0 Views

ตอนที่ 232 – คนขี้โกง (1)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

อาจารย์ของยูจงฮยอค เซียนดาบทลายนภาเป็นคนที่อดทนมาก มันเป็นเหมือนเมื่อ 100 ปีก่อน และแม้กระทั่งเมื่อ 200 ปีก่อน นั่นคือวิธีการที่เธอสามารถสร้างเคล็ดวิชาขึ้นมาได้ ในขณะที่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นได้ขายทักษะของตัวเองและออกไปจากบู๊ลิ้ม เธอได้รั้งอยู่ที่นี่เพียงลำพังและทะลวงผ่านระดับผู้บรรลุที่สูงขึ้น

“เอาล่ะ เจ้าเป็นใครกัน?”

นิ้วใหญ่ของเธอจิ้มแก้มของยูจงฮยอคในขณะที่เขาลอยอยู่ในอากาศ มันเป็นเพียงแค่นิ้ว แต่มันก็เป็นนิ้วของผู้บรรลุ ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่จะไม่เจ็บปวด อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็ไม่ตอบสนอง

「”อาจารย์และศิษย์ ทั้งคู่เหมือนกันเลย”」

พวกมันคือคำพูดจากหนึ่งในสิบประมุขแห่งบู๊ลิ้ม ปีศาจสวรรค์ บางทีปีศาจสวรรค์อาจจะมองพวกเขาได้อย่างถูกต้อง

“เจ้าไม่พูดอะไรเลยสักคำ เจ้าจะถูกตีนะถ้าเจ้าไม่พูด”

เซียนดาบทลายนภายกไปป์ของเธอขึ้นมา ก้นของยูจงฮยอคไม่อาจทนต่อแรงกดดันได้ และเขาก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงอันน่าสงสารออกมา

‘ไอ้บ้าคิมทกจา ฉันจะฆ่านายแน่ๆ’

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เสียงฟังดูตลก แต่พลังที่อยู่ในไปป์ไม่ใช่เรื่องตลกเลย ไม่นานนักก็มีเลือดไหลออกมาจากปากของยูจงฮยอค จากนั้นคิ้วของเซียนดาบทลายนภาก็ขมวด “เจ้าเป็นคนมีบุคลิกจริงๆ”

เธอค่อนข้างประทับใจ “ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าขโมยและเรียนรู้พลังของสำนักดาบทลายนภามาจากไหน?”

“…”

“ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าถ้าเจ้าบอกข้ามาตามตรง”

ยูจงฮยอคเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ให้กับคำพูดเหล่านั้น

เดิมทีสำนักดาบทลายนภาเป็นสำนักที่ไม่ได้มีความเมตตาอยู่เลย ในฐานะคนนอก ยูจงฮยอคไม่อาจเรียนมันได้

ในตอนนี้เซียนดาบทลายนภาได้บอกว่าเธอจะไว้ชีวิตเขา ความหมายของเธอชัดเจน เซียนดาบทลายนภาในตอนนี้กำลังจะเอายูจงฮยอคมาเป็นลูกศิษย์

‘อาจารย์’

ยูจงฮยอคเข้าใจจิตใจของอาจารย์ดีกว่าใคร มันยากที่จะหาศิษย์ที่เหมาะสมในบู๊ลิ้มที่เสื่อมถอย จากนั้นผู้บรรลุที่ได้เรียนรู้วรยุทธ์ของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน มันเป็นธรรมดาที่ต้องสนใจ

‘แต่…’

ยูจงฮยอคกัดริมฝีปากของเขา บางทีมันอาจจะไม่เลวร้ายที่จะเคลื่อนไหวไปตามความตั้งใจของคิมทกจา เขารู้จักเซียนดาบทลายนภาดียิ่งกว่าใคร หากเขาใช้โอกาสนี้และเล่าเรื่องราวให้เธอฟัง เขาก็คงจะได้รับความเมตตาจากเซียนดาบทลายนภาแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็ไม่ต้องการทำเช่นนั้น

“หืม เป็นการจ้องที่ร้อนแรงจริงๆ”

“…”

“เจ้าปรารถนาในตัวข้าเหรอ?”

การพูดพล่ามอะไรแบบนี้ออกมาในระหว่างการสนทนา มันต้องเป็นอาจารย์ของเขาแน่ๆ ยูจงฮยอคยังคงเม้มปากต่อ

‘เธอจะตายถ้าเธอพบกับฉันที่นี่’

ยูจงฮยอคจำได้ถึงการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของอาจารย์ ผู้บรรลุที่บาดเจ็บอยู่เพียงลำพังหลังจากพยายามอย่างหนักมาหลายปี ไม่ว่าจะยังไง ความดื้อรั้นของเธอก็ปฏิเสธที่จะถูกทำลาย

– ศิษย์ใบ้ พวกเขาคือตัวตนที่เจ้าไม่สามารถจัดการได้

อาจารย์ของเขาต่อสู้เพียงลำพังกับพันธมิตรผู้หวนคืนหลังจากถูกปฏิเสธโดยผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบู๊ลิ้ม ปีศาจสวรรค์และปีศาจโลหิต

– จงมีชีวิต ยูจงฮยอค

ในเวลานั้น ยูจงฮยอคไม่ได้ต่อสู้ร่วมกับเธอเลยเพราะเขาอ่อนแอ เขาอ่อนแอเกินไป

“…ดวงตาของเจ้าดูเศร้านะ”

ยูจงฮยอคสั่นสะท้านด้วยคำพูดอย่างฉับพลัน ดวงตาที่ชัดเจนของเซียนดาบทลายนภาเผชิญหน้ากับยูจงฮยอค เซียนดาบทลายนภาคือส่วนผสมระหว่างมนุษย์และเทพยักษ์ ดังนั้นเธอจึงมีหนึ่งในความสามารถของมนุษย์ยุคหิน

“เดียวดาย จองหอง บาดเจ็บลึก”

เธอมีเนตรคันฉ่องที่สามารถอ่านอารมณ์ของผู้อื่นได้ เซียนดาบทลายนภากำลังจ้องมองยูจงฮยอคด้วยดวงตานั้น

“เจ้าเป็นใครกัน?”

ยูจงฮยอคเม้มปากของเขาอย่างรุนแรงราวกับว่าเขากำลังทุกข์ทรมาน เขาไม่ควรพูดมันออกไป ไม่เลย เขาไม่อาจพูดมันออกไปได้แน่ๆ…

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กำลังจ้องมองคุณอยู่]

ยูจงฮยอคเงยหน้าขึ้นตามข้อความ

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่าจะไม่เป็นไร]

…มันจะไม่เป็นไร?

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่ารอบนี้จะแตกต่าง]

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กำลังบอกให้คุณเชื่อใจอาจารย์ของคุณ]

รอบนี้จะแตกต่าง เขาคงไม่เชื่อถ้ามันเป็นคนอื่นที่พูดออกมา งั้นทำไม? เขาต้องการที่จะเชื่อในสิ่งที่คนๆ นี้พูด

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ …]

“แมลงวันนี่… หุบปาก”

เซียนดาบทลายนภาดีดนิ้วของเธอใส่อากาศ และเสียงทั้งหมดในพื้นที่ก็หายไปโดยสมบูรณ์ เสียงจากภายนอกทั้งหมดถูกตัดออกไปด้วยพลังเวทมนตร์ มันเป็นไปได้สำหรับผู้บรรลุในระดับของเซียนดาบทลายนภา เสียงของคิมทกจาคงจะเงียบไปสักพักตราบใดที่โดเกบิไม่ปรับความถี่ของช่อง ต่อจากนี้ไป มันก็เหลือเพียงการตัดสินใจของยูจงฮยอคเอง

“…ชื่อของผมคือยูจงฮยอค” ยูจงฮยอคสูดลมหายใจเข้าสั้นๆ ก่อนที่จะปลดปล่อยมันออกมา “ผมคือลูกศิษย์ของคุณ”

“หืม… หมายความว่าไง? ข้าไม่เคยเจอเจ้ามาก่อน ข้าไม่มีความทรงจำเลยว่าได้รับเจ้าเป็นศิษย์”

“ผมหมายความตามที่พูด ผมเรียนรู้เคล็ดวิชามาจาก…”

ในขณะที่ยูจงฮยอคกำลังจะพูด ประกายแสงก็บินวนรอบตัวของเขา

[เรื่องราว ‘ศิษย์แห่งเซียนดาบทลายนภา’ ถูกเปิดใช้งานแล้ว]

ริมฝีปากของยูจงฮยอคบิดเบี้ยวในขณะที่คำพูดตอนจบของเขาเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกที่มีเกียรติ

“…อาจารย์”

การแสดงออกของยูจงฮยอคบิดเบี้ยวไป เขาจำบทสนทนาระหว่างเขากับเซียนดาบทลายนภาจากรอบล่าสุดได้

– เจ้าบอกว่าเจ้าคือผู้เสื่อมถอย ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเราอาจจะได้พบกันอีกครั้งในสักวัน

– ครั้งต่อไปผมจะไม่ได้เป็นศิษย์ของอาจารย์อีก

– สหายจอมโมโห เจ้าควรจะพูดคำหวานๆ หน่อย… และทำไมเจ้าถึงไม่เพิ่มความสุภาพไปด้วย? เจ้าอยากถูกจับในชีวิตต่อไปของเจ้าเหรอ?

บางทีเรื่องราวนี้อาจจะคงเหลืออยู่ก็เพราะการสนทนาครั้งก่อนกับเซียนดาบทลายนภา

[คุณได้ให้เกียรติแก่อวตาร ‘เซียนดาบทลายนภา’]

มันตลกดี เขาไม่ได้เป็นทางการกับเซียนดาบทลายนภาในเวลานั้น แต่เรื่องราวนี้ก็ยังคงอยู่กับเขา

– เมื่อเวลานั้น มาเป็นศิษย์ของข้าอีกครั้ง

หัวใจของเขาสั่นเทาในขณะที่ความทรงจำเก่าๆ สาดเทลงมาเหมือนกับน้ำตาและกระเทาะลงบนหัวใจของเขา เขาไม่อาจได้ยินข้อความ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าคิมทกจากำลังมองมาทางนี้อยู่

‘สหาย’

ยูจงฮยอคลืมไปนานแล้วว่าการเชื่อในตัวใครสักคนมันเป็นยังไง เขากะพริบตาช้าๆ ก่อนที่จะพูดออกมา “คุณไม่สงสัยเหรอว่าผมเป็นใคร?”

“แน่นอน ฉันสงสัยมาก”

“งั้นผมจะเปิดบาเรียจิตใจ ลองดู มันเป็นไปได้ด้วยเนตรคันฉ่องของคุณ”

“…หืม เจ้ารู้เกี่ยวกับเนตรคันฉ่องด้วยเหรอ?”

“แค่ห้านาที ผมให้เวลาคุณมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

ดวงตาของเซียนดาบทลายนภาแต่งแต้มไปด้วยความสงสัย “เจ้าวางแผนจะใช้ลูกไม้อะไร?”

“คุณสามารถสยบผมได้แม้ว่าผมจะใช้ลูกไม้ก็ตาม”

คิ้วของเซียนดาบทลายนภาเลิกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เร้าใจ “ได้”

มันไม่ใช่แค่กลุ่มดาวที่รักในเรื่องราว มันไม่ได้มีโอกาสมากมายนักที่จะได้ดูเรื่องราวของผู้บรรลุคนอื่น ผู้บรรลุคนนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันในบู๊ลิ้มและใช้เคล็ดวิชาเดียวกับเธอ มันไม่มีทางที่เธอจะไม่อยากรู้อยากเห็น

“งั้นข้าจะดูเจ้า”

ไม่นานหลังจากนั้น เนตรคันฉ่องของเซียนดาบทลายนภาก็เปล่งประกายขึ้น ยูจงฮยอครู้สึกเหมือนกับว่าผมของเขาถูกดึง

การโอนย้ายความทรงจำผ่านเนตรคันฉ่องอันตรายสำหรับยูจงฮยอคและเซียนดาบทลายนภา อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็มีความมุ่งมั่น บางทีจิตวิญญาณของเซียนดาบทลายนภาอาจจะแตกสลายก็ได้ เธออาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เธอสามารถปฏิเสธทุกอย่างและลบยูจงฮยอคไปได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าการเดิมพันนี้สำเร็จ เขาก็อาจจะสามารถเปลี่ยนเซียนดาบทลายนภาได้

ผ่านไปกว่าสิบนาทีจนกระทั่งพลังงานของเนตรคันฉ่องหายไป แสงแห่งเนตรคันฉ่องดับลง แต่เซียนดาบทลายนภาก็ยังไม่พูดอะไร เธอแค่จ้องไปยังพื้นพร้อมกับก้มหัวลง เธอบ้าไปแล้วเหรอ? หรือว่า…

มันมีความรู้สึกแปลกๆ อยู่ในดวงตาของเซียนดาบทลายนภาในขณะที่เธอเงยหน้าขึ้น มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการแสดงออกเช่นนี้ในรอบที่สาม

เมื่อเวลาผ่านไป ยูจงฮยอคก็ตระหนักได้ถึงความหมายของการแสดงออกนั้น

“เจ้าบอกว่าเจ้าจะไม่เป็นศิษย์ของข้าอีก…”

***

ยูจงฮยอคและเซียนดาบทลายนภาพูดคุยกันอยู่นาน

“เจ้าพยายามมาหนักมาก”

“…หยุดปลอบแบบนั้นได้แล้ว มันไม่เหมาะกับคุณ”

“ได้ เจ้าคือศิษย์ของข้าไม่ผิดแน่”

เซียนดาบทลายนภาในการเสื่อมถอยรอบที่สองได้ตายลงและจะไม่กลับมาอีก เซียนดาบทลายนภาในตอนนี้ไม่ใช่คนเดียวกับเซียนดาบทลายนภาแห่งรอบที่สอง ถึงกระนั้น พวกเขาทั้งคู่ก็พูดคุยกันเหมือนกับพวกเขาไม่ได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้

“…ผมแก้แค้นให้แล้ว ปีศาจสวรรค์และปีศาจโลหิต ผมจัดการกับพวกเขาในสถานการณ์ที่ 35”

“อืม ข้าเห็นแล้ว ข้าไม่ค่อยพอใจเท่าไรนะเพราะเจ้าพบว่ามันยากที่จะเอาชนะ”

“งั้นคุณก็ไม่ควรตายเลย”

มันไม่ใช่การสนทนาตามปกติระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ แต่มันก็มีรอยยิ้มอันอ่อนโอนอยู่บนใบหน้าของเซียนดาบทลายนภา “เจ้าเปลี่ยนไปมาก ยูจงฮยอค”

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซะหน่อย”

เซียนดาบทลายนภาดีดนิ้วของเธอแทนคำตอบ จากนั้นบาเรียส่วนหนึ่งรอบๆ กระท่อมก็บิดเบี้ยวและมีหน้าจอขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมา บนหน้าจอเล็กๆ นั้น ทิวทิศน์ด้านนอกกำลังสว่างขึ้นอยู่

“มันเป็นเพราะเด็กคนนี้ที่ทำให้เจ้ามาหาข้าเหรอ?”

คิมทกจาพูดคุยกับสนัขในขณะที่กินเกี๊ยว ยูจงฮยอคดูภาพนั้น

“เขาเป็นเพื่อนใหม่ของเจ้าเหรอ?”

“มันไม่มีอะไรแบบนั้นอยู่ คนๆ นั้นก็แค่…”

“เขากล้าหาญพอที่จะคิดต่อกรกับเนบิวลา”

“…”

“เจ้าคิดว่าเขาจะทำได้ไหม?”

ในฐานะเพื่อนคนแรกของลูกศิษย์ของเธอ เซียนดาบทลายนภาจึงมองไปที่ใบหน้าของคิมทกจาใกล้ๆ จากนั้นบาเรียก็สั่นและมีเสียงดังออกมา

[เซียนดาบทลายนภา ยอมยกเคล็ดวิชาของเจ้ามาซะ]

ยูจงฮยอคที่กำลังประหลาดใจลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา

“…โดเกบิ” เซียนดาบทลายนภาพูดเหมือนกับว่าเธอเบื่อกับเรื่องนี้ “คนซื้อเคล็ดวิชามาอีกแล้ว”

“…มันเร็วกว่าที่วางแผนไว้ มันนานแค่ไหนแล้ว?”

“ในตอนนี้ ข้าเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในแถบนี้”

วรยุทธ์มีค่าในบู๊ลิ้ม มันเป็นเพราะพวกมันต่างก็เป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นจากประวัติศาสตร์ ยิ่งแหล่งกำเนิดลึกเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีค่ามากเท่านั้น โดเกบิตระหนักถึงเรื่องนี้และปรารถนาในเคล็ดวิชาของเซียนดาบทลายนภา

ยูจงฮยอคชักดาบเมฆสวรรค์ชุมนุมออกมาและเปิดปาก “คิมทกจากับผมจะจัดการกับมันเอง”

“ฝ่ายตรงข้ามเป็นโดเกบิ เจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก”

“มันเป็นไปได้สำหรับคิมทกจา”

แทนที่จะตอบคำถามของอาจารย์ ยูจงฮยอคมองไปยังโดเกบิบนหน้าจอ หนึ่งในนั้นเป็นโดเกบิที่ดูคุ้นเคย

‘มันคือคนจากโซลโดม’

คิมทกจาอาจจะไม่ปล่อยเขาไปก็ได้ จากนั้นเสียงของคิมทกจาก็ดังออกมาจากหน้าจอ

– ฉันไม่รู้นะเนี่ยว่านายยังมีชีวิตอยู่ นายไม่ถูกลงโทษแล้วเหรอ?

ตามที่คาดไว้ นิสัยชอบยุ่งกับคนอื่นของคิมทกจาเริ่มต้นแล้ว คิมทกจาเกาคางของเขาและพูดกับโดเกบิเหมือนว่ามันน่าสนใจ

– หืม ใช่ นายมาซื้อเคล็ดวิชาของเซียนดาบทลายนภาใช่ไหม?

ยูจงฮยอคยักไหล่ให้กับอาจารย์ของเขา คิมทกจาคงจะจัดการได้แม้ว่ายูจงฮยอคจะไม่ออกหน้า เขาไม่รู้ว่าคิมทกจาพยายามจะทำอะไร แต่คิมทกจาคงมีลูกไม้แปลกๆ เพื่อจัดการกับโดเกบิ

ในอึดใจต่อมา คิมทกจาก็พูดเรื่องแปลกๆ ออกมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่คาดคิด

– โอเค ฉันจะขายให้ เคล็ดวิชาของเซียนดาบทลายนภา

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint