0 Views

ตอนที่ 230 – เซียนดาบทลายนภา (5)

 

(กลุ่มลับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

พ่อค้าขมวดคิ้วในขณะที่เขามองไปยังต้นเสียง อย่างที่คาดไว้ ยูจงฮยอคกำลังยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของผมเปลี่ยนไปในขณะที่ผมเตือนเขา “เฮ้ อย่าพูดถึงเรื่องนั้นสิ”

การทำลายล้างแห่งบู๊ลิ้มที่ยูจงฮยอคพูดถึงนั้นคือสถานการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ในนิยายต้นฉบับ โศกนาฏกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า แน่นอนว่ายูจงฮยอคได้เห็นสิ่งนี้ในการเสื่อมถอยครั้งที่ผ่านมา และอนาคตก็ได้กลายเป็น ‘อดีต’ สำหรับเขา

“อย่าเสียเวลาเลย ฉันรู้ว่าผู้คนคงไม่อาจแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยขยะแบบนั้น”

“ฉันแค่ปล่อยให้พวกเขาดูเฉยๆ น่า”

“พวกเราไม่ได้มาเที่ยว นายลืมไปแล้วเหรอ?””

ในขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น ผมก็เห็นบางอย่างอยู่ในมือของยูจงฮยอค มันเป็นกระดาษที่ห่อบางสิ่งเอาไว้

…เกี๊ยว? ยูจงฮยอคกินเกี๊ยวด้วยใบหน้าเฉยเมยและพูดต่อ “มันมีชิ้นส่วนลับอยู่สามอันที่สามารถพบได้ในบู๊ลิ้มตอนนี้ ตำราเคล็ดวิชาของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง ดาบปีศาจทมิฬจิตวิญญาณอสูร และลูกปัดวิญญาณปีศาจแห่งสำนักปีศาจโลหิต”

พ่อค้าขัดจังหวะในทันที

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ตำราเคล็ดวิชาของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง และดาบปีศาจทมิฬจิตวิญญาณอสูร? ลูกปัดวิญญาณปีศาจแห่งสำนักปีศาจโลหิต? มันยังมีคนตามหาของพวกนี้อยู่อีกเหรอ…!”

“…”

“ตื่น! พวกมันเป็นแค่ตำนานเท่านั้น! พวกมันสาบสูญไปนานแล้ว!”

ยูจงฮยอคไม่กะพริบตาเลยแม้ว่าจะมีเสียงหัวเราะของพ่อค้า มันเป็นเพราะยูจงฮยอครู้ว่าพวกมันมีอยู่จริงๆ เขากระทั่งรู้วิธีได้บางชิ้นมา เขาพูดถึงพวกมันอย่างไร้ยางอายต่อหน้าคนอื่นเพราะเขารู้ว่าคนพวกนี้คงจะไม่เชื่อเขา

ผมตอบคำพูดของเขา “ลูกปัดวิญญาณปีศาจแห่งสำนักปีศาจโลหิตมีประโยชน์น้อยแม้ว่าจะได้มันมา นายอาจจะดูบซับมันได้ แต่ถ้าฉันหรือสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นใช้มันผิดวิธีล่ะก็ ลมปรานคงปั่นป่วนแน่”

ยูจงฮยอคทำสีหน้าอย่างที่ผมต้องการ ในทางกลับกัน การแสดงออกของพ่อค้าก็ดูอับอายในขณะที่เขาได้ยินพวกเราพูดถึงตำนานด้วยความใจเย็น ผมพูดต่อ “ตำราเคล็ดวิชาของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างยากมากที่จะได้มา นายจะเอามันมาก็ได้แต่นายคงอยู่ได้ไม่นาน”

“ฉันรู้”

“สุดท้าย ดาบปีศาจทมิฬจิตวิญญาณอสูร… บางทีนายคงพยายามจะเอามันมาเพราะดาบของนายหักแล้ว แต่ลืมไปแล้วเหรอว่ามันยังมีอาวุธอื่นที่ได้มาง่ายกว่าและยังมีประสิทธิภาพพอๆ กัน?”

สีหน้าของยูจงฮยอคเปลี่ยนไปตามคำพูดของผม เขาสังเกตเห็นสิ่งที่ผมพยายามจะพูด “…นายตั้งใจจะไปที่นั่นจริงๆ เหรอ?”

“ใช่ เวลานี้ พลังของเซียนดาบทลายนภาคือสิ่งจำเป็น”

“ฉันไม่ไป”

“แล้วแต่นาย แต่นายช่วยนำทางฉันไปที่สำนักหน่อยได้ไหม?”

ยูจงฮยอคทำหน้าตาน่ากลัว และพ่อค้าก็แทรกอีกครั้ง “นายกำลังจะไปหาเซียนดาบทลายนภางั้นเหรอ?”

“ใช่”

“ฮะ…” พ่อค้ามองพวกเราด้วยสีหน้าอิดโรยเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ส่ายหัวและดึงสินค้าของเขากลับไป “แค่นั้นแหละ เอามาให้ฉัน ฉันไม่ขายแล้ว”

ฮันมยอนโกที่กำลังฟังเทพธิดาบุปผาเหมันต์อย่างตั้งใจหน้าขึ้นสีเมื่อหูฟังถูกดึงออกไปอย่างฉับพลัน พ่อค้ายิ้มให้กับฮันมยอนโก “ฉันแปลกใจจริงๆ ที่ยังมีสหายที่ยึดติดกับวิธีการเก่าๆ มันก็ไม่เลวร้ายเกินไปที่จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเวลาในผู้คน ขอให้โชคดีกับความพยายามของพวกนายละกัน”

พ่อค้าพูดอะไรก็ไม่รู้และลากแผงของเขาไปทางอื่นเพื่อหาลูกค้า ผมมองไปยังแผ่นหลังของพ่อค้าสักพัก ฮันมยอนโกถาม “…เขาพูดบ้าอะไร?”

“หัวหน้าแผนก นายบอกว่านายชอบนิยายกำลังภายในใช่ไหม?”

“ฮะ? อืม ใช่แล้ว”

“งั้นก็ดี คนที่พวกเรากำลังจะไปเจอคือคนๆ เดียวใน ‘บู๊ลิ้ม’ ที่ยังคงวิถีแบบดั้งเดิมเอาไว้”

ผมพูดแบบนี้ในขณะที่ไล่ตามยูจงฮยอคที่กำลังเดินนำหน้าผมไป มันเป็นเพราะเขากลับมาที่บู๊ลิ้มหลังจากผ่านไปนานแล้วเหรอ? ยูจงฮยอคทำสีหน้าคิดถึงในขณะที่เขามองไปรอบๆ

ถนนค่อยๆ สงบขึ้น ตลาดที่คึกคักหายไปและมีกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ตามมา

พวกเราเดินมานานแค่ไหนแล้ว? ในที่สุดฝีเท้าของยูจงฮยอคก็หยุดลง มันคือตรงหน้าของที่พักโทรมๆ ซึ่งไม่อาจเทียบได้กับบนถนนที่วุ่นวาย มันมีกระท่อมเล็กๆ อยู่ ณ ใจกลางของพื้นที่ ผมอ่านแผ่นป้ายเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หน้ากระท่อม

[สำนักดาบทลายนภา]

– รับสมัครลูกศิษย์ทุกเมื่อ

นี่คือที่อยู่ของเซียนดาบทลายนภา

“หมดหน้าที่ของฉันแล้ว” ยูจงฮยอคพูดออกมาและปีนขึ้นไปบนต้นซากุระที่อยู่ใกล้ๆ

เขาไม่ต้องการพบกับเซียนดาบทลายนภาจริงๆ

ฮันมยอนโกพูดด้วยน้ำเสียงที่สงสัย “ที่โทรมๆ แบบนี้…”

“เดิมทีปรมาจารย์ของบู๊ลิ้มก็อยู่ในที่แบบนี้แหละ” ผมตอบ

จางฮายังถามด้วยสีหน้าคาดหวัง “คนที่อยู่ที่นี่จะมอบเคล็ดวิชาให้ข้าเหรอ?”

เมื่อมาคิดดูแล้ว จางฮายังก็ได้รับร่างอมตะของดาบแยกทลายนภาผ่านกำแพงมา มันมีคนสอนเขา แต่ผมไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร แม้แต่ยูจงฮยอคก็ต้องการเรียนรู้มัน

“เซียนดาบทลายนภา อยู่ไหม?” ผมเคาะประตู “เซียนดาบทลายนภา! ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ!”

ไม่มีคำตอบจากเซียนดาบทลายนภา อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจกลับไปเพียงเพราะไม่มีคำตอบ ผมตะโกนอย่างห้าวหาญและเปิดประตู “ผมจะถือว่านี่เป็นสัญญาณบอกให้เข้าไปนะ!”

มันมีเสียงดังเอี๊ยดในขณะที่ประตูเปิดออกและเผยให้เห็นภายใน การตกแต่งภายในของที่พักดีกว่าที่ผมคิดไว้ มันไม่มีร่องรอยของคนอยู่ที่นี่เลย กลับกัน มันมีตัวตนที่ไม่คาดคิดกำลังรอพวกเราอยู่

จางฮายังอุทานออกมาอย่างมีความสุข “โอ้ว มันมีสุนัขอยู่ด้วย?”

สุนัขกำลังนอนอยู่บนพื้นและจ้องมองมาที่พวกเรา มันเป็นสุนัขขนาดกลางที่สวมชุดสีน้ำเงินเข้มโดยมีลิ้นยื่นออกมา

ฮันมยอนโกอยู่ติดๆ กับผมด้วยความประหม่า “นี่คือเซียนดาบทลายนภาเหรอ?”

“ไม่”

ผมจ้องมองไปยังสุนัขและนึกถึงเนื้อหาของหนทางเอาชีวิตรอด

「ขนสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลแดง สุนัขเฝ้าบ้านกำลังนอนอยู่ในลักษณะที่สง่างามเหมือนกับคน」

ไม่ต้องสงสัยเลย

“สุนัขตัวนี้เป็นศิษย์ของเซียนดาบทลายนภา”

“…ลูกศิษย์?”

“ถ้าฉันจำไม่ผิด มันชื่อว่าปรมาจารย์ทลายนภา”

ฮันมยอนโกถามด้วยสีหน้าบ้าบอ “ไม่ ทำไมสุนัขถึงเป็นศิษย์ได้?”

“มันเกิดขึ้นเมื่อคนแย่กว่าสุนัข ในตอนแรก ความคิดที่ว่าคนดีกว่าสุนัขนั้นเป็นแค่อุดมคติของมนุษย์เท่านั้น”

ผมอ่านบรรยากาศรอบๆ ตัวสุนัข

[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]

นิทานพื้นบ้านเก่าๆ รวมตัวกันและกลายเป็นเรื่องราว ชิ้นส่วนของนิทานพื้นบ้านในพื้นที่กลายเป็นเรื่องราวดั้งเดิมที่บอกกับผม

[เรื่องราว ‘สุนัขที่โตขึ้นในสำนักหมู่บ้านเป็นเวลา 3 ปี สามารถท่องบทกวีได้’ ส่งผล]

ยกตัวอย่างเช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสุนัขตัวหนึ่งอยู่กับคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบู๊ลิ้มเป็นเวลานาน? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสุนัขเริ่มทำตามการกระทำของปรมาจารย์ในวันใดวันหนึ่ง? มันทำตามและลอกเลียนแบบเป็นเวลา 10 ปี, 20 ปี, 30 ปี… และในที่สุด 100 ปีก็ผ่านไป

จางฮายังพึมพำด้วยความประหลาดใจ “น-นี่มันอะไรกัน…?!”

สุนัขยืนขึ้นด้วยสองขาและมองพวกเราเหมือนมันคือมนุษย์ มันมีดวงตาแปลกๆ ที่ไม่อาจอ่านได้เลย มันไม่รู้สึกถึงความเป็นปรปักษ์ใดๆ จากมันเลย แต่มันก็ยากที่จะเห็นว่ามันเป็นมิตร ฮันมยอนโกขมวดคิ้วให้กับภาพแปลกๆ “ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นการต้อนรับหรอกนะ ฉันจะจัดการกับมันเอง”

“…หัวหน้าแผนก?”

“ฉันเองก็เป็นเอิร์ลปีศาจ อย่าดูถูกฉันนะ”

เอิร์ลปีศาจย่อมไม่อ่อนแอ อย่างน้อยเอิร์ลก็ควรที่จะมีเรื่องราวดีๆ อยู่

“ย๊าา!”

ฮันมยอนโกพุ่งไปข้างหน้าและเปิดเผยเรื่องราวของเขาอย่างมั่นใจ ผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเรื่องราวนี้ แต่เขาก็มีเรื่องราวระดับประวัติศาสตร์อยู่หลายเรื่องและกำลังใช้พวกมันออกมา เขายังเป็นสมาชิกของครัวเรือนแห่งแอสโมเดียส ดังนั้นถ้าผมตรวจสอบสกิลของฮันมยอนโกล่ะก็…

“อ๊ากกกก!”

ก่อนที่ผมจะคิดเสร็จ ร่างกายของฮันมยอนโกก็บินผ่านอากาศด้วยเสียงอันดัง

[ตัวละคร ‘ปรมาจารย์ทลายนภา’ ใช้หมัดเทวะร้อยกระบวน LV.10!]

[ตัวละคร ‘ปรมาจารย์ทลายนภา’ ใช้ย่างก้าวฟีนิกซ์แดง LV.10!]

…โอ้พระเจ้า สุนัขอัดฮันมยอนโกลอยออกไปจากบ้านและพุ่งเข้าหาจางฮายัง ผมผลักจางฮายังออกไปโดยอัตโนมัติและเปิดใช้งานบุ๊คมาร์ค

[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม LV.10 (+1)’ ถูกเปิดใช้งาน!]

ความรู้สึกที่เกิดจากสายลมทำให้การเคลื่อนไหวของสุนัขดูเชื่องช้าลง ผมดึงจางฮายังและขยับไปตามเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นโดยสายลมเพื่อหลบหลีกอุ้งเท้าของสุนัข มันมีพลังอันน่าหวาดหวั่นอยู่ในอุ้งเท้าของสุนัขในขณะที่ประกายแสงอุบัติขึ้นมา ใครจะเชื่อว่าสุนัขที่ดูต่ำต้อยแบบนี้จะกำลังใช้พลังแยกนภาอยู่?

“เดี๋ยวก่อน! พวกเราไม่ได้คิดที่จะต่อสู้!”

จากนั้นสุนัขก็หยิบกระดาษหนึ่งแผ่นที่กลิ้งไปมาขึ้นมา

– รับสมัครลูกศิษย์ทุกเมื่อ

ในที่สุดผมก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“…บัดซบ มันคือวิธีการคัดเลือกลูกศิษย์”

ถ้าผมจำไม่ผิด มันมีหลายคนที่โหยหาบู๊ลิ้มแบบเก่าซึ่งได้มาหาเซียนดาบทลายนภา ส่วนใหญ่แล้วก็จะเข้าไปไม่ได้เพราะสุนัขตัวนี้

「ข้าจะไม่ยอมรับคนที่กระจอกกว่าสุนัขเป็นศิษย์」

กล่าวอีกนัยหนึ่ง สุนัขตัวนี้… ปรมาจารย์ทลายนภาคือจุดตรวจสอบเพื่อเข้าสู่สำนักดาบทลายนภา

สุนัขถูกกระตุ้นโดยการเคลื่อนไหวของผมและคำรามออกมา ประกายแสงจางๆ ปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวของมัน

จางฮายังที่กำลังตกใจถามออกมา “น-นี่มันอะไรกัน? นี่มันสุนัขจริงๆ เหรอ?”

ผมเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน จากการที่ประกายแสงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มันไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือ ‘ประตูบานที่หนึ่งแห่งผู้บรรลุ’ ผมไม่เคยคิดเลยว่าปรมาจารย์ทลายนภาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ บ้าเอ้ย

ผมสามารถจัดการกับมันได้ถ้าผมเปิดเผยพลังออกมา แต่ร่างกายของผมก็ยังไม่ฟื้นตัว ผมยังไม่สามารถใช้เรื่องราวของผมได้มากเกินไปเพื่อจัดการกับมันอีกด้วย ในท้ายที่สุด มันก็มีทางเลือกเดียวเท่านั้น

“ยูจงฮยอค! ช่วยฉันที!”

ยูจงฮยอคเงียบ ไอ้หมอนี่ไม่ตอบ?

“ฉันจะช่วยนายหาลูกปัดวิญญาณปีศาจแห่งสำนักปีศาจโลหิตถ้านายช่วยฉันจัดการกับมัน!”

ยูจงฮยอคก็ยังไม่ตอบสนอง จากนั้นสุนัขก็ขยับ มันเร็วมากจนผมไม่อาจหลบมันได้โดยใช้วิถีแห่งสายลม มันเกิดขึ้นเมื่อผมกำลังจะใช้การปล่อยกระแสไฟฟ้า ยูจงฮยอคปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของผมและใช้ดาบเมฆสวรรค์ชุมนุมเพื่อป้องกันอุ้งเท้าของมัน

“ลูกปัดวิญญาณปีศาจยังไม่พอ เพิ่มดาบปีศาจทมิฬจิตวิญญาณอสูรไปด้วย”

เชี่ย ไอ้ขี้งกนี่

“…เข้าใจแล้ว จัดการมันที”

ยูจงฮยอคขยับดาบของเขาเบาๆ เพื่อสลัดจากสุนัขและออกกระบวนท่าด้วยสีหน้าจองหอง ประกายแสงสีเหลือเริ่มลอยออกมาจากร่างกายของยูจงฮยอค อย่างที่คาดไว้ ยูจงฮยอคก็ผ่านประตูบานที่หนึ่งไปแล้ว เดิมทีมันไม่ควรจะเป็นไปได้สำหรับเขาในเวลานี้

ปรมาจารย์ทลายนภาเครียดขึ้นมาเมื่อพลังแบบเดียวกันปรากฏขึ้น การเผชิญหน้ากันระหว่างมนุษย์และสุนัขเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างไม่น่าเชื่อ

พลังเวทมนตร์อันน่าสะพรึงกลัวเริ่มเบียดเบียนสภาพแวดล้อม ในนิยายต้นฉบับ ยูจงฮยอคเองก็ได้ชิงชัยกับปรมาจารย์ทลายนภา

「เซียนดาบทลายนภามีลูกศิษย์สองคน」

มันเป็นครั้งแรกที่เขามาหาเซียนดาบทลายนภาเพื่อเรียนรู้วิชาดาบ

「หนึ่งก็คือปรมาจารย์ทลายนภา สุนัขที่ถูกเลี้ยงดูโดยเซียนดาบทลายนภา」

คราวนั้นเขาอาจจะแพ้

「สองก็คือราชาสูงสุด ยูจงฮยอค」

แต่ตอนนี้มันจะต่างออกไป

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint