั้นก็เป็นเพราะช่องของเขายังเล็กอยู่ กลุ่มดาวเพียงน้อยนิดยังไม่เพียงพอ เพื่อรวบรวมเหรียญให้ได้มากยิ่งขึ้น มันจะต้องมีกลุ่มดาวในช่องมากยิ่งขึ้น

เมื่อผมไปถึงที่ชุงมูโร สภาพแวดล้อมก็จะพร้อมในไม่ช้า

“ถ้าทุกคนพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ พวกนายไม่ลืมอะไรนะ?”

สหายของผมมารวมตัวกันและพยักหน้า เมื่อมองไปยังใบหน้าอันกระวนกระวาย ทุกๆ คนก็ดูเหมือนจะรู้แจ้งจากเมื่อวานนี้ ในที่สุด การเดินทางไปชุงมูโรก็เริ่มต้นขึ้น

* * *

พวกเราข้ามทางรถไฟไปครึ่งทางก่อนที่ข้อความของระบบจะโผล่ขึ้นมา

[สถานการณ์หลักที่สองเริ่มต้น]

+

[สถานการณ์หลัก #2 – การชุมนุม]

ประเภท: หลัก

ความยาก: E

เงื่อนไขการเคลียร์: ข้ามอุโมงค์และพบกับผู้รอดชีวิตในฐานหลักแห่งแรก

จำกัดเวลา: ไม่มี

สิ่งตอบแทน: 500 เหรียญ

ความล้มเหลว: ???

+

ข้อความนี้ทำให้ผมตระหนักได้ว่ามันเริ่มต้นจริงๆ แล้ว มันไม่เหมือนกับสถานการณ์หลักแรก สถานการณ์หลักที่สองมี ‘ฐานหลัก’ จางฮีวอนถาม “ฐานหลักคืออะไรเหรอ? มันอยู่ที่ไหน?”

คำถามไม่ต้องการคำตอบ อีกหนึ่งข้อความโผล่ขึ้นมาทันที

[ฐานหลักแห่งต่อไปคือ ‘ชุงมูโร’]

“มันคือชุงมูโรเหรอ? มันห่างออกไปแค่ 3 ป้ายเท่านั้น…”

เดิมทีมันก็เป็นแบบนี้ จากนั้นหนูดินก็เริ่มปรากฏตัวออกมา มันมีอยู่ราวๆ 30 ตัว จางฮีวอนฮึดฮัดและพึมพำออกมา “…พวกเราต้องผ่าน 3 ป้ายไปแบบนี้”

มันเป็นลีฮุนซึงที่เดินออกมา “ฉันจะเป็นทัพหน้าให้นะ”

ต้องขอบคุณการสนับสนุนของผู้สนับสนุนของเขา ค่าสถานะโดยรวมของลีฮุนซึงในตอนนี้มีถึง 37 แล้ว เขาได้รับเหรียญมาน้อยกว่าผม แต่เขากลับไล่ตามผมมาแล้ว… นี่เป็นข้อดีของการเริ่มต้นด้วยค่าสถานะที่สูง ถ้าผมรู้แบบนี้ ผมคงจะออกกำลังกายเป็นประจำ

“ฉันจะตามหลังพี่ละกัน”

ค่าสถานะโดยรวมของลีกิลยังยังคงต่ำอยู่ แต่เขาก็สามารถใช้การสื่อสารที่หลากหลายได้อย่างยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้ผ่านการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

“เดี๋ยวฉันจัดการมันเอง”

ยูซานอาสร้างด้ายด้วยพลังเวทมนตร์เพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของหนูดิน ความสามารถในการโจมตีของเธอต่ำ แต่ค่าสถานะโดยรวมของเธอนั้นก็คล้ายกับจางฮีวอน

“…ไม่ใช่ว่ามันมีจำนวนมากไปหน่อยเหรอ?”

สุดท้าย มันก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงจางฮีวอน เมื่อเทียบกับลีฮุนซึงแล้ว ค่าสถานะโดยรวมของเธอยังต่ำอยู่ แต่สกิลของเธอก็เพียงพอแล้ว มันมีสกิลเฉพาะตัวอย่าง ‘เวลาพิพากษา’ ที่เป็นของ ‘ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง’ ตราบใดที่คู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าของเธอเป็น ‘คนชั่ว’ ตามการตัดสินของกลุ่มดาวฝ่ายดี จางฮีวอนจะไม่แพ้

หนูดินตัวสุดท้ายล้มลง ลีฮุนซึงถือโล่ไว้ข้างๆ และเริ่มหลังเหงื่อออกมา

“เห้อ… ดูเหมือนจะพอแล้ว”

อันที่จริง นี่ไม่ควรจะจัดการได้ง่ายๆ ขนาดนี้ ไม่ว่ารูปแบบของหนูดินจะง่ายดายเพียงไหน แต่การต่อสู้กับพวกมัน 30 ตัวก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี ผมไม่สามารถจัดการกับพวกมันได้เพียงลำพังโดยไม่เปิดใช้งานบุ๊คมาร์ค ปาร์ตี้ของพวกเราเริ่มแข็งแกร่งขึ้น

พวกเขาก้าวผ่านอุโมงค์ต่อไป ในที่สุด ลานแห่งใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม

“สถานียัคซู ยังไงก็เถอะ… ไม่มีใครเลยเหรอ? ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้น”

สถานียัคซูเต็มไปด้วยซากศพของคนและหนูดิน จากอาการบาดเจ็บ คนกลุ่มนี้ไม่ได้ตายเพราะหนูดินแต่ถูกยูจงฮยอคฆ่าตาย

“เดินต่อเถอะ ยังเหลืออีกสองป้าย”

พวกเรายังคงเดินหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม ระยะทางจากยัคซูไปถึงมหาวิทยาลัยทงกุกนั้นก็ไม่น้อยกว่า 1 กิโลเมตรในทางเส้นตรง เมื่อพวกเรามาถึงทางเข้าสถานีมหาวิทยาลัยทงกุก พวกเราก็พบกับหนูดินอีกกลุ่มหนึ่งและจัดการกับพวกมัน พวกเราเดินทางมาทั้งสิ้น 2 กิโลเมตรตามเส้นทางที่เรียบง่าย แต่การต่อสู้นั้นยากลำบากมากจนปาร์ตี้เริ่มเหนื่อย

“เราจะหยุดพักที่นี่”

“เห้อ… เหลืออีกป้าย พวกเราน่าจะไปพักที่นั่น…”

“ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราจะได้พักกันไหมเมื่อพวกเราไปถึง”

ทุกคนเงียบกับคำพูดของผม แน่นอนว่ามอนสเตอร์ไม่ใช่อันตรายเดียวในโลกใบนี้ ผมมองไปรอบๆ อยู่สักพักและกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าคนในสถานีนี้จะเคลื่อนย้ายออกไปอย่างรวดเร็ว น่าจะมีของจำเป็นบางอย่างเหลืออยู่”

“อ่า ใช่แล้ว งั้น…”

หลังจากได้ยินคำว่า ‘ของจำเป็น’ ยูซานอาก็ยกมือขึ้นเบาๆ ยูซานอามองไปยังจางฮีวอนและดวงตาของพวกเธอก็สบกัน มันไม่มีการแลกเปลี่ยนคำพูดอะไรแต่ทั้งคู่พยักหน้าออกมาพร้อมกัน จางฮีวอนเห็นหน้าตาของผมและถามผม “อะไรเหรอ? ทกจาอยากรู้เหรอ?”

ยูซานอาหน้าซีด “…ฮีวอน?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ ฉันไม่บอกใครแน่นอน”

…ความลับระหว่างผู้หญิงเท่านั้น มันคงจะแปลกถ้าผมไม่รู้ว่าพวกเธอกำลังพูดถึงอะไร สรีรวิทยาของมนุษย์ไม่ได้หยุดแม้แต่ในโลกเช่นนี้ ลีฮุนซึงเองก็อ้าปากออกมา “อ่า งั้นฉันจะไปห้องน้ำละกัน”

ผมรู้สึกแปลกใจสักพัก แต่มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างขึ้นเป็นอย่างดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมรถไฟใต้ดินจึงสะดวกสบาย

“ผมจะไปกับพี่” มันเป็นลีกิลยัง ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันไป ผมมองไปยังด้านหลังของพวกเขาและคิดว่าพวกเขาดูเหมือนกับคู่พี่น้องที่น่ารักด้วยอายุที่แตกต่างกันช่วงใหญ่

ยูซานอาถามผม “ทกจาจะอยู่คนเดียวเหรอ?”

“ฉันจะขึ้นไปเหนือพื้นดินสักหน่อย”

“ฮะ? แต่มันมีหมอกพิษนะถ้านายขึ้นไป… มันจะไม่เป็นอะไรเหรอ?”

“แค่นิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร”

จางฮีวอนหรี่ตาลงให้กับคำพูดของผม “…มีบางสิ่งน่าสงสัย ทกจา นายกำลังจะไปกินอะไรดีๆ เพียงลำพังงั้นเหรอ?”

ผมมองไปยังจางฮีวอนสักพัก “มันเป็นความลับของผู้ชาย”

* * *

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็มายืนอยู่หน้าทางออกที่ 6 ของสถานีฮงแด ตามข้อมูลที่ผมอ่านมา มันเป็นสถานที่แห่งนี้แน่ๆ…

[คุณได้สัมผัสกับหมอกพิษ]

ผลของพิษแรดยังคงอยู่ คราวนี้ผมไม่ได้ซื้อปอดของวานรเอลเลี่ยนมา ดังนั้นผมจึงต้องจัดการให้ไว ผมกระโดดขึ้นไปยังบันไดเลื่อนที่นำไปสู่ทิศตะวันออกพร้อมกับกลั้นหายใจไว้ หลังจากนั้นไม่นาน รูปปั้นสีทองแดงที่กำลังเปล่งประกายอยู่ก็ปรากฏขึ้น

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางเต็มไปด้วยความคาดหวังในการกระทำของคุณ]

รูปปั้นมีพื้นฐานมาจากพระที่อยู่ในช่วงกลางราชวงศ์โชซอน ผมรู้สึกถึงความสูงส่งที่ไม่ทราบที่มาจากใบหน้าของพระที่กำลังถือไม้ไผ่อยู่ ผมยืนยันชื่อที่ถูกเขียนไว้ตามแนวตั้งใต้รูปปั้น

ยูจอง แซมยองดัง

โอเค ดี มันไม่มีวี่แววของใครเลย… ผมยืนอยู่หน้ารูปปั้น และพนมมือเข้าด้วยกัน

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางมีความยินดีกับการกระทำของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 100 เหรียญ]

ผมไม่ลังเลเลยที่จะใช้พลังงานดาราบริสุทธิ์เพื่อเปิดใช้งานใบมีดแห่งศรัทธา

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางฉงนกับการกระทำของคุณ]

จากนั้นผมก็ฟาดเข้าไปที่รูปปั้น

[กลุ่มดาวที่สวมเสื่อฟางตกใจกับการกระทำของคุณ]

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint