0 Views

ตอนที่ 228 – เซียนดาบทลายนภา (3)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ผมต้านทานคลื่นความโกรธและความขุ่นเคือง และตะโกนเข้าใส่เธอ “เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน!”

จากนั้นข้อความของกลุ่มดาวก็เข้ามาในหัวของผม

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ประหลาดใจ]

[กลุ่มดาวสองสามกลุ่มกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ มีปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงต่อสายตาของคุณ]

ฮะ? อะไร? ทันใดนั้นเอง…

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ได้เข้าสู่ช่อง]

…อ่า อูรีเอล!

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ประหลาดใจ!]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ประหลาดใจ!]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ประหลาดใจ!]

มันไม่แปลกเลยที่อูรีเอลจะเข้ามาในช่องเนื่องจากมันเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์แอสโมเดียส ปัญหาคือข้อความจากกลุ่มดาวที่ตามมา

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังถามว่าเกิดอะไรขึ้น]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ บอกว่าเขาไม่รู้อะไรมาก]

[กลุ่มดาวที่ชอบเปลี่ยนเพศหัวเราะคิกคัก]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังมุ่งหน้าไปยังเนบิวลา ‘แอสการ์ด’]

การหลั่งไหลของข้อความจากกลุ่มดาวอย่างฉับพลันทำให้ผมตื่นขึ้นมา นี่มันอะไรกัน? ทำไมพวกเขาถึงกำลังชี้หน้าผม…

ผู้ลงโทษหายไปจากซอยอย่างรวดเร็วในขณะที่ผมสับสนกับข้อความของกลุ่มดาว

“อ๊ะ รอก่อน!” มันน่าเสียดาย นี่เป็นโอกาสที่จะได้เพื่อนร่วมงานดีๆ มา

จางฮายังไล่ตามผมมาและถาม “เป็นไงบ้าง? เธอสวยไหม?”

“เธอปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ประมาณสามสี่วันก่อน ข่าวลือว่าเธอสวยมากและมีความสามารถอันสุดยอดได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เธอยังเป็นคนที่เข้าใจยากด้วย”

“พรุ่งนี้เธอจะมาไหม?”

ผมไม่อาจเข้าใจวิถีดาบของเธอได้ แต่เธอก็คงจะช่วยได้มากแน่ๆ ในการคัดเลือกราชาปีศาจ อย่างไรก็ตาม คนๆ นี้โผล่มาจากไหนกัน เธอไม่ได้อยู่ในนิยายต้นฉบับเลย…

“เธอโผล่มาทุกวัน ดังนั้นพรุ่งนี้ก็น่าจะมา เจ้าชอบเธอเหรอ?”

“มันไม่ใช่แบบนั้น”

“ข้าล้อเล่น ข้าล้อเล่น ข้ารู้ เจ้าไม่ได้ชอบผู้หญิง”

“…ใครบอก?”

ข่าวลือแบบนี้มาจากไหนกัน…

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังมองมาที่คุณ]

…ผมคิดว่าผมรู้แล้วว่าข่าวลือมาจากไหน

“มันสักพักแล้วนะ อูรีเอล”

***

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังชูจมูกของเธอขึ้นพร้อมกับกระแอม]

ผมฟังข้อความของอูรีเอลในขณะที่มุ่งหน้ากลับไปยังห้องรักษาพร้อมกับอูรีเอล

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยกย่องตัวเอง]

เรื่องราวของอูรีเอลส่วนใหญ่เกี่ยวกับวิธีที่เธอโน้มโน้มให้ยูจงฮยอคมาที่โลกปีศาจ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นอูรีเอลที่ชักชวนให้ยูจงฮยอคมาช่วยชีวิตของผม มันเป็นอย่างที่ผมคิด เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยผมเองจริงๆ

“ร่างสัญลักษณ์ของเธอกำลังถูกซ่อมอยู่ เธอจะเข้าไปในนั้นได้อีกครั้งเมื่อมันเสร็จ”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล]

“อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ส่วนบุคคลอะไรที่เธอมอบให้กับยูจงฮยอค? มันคงจะอันตรายสำหรับทูตสวรรค์ที่จะปลดปล่อยสถานการณ์ส่วนบุคคลในโลกปีศาจ”

ในความเป็นจริง มันอันตรายมากสำหรับกลุ่มดาวระดับสูงอย่างอูรีเอลที่จะมายังโลกปีศาจ

เนบิวลาเอเด็นมีการต่อสู้กับเจ็ดสิบสองราชาปีศาจแห่งโลกปีศาจ บางทีอูรีเอลอาจจะเข้าใจเรื่องนี้และแสดงตัวในฐานะร่างสัญลักษณ์ แทนที่จะเป็นร่างอวตาร อูรีเอลคงจะไม่ไร้ประโยชน์ต่อหน้าแอสโมเดียสขนาดนี้ถ้ามันไม่ใช่ที่นี่

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังทำสีหน้าบูดบึ้ง]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ บอกว่ามันไม่สำคัญอีกต่อไป]

เมื่อการเชื่อมต่อระหว่างยูจงฮยอคและอูรีเอลถูกตัดขาด สถานการณ์ส่วนบุคคลของอูรีเอลก็ถูกบังคับให้ยุติลง ยูจงฮยอคบอกว่าเขาได้รับสถานการณ์ส่วนบุคคลอีกอัน

ผมกำลังฟังเรื่องราวของอูรีเอลอยู่ แต่จางฮายังก็เข้ามาขัดจังหวะ “เจ้าสนิทกับกลุ่มดาวขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ฉันเองก็เป็นกลุ่มดาว”

“…อะไรนะ? เจ้ากำลังล้อเล่นอยู่เหรอ?”

“ฉันไม่ได้บอกนายเหรอ?”

จางฮายังทำสีหน้าซับซ้อน “กลุ่มดาว… สิ่งมีชีวิตบนฟากฟ้า? เหมือนกับมัมมี่ที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนเช้าเหรอ?”

“ก็ทำนองนั้นแหละ”

“นั่นคือเหตุผลที่มีคำขยายอยู่ กลุ่มดาวในชีวิตอยู่ในบริบทของคำขยายนั้นๆ…”

เมื่อมาคิดดู มันก็มีเรื่องแบบนั้นอยู่ ธรรมชาติของกลุ่มดาวอยู่ภายในบริบทของคำขยาย ผมเสียหายทันทีที่ผมกลายเป็นกลุ่มดาว ดังนั้นผมจึงไม่ได้เห็นบริบทที่ว่า…

“ใช่แล้ว กลุ่มดาวเหล่านั้น”

“แล้วคำขยายของเจ้าคืออะไร”

จางฮายังตระหนักถึงสถานะของผมในฐานะกลุ่มดาวและเกิดความสงสัยขึ้นมา ผมอดยิ้มไม่ได้ ไอ้หมอนี่ต้องประหลาดใจแน่ๆ เมื่อได้รู้ว่าผมเป็นใคร

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ตื่นตัวต่ออวตาร ‘จางฮายัง’]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังเตือนอวตาร ‘จางฮายัง’ ว่าอย่าเป็นมิตรเกินไป!]

“เอ่อ…!” จางฮายังถูกอูรีเอลขู่และรีบถอยไปจากผมอย่างรวดเร็ว

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เผยรอยยิ้มเทพธิดา]

ทำไมทูตสวรรค์ถึงพูดแบบนี้กับเขา? ผมเข้าไปในห้องและเห็นยูจงฮยอคนั่งสบายๆ อยู่บนโต๊ะพร้อมกับดื่มชา “นายมาสายนะ”

“อะไร? นายอยู่ที่นี่แล้วเหรอ?”

ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหนมา แต่รองเท้าของยูจงฮยอคนั้นถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น ชาเองก็เปลี่ยนไป มันมีชาสมุนไพรอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? เมื่อมาคิดดูแล้ว รสนิยมของชายคนนี้ก็ละเอียดอ่อนจริงๆ

ยูจงฮยอคเหลือบมองจางฮายังด้านหลังผม “นั่นคือคนที่นายพูดถึงเหรอ?”

“ใช่” ผมตอบและจางฮายังก็ก้าวออกมา

“…นี่คือดยุคคนใหม่งั้นเหรอ? สวัสดี ข้าอาสลัน”

“เหอะ คนหยาบคาย”

“ขอโทษ ข้ามันหยาบคายจริงๆ”

สายตาของพวกเขาปะทะกันในอากาศ ผมรู้สึกถึงบรรยากาศที่เริ่มอึดอัดและรีบขัดจังหวะ “นี่เป็นครั้งแรกที่พวกนายเจอกันรึเปล่า? ยูจงฮยอค ไม่ใช่ว่านายมาที่นี่หลายวันแล้วเหรอ?”

“มันไม่มีเวลาให้ทักทาย งั้นสหายคนใหม่ของนายก็คือคนที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายงั้นเหรอ?”

“ใช่”

“ฉันเกลียดผู้ชายที่อ่อนแอ”

“…ข้าไม่ได้อ่อนแอ?” จางฮายังยื่นหน้าอกออกมา แต่เขาก็ไม่มองเข้าไปในดวงตาของยูจงฮยอค เขาอาจจะมีกำแพงไร้นาม แต่พลังของเขาก็ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับยูจงฮยอค พวกเขาคือตัวละครหลักทั้งคู่ แต่ยูจงฮยอคก็เป็นคนแรก

ยูจงฮยอคลดถ้วยชาของเขาลงอย่างเงียบๆ และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เขาไม่ใช่คนที่ควรค่าแก่การรอ คงไม่ได้มีไอ้หมอนี่คนเดียวนะ?”

ผมตอบกลับอย่างรวดเร็วแทนจางฮายังที่โดนว่า “โอ้ ยังมีอีกหนึ่ง ฉันยังไม่ได้คุยกับคนๆ นั้น แต่ฉันก็เจอคนดีๆ แล้ว”

“ใครกัน?”

“เธอชื่อว่าผู้ลงโทษ เธอปรากฏตัวขึ้นเมื่อไม่นานนี้ และฉันคิดว่าเธอใช้ได้เลยทีเดียว”

การแสดงออกของยูจงฮยอคซับซ้อนกับคำพูดของผม “คนๆ นั้นคงเป็นไปไม่ได้”

“อะไร? ทำไม?”

“ฉันพยายามชวนเธอแล้ว แต่ล้มเหลว”

“นายพูดอะไรกับเธอ? นายหมายความว่าไง? อะไรแบบ: ฉันจะฆ่าเธอถ้าเธอไม่รวมมือกับฉันอย่างงี้รึเปล่า―”

ผมนั่งเงียบให้กับสีหน้าอันฉุนเฉียวของยูจงฮยอค ยูจงฮยอคต้องมีเหตุผลดีๆ แน่ถ้าเขาพูดแบบนี้ ผมไม่รู้ แต่บางทีเขาอาจจะเคยมีความรักหรือความเกลียดชังกับเธอก็ได้ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันและมีความสัมพันธ์อะไรกับยูจงฮยอค? เธอไม่ได้อยู่ในนิยายต้นฉบับ… ไม่สิ ต้นฉบับได้เปลี่ยนไปนิดหน่อยแล้ว และมันอาจจะมีเรื่องราวใหม่ ผมควรจะมองหามันในไม่ช้า

“งั้นก็เหลือคนเดียว…”

จางฮายังสบตากับผมและตอบด้วยสีหน้าหม่นหมอง “ทำไม อะไรอีก?”

“ที่ฉันบอกไปจัดการรึยัง?”

“เรียบร้อยแล้ว”

“แล้วผู้บรรลุที่ฉันบอกไปล่ะ?”

“ข้าได้รับคำตอบแล้ว มาดูสิ”

ยูจงฮยอคเลิกคิ้วขึ้นในขณะที่เขาฟังบทสนทนาระหว่างผมกับจางฮายัง “ผู้บรรลุ? นายกำลังพูดอะไร?”

“อ่า คนๆ นี้สามารถติดต่อกับสิ่งมีชีวิตในสถานการณ์อื่นได้ เขามีประโยชน์มากใช่ไหม?”

มันเป็นแผนการที่จะดึงดูดความสนใจของเขา แต่สีหน้าของยูจงฮยอคก็ยังเฉยเมย “แล้ว?”

“มันไม่จำกัดเพื่อนร่วมงานหรืออวตาร ถ้าพวกเรารับสมัครกลุ่มดาวหรือผู้บรรลุ―”

“กลุ่มดาวมันเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ไว้ใจพวกเขา”

“งั้นผู้บรรลุก็ได้ใช่ไหม?”

“นายคิดถึงใครงั้นเหรอ?”

ผมพยักหน้า “ฉันจะไปที่บู๊ลิ้ม”

“…บู๊ลิ้ม?”

“มันเป็นสถานที่ที่มีผู้บรรลุอยู่มากที่สุด”

“ฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่นะ แต่มันไม่มีอะไรมารับประกันว่าพวกเขาจะดีกว่ากลุ่มดาว มันมีปีศาจและคนชั่วร้ายอยู่มากมาย

“ฉันรู้ แต่มันมีคนอื่นอีกเหรอ?”

“นายคิดว่าพวกเขาจะช่วยนายเพียงเพราะพวกเขาประทับใจในจิตใจอันห้าวหาญเหรอ? ฉันจำไม่ได้นะว่าเห็นมนุษย์ดีๆ อยู่ในพวกบู๊ลิ้ม”

ผมรู้สึกไม่พอใจในน้ำเสียงของยูจงฮยอค อืม มันไม่ใช่จะไม่มีเหตุผลเนื่องจากเขามีประสบการณ์ในบู๊ลิ้มแล้วในการเสื่อมถอยครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม—

“อย่างน้อยก็คนหนึ่งที่อาจจะช่วยได้”

ผมเห็นการแสดงออกที่บิดเบี้ยวของยูจงฮยอคและพูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน “ฉันกำลังจะขอความช่วยเหลือจากเซียนดาบแยกนภา”

เซียนดาบแยกนภา หนึ่งในผู้บรรลุที่ทรงพลังที่สุดในหนทางเอาชีวิตทั้งหมด เธอไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดในเวลานี้ แต่ทักษะของเธอก็เพียงพอแล้ว มันเป็นเพราะเซียนดาบแยกนภาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจารย์ของยูจงฮยอค

“ทำไมต้องเป็นคนๆ นั้น?”

“เธอคือสิ่งมีชีวิตแหกคอกซึ่งไม่ได้ผูกติดอยู่กับความชอบธรรมหรือความไม่ชอบธรรม นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่ามันเป็นธรรมดาที่จะเลือกอาจารย์ของนายเหรอ?”

สีหน้าของยูจงฮยอคเลวร้ายยิ่งกว่าตอนที่เรื่องราวของผู้ลงโทษเกิดขึ้น สายตาของยูจงฮยอคเต็มไปด้วยความคับอกคับใจ… มันผิดปกติจริงๆ ยูจงฮยอคหน้าซีดและหน้าผากของเขาก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ “ไม่แน่ๆ”

“ทำไม?”

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ งั้นก็ไม่ คนๆ นั้นไม่มีทาง…”

แน่นอนว่าผมได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดมาแล้วและรู้ว่าทำไมยูจงฮยอคถึงเป็นแบบนี้ ช่วยไม่ได้ คราวนี้ผมต้องเคลื่อนไหวตามแผนของผม “ไม่ พวกเราต้องไป ฉันได้รับตั๋วมาแล้ว”

บียูลอยอยู่ในอากาศและส่งเสียงออกมา

[ป๊า!]

ข้อความสถานการณ์ใหม่ก็ตามมา

[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

บู๊ลิ้มคือพื้นที่สถานการณ์ที่มีผู้คนเดินทางไปมาอยู่บ่อยๆ ดังนั้นผมจึงสามารถซื้อตั๋วเคลื่อนย้ายจากกระเป๋าโดเกบิได้ แม้ว่ามันจะมีราคาถึง 50,000 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ข้อดีก็คือผมสามารถไปมาได้ตามใจ

“ยูจงฮยอค คิดให้ดี มันอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นเซียนดาบแยกนภา มันยังมีอีกหลายอย่างที่นายสามารถใช้ประโยชน์ได้”

บู๊ลิ้มคือสถานที่ที่มีนักรบอันหลากหลายจากสถานการณ์ที่ 20 ถึง 40 มารวมตัวกัน ถ้าพวกเราไปที่นั่นในเวลานี้ มันจะต้องมีข้อมูลและชิ้นส่วนลับอยู่มากมายแน่ๆ

ยูจงฮยอคปวดหัวอยู่นานก่อนที่จะถาม “นายจะไปตอนไหน?”

ผมยิ้มและตอบ “ตอนนี้”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint