0 Views

ตอนที่ 233 – คนขี้โกง (2)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ๋ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

[เจ้า… หรือว่าในตอนนั้น…]

ผมเห็นการสั่นไหวของโดเกบิและนึกถึงความทรงจำแย่ๆ ขึ้นมา บียูที่ลอยอยู่ข้างๆ ผมก็ขมวดคิ้วออกมาด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธอที่จะโกรธแค้น นี่คือโดเกบิที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมของ ‘ภัยพิบัติ’ ชินยูซอง ชื่อของเขาคือ… พอล?

ผมคิดว่าเขากำลังถูกลงโทษหนักอยู่ซะอีก…

การลงโทษของสำนักงานนั้นก็เหมือนกับการตีฝ้าย การลงโทษแบบไหนกันที่ให้มาอยู่ในทีมพัฒนาบู๊ลิ้ม?

“หน้านายดูซูบๆ ไปนะ?”

[เอ่อ อึก…!]

“ตอนนั้นนายเป็นโดเกบิระดับกลางหนิ นายตอนนี้… ระดับต่ำงั้นเหรอ?”

[เจ้า! เจ้า…!]

ผมเห็นความปั่นป่วนของเขาและรู้สึกอยากจะขอ ‘สิทธิ์การนัดพบ’ อีกครั้งเพื่อกระทืบเขาสักหน่อย เรื่องราวของการกระทืบโดเกบิคนนี้ เวนนี่แมนดูจะชอบมันหนิ?

[หยุด ถอยมาซะ พอล]

โดเกบิอีกคนก้าวออกมาในนามของพอลที่ไม่สามารถพูดอะไรได้

[เจ้าคือคิมทกจางั้นเหรอ?]

ผมมองใกล้ๆ และโดเกบิคนนี้ก็ดูคุ้นหน้าดี ผมเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหนมาก่อน? เอ๋? เดี๋ยวก่อน… เขาคือ?

“เอ่อ นายนั่นเอง? คนที่ทำงานอยู่ภายใต้บีฮยอง… ชื่อ…”

[ยังกิ ใช่แล้ว! เจ้าคือคิมทกจา!]

โดเกบิทักทายผมอย่างมีความสุข ผมจำได้รางๆ เขาคือโดเกบิที่รับผิดชอบช่องย่อยภายใต้บีฮยอง

[ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเจ้าในสถานที่แบบนี้…!]

“บีฮยองสบายดีนะ?”

[เขาเศร้ามากเลยหลังจากเจ้าหายไป]

ผมรู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่บีฮยองเศร้าแบบนี้ บีฮยองคนนั้นจะต้องชอบผมแน่ๆ “นายได้เลื่อนขั้นละเหรอ? ก่อนหน้านี้นายยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอัพเดตสถานการณ์อย่างไร”

[ฮ่าฮ่า นั่นเป็นเรื่องที่น่าละอายจริงๆ ตอนนี้ข้าเป็นโดเกบิระดับกลางแล้ว]

เขาคือโดเกบิระดับกลาง คนๆ นี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี ดังนั้นบีฮยองจะต้องได้รับการเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วแน่ มันรู้สึกเหมือนเวลาได้ผ่านไปนานมาก แต่จริงๆ แล้วมันยังไม่ถึงหนึ่งปีเลย

[ยังไงก็เถอะ คิมทกจา เจ้าหมายความว่ายังไงกับการขายสกิล?]

ยังกิมองผมด้วยสายตาที่ใจเย็น ไม่ว่าจะยังไง โดเกบิก็ยังเป็นโดเกบิ ผมไม่อาจจัดการได้ง่ายๆ

“ฉันก็หมายความตามนั้น ฉันจะเกลี้ยกล่อมเซียนดาบทลายนภาให้ขายสกิลให้กับนายเอง”

[เจ้าจะทำยังไง…]

“ฉันมีวิธีของฉัน นายต้องการสกิลอะไร? ย่างก้าวฟีนิกซ์แดง? หรือหมัดเทวะร้อยกระบวน?”

[พวกเรามีหมัดเทวะร้อยกระบวนแล้ว สิ่งที่พวกเราต้องการคือ…]

“วิถีดาบทลายนภา?”

ยังกิพยักหน้าให้กับคำพูดของผม มันเป็นอย่างที่ผมคิด วิถีดาบทลายนภา มันเป็นชื่อที่ถูกมอบให้กับพลังทลายนภาของเซียนดาบทลายนภา หนึ่งในสกิลชั้นยอดของบู๊ลิ้มที่ใครก็อยากครอบครองคือวิถีดาบทลายนภาของยูจงฮยอค

ผมรู้สึกได้ถึงปรมาจารย์ทลายนภาที่กำลังคำรามใส่ผมจากข้างๆ และรีบตกลง “โอเค ฉันจะขายมัน ไม่ ฉันจะไม่ขายมัน ฉันจะมอบมันให้กับนาย”

ปรมาจารย์ทลายนภาเงยหน้ามองผมด้วยดวงตาที่บิดเบี้ยว ยังกิประหลาดใจ

[จ-จริงเหรอ?]

“แต่ฉันมีคำขอสองอย่างมาแลก อย่างแรก ให้เอาวิถีดาบทลายนภาเป็นรางวัลสำหรับสถานการณ์ที่นายจะเปิดในไม่ช้านี้”

[ฮะ?]

ผมยิ้มให้กับยังกิที่แสดงสีหน้าโง่งม เขาคงไม่คิดว่าผมจะมอบวิถีดาบทลายนภาให้กับเขาแบบนี้?

“ไม่ใช่ว่านายกำลังจะเปิดสถานการณ์ ‘การประลองวรยุทธ์’ ในไม่ช้านี้เหรอ? ดาบปีศาจทมิฬก็รวมอยู่ในนั้นด้วย”

[จ-เจ้ารู้ได้ยังไง…!]

“ทำไมนายต้องตกใจขนาดนั้น? นายก็มักจะทำแบบนี้อยู่เสมอ มันเป็นสถานการณ์ปกติสำหรับบู๊ลิ้ม ดาบที่มีค่าของบู๊ลิ้มจะปรากฏขึ้น และผู้คนจำนวนมากจะต่อสู้เพื่อมัน

[นั่นเป็นเรื่องจริง… แต่เจ้ารู้เรื่องดาบปีศาจทมิฬได้ยังไง?]

ผมรู้ได้ยังไงเหรอ? การประลองวรยุทธ์คือสถานการณ์ที่ยูจงฮยอคจะมีส่วนร่วมอยู่เสมอเมื่อเขามายังบู๊ลิ้ม ผมไม่รู้ว่าผมคอมเมนต์ไปกี่ครั้งเพื่อบอกให้ผู้เขียนข้ามการประลองนี้ไป

“ไม่สำคัญว่าฉันรู้ได้ยังไง ไม่ว่ายังไงก็ตาม เพิ่มวิถีดาบทลายนภาไปเป็นรางวัลก็พอ ให้มันเป็นรางวัลที่หนึ่ง”

ดวงตาของยังกิกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว มันอาจจะเป็นข้อเสนอที่สุดยอดสำหรับเขา มันมีข้อจำกัดอยู่ในสิ่งที่โดเกบิสามารถทำได้กับเคล็ดวิชาที่ซื้อไปจากเซียนดาบทลายนภา พวกเขาสามารถรักษาระดับการซับสไคร้ได้โดยการใส่มันลงไปในสถานการณ์ใหญ่หรือขายมันในราคาที่สูงผ่านกระเป๋าโดเกบิ ยังกิในตอนนี้กำลังคิดว่าอันไหนจะทำกำไรได้มากกว่ากัน

[โอเค ข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียถ้าทำแบบนี้ มันยังจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเคล็ดวิชาด้วย แค่นั้น… ]

“แค่นั้น?”

[เจ้าบอกว่ามีคำขอสองข้อ ข้อที่สองคืออะไร?]

ผมหัวเราะเบาๆ ให้กับความรอบคอบ เขาฉลาดขึ้นมาตั้งแต่เป็นระดับกลาง “เงื่อนไขที่สองนั้นง่ายมาก ฉันต้องการให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่มีส่วนร่วมในการประลองวรยุทธ์”

[ทุกคนที่นี่…?]

ดวงตาของยังกิหรี่ลง ในที่สุดเขาก็ตามอุบายของผมทัน

[มันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก แต่… มันก็ยาก]

“ทำไม?”

[อวตารคนอื่นข้าไม่รู้ แต่มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเซียนดาบทลายนภา]

ผมคิดไว้แล้วว่าเขาคงจะพูดแบบนี้ เซียนดาบทลายนภาคงจะเอาชนะไปได้แน่ๆ ถ้าเธอเข้าร่วมงานประลอง ผู้เข้าร่วมงานประลองวรยุทธ์คงจะลดลง และโดเกบิก็คงจะประสบกับความสูญเสียเป็นแน่ ผมทำเหมือนว่าผมกำลังยอมแพ้ต่อเรื่องใหญ่ๆ “งั้นทุกๆ คนนอกจากเซียนดาบทลายนภาก็ได้”

[งั้นก็ได้ งานประลองวรยุทธ์จะมีขึ้นในอีกสองสัปดาห์ จนกว่าจะถึงตอนนั้น โปรดเตรียมสกิลของเซียนดาบทลายนภาไว้ด้วย]

ผมตอบ “ฉันเข้าใจแล้ว อย่าลืมเชิญพวกเราเข้าสู่สถานการณ์ด้วย”

[แน่นอน งั้นไว้พบกันใหม่]

“ฝากคำทักทายไปหาบีฮยองด้วยนะ”

[ฮ่าฮ่า เข้าใจแล้ว]

บางทีเขาอาจจะดีใจที่สิ่งต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี ยังกิหัวเราะอย่างมีความสุขในขณะที่เขาหายตัวไป โดเกบิที่ตามเขามาก็เริ่มหายไปด้วย พอลมองมาที่ผมอยู่ตลอดเวลา และผมก็จ้องกลับไป

หลังจากนั้นสักพัก โดเกบิก็หายตัวไป และจางฮายังที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมก็คว้าคอเสื้อของผมเอาไว้ “เฮ้ เจ้าทำบ้าอะไรลงไป? ขายเคล็ดวิชา? เข้าสู่งานประลองวรยุทธ์? อะไรกันเนี่ย…”

โฮ่ง โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!

「พวกเราจะไม่ขายเคล็ดวิชาของพวกเรา! เจ้าคิดบ้าอะไรอยู่?」

ปรมาจารย์ทลายนภาตอบสนองสายเกินไป มันเป็นปฏิกิริยาที่คาดไว้แล้ว อันที่จริง นี่ก็มากกว่าที่ผมเดาไว้

“คิมทกจา!”

…อย่างที่คาดไว้ ยูจงฮยอควิ่งฝุ่นตลบเข้ามาและคว้าคอของผม เขาเขย่าผมเหมือนคนที่ถูกทรยศ ผมโบกมือเหมือนตุ๊กตากระดาษไร้พลังและกล่าวว่า “ให้ฉันพูดก่อนสิ”

“หุบปาก! นายคิดบ้าอะไรอยู่? ขายเคล็ดวิชาเนี่ยนะ…!”

“ใจเย็นก่อน ฉันทำเพราะนายนะ”

“…อะไรนะ?”

“ไม่ใช่ว่านายก็รู้เหรอว่าพวกเราจะได้อะไรมา?”

มือของยูจงฮยอคหยุดลงเป็นครั้งแรกกับคำพูดของผม จากนั้นก็มีข้อความดังขึ้น

[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

[สถานการณ์ย่อย ‘การประลองวรยุทธ์’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว]

ยูจงฮยอคอ่านรายละเอียดของสถานการณ์ที่เพิ่งมาถึงและเงียบไปสักพัก “…ดาบปีศาจทมิฬ?”

“ใช่ นายบอกว่าอยากได้หนิ”

“…”

“ถ้านายดูดีๆ มันยังมีลูกปัดวิญญาณปีศาจอีก มันเป็นรางวัลที่สาม ถ้าฉันจำไม่ผิดนะ…”

ดวงตาของยูจงฮยอคสั่นอย่างรุนแรงในขณะที่เขามองมาที่ผม เขาปล่อยผมอย่างฉับพลัน ไอ้บ้านี่ นายไม่จำเป็นต้องขนาดนี้ก็ได้

ไม่ว่ายังไง เขาก็ดูเหมือนจะถูกโน้มน้าวแล้ว ปัญหาก็คืออีกฝั่ง ผมหันไปและเห็นเซียนดาบทลายนภากำลังยืนอยู่ด้วยสีหน้าแข็งๆ

「ตัวตนที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับพลังแห่งเทพยักษ์ ตัวตนของเซียนดาบทลายนภาไม่แตกต่างไปจากเทพเจ้าเลย」

มันไม่มีสิ่งใดผิดเกี่ยวกับคำอธิบายในหนทางเอาชีวิตรอด เธอมีแรงกดดันอันสูงล้ำแม้จะแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็ตาม

ผมยิ้มและโบกมือ “การสนทนาระหว่างศิษย์อาจารย์เป็นไงบ้าง?”

“…เจ้ามันสิ้นคิด”

“ฟังเรื่องราวของผมก่อนที่จะพูดอะไร”

“ข้าไม่มีเวลามาสนทนากับคนอย่างเจ้า”

หมอกหนักรอบตัวพวกเราเริ่มหนาขึ้น ผมรีบพูดต่อ “เซียนดาบทลายนภา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคงรักษาวิถีทางแบบเก่าไปไว้ได้ตลอด”

คิ้วหนาของเซียนดาบทลายนภาโค้งขึ้นอย่างรุนแรง

“มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอที่จะรักษาหลักการแบบนั้นไว้? มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมีไปเพราะมัน?”

ยูจงฮยอคมองมาที่ผมเหมือนกับว่าผมจิตไม่ปกติ “คิมทกจา! หุบปากไปซะ!”

แน่นอน ผมพูดต่อไป

“ในตอนแรก ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคุณนั้นไม่ใช่วิถีดาบทลายนภาใช่ไหม? คุณทอดทิ้งมันไปนานแล้วหลังจากมาถึงขั้นผู้บรรลุ ทำไมคุณไม่ขายมันไปล่ะ?”

พื้นดินรอบตัวผมเริ่มสั่นสะเทือน ในที่สุดยูจงฮยอคก็บังตัวผมไว้เพื่อจะปกป้องและชูดาบเมฆสวรรค์ชุมนุมขึ้นมา

มันรู้สึกราวกับว่าแรงโน้มถ่วงของทั่วทั้งพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น มันรู้สึกเหมือนกับว่ามีภูเขาขนาดยักษ์กำลังกดทับลงมาที่ไหล่ของผม จางฮายังและฮันมยอนโกไม่อาจกรีดร้องออกมาได้ด้วยซ้ำในขณะที่พวกเขาจมลงไปที่พื้น กลุ่มของพวกเราคงจะถูกกวาดออกไปแน่ถ้ามันยังเป็นเช่นนี้ต่อไป

“อาจารย์ เดี๋ยวก่อน…!”

ยูจงฮยอคตะโกนออกมา แต่เซียนดาบทลายนภาก็ไม่หยุด

…เธอกำลังจะทำแบบนี้เหรอ? เธอช่างดื้อด้านจริงๆ

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เรียกใช้สถานะของกลุ่มดาว]

ประกายแสงปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวของผม และแรงโน้มถ่วงโดยรอบก็ถูกบรรเทาลงไปชั่วขณะ ผมยิ้มให้กับเซียนดาบทลายนภาที่กำลังตกใจ ผมอาจจะมีร่างอวตาร แต่ผมก็ยังเป็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า “ผมไม่ได้จะขายมัน อย่าเพิ่งใจร้อนไป”

“เจ้าคิดจะทำอะไร”

“ยังไงก็ตาม คุณก็จะเอาเคล็ดวิชาคืนไปได้ถ้าคุณชนะการประลอง คุณจะไม่ชนะการประลองนี้เลยเหรอ?”

เซียนดาบทลายนภาดูสงบลง และแรงกดดันที่แผ่ออกมาก็หายไป มันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับเธอที่จะเอาชนะผมถ้าเธอใช้พลังที่แท้จริงของเธอ แต่เธอดูเหมือนจะเห็นว่าผมเป็นเพื่อนของยูจงฮยอค เธอบอกกับผม “ข้าไม่อาจเข้าร่วมงานประลองได้”

“มันคงไม่สนุกถ้าผู้ใหญ่มาเล่นกับเด็กๆ”

“เด็กๆ ของบู๊ลิ้มแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิดเยอะมาก”

“ผมรู้ อย่างไรก็ตาม ลูกศิษย์ของคุณก็แข็งแกร่งหนิ”

เซียนดาบทลายนภาเข้าใจความหมายของผม และผมก็ตบไหล่ของยูจงฮยอคในขณะที่เขายืนอยู่ข้างๆ ผม “ยูจงฮยอคจะเข้าร่วมงานประลองด้วย”

ยูจงฮยอคหันมาและจ้องมองผมด้วยสายตาที่เบิกกว้าง ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องประหลาดใจ เขาคิดว่าเขาจะไม่เข้าร่วมเหรอ?

คิ้วของเซียนดาบทลายนภาบิดเบี้ยวไปอีกครั้ง “เขายังอ่อนแออยู่”

“คุณสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้ เขาคือลูกศิษย์ของคุณนะ”

“ข้าไม่เคยบอกว่าข้าจะรับเขามาเป็นศิษย์…”

เมื่อมาถึงจุดนี้ ยูจงฮยอคก็จ้องไปยังเซียนดาบทลายนภาด้วยสายตาที่เบิกกว้างขึ้น ไม่ว่ายังไงก็ตาม ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ต่างก็ไม่ซื่อสัตย์เอาซะเลย

[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]

อืม ผมรู้ว่ามันคงไม่ซื่อสัตย์เหมือนความความคิดของพวกเขา

「มันเร็วเกินไปสำหรับเขา」

「จงฮยอคจะตายถ้าเขาเข้าแข่งขัน」

「เขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับประมุขทั้งสิบ」

ผมไม่อาจได้ยินความคิดของเซียนดาบทลายนภาได้อย่างเต็มที่เพราะระดับความเข้าใจที่ต่ำของผม ถึงกระนั้น มันก็ไม่ยากที่จะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ในท้ายที่สุด ผมก็ต้องทำสิ่งนี้เพื่ออาจารย์และลูกศิษย์

“ถ้าคุณยอมรับยูจงฮยอคเป็นลูกศิษย์ ผมจะให้คุณได้พบกับเผ่าพันธุ์ของคุณ”

“…หมายความว่าไงกัน?”

“ก็ตามที่ผมพูด คุณยังไม่เจอเผ่าพันธุ์ของคุณหนิ จริงไหม?”

เซียนดาบทลายนภามองมาที่ผมด้วยสีหน้าแปลกๆ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ แต่เผ่าพันธุ์ของข้าถูกกำจัดไปแล้ว มันไม่มีเทพยักษ์เหลืออยู่แล้ว”

“ไม่ มันเหลืออยู่บ้าง”

“อะไรนะ…”

ผมเงยหน้าขึ้นและพูดออกมา “จ้าวแห่งยมโลก ท่านยังดูอยู่ใช่ไหม?”

ในตอนนี้ฮาเดสอยู่ในช่องของผม ผมเป็นหนี้เขาเมื่อครั้งล่าสุด ดังนั้นมันถึงเวลาที่จะต้องทักทายแล้ว อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ฮาเดสที่ตอบรับการเรียกหาของผม

[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ มองดูคุณด้วยรอยยิ้มแปลกๆ]

“…สักพักแล้วสินะ เพอร์เซโฟนี”

บัดซบ ราชินีคนนี้อยากที่จะจัดการด้วย เธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่? ผมกำลังจะพูดออกมาแต่ก็มีเสียงข้อความดังออกมาอีก

[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ บอกว่าเธอได้ยินเรื่องนี้แล้ว]

[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ จะรับฟังคำขอของคุณ]

อย่างที่คาดไว้ เพอร์เซโฟนีหัวไวเมื่อมันเป็นเรื่องราวดีๆ ปัญหาก็คือว่าราชินีคนนี้ไม่เคยทำอะไรหากไม่มีแรงจูงใจซ่อนเร้น

[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ บอกว่ามีเงื่อนไข]

…อย่างที่คาดไว้

“…ว่ามา”

[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ กำลังเชิญคุณมาร่วมฉลองกลุ่มดาว]

งานฉลองกลุ่มดาว? มันแปลก ตอนนี้มันเป็นเวลาจัดงานเลี้ยงของกลุ่มดาวเหรอ? ข้อความของเพอร์เซโฟนีที่ตามมาคือคำตอบของคำถามของผม

[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ กำลังเชิญคุณเข้าสู่สมาคมนักชิม]

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint