0 Views

ตอนที่ 249 – การคัดเลือกราชาปีศาจ (4)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

พื้นดินและท้องฟ้าสั่นสะเทือนเหมือนฟันเฟือง มันมีบางสิ่งที่มีขนาดมหึมากำลังจุติลงมาจากฟากฟ้าและมีคนๆ หนึ่งขวางมันไว้ พลังเวทมนตร์และเรื่องราวขนาดยักษ์เข้าปะทะกันทำให้เกิดประกายแสงเจิดจ้าออกมา

[เหลือเวลาอีก 40 วินาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ทำลายล้าง]

ฝ่ายตรงข้ามเป็นเทพภายนอก เพดานของท้องฟ้ากำลังใกล้เข้ามาทีละนิดๆ เซียนดาบทลายนภาไม่ได้ถอยกลับแม้จะมีแรงกดดันกดทับลงมายังปราสาททั้งหมด ไม่ เธอไม่อาจถอยได้ เธอไม่เคยหันหลังไปจากความเชื่อของเธอ นี่คือสัญลักษณ์แห่งผู้บรรลุที่เดินทางไปตามเรื่องราวเดียวเท่านั้น

“สู้มัน!”

เซียนดาบทลายนภาชุบชีวิตชาวบู๊ลิ้มที่สิ้นหวังขึ้นมา

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มสนใจในการพัฒนาของสถานการณ์นี้]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มให้ความสนใจกับผู้บรรลุ ‘นัมกุง มินยัง’ ]

ดวงดาวต่างมาชุมนุมกันบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ราวกับปิรันย่าได้กลิ่นเลือด กลุ่มดาวส่องสว่างท้องฟ้าด้วยแสงสีแดง โดเกบิเองก็ปรากฏตัวขึ้นเหมือนว่าพวกมันกำลังรออยู่แล้ว

[กลุ่มดาว มันถึงเวลาแล้วที่การทำลายล้างจะมาถึง!]

กลุ่มดาวบางกลุ่มกำลังเฝ้าดูการดับสูญของโลกด้วยท่าทางอึมครึมในขณะที่บางส่วนกลับเฝ้ามองด้วยความตื่นเต้น ความรู้สึกของทุกคนแตกต่างกันออกไป แต่การล่มสลายของโลกใบนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากความบันเทิงของพวกเขา

…เหมือนกันกับผม ในเวลานั้นเอง หลายๆ อารมณ์ก็ปนเปกันอยู่ในหัวของผม บางทีความรู้สึกเหล่านี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่สมาคมนักชิม ถ้าผมทิ้งบู๊ลิ้มไปตรงนี้ ผมจะต่างอะไรจากพวกเขา?

“เซียนดาบทลายนภา! ผม…!”

ผมดึงสถานะของผมขึ้นมาและเกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มดาว

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังรอคอยการเลือกของคุณ]

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มให้ความสนใจกับการปรากฏตัวของคุณ!]

ความสนใจย้ายจากเซียนดาบทลายนภามาที่ผม

[เจ้ า…?]

ถ้าผมถูกจับตาโดยเทพเจ้าภายนอก ผมคงจะไม่สามารถหนีไปจากที่นี่ได้ เซียนดาบทลายนภาเองก็รู้เรื่องนี้และหยุดผม “นี่ไม่ใช่สมรภูมิของเจ้า”

ราวกับว่าผมไม่ได้รับอนุญาตจากหน้ากระดาษแผ่นนี้

“ทิ้งโลกนี้ไว้ให้คนที่นี่”

ผมไม่รู้ว่าบู๊ลิ้มคืออะไรสำหรับเซียนดาบทลายนภา มันเป็นสถานที่ที่บูชาเธอเป็นเทพเจ้าในขณะเดียวกันก็ลากเธอลงมาต่ำด้วย อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เซียนดาบทลายนภาก็ยังตัดสินใจที่จะปกป้องบู๊ลิ้ม

[พื้นที่เรื่องราวสถานการณ์ที่ 29 บู๊ลิ้มกำลังกองซ้อนกัน]

จากนั้นบู๊ลิ้มก็ตอบสนองต่อเซียนดาบทลายนภา

[พื้นที่สถานการณ์ที่ 29 พบผู้พิทักษ์]

[บู๊ลิ้มกำลังมองไปยัง ‘เซียนดาบทลายนภา นัมกุงมินยัง’]

[ความเป็นไปได้ของ ‘เรื่องราว’ ขนาดยักษ์ใหญ่กำลังแตกหน่อขึ้นมา]

เซียนดาบทลายนภากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินข้อความนี้ หากใครบางคนต้องการที่จะทำลายโลก โลกก็จะตอบสนองต่อการทำลายล้างนั้น

「ในโลกนี้ ทุกๆ สิ่งที่สร้างขึ้นในประวัติศาสตร์มีความประสงค์ของมัน」

มันเป็นดินแดนที่สร้างขึ้นจากเลือด เนื้อ เหงื่อ และความพยายามของชาวบู๊ลิ้ม เรื่องราวที่สลักลงบนพื้นแผ่นดินนี้กำลังโอบล้อมเซียนดาบทลายนภาไว้ ความยิ่งใหญ่แผ่กระจายออกมาจากตัวเซียนดาบทลายนภาในขณะที่บู๊ลิ้มสถิตอยู่ภายในกายเธอ

ความเป็นไปได้ของเรื่องราวขนาดยักษ์ มันยังไม่เบ่งบานออกมา และผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันแตกหน่อขึ้น…

ถึงกระนั้น มันก็คือความเป็นไปได้ของเรื่องราว

[ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า]

เสียงแปลกประหลาดที่ชวนให้นึกถึงเสียงหัวเราะสาดเทลงมาจากฟากฟ้า ในที่สุด หนวดทั้งห้าก็จุติลงมาจากท้องฟ้า

ไม่ว่าความเป็นไปได้ของเรื่องราวขนาดยักษ์จะยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเทพเจ้าภายนอกได้ด้วยแค่ตัวเซียนดาบทลายนภา เหล่าเทพเจ้าภายนอกคือสิ่งมีชีวิตที่คงอยู่มานานแสนนานและเผชิญหน้ากับเรื่องราวขนาดยักษ์เช่นนี้มาแล้ว เธอรู้ว่ามันไม่อาจเสียเวลาได้อีก และเซียนดาบทลายนภาก็ตะโกนออกมา “ไปซะ!”

จากนั้นร่างกายของผมก็ถูกผลักเข้าไปในรถ

[ประตูมิติถูกเปิดใช้งาน]

ยูจงฮยอคได้สติกลับมาอย่างช้าๆ และพยายามจะออกไปจากรถ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

เพียงครู่เดียว ในขณะที่พวกเราผ่านประตูมิติมา เซียนดาบทลายนภาก็เงียบไป ทิวทัศน์ของบู๊ลิ้มค่อยๆ เลือนหายไป และทุกๆ สิ่งก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ผู้รอดชีวิตไม่ได้พูดอะไรกันอยู่นาน

***

[คุณมาถึงอาณาจักรปีศาจที่ 73 แล้ว]

[เหลืออีกสามวันจนกว่าจะมีการคัดเลือกราชาปีศาจ]

มันอาจจะเป็นเพราะมีหลายๆ อย่างเกิดขึ้นต่อกัน ปาร์ตี้ไม่มีอะไรจะพูดหลังจากกลับมา รถดับลงแล้วและมีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นที่เหลืออยู่

“ฉันขอไปสูบบุหรี่สักพัก”

ฮันมยอนโกจากไปในขณะที่จางฮายังนั่งกดเข่าอยู่ ปรมาจารย์ทลายนภาคร่ำครวญในขณะที่ยูจงฮยอค… บ้าเอ้ย ผมหายใจเข้าอย่างใจเย็นในขณะที่คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้รับมาจากการเดินทางครั้งนี้

ทุกสิ่งที่ผมทำลงไปก็เพื่อการคัดเลือกราชาปีศาจที่กำลังมาถึง ผมไปยังบู๊ลิ้มเพื่อรับตัวเซียนดาบทลายนภามาเป็นผู้ช่วยและเดินทางไปยังสมาคมนักชิมมาด้วย

แต่ผมกลับไม่อาจพาเซียนดาบทลายนภากลับมากับผมได้ ผมยังไม่อาจโน้มน้าวกลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิมได้อีก สิ่งที่ได้มากลับมีแค่ยูจงฮยอคและจางฮายังแข็งแกร่งขึ้น สุนัขผู้บรรลุ และ…

[เหรียญที่ครอบครอง 4,890,875 เหรียญ]

[การอัพเดตแก้ไขครั้งที่สองเสร็จสมบูรณ์]

แม้จะมีข้อความ แต่ผมก็ไม่กล้ามองสมาร์ทโฟนของผม อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องดู แม้ว่าผมจะรู้สึกรังเกียจเนื้อหาที่ผมจะได้เห็น

“คิมทกจา”

ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นยูจงฮยอคกำลังจ้องมาที่ผม ผมไม่อาจทนอ่านความโกรธในใจของเขาได้ ผมคงไม่มีอะไรจะพูดแม้ว่ายูจงฮยอคจะพยายามฆ่าผมตรงนี้

“ตอนนี้พวกเราควรทำไงกันดี?” มันเป็นเสียงที่ไม่ได้มีอารมณ์ใดเป็นพิเศษ ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างลึกลับและเรียกใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า จากนั้นผมก็รู้สึกเสียใจในทันที

「…」

「…」

「…」

หน้าอกของผมคับแน่นจากห้วงอารมณ์อันอึดอัด พวกมันเป็นอารมณ์ที่ไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้ ความเศร้าโศกที่หยั่งลึกจนไม่อาจจะอธิบายได้

ยูจงฮยอคเป็นคนบ้าไปแล้ว บางทีเขาอาจจะเป็นแบบนี้มานานแล้ว เหตุการณ์นี้คงทำให้เขาผิดหวังมากยิ่งขึ้น อารมณ์ที่ไม่ได้ปะทุออกมาคงจะตามไปสู่รอบถัดไป และมันคงนำไปสู่ความตายของเขา มันคงจะสวมทับลงบนตัวเขาและทำให้เขาโดดเดี่ยว

เซียนดาบทลายนภาในรอบที่สามคงจะถูกลืมไป ผมพูดออกมาด้วยริมฝีปากที่สั่นสะท้าน ผมจำเป็นต้องพูดอะไรบางอย่างออกไป

เซียนดาบทลายนภาจะต้องมีชีวิตอยู่แน่ๆ เธอจะต้องกลับมาแบบเป็นๆ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจพูดมันได้ ผมไม่ใช่คนเขียน

“พวกเราต้องลอง” นี่คือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดออกไปได้”ดิ้นรน ต่อสู้ และพลิกคว่ำทุกสิ่ง”

ยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะออกไปจากรถ ผมสามารถรู้ได้โดยไม่ต้องถาม บางทีเขาคงกำลังจะไปเตรียมการของตัวเอง

นี่คือยูจงฮยอค เขาไม่ยอมแพ้ต่อเป้าหมายของเขาแม้ว่าเขาจะยอมแพ้ต่อชีวิตของตัวเอง แม้ว่าจะสิ้นหวังมาก แต่เขาก็จะท้าทายมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และก้าวข้ามความสิ้นหวังนั้นไป ดังนั้นเขาจะมีชีวิตอยู่และมีชีวิตอยู่ต่อไปแบบนั้น

ในที่สุด เขาก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุข เมื่อครู่ มันมีเพียงประโยคเดียวเท่านั้นที่ผมอ่านได้จากหัวใจของเขา

「ฉันเกลียดนาย」

ผมครุ่นคิดกับประโยคนี้ในขณะที่ผมเปิดสมาร์ทโฟน ผมรู้ว่ายูจงฮยอคกำลังจะพูดถึงอะไร

– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกทำลาย (แก้ไขครั้งที่ 2) .txt

ความตายของเซียนดาบทลายนภาคงจะถูกบันทึกไว้ ความสำเร็จของรอบนี้คงจะถูกเขียนลงไป บางที ‘ตอนจบ’ ที่เปลี่ยนแปลงไปก็คงจะถูกเขียนลงไป

[‘กำแพงที่สี่’ กำลังสั่นไหวอย่างแผ่วเบา]

นิ้วที่กำลังสั่นของผมแตะหน้าจออยู่หลายครั้ง คำพูดของยูจงฮยอคปรากฏขึ้นอีกครั้ง

「ฉันเกลียดนาย」

ผมไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นรู้อะไรเกี่ยวกับผม ผมเฝ้ามองยูจงฮยอคมากว่า 10 ปี ในขณะที่ยูจงฮยอคยังไม่รู้จักผมสักนิด ไอ้หมอนี่ เขาจะรู้อะไรเกี่ยวกับผม…?

ผมปิดหน้าจอ ไม่สำคัญว่าจะเขียนอะไรลงไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม เรื่องราวที่ผมต้องการสร้างขึ้นก็คงไม่อยู่ในนั้น

“จางฮายัง ฉันอยากช่วยบู๊ลิ้ม”

จางฮายังเช็ดตาในขณะที่เงยหน้าขึ้น ผมมองไปที่เขาและค่อยๆ พูดออกมา ผมไม่รู้ว่าวิธีนี้จะได้ผลไหม ถึงกระนั้น มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

***

มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในศูนย์ควบคุมตัวของสาขาบริหาร มันเต็มไปด้วยกลุ่มดาวและผู้บรรลุที่ถูกกักขังโดย ‘การประเมินความสอดคล้องของความเป็นไปได้’

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยากที่สมาชิกของสาขาบริหารจะมาโดยตรง แม้ว่ามันจะเป็นความเป็นไปได้ก็ตาม

การละเมิด เหล่าผู้ที่ใช้ความเป็นไปได้มากเกินไปเจอกับพายุ และมันก็ง่ายที่จะหลีกเลี่ยงความสนใจ

ถึงกระนั้น สาขาบริหารก็ยังต้องก้าวเข้าไปในสถานการณ์ของชายคนนั้น โดเกบิ ‘ยังกิ’ ถอนหายใจในขณะที่เขาจ้องมองไปยังแผนที่ที่ติดอยู่ในตาข่ายความเป็นไปได้

“ดูนี่”

จากนั้นคนจิ๋วก็มองมาทางยังกิ ยังกิมองใบหน้าอันหล่อเหลานั้นและกล่าวว่า “เจ้าควรที่จะกลับไปยังพื้นที่สถานการณ์เดิมของเจ้าได้แล้ว บ้านของเจ้าอยู่ในอันตรายหนิ?”

“…”

“เพราะเจ้า ระบบดาวเคราะห์ของเจ้าจึงไม่สามารถดำเนินไปตามสถานการณ์ได้”

คนจิ๋วหัวเราะ “เมื่อข้าจากมา เจ้าก็จะส่ง ‘ภัยพิบัติ’ ไปยังดินแดนแห่งสันติอีก”

“ไม่ใช่ว่าข้าบอกไว้แล้วเหรอว่ามันจะไม่เกิดขึ้น?”

“ข้าไม่เชื่อในคำพูดของเจ้า”

ยังกิสะดุ้งและก้าวถอยหลังไปตามเสียงคำราม นี่คือเหตุผลที่ผู้บรรลุนั้นมีความซับซ้อน กลุ่มดาวสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วเมื่อพูด แต่ผู้บรรลุนั้นคือสิ่งที่ดื้อด้าน และบางครั้งก็ทำอะไรที่ไร้สาระออกมาแบบนี้

ชายคนนั้นพูดต่อ “มันมีคนที่ข้ากำลังรออยู่ ข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะกลับไปที่บ้านของข้า”

“รออยู่? ใครกัน?”

“ข้าจะจากไปเองเมื่อเขามา”

ยังกิกำลังจะพูดออกมาอีกครั้ง แต่ประตูคุกก็เปิดออกมาและมีนักโทษคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น

[แฮ่… ไอ้โดเกบิบัดซด!]

คุกสั่นสะเทือนจากเสียงที่แท้จริงอันดุร้าย ยังกิและชายร่างเล็กหันไปทางต้นเสียงในเวลาเดียวกัน

ณ ทางเข้า กลุ่มดาวคนหนึ่งที่ถูกล้อมไปด้วยโดเกบิฝ่ายบริหารกำลังเดินเข้ามา มันคือกลุ่มดาวที่มีลักษณะคล้ายตะกวด

[ไอ้ระยำนั่นหลอกข้า! มันคือคนที่ขโมยเหรียญของข้าไป ทำไมพวกเจ้าถึงมาจับข้าแทนที่จะไปจับมัน?]

“หากเจ้าไม่สามารถหาทางจ่ายหนี้ของเจ้าได้ เจ้าก็จะถูกบังคับให้นำเรื่องราวออกไป”

ยังกิพอจะรู้สถานการณ์คร่าวๆ บางครั้งเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้น กลุ่มดาวได้มาที่นี่เพราะเขาไม่สามารถจ่ายหนี้ได้

ยังกิเดาะลิ้นออกมาในขณะที่กลุ่มดาวตะโกนต่อ โดเกบิคุ้นเคยกับความวุ่นวายแบบนี้แล้ว แต่ไม่ใช่กับคนๆ หนึ่ง

“หุบปาก”

นักล่าแห่งหนองน้ำหันไปทางต้นเสียงอันเย็นเฉียบ

[เจ้าเป็นใครกัน? หนุ่มน้อย…!]

ในเวลานั้นเอง กระแสลมอันยิ่งใหญ่ก็โคจรรอบตัว ‘หนุ่มน้อย’ ร่างกายของเขาดูเหมือนจะลอยขึ้นไปในอากาศ และสายฟ้าสีฟ้าก็โอบล้อมรอบตัวของเขา

[อะไรกัน… อั๊ค…?]

นักล่าแห่งหนองน้ำเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความสับสน พลังของมนุษย์กำลังข่ม ‘สถานะ’ ของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยประสบมาก่อนเลย

‘ตาข่าย’ ของคุกเปล่งเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ความแข็งแกร่งที่เหนือล้ำกว่าความเป็นไปได้ของสถานที่แห่งนี้กำลังพวยพุ่งออกมาจากร่างของคนจิ๋ว ยังกิที่กำลังตกตะลึงและโดเกบิคนอื่นๆ เพิ่มพลังของตาข่าย แต่สถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลง

ร่างของคนจิ๋วเริ่มเล็กลง และเขาก็ ‘ลอด’ ผ่านตาข่าย พายุอันใหญ่ปะทะเข้าใส่นักล่าแห่งหนองน้ำ สิ่งปลูกสร้างทั้งหลังสั่นสะเทือน และเศษฝุ่นก็คลุ้งขึ้นมา

[เอ่อ… เอ่อ… ]

นักล่าแห่งหนองน้ำนอนอยู่บนพื้น โดเกบิห้าคนวิ่งออกมาอย่างห้าวหาญและแทบจะไม่อาจเบี่ยงเบนวิถีของหมัดสีฟ้าได้เลย ร่องรอยอันน่ากลัวที่เหลือทิ้งไว้จากหมัดยังคงอยู่บนกำแพง แทนที่จะกล่าวโทษเจ้าของหมัด โดเกบิก็รีบรายงานออกมา

“ขอแสดงความยินดีด้วยนักล่าแห่งหนองน้ำ เจ้าเป็นอิสระแล้ว”

[ฮะ? อะไรนะ?]

“ข้าเพิ่งได้รับคำสั่งให้ปล่อยตัวเจ้า มีคนชำระหนี้ให้กับเจ้าแล้ว”

[อะไร? ใคร?]

นักล่าแห่งหนองน้ำลืมสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปในทันที ในทันทีที่โดเกบิพูดชื่อออกมา ร่างกายของเคียร์อีออสก็หยุดลงในขณะที่นักล่าแห่งหนองน้ำยังสงสัย

[…ชายคนนั้นใช้หนี้ให้ข้าเหรอ?]

ในเวลานั้นเอง สายฟ้าสีฟ้าของการปล่อยกระแสไฟฟ้าก็พุ่งเข้าหาโดเกบิ เคียร์อีออสคว้าคอเสื้อของโดเกบิขึ้นมาและถาม “เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ?”

“ม-ไม่ อะไร…?”

“ชื่อที่เจ้าเพิ่งพูดไป ตอนนี้เขาอยู่ไหน?”

ก่อนที่โดเกบิจะทันได้ตอบ ข้อความหนึ่งก็ลอยเข้ามาในหูของเคียร์อีออส เคียร์อีออสจ้องมองไปยังอากาศที่ว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินผ่านโดเกบิไปยังทางเข้า

ยังกิรีบอุทานออกมา “เดี๋ยวก่อน! ข้าปล่อยท่านไปไม่ได้! ถ้าท่านกลับไปยังดาวเคราะห์บ้านเกิดของท่าน—”

“ข้าจะไม่กลับบ้าน” เคียร์อีออส โร้ดเกียม พูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโกรธ “ข้าจะไปหาลูกศิษย์ของข้า”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint