0 Views

ตอนที่ 236 – สมาคมนักชิม (1)

 

(กลุ่ม 4 [ตอนที่ 237-248] มีโปรแถมฟรีนะครับ มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

แอนนาเงียบระหว่างทางไปปราสาทโอโร บางครั้งเธอก็ยิ้มออกมาแปลกๆ เมื่อพวกเราสบตากัน แต่เธอก็ไม่พูดอะไรออกมาก่อน

ผมอยากจะอ่านความคิดของเธอ แต่ความเข้าใจของผมที่มีต่อแอนนาก็ต่ำจนผมไม่อาจเปิดใช้งานมุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้นที่สองได้

ผมไม่ชอบแอนนาในนิยายต้นฉบับ ผมไม่อาจนับจำนวนครั้งที่เธอฆ่าหรือแทงข้างหลังยูจงฮยอคได้ด้วยนิ้วบนมือทั้งสองข้าง

บรรยากาศในรถม้านั้นอึดอัดเพราะทั้งผมและแอนนาไม่ได้พูดอะไรกัน เซลีน่าหลั่งเหงื่อออกมา

“…งั้นพวกเราก็ไปด้วยกัน อวตารแห่งแอสการ์ดก็ถูกเชิญมาด้วย”

ด้วยนิสัยที่ดีของเซลีน่าทำให้เธอไม่อาจทนต่อบรรยากาศแบบนี้ได้ และเธอก็พูดโพล่งออกมา ไม่ว่ายังไง มันก็เป็นการดีสำหรับผมที่จะได้ยินข้อมูลเพิ่มเติม

“อ่าห้ะ เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของแอสการ์ดงั้นเหรอ?”

“ใช่ มันเป็นการจัดการของแอนนา”

“เธอเลือกเนบิวลาได้ดี”

“ฮ่าฮ่า ฉันแค่โชคดี ต้องขอบคุณมัน ฉันสามารถเพลิดเพลินไปกับความหรูหราแบบนี้ได้ อวตารคนอื่นคงไม่ถูกเชิญมา…”

เซเลน่าดูตื่นเต้นเล็กน้อย อืม คำเชิญของสมาคมนักชิมต่างไปจากงานเลี้ยงกลุ่มดาว ถ้างานเลี้ยงกลุ่มดาวเป็นการรวมตัวกันของขุนนางทั้งหมด สมาคมนักชิมก็เหมือนกับเป็นการรวมตัวกันของขุนนางชั้นสูง

ถึงกระนั้น มันก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสิ่งที่ดี ผมสงสัยว่าเซลีน่าจะคิดแบบนี้ต่อไปได้ไหมเมื่อเธอไปถึง

“ไอริส ทำไมเธอไม่พูดอะไรเลย? เธอบอกว่าเธออยากจะพบกับคิมทกจาอีกหนิ”

“บ้าน่า! ฉันไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“เด็กคนนี้นี่… ไม่ใช่ว่าเธอเอาแต่พูดถึงคิมทกจามาตั้งแต่งานเลี้ยงครั้งล่าสุดเหรอ? พวกเธอไม่ได้เจอหน้ากันมาสักพักแล้วนะ พูดอะไรหน่อยสิ”

ใบหน้าของไอริสเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเจอกับคำหยอกล้อของเซลีน่า ไอริสสังเกตเห็นสายตาของผมและพูดออกมาอย่างระมัดระวัง “นายคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น… ใช่ไหม?”

ผมสงสัยว่านี่คือเด็กทะเล้นจากเมื่อตอนนั้นหรือไม่ แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะสุภาพ “ใช่แล้ว”

“…นายรู้สึกอึดอัดไหมที่ได้อยู่กับพวกเรา?”

“ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกอึดอัดด้วย?”

“พวกเราเป็นแค่อวตาร แต่ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นคือ…”

การแสดงออกของเซลีน่าคิมก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ผมลืมไปสักพักแล้ว แต่ผมก็แตกต่างจากพวกเธอ ช่องว่างระหว่างกลุ่มดาวและอวตารเป็นเหมือนกับช่องว่างสวรรค์และโลก

กลุ่มดาวอื่นๆ คงจะพูดว่า “ในที่สุดแมลงพวกนี้ก็ตระหนักได้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” แน่นอนว่าผมไม่ได้เป็นแบบนั้น

“ไม่เป็นไรหนิ ฉันก็เคยเป็นอวตารมาก่อน”

เซลีน่าดูเหมือนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกกับคำพูดของผม ไอริสเรียกความกล้าบางส่วนกลับมาได้และพูดออกมาอีกครั้ง “งั้น… ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“ว่ามาสิ”

“นายมีอวตารที่นายเซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนด้วยรึยัง?”

“ทำไมเธอถึงถามแบบนั้น?”

“เอ่อ เรื่องนั้น…”

เซลีน่าให้คำแนะนำไอริสที่กำลังลังเล “ไอริส เธอมีผู้สนับสนุนรึยัง?”

“ฉ-ฉันแค่ถาม! มันมาจากความสงสัยเฉยๆ!”

หางม้าคู่ขยับในขณะที่ไอริสบิดหัวของเธอ และภาพของชินยูซองกับลีกิลยังบนโลกก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผม คนพวกนั้น ขอให้ไม่เป็นอะไรด้วยเถอะ…

ผมพูดด้วยความคิดถึง “ฉันมีอวตารอยู่บนคาบสมุทรเกาหลีคนหนึ่ง”

การแสดงออกของไอริสเปลี่ยนไปกับคำพูดของผม “อ่า หรือว่าจะเป็นเด็กน้อยคนนั้น…”

ผมพยักหน้า ดูเหมือนว่าข่าวลือของชินยูซองจะแพร่กระจายไปทั่วแล้ว กลุ่มดาวคงได้บอกกับอวตารของตัวเองแล้ว

จากนั้นแอนนาก็พูดออกมา “นายเคยคิดที่จะเปลี่ยนอวตารของนายไหม?”

เซลีน่าและไอริสจ้องไปที่แอนนาด้วยความประหลาดใจ แอนนาพูดต่อ”มันมีอวตารดีๆ มากมายในเนบิวลาแอสการ์ด มันมีสหายที่มีพรสวรรค์อยู่มากมาย ไอริสก็เป็นหนึ่งในนั้น”

มันเป็นข้อเสนอที่ไม่คาดคิด ทำไมจู่ๆ แอนนาถึงเสนอแบบนี้ออกมา? หรือว่าแอสการ์ดกำลังพูดถึงผมอยู่ อืม ผมก็ยังไม่ได้สร้างเนบิวลาขึ้นอย่างเป็นทางการหนิ

“เธอกำลังจะบอกให้ฉันเข้าร่วมเนบิวลาแอสการ์ดเหรอ?”

“มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นหนิ มันแค่มีอวตารดีๆ อยู่มากมายในแอสการ์ด ฉันแค่บอกว่ามันก็ไม่เลวที่จะยอมรับใครสักคน ไม่ใช่ว่านายก็ถอนสัญญาผู้สนับสนุนได้ทุกเมื่อเหรอ?”

ไอริสที่กำลังผิดหวังมองมาที่ผมอีกครั้งด้วยแววตาที่เปล่งประกาย ผมตอบกลับด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “ฉันไม่คิดที่จะยกเลิกสัญญาผู้สนับสนุนของฉันหรอกนะ”

“นายชอบเด็กคนนั้นเหรอ? เธอชื่อชินยูซองใช่ไหม?”

ผมไม่ตอบ และใบหน้าของไอริสก็เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างมาก ความเข้าใจของผมเกี่ยวกับเธออาจจะต่ำมาก แต่การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นั้นก็ถูกจับได้ง่าย

ยังไงก็ตาม แอนนาก็พูดแปลกๆ ออกมา “ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจู่ๆ อวตารตาย…”

มันมีรอยยิ้มแปลกๆ อยู่บนใบหน้าของแอนนา “อย่าแปลกใจขนาดนั้นสิ มันเป็นเพียงตัวอย่าง มันเป็นไปได้ อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดหรือภัยพิบัติอย่างฉับพลันสามารถทำให้อวตารตายได้ มันเป็นเรื่องธรรมดา หากเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น นายไม่คิดจะเปลี่ยนอวตารของนายหน่อยเหรอ?”

“อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด?”

“ใช่ อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ”

ผมจ้องไปยังแอนนา ความตายของชินยูซอง… ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับมันมาก่อนเลย

“มันจะไม่เกิดขึ้นตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่”

“นายไม่มีทางรู้ได้หรอก มันไม่ชัดเจนว่าโชคชะตาจะทำงานเมื่อไหร่และที่ไหน”

…โชคชะตา? บรรยากาศสั่นสะเทือนไปครู่หนึ่ง อากาศรอบๆ เต็มไปด้วยออร่าลางร้าย และรถม้าทั้งคันก็สั่น การแสดงออกของไอริสและเซลีน่าแข็งทื่อ พวกเธอขนลุกชันในขณะที่พวกเธอมองมาที่ผมด้วยสีหน้าตื่นกลัว

ผมไม่ต้องการทำแบบนี้ ผมไม่ต้องการทำให้พวกเธอกลัวด้วยการทำเป็นเหมือนตัวร้าย อย่างไรก็ตาม แอนนาก็ได้ข้ามเส้นที่เธอไม่ควรข้ามมา

[หากเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น]

ประกายแสงแห่งความเป็นไปได้ปรากฏขึ้นมาเมื่อผมใช้เสียงที่แท้จริง

[เนบิวลา ‘แอสการ์ด’ เป็นกังวล]

[กลุ่มดาวแห่งเนบิวลา ‘แอสการ์ด’ เตือนคุณ!]

ผมได้ยินข้อความจากกลุ่มดาวของแอสการ์ด อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่หยุด

[หากเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ฉันก็จะทำลายโลกทุกใบที่ทำให้เกิดโชคชะตานั้นขึ้นมา]

แรงปะทะจากความกดดันทำให้หน้าต่างของรถม้าระเบิดออกในเวลาเดียวกัน คนขับที่ถูกทำให้ตกใจหันกลับมามองทางนี้ มันมีกระทั่งความประหลาดใจรางๆ อยู่บนใบหน้าที่ตามปกติจะสงบนิ่งของแอนนา บางทีเธออาจจะยังไม่ได้ตระหนักว่าจริงๆ แล้ว ‘สถานะ’ ที่ผมมีนั้นมากมายแค่ไหน

หลังจากนั้นไม่นาน รถม้าก็หยุดลง และเสียงของไกด์ก็ดังออกมา

[พวกเรามาถึงปราสาทโอโรแล้ว]

ผมยิ้มให้กับทั้งสามคนที่ยังตัวแข็งอยู่ “ไปกันเถอะ”

***

พวกเราลงมาจากรถม้าและถูกนำทางไปยังปราสาทโอโร

ปราสาทโอโร ปราสาทแห่งนี้คือหนึ่งในบ้านหลังหลักของสมาคมนักชิมที่กระจัดกระจายไปทั่ว และเจ้าของก็เป็นสมาชิกโดยตรงของสมาคมนักชิม บางที… ผมจำได้ว่ามันคือหนึ่งในเจ็ดสิบสองราชาปีศาจ มันคือ ‘ความเข้มงวดอันไร้ขอบเขต’ รึเปล่านะ?

[พวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้ามา]

[ข้ายืนยันแล้ว เข้ามา]

การตกแต่งภายในของปราสาทมีความทันสมัยมากกว่าสไตล์ยุคกลาง มันชวนให้นึกถึงล็อบบี้โรงแรมสุดหรู ร่างสัญลักษณ์ระดับกลางสามารถมองเห็นได้ทั่ว

[กลุ่มดาวบางกลุ่มให้ความสนใจกับการปรากฏตัวของคุณ]

พวกเราถูกนำไปยังห้องรอตรงหัวมุมของล็อบบี้ชั้นหนึ่ง บางทีบางคนอาจยังไม่มาถึง มันมีอวตารจากแอสการ์ดสามคนและผมเท่านั้นที่ปรากฏตัว

[กรุณารอในห้องรอ ยังมีอวตารที่จะมาอีก… อ่า ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นคือกลุ่มดาว ข้าจะจัดห้องรอต่างหากให้กับท่าน]

“ไม่เป็นไร ฉันรออยู่ที่นี่แหละ”

ไกด์จ้องมองมาที่ผมเหมือนกับว่าผมเป็นคนแปลกๆ แต่ก็หายไปในไม่ช้า พูดตามตรง ที่นี่มันสะดวกกว่า ผมต้องการเวลาในการเตรียมตัว

มันมีหน้าจอแขวนไว้อยู่บนผนังของห้องรอ พวกมันกำลังเล่นสถานการณ์ย่อยที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั่วทุกมิติ…

“ขอโทษนะ เรื่องเมื่อก่อนหน้านี้…” เซลีน่าเป็นคนพูดออกมา เธออาจจะลังเลเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในรถ แต่มันก็ไม่มีอะไรผิดปกติกับโครงเรื่องของหนทางเอาชีวิตรอด

ผมยิ้มเบาๆ และตอบว่า “ไม่เป็นไร ฉันก็เกินไปหน่อย”

การแสดงออกของเซลีน่าผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ไม่ พวกเราก็หยาบคายเกินไป ฉันขอโทษนะ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”

คำพูดของเธอเป็นทางการมากขึ้นกว่าเดิม ผมไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธคำขอโทษ แต่ก็มีบางอย่างที่รู้สึกไม่ดี เซลีน่าไม่ได้ทำอะไรผิด เธอเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนที่ผมชอบในหนทางเอาชีวิตรอด คนที่ผมเกลียดคือคนไร้ยางอายที่กำลังยืนอยู่ตรงมุมและมองดูฉากๆ นี้

จากนั้นประตูของห้องรอก็เปิดออกและมีไกด์อีกคนปรากฏตัวขึ้น

[อวตารแห่งแอสการ์ด โปรดตามข้ามา]

กลุ่มดาวแห่งแอสการ์ดน่าจะกำลังตามหาพวกเธออยู่ เซลีน่าและไอริสพยักหน้าให้กับผมก่อนที่จะจากไป

ในทางกลับกัน แอนนาได้มองผมโดยไม่ออกจากห้อง “นายมีกลุ่มดาวเป็นศัตรูมากเกินไป”

“ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องมากังวล”

แอนนาขมวดคิ้วเล็กน้อยให้กับคำพูดของผม เธอดูไม่หวาดกลัวแม้จะมีเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ เธอเป็นเพียงแค่อวตาร แต่เธอก็ได้ทำสัญญากับทั้งเนบิวลา บางทีชาวแอสการ์ดระดับสูงอาจจะกำลังปกป้องเธอจาก ‘สถานะ’ ของผมอยู่

“ในฐานะสหายที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน ฉันขอแนะนำนายอย่างจริงจังนะ นายอาจจะไม่ชอบมัน แต่มันก็ถึงเวลาแล้วที่จะร่วมมือกับกลุ่มดาวอื่น”

เป้าหมายเดียวกัน…

“อืม ฉันไม่รู้ว่าเป้าหมายของเธอคืออะไร ดังนั้นฉันก็คงจะตอบไม่ได้”

“ปกป้องโลกใบนี้ นายไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อสิ่งนี้ด้วยเหรอ?”

แทนที่จะตอบคำถาม ผมเหลือบไปที่หน้าจอบนผนังห้องรอ มันมีภาพของอวตารที่ถูกฉีกโดยภัยพิบัติและกลุ่มดาว ผมไม่ตอบและแอนนาก็คอยอยู่ข้างๆ ผม

ในเวลานั้นเอง ผมก็พูดออกมา “ฉันต้องดูก่อนว่าโลกนี้ควรค่าแก่การปกป้องไหม”

การแสดงออกของแอนนาแข็งค้างไปกับคำพูดของผม เธอมองมาระหว่างไกด์ที่ดูเป็นกังวลและผมก่อนที่จะถอนหายใจออกมาสั้นๆ”…ฉันหวังว่าเราจะมีโอกาสพูดคุยกันในภายหลังนะ”

เธอหายตัวไปและเหลือแค่ผมที่อยู่ในห้อง เมื่อถูกทิ้งไว้คนเดียว ผมก็จัดระเบียบความคิดของตัวเองอย่างเงียบๆ

ผมนึกถึงกลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิมที่ถูกกล่าวถึงในหนทางเอาชีวิตรอดและคิดถึงกลุ่มดาวที่สามารถโน้มน้าวได้ ผมไม่ลืมลักษณะของพวกเขาหรือคำขยาย

ผมโชคดีในงานเลี้ยงกลุ่มดาว แต่มันก็ไม่มีการรับประกันว่ามันจะเกิดขึ้นอีก

ถ้าสมาคมนักชิมคือแวดวงสังคม นี่ก็คงจะเป็นการเปิดตัวเต็มรูปแบบของผม

มันขึ้นอยู่กับความประทับใจที่ผมสร้างขึ้นที่นี่และสิ่งที่ผมจะพูด ทิศทางของสถานการณ์ต่อมาจะเปลี่ยนไป

ในเวลานั้นเอง ประตูของห้องก็เปิดออก

ผมคิดว่ามันเป็นไกด์ แต่ในคราวนี้ ตัวตนที่ไม่คาดคิดก็กำลังรอผมอยู่ ในขณะที่ผมจะพูดอะไรบางอย่างออกไป อีกฝ่ายก็พูดออกมาซะก่อน

[สักพักแล้วสินะ คิมทกจา ข้ารออยู่นานเชียว]

ผมได้ยินเสียงที่สดใสของเสียงที่แท้จริงและตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายคือใคร จริงๆ เลย ราชินีแห่งยมโลกช่างซุกซนซะจริง

ผมถอนหายใจและถาม “…ทำไมท่านถึงดูเป็นแบบนั้นไปได้?”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint