0 Views

ตอนที่ 246 – การคัดเลือกราชาปีศาจ (1)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

มันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่ที่ผมได้ไปยังสมาคมนักชิม ในช่วงสัปดาห์นี้ ผมยุ่งมาก มันเหลือเวลาอีกแค่ 4 วันที่การคัดเลือกราชาปีศาจจะเริ่มขึ้น ก่อนหน้านั้น ผมต้องเตรียมการทั้งหมดให้เสร็จ

นอกเหนือจากดาบปีศาจทมิฬในมือของยูจงฮยอคแล้ว มันยังมีชิ้นส่วนลับอื่นที่มีประโยชน์ในบู๊ลิ้มอีก ผมเปิดหนทางเอาชีวิตรอดขึ้นเพื่อค้นหาสถานการณ์ย่อยที่จะทำให้ผมได้ของเหล่านั้นมา ในช่วงเวลานี้ ผมได้อ่านไฟล์และได้ตรวจสอบชิ้นส่วนที่สำคัญ แต่มันก็ยังมีหลายๆ ส่วนที่ขาดหายไปอยู่

“เจ้าไม่ว่างเลยหลังจากที่กลับมา ข้าแทบจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้าเลย” จางฮายังที่สวมเสื้อแขนกุดขนาดใหญ่ซึ่งไม่เหมาะกับตัวของเขาเดินมาหาผม

ผมมองไปที่เขาพร้อมกับขมวดคิ้วและถาม “ไม่ใช่ว่านายควรฝึกอยู่เหรอ?”

จางฮายังเบ้ปากและตอบ “…ไม่ใช่ว่าข้าก็พยายามอย่างหนักแล้วเหรอ?”

“หนักอะไร? นายเอาแต่กินเกี๊ยว”

“ข้าจะฝึกลับไปพร้อมกับกินเกี๊ยวไม่ได้เหรอ?”

ผมสงสัยว่าทำไมเขาถึงมารบกวนผม แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “โอ้ ฉันได้ยินมาว่านายได้ที่สามในงานประลองงั้นเหรอ? สุดยอดไปเลยหนิ”

จางฮายังยักไหล่และแสร้งมองไปทางอื่น “ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

อย่างไรก็ตาม ริมฝีปากของเขาก็โค้งขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกดีมาก ผมรู้ว่าทำไมเขาถึงตามผมมาแบบนี้… ไอ้คนปากไม่ตรงกับใจเอ้ย

“นายได้มันมาใช่ไหม? ลูกปัดวิญญาณปีศาจ?”

“ใช่”

“ส่งมาให้ฉัน”

“ทำไม?” จางฮายังก้าวถอยไปด้วยท่าทางที่น่าสงสัย

ผมถอนหายใจและบอกกับเขา “ฉันไม่ได้จะเอามันไป นายกินมันทั้งแบบนั้นไม่ได้”

จากการแสดงออกของเขา เขาน่าจะได้ยินมันมาจากยูจงฮยอคแล้ว ผมแน่ใจว่าเขาคงเล่าเรื่องนี้ในขณะที่หยิบดาบปีศาจทมิฬออกมา

「ถ้านายกินมัน นายจะลมปราณแตกซ่าน และเส้นเลือดทั้งหมดในร่างกายของนายก็จะระเบิดออก และฆ่านาย มันมีแค่คนๆ เดียวเท่านั้นที่สามารถดูดซับมันได้อย่างปลอดภัย」

…ผมคิดถึงเรื่องนี้และเข้าใจว่าทำไมจางฮายังถึงทำตัวแบบนี้”นายไม่ต้องให้ฉันก็ได้ถ้านายไม่อยาก นายคือคนที่ได้มันมาเองหนิ”

มันช่วยไม่ได้ถ้าจางฮายังไม่เชื่อในตัวผมเนื่องจากยังไม่มีความเชื่อมั่นมากพอ ในเวลานั้นเอง จางฮายังก็ยื่นมือเล็กๆ ออกมา “…มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ในตอนแรก ฉันก็คงจะไม่ได้มันมาถ้าไม่ใช่เพราะนาย”

ยาเม็ดเล็กๆ ตกลงสู่มือของผม นี่คือหนึ่งในสามยาสำคัญของบู๊ลิ้ม ลูกปัดวิญญาณปีศาจ ผมพูดด้วยรอยยิ้ม “รอแปป”

มันเป็นยาที่คนชั่วร้ายจากสำนักปีศาจโลหิตได้ทำขึ้นมาในอดีตด้วยการสกัดเลือดของคน 1,000 คน มันเป็นยาต้องสาปที่ทำให้ได้รับพลังที่เยี่ยมยอดที่สุดจากเส้นเลือด แต่ก็เปลี่ยนให้คนผู้นั้นกลายเป็นบ้าไปเนื่องจากคำสาปของดวงวิญญาณ

ในนิยายต้นฉบับ ยูจงฮยอคพบว่ามันอร่อยอยู่เสมอ แต่จางฮายังจะต้องตายแน่ๆ ถ้าเขากินมัน

“มาดูกันกัน…”

อย่างไรก็ตาม มันก็เช่นเดียวกับสถานการณ์อื่นๆ มันไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ไอเท็มที่ถูกสาป ในความเป็นจริง ผมจำได้อย่างชัดเจนถึงฉากหนึ่งจากหนทางเอาชีวิตรอดที่จิ้งจอกบินได้ดูดซับสิ่งนี้เข้าไป

「สิ่งที่ฉันต้องการคือยามหาผกผัน 3 เม็ด ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกๆ สิ่งก็คือความสมดุลและการรวมเป็นหนึ่ง ถ้าพลังงานปีศาจเป็นปัญหา พวกเราก็สามารถจัดการมันได้」

คำสาปนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้หากมียามหาผกผัน 3 เม็ดมาใช้ร่วมกับลูกปัดวิญญาณปีศาจ

มันพูดง่ายกว่าทำ ปัญหาก็คือจะทำยังไงให้ได้ลูกปัดวิญญาณปีศาจที่เป็นหนึ่งในสามสุดยอดยามาพร้อมกับยามหาผกผันสามเม็ด อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผม

“บียู”

ผมเรียกบียูและเปิดกระเป๋าโดเกบิ ยามหาผกผันมีขายอยู่บน ‘ลิสต์ผลิตภัณฑ์แนะนำ’ แล้ว ฐานข้อมูลของโดเกบิช่างน่ากลัวจริงๆ

+

[ลิสต์ผลิตภัณฑ์แนะนำ]

* ยามหาผกผัน ― 200,000 เหรียญ

คงเหลือ: 5

+

200,000 เหรียญ ปกติผมคงจะเป็นทุกข์กับราคา แต่มันก็ไม่อีกต่อไปแล้ว ผมจงใจเปลี่ยนหน้าจอเป็นสาธารณะและซื้อสินค้า

[600,000 เหรียญถูกใช้จ่าย]

[คุณซื้อยามหาผกผันสามเม็ด]

จากนั้นข้อความของช่องก็ปรากฏขึ้นต่อ

[กลุ่มดาวบางกลุ่มอิจฉาคุณมาก]

[กลุ่มดาวหลายคนสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยามหาผกผัน]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มบอกว่าพวกเขาจะสนับสนุนเงิน 500 เหรียญถ้าคุณบอกพวกเขาถึงประสิทธิภาพของยามหาผกผัน]

“6-600,000 เหรียญ?!” ฮันมยอนโกที่กำลังเดินผ่านไปตัวสั่นในขณะที่เขาถือชามอาหารสุนัข เขาน่าจะกำลังเตรียมอาหารให้กับปรมาจารย์ดาบทลายนภา “นั่นมัน… ฉันได้ยินว่านายรวย”

“สิ่งต่างๆ มันออกมาได้สวยน่ะ เอานี่ไป บดมันเข้าด้วยกัน”

“น-นี่มันอะไรกัน? ยาครอบจักรวาลงั้นเหรอ?”

“ไม่ต้องสงสัย ถ้านายกินมันผิดวิธี นายจะถูกสาปโดยราชาปีศาจเอาได้”

จางฮายังหน้าซีดหลังจากได้ยินเกี่ยวกับคำสาปของราชาปีศาจและรีบลงมือหลังจากรับยาไปจากผม ยาทั้งสี่เม็ดกลายเป็นผงละเอียด ผมยื่นชามให้เขาที่บอกกับผม “ข้ากินแป้งไม่ได้”

“อดทนมันหน่อย อุดจมูกไว้และกลืนมันไปพร้อมกับน้ำ”

“ยังไงก็เถอะ… ข้าจะกินมันได้จริงๆ เหรอ?”

“มันคงไม่ช่วยอะไรยูจงฮยอคหรือฉันนักถ้าพวกเรากินมัน แต่นายนั้นแตกต่างออกไป”

ยูจงฮยอคมีระบบพลังเวทมนตร์เพียงพออยู่แล้วแม้ว่าเขาจะไม่ได้กินมัน ในขณะเดียวกัน ผมก็มีหัวใจของมังกรทองวัยเยาว์ที่แตกสลาย อย่างไรก็ตาม จางฮายังนั้นประสบปัญหากับการขาดแคลนพลังเวทมนตร์อยู่

จางฮายังลังเล ดังนั้นผมจึงบอกกับเขา “ถ้านายไม่อยากกิน งั้นก็เอามาให้ฉัน ยังไงซะ นายก็ไม่มีความกล้าเอาซะเลย”

“ข้าจะกินมัน!” จางฮายังเทผงยาเข้าไปและกลืนมันลงไปพร้อมกับน้ำ ในเวลาที่จางฮายังวางชามลง ปรมาจารย์ทลายนภาที่กำลังรอโอกาสอยู่ก็วิ่งเข้ามาและเลียชามอย่างกระตือรือร้น

จางฮายังมองไปยังสภาพของเขาและเงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย”…ข้าไม่รู้สึกถึงอะไรเป็นพิเศษเลย?”

“ประสิทธิภาพน่าจะปรากฏขึ้นในวันพรุ่งนี้ มันต้องใช้เวลาให้ยาผสานเข้ากับพลังงานของร่างกาย”

จางฮายังพยักหน้าเหมือนว่าเขาเข้าใจ จากนั้นฮันมยอนโกก็ก้าวเข้ามาอีกครั้งจากตรงที่เขาฟังอยู่ “ดูนั่นสิ ทกจา”

ผมเหลือบไปข้างหลังและเห็นบางสิ่งที่ผมคิดไว้อยู่ได้

“รถคันนี้… มันมาจากสมาคมนักชิมเหรอ?”

รถที่เขาพูดถึงคือเฟอร์รารีกินี่ระดับ X ที่ถูกทิ้งไว้ ณ มุมหนึ่งของสนาม ผมมองไปยังตัวรถสีดำเงางามที่สามารถตัดผ่านมิติมืดได้ และคำพูดของผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผมในทันใด

– อย่าสร้างศัตรูมากเกินไปเลย

เขาเป็นคนที่แตกต่างไปจากกลุ่มดาวที่ผมรู้จัก ผมคงจะมีความทรงจำที่ดีกับเขามากกว่านี้ถ้าเขาให้รถคันนี้กับผมมาฟรีๆ

“สมาคมนักชิมเป็นองค์กรการกุศลงั้นเหรอ? ฉันซื้อมาด้วยสัญญาเช่า”

“เช่า? ท-เท่าไร…”

“50,000 เหรียญต่อเดือน”

“5-50,000 เหรียญ? เจ้าได้เงินมาเท่าไหร่กัน?”

“ประมาณ 4.8 ล้านเหรียญ”

ปากของจางฮายังและฮันมยอนโกเปิดอ้าออกเมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า ‘4.8 ล้านเหรียญ’

จางฮายังถาม “ขอโทษนะ… เจ้ามีอวตารรึยัง?”

“ทำไม? นายอยากเป็นอวตารของฉันงั้นเหรอ?”

ผมยิ้มให้เขา และจางฮายังก็ตะโกนออกมา “ข้าแค่สงสัย! นอกจากนี้ ข้ายังได้ตัดสินใจเลือกกลุ่มดาวแล้ว”

“กลุ่มดาว? ใคร?”

ผมถามด้วยความกังวลใจเล็กน้อย ผมไม่ต้องการให้จางฮายังเป็นอวตาร แต่สิ่งต่างๆ ก็คงจะซับซ้อนขึ้นหากจางฮายังเลือกกลุ่มดาวผิด จากนั้นจางฮายังก็ตอบกลับมาอย่างไม่คาดคิด “ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”

“อะไรนะ?”

“ข้าต้องการที่จะเป็นอวตารของเขา”

ผมอยากจะล้อเขาสักหน่อยเมื่อได้เห็นสายตาอันรุนแรงของจางฮายัง จากนั้นผมก็คิดเกี่ยวกับมันและตระหนักได้ว่าเขายังไม่เคยได้ยินคำขยายของผมเลย ในนิยายต้นฉบับ เขาเป็นคนที่มีประสาทสัมผัสที่ดีมาก…

ไม่สิ มันไม่มีเหตุผลที่เขาจะคิดว่าผมคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นตั้งแต่แรก ทันใดนั้นเอง ผมก็อยากจะล้อคนๆ นี้ขึ้นมา “เขายอมรับนายเหรอ? นายติดต่อเขาไปแล้วเหรอ?”

“ยังเลย…”

ผมเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของจางฮายังและตระหนักได้ว่าเขายังไม่รู้จริงๆ ว่าผมเป็นใคร มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน

จากนั้นฮันมยอนโกที่มองดูอยู่ก็เข้ามาขัดจังหวะ “นายยังไม่รู้คำขยายของเขาอีกเหรอ?”

“ข้าไม่รู้ ข้าควรจะรู้งั้นเหรอ?”

ก่อนที่ผมจะทันได้หยุดเขาไว้ ฮันมยอนโกก็ชี้มาที่ผม “สหายคนนั้นคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”

***

อีกสองวันต่อมา จางฮายังก็ยังพยายามหลบหน้าผม คนขี้เกียจจู่ๆ ก็แทบไม่เคยโผล่หน้าออกมาจากการฝึกของเขาเลย ดังนั้นผมจึงเครียดขึ้นมาเพราะผมถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวกับยูจงฮยอคในสนามฝึก

“นายไปทำอะไรแปลกๆ มาอีก คิมทกจา”

“…เปล่า”

ยูจงฮยอคขูดพื้นด้วยดาบปีศาจทมิฬ จากนั้นก็เดินออกไป มันเป็นการกระทำที่ปรากฏขึ้นเมื่อเขาอารมณ์ดี… ไอ้หมอนี่ เขาดูเหมือนจะตื่นเต้นกับดาบใหม่ ในสนามฝึก เสียงของจางฮายังกำลังต่อยเสาดังออกมาอย่างต่อเนื่อง มันฟังดูคล้ายกับเมื่อผมเตะฟูกของผมในทุกๆ คืน

“เจ้าไม่ได้ดูเหมือนกับกลุ่มดาว แต่เจ้ากลับมีนิสัยชอบแอบดูนะ”

ผมหันไปและเห็นผู้หญิงที่สูงเป็นพิเศษ ผมกำลังจะพูดออกมา แต่เซียนดาบทลายนภาก็ชิงพูดออกมาก่อน “ถ้าเจ้าไม่เพิ่มคำว่า ‘ท่าน’ ข้าจะตีก้นของเจ้าซะ”

“…ท่านเซียนดาบทลายนภา”

ผมไม่อาจเป็นเหมือนยูจงฮยอคได้ “คุณไปทาร์ทารัสมารึยัง?”

“ยัง อย่างไรก็ตาม ข้าก็ได้รับการแต่งตั้งจาก ‘ราชินีแห่งยมโลก’ แล้ว ต้องขอบคุณเจ้า”

“ผมดีใจนะ”

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะความคาดหวังที่ว่าเธอจะได้พบกับญาติของเธอ แต่มันก็มีเงาละมุนๆ ตัดผ่านใบหน้าของเซียนดาบทลายนภา ผลของการเดินทางครั้งนี้คือการที่ผมได้ตัวเธอมา

เซียนดาบทลายนภาคือหนึ่งในผู้บรรลุที่แข็งแกร่งที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด ตัวตนของเธอเพียงลำพังอาจจะทำให้พวกเราสามารถผ่านการคัดเลือกราชาปีศาจได้เลย

ผมพูดออกมา “ผมมีคำถาม ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“ว่ามาสิ”

“ทำไมคุณถึงสอนวรยุทธ์ของคุณให้กับจางฮายัง?”

“คนๆ นั้นมีพรสวรรค์ มันมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดผู้บรรลุประเภทใหม่ขึ้นมาถ้าข้าขัดเกลาเขาดีๆ”

ผมรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร บางทีเซียนดาบทลายนภาอาจจะรู้สึกถึง ‘กำแพง’ ที่อยู่ภายในตัวจางฮายัง อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ควรจะเป็นเหตุผล

“คุณก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ชาย”

เดิมทีวิถีดาบทลายนภานั้นมีไว้ให้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น ยูจงฮยอคอาจจะเป็นข้อยกเว้น แต่สำนักนี้ก็ไม่เคยยอมรับลูกศิษย์เป็นจำนวนมากมาก่อน

“เจ้ายังเด็กอยู่ เรื่องๆ หนึ่งไม่ได้ตีความได้แบบเดียวเท่านั้น”

มันเป็นคำที่คลุมเครือ บางทีเซียนดาบทลายนภาอาจจะสังเกตเห็นว่าจางฮายังเป็นผู้หญิงในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา จากนั้นเรื่องราวของเซียนดาบทลายนภาก็เริ่มต้นขึ้น “ข้านึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ข้าเคยรู้จักมาก่อน”

“ผู้ชาย?”

“ใช่ ผู้ชายคนหนึ่ง”

ในเวลานั้น ผมก็เข้าใจความหมายของคำว่า ‘เรื่องๆ หนึ่งไม่ได้ตีความได้แบบเดียวเท่านั้น’ ที่เซียนดาบทลายนภาพูดออกมาได้อย่างเต็มที่ คำที่เลือกใช้นั้นดูสับสนเพราะมันอาจจะเป็นผู้ชายคนหนึ่งหรือผู้ชายของเธอก็ได้… ไม่สิ เซียนดาบทลายนภาไม่ควรมีคนรักหนิ

“เขาหล่อมาก”

ในนิยายต้นฉบับ เซียนดาบทลายนภาไม่เคยพูดถึงผู้ชายคนไหนมาก่อน ดังนั้นผมจึงรู้สึกแปลกๆ

“คุณไม่ได้พยายามจะพูดอะไรแบบนั้น… จางฮายังเหมือนกับอดีตคนรักของคุณงั้นเหรอ?”

ผมล้อเล่น แต่ไม่น่าเชื่อ เซียนดาบทลายนภากลับตอบอย่างจริงจัง”ความหล่อของเขาดูคล้ายคลึงกัน”

เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมก็สงสัยว่าเธอยอมรับยูจงฮยอคเพราะเขาหล่อรึเปล่า เซียนดาบทลายนภาไม่ได้สนใจความผิดหวังของผมและพูดต่อ “เขาหล่อมากๆ แต่เขาก็เป็นคนน่าสงสารเพราะขนาดที่เล็กของเขา”

“…เล็ก?”

ผมกำลังคิดเกี่ยวกับแฟนเก่าของเธอ แต่มันก็มีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาในใจของผมซึ่งทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา คนๆ หนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเซียนดาบทลายนภาในหนทางเอาชีวิตรอด นอกจากนี้ คำว่า ‘เล็ก’ ยังเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับเขาอีก

ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ผมคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ค่อยดีเท่าไร…

ในเวลานั้นเอง มันก็มีเสียงดังออกมาจากข้างนอก ออร่าที่ไม่อาจจินตนาการได้ครอบงำพื้นที่ของปราสาทมังกรคราม รวมทั้งพื้นที่แถวนี้ เซียนดาบทลายนภากับผมวิ่งออกไปข้างนอกในเวลาเดียวกัน และยูจงฮยอคก็มองมาทางนี้

“คิมทกจา”

บนท้องฟ้า มันมีน้ำวนปรากฏขึ้น มันเป็นกระแสน้ำวนที่ผมรู้จักดี มันเป็นช่องทางต้องสาปที่จะปรากฏขึ้นเมื่อ ‘ภัยพิบัติ’ ปรากฏขึ้นในสถานการณ์เท่านั้น

ยูจงฮยอคพูดด้วยเสียงต่ำ “…โถงเอก”

เดิมที ‘สถานการณ์ภัยพิบัติ’ มีแค่ในพื้นที่สถานการณ์แรกๆ เท่านั้น มันไม่มี ‘ภัยพิบัติ’ ในบู๊ลิ้ม มันไม่มีภัยพิบัติในพื้นที่สถานการณ์ที่ผ่านสถานการณ์ที่ 20 ไปแล้ว

ในพื้นที่เช่นนี้ มีเพียงแค่สิ่งเดียวที่จะทำให้ ‘โถง’ เปิดออก

“…หนี”

สถานการณ์ ‘มหาภัยพิบัติ’ ของบู๊ลิ้มกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint