0 Views

ตอนที่ 226 – เซียนดาบทลายนภา (1)

 

(กลุ่มลับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบโดเกบิระดับสูงแล้ว บีฮยองก็รู้สึกขี้เกียจขึ้นมา ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือการจัดการกับ ‘สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี’ ที่ถูกทิ้งไว้ให้เขาโดยอดีตผู้จัดการสาขากรุงโซล บาแรม บางครั้ง ทั้งหมดที่เขาทำอาจจะเป็นการนอนและเฝ้าดูสถานการณ์ที่เขาทำ

– ฮีวอน! ทางนี้!

– บ้าเอ้ย ฉันพลาดไปหนึ่ง คนหนึ่งกำลังไปทางทิศเหนือ!

บนหน้าจอ หนึ่งในสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่มีชื่อว่า ‘ไล่จับตุ่น’ กำลังเต็มไปด้วยความผันผวน มันเป็นสถานการณ์ที่พวกเขาต้องจับ ‘ตุ่นระเบิด’ ทั้งหมดที่หลบหนีออกมาภายในระยะเวลาที่กำหนด

เวลา

การระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวจะเกิดขึ้นถ้ามีตัวไหนพลาดไป แต่กลุ่มดาวบนคาบสมุทรเกาหลีก็ไม่ได้ดูเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรเลย

– ไททาโนเจอมันแล้ว ฉันจะจัดการมันกับยูซองเอง

อวตารแสดงให้เห็นถึงทีมเวิร์คและผลงานที่สมบูรณ์แบบ มันแตกต่างไปจากบางประเทศที่แผ่นดินหนึ่งในสี่ถูกทำลายไปจากสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แน่นอน สถานการณ์นี้คงจะไม่ได้รับการอนุมัติถ้ามันยากจนถึงขีดสุด

“บ้าเอ้ย ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้…”

บีฮยองบ่นในขณะที่เขากัดนิ้วมือของตน ในความเป็นจริง เขาสามารถเพิ่มความยากของสถานการณ์นี้ได้สูงขึ้นมาก มันอาจจะทำลายคาบสมุทรเกาหลีไปครึ่งหนึ่งและนำพาอวตารไปสู่หายนะอันน่าสะพรึงกลัว อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ทำเช่นนั้น

‘ข้าควรจะช่วยคิมทกจาในเวลานั้น… ถ้าข้าเพิ่มความยากขึ้นตรงนี้ พวกเขาจะต้องตายแน่ๆ’

มันสายเกินไปที่จะเสียใจในตอนนี้ ไม่ว่ามันจะมีการเตรียมการมากแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตได้เมื่ออยู่นอกสถานการณ์

[กลุ่มดาวในคาบสมุทรเกาหลีกำลังสนับสนุน ‘ปาร์ตี้ของคิมทกจา’]

[กลุ่มดาวในคาบสมุทรเกาหลีสนับสนุน 2,000 เหรียญ]

เหตุผลที่ช่องของบีฮยองยังคงอยู่ได้ก็เพราะการซับสไคร้ที่คิมทกจาทิ้งไว้ให้ กลุ่มดาวกำลังสนับสนุนสถานการณ์อย่างต่อเนื่องไม่ว่าพวกมันจะน่าสนใจหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ช่องนี้ก็ไม่ได้มีแค่กลุ่มดาวแบบนั้น

[กลุ่มดาวจำนวนมากเบื่อกับความคืบหน้าของสถานการณ์]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มออกจากช่องไปแล้ว]

คิมทกจาได้หายตัวไป และยูจงฮยอคก็ทิ้งสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีไป ดังนั้นจำนวนกลุ่มดาวที่ทิ้งช่องไปจึงเพิ่มขึ้นทุกวัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง บีฮยองกำลังตายอย่างช้าๆ

‘ข้าต้องทำการเปลี่ยนแปลง แต่ยังไง?’

แน่นอนเขารู้วิธี หากเขายกระดับความยากของสถานการณ์ขึ้นเหมือนเมื่อก่อนและหลอกกลุ่มดาวอีก การซับสไคร้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บีฮยองก็ไม่ต้องการนำพาสถานการณ์ไปทางนั้นอีกต่อไป

‘บางทีข้าก็อาจเปลี่ยนไปด้วย’

เขาเปลี่ยนไปจากตัวตนเก่าที่ไล่กวดการกระตุ้นสถานการณ์โดยไม่มีเงื่อนไขและไม่สนใจอะไรเกี่ยวกับความเป็นความตายของอวตาร บีฮยองต้องการเล่าเรื่องราวที่แตกต่าง เขาต้องการลืมถึงสิ่งที่สำนักงานพูดถึงและเห็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป เหมือนกับสถานการณ์ที่สร้างขึ้นโดยโดเกบิรุ่นแรก บางสิ่งที่จะสามารถถูกจดจำไปได้อีกนาน…

– บีฮยอง

บีฮยองได้ยินอะไรบางอย่างผ่านการสื่อสารของโดเกบิและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

– เจ้าดูดีหนิ เป็นไงบ้าง?

ใบหน้าที่ปรากฏบนหน้าจอคือบาแรม อดีตผู้จัดการสาขากรุงโซลที่จากโซลโดมไปหลังจากกลายเป็น ‘ผู้สมัครตำแหน่งมหาโดเกบิ’ บีฮยองที่กำลังประหลาดใจทำท่าทางสุภาพอย่างรวดเร็ว

หลังจากออกจากสาขากรุงโซลไป บาแรมก็เข้าสู่สำนักบริหารอาวุโส มันเป็นสถานที่ที่โดเกบิที่ฉลาดที่สุดจากทั่วโลกจะมารวมตัวกัน

บาแรมบนหน้าจอดูน่าประทับใจมากกว่าที่เขาเคยเป็นมาก่อน

– ข้าติดต่อมาหาเจ้าเพราะข้ามีหลายเรื่องเลย

“หลายเรื่อง…?” บีฮยองดูประหม่านิดหน่อย มันเป็นเพราะเขาไม่เคยได้รับข่าวดีเลยเมื่อบาแรมพูดด้วยความหมายแบบนี้

– มันมีร่องรอยของเรื่องราวขนาดยักษ์

“…ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะหนิก่อนที่จะถึงกิแกนโทมาเคียหรือแรคนาร็อค?”

– มันไม่ใช่เรื่องราวเหล่านั้น เรื่องราวที่ว่ากำลังเกิดขึ้นในโลกปีศาจ

การแสดงออกของบีฮยองเปลี่ยนไปกับคำว่า ‘โลกปีศาจ’

“มันคือการคัดเลือกราชาปีศาจงั้นเหรอ?”

บีฮยองมองไปบาแรมที่กำลังพยักหน้าและกลืนน้ำลาย แตกต่างจากเรื่องราวขนาดยักษ์ที่ปรากฏขึ้นเป็นประจำ การคัดเลือกราชาปีศาจเป็นสถานการณ์ที่หายากมาก บีฮยองไม่เคยเห็นการคัดเลือกราชาปีศาจด้วยตัวเองมาก่อน

‘การคัดเลือกครั้งสุดท้ายคือเมื่อ 800 ปีที่แล้ว’

แค่จินตนาการถึงเรื่องราวขนาดยักษ์ที่ว่าก็ทำให้หัวใจของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้นแล้ว บาแรมอ่านใจของบีฮยองได้และหัวเราะออกมา

– เจ้าตั้งตารออะไรอยู่เหรอ?

“ข้าตั้งตารอคอยมัน แต่ในขณะเดียวกันข้าก็รู้สึกเสียใจด้วย ใครคือโดเกบิที่รับผิดชอบเหรอ?”

โลกปีศาจเป็นเขตแดนของเวนนี่แมนมานับตั้งแต่สมัยโบราณ มันเป็นพื้นที่สถานการณ์อันแห้งแล้งที่ช่องแทบไม่เคยเปิด นี่คือโลกปีศาจ งั้นการออกอากาศของการคัดเลือกราชาปีศาจ…

– เวลานี้มันต่างออกไป สำนักงานตัดสินใจที่จะส่งโดเกบิไปยังโลกปีศาจ

“ฮะ? เรื่องนั้น…”

โดเกบิไม่ได้เข้าไปยุ่งในการทำงานของเวนนี่แมน และเวนนี่แมนก็ไม่เข้ามายุ่งในการทำงานของโดเกบิ นี่คือ ‘พันธสัญญาแห่งขอบฟ้า’ ในตอนนี้คำพูดของบาแรมนั้นขัดแย้งกับพันธสัญญาโดยตรง

– ตอนแรกข้าวางแผนที่จะเปิดช่องหลังจากเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับเวนนี่แมน แต่มันก็กลายเป็นเรื่องซับซ้อนขึ้นมา พวกเขาทำลายสัญญาก่อน

“พวกเขาทำผิดสัญญา?”

– มีช่องที่ผิดกฎระเบียบเกิดขึ้นในโลกปีศาจ

“…ฮะ?”

มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามสามัญสำนึก ไม่มีโดเกบิอยู่ในโลกปีศาจ ถ้างั้นช่องจะเปิดได้ยังไง?

– ข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับรายละเอียดที่แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสำนักงานจึงอยู่ในความโกลาหลในขณะนี้

“ถ้าเวนนี่แมนขโมยช่องไป ท่านจะปิดมันจากที่นี่ไม่ได้เหรอ?”

สิทธิ์ในการดำเนินงานของช่องถูกจำกัดให้โดเกบิ แม้ว่าเวนนี่แมนจะขโมยช่องไปโดยใช้ลูกไม้แปลกๆ สำนักงานก็สามารถจัดการกับมันได้อย่างง่ายดายโดยการปิดช่องไป

– ปัญหาไม่ใช่เวนนี่แมน

“มันไม่ใช่เวนนี่แมน? งั้นใครเป็นคนเปิดช่อง?”

– ดูเหมือนว่ามีโดเกบิอยู่ในโลกปีศาจ

“…โดเกบิ?”

เดี๋ยวก่อน… หรือว่า? ไม่ ไม่ มันเป็นไปไม่ได้ บาแรมพูดต่อ

– ไม่ว่ายังไง นั่นก็คือเหตุผลที่ข้าส่งโดเกบิจากสำนักงานไปยังโลกปีศาจ

“ข้ารู้ อย่างไรก็ตาม ทำไมท่านถึงบอกเรื่องนี้กับข้า?”

– เจ้าอยู่ในรายชื่อที่จะถูกส่งไป

“ข้ารับผิดชอบคาบสมุทรเกาหลีอยู่”

– โดเกบิคนอื่นจะรับผิดชอบคาบสมุทรเกาหลีไปสักพัก พาโดเกบิระดับกลางสักสองสามคนมา และไปยังโลกปีศาจ

บีฮยองเงียบไปครู่หนึ่ง ออกจากสถานการณ์โลกที่ร้อนแรงที่สุดและไปยังโลกปีศาจ? นี่เป็นเหมือนกับการลดตำแหน่ง

– มันก็ไม่ได้มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นในคาบสมุทรเกาหลีหนิ? อย่ารู้สึกเสียใจไปหน่อยเลย ความฝันของเจ้าในการก้าวขึ้นสู่ระดับสูงขึ้นนั้นสามารถบรรลุได้ถ้าเจ้าทำสิ่งนี้ได้ดี

“…เมื่อครั้งที่แล้วท่านก็พูดแบบนี้ ทำไมถึงต้องเป็นข้า?”

– ข้าไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัด แต่ผู้เฒ่าบอกว่าต้องเป็นเจ้า

มันไม่มีช่องให้ปฏิเสธถ้าพวกเขาตัดสินใจแล้ว การแสดงออกของบีฮยองเริ่มหดหู่ เขาต้องไปยังพื้นที่อันตรายนั่นเหรอ?

– ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่อย่าเศร้าไป มันไม่ใช่การลดตำแหน่ง กลับกัน ข้ามีข้อมูลอีกหนึ่งชิ้นที่เจ้าอาจจะอยากได้ยิน

บีฮยองเงยหน้าขึ้นโดยไม่คาดหวังอะไรในขณะที่บาแรมพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

– ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นได้ปรากฏตัวในโลกปีศาจ

***

พวกเราเงียบกันมานาน เวลาผ่านไป 30 นาทีหลังจากคำพูดของยูจงฮยอคก่อนที่ในที่สุดผมจะพูดออกมา ใน 30 นาทีที่ผ่านมา ผมเห็นไอลีนเข้ามาและออกไปครั้งหนึ่ง

“…ยูจงฮยอค นายได้เอาตุ๊กตาอูรีเอลมาด้วยไหม?”

ยูจงฮยอคดึงตุ๊กตาออกมาอย่างเงียบๆ ให้กับคำถามของผม ผมตรวจดูตุ๊กตาอย่างถี่ถ้วน แขนและขาต่างถูกฉีกขาด มันอาจเป็นร่างสัญลักษณ์ แต่ร่างกายที่แท้จริงของอูรีเอลก็คงจะได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งนั้น ทูตสวรรค์ที่มีความหยิ่งยโสเช่นนั้นกำลังทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อยู่ในโลกปีศาจ

“…ตอนนี้ฉันกลับไปไม่ได้แล้ว”

“ฉันรู้”

เขาตอบราวกับว่าเขารู้อยู่แล้ว ผมหันหัวไปและเห็นว่ายูจงฮยอคเองก็กำลังดูตุ๊กตาอูรีเอลอยู่ พวกเราไม่ได้พูดอะไรกัน แต่พวกเราก็สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

“นายจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกราชาปีศาจงั้นเหรอ?”

“…ใช่แล้ว”

การเลือกราชาปีศาจ มันเป็นสถานการณ์ที่ผมต้องผ่านไปให้ได้เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มดาวในอนาคต

“ฉันขอโทษสำหรับสมาชิกปาร์ตี้นะ แต่ฉันต้องได้เรื่องราวขนาดยักษ์ของที่นี่” ผมพูดในขณะที่ลูบแขนที่ถูกฉีกของอูรีเอลอย่างระมัดระวัง “ด้วยวิธีนี้ ฉันจึงจะสามารถเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ทำลายล้างในอนาคตได้”

ตัวเลือกของผมคงจะถูกจำกัดถ้าผมกลับไปที่โลก ผมได้โอกาสมาที่นี่และสร้างพลังของผม ดังนั้นมันจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะกลับไปในตอนนี้ สถานการณ์ยากขึ้นกว่านิยายต้นฉบับไปแล้ว ผมคงจะเสียเวลาเปล่าๆ ถ้าผมกลับไปที่โลก

ยูจงฮยอคจ้องมองมาที่ผมสักพัก “มันก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่อะไร”

น้ำเสียงของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง บางทียูจงฮยอคอาจจะเข้าใจผมยิ่งกว่าใคร มันเป็นเพราะเขาได้สูญเสียสิ่งมีค่าของเขาไปเมื่อเขาอ่อนแอ

ผมถาม “นายจะทำอะไรต่อ?”

“ฉันจะอยู่ที่โลกปีศาจต่อไปสักพัก มันมีสถานการณ์ส่วนบุคคลอยู่ที่นี่ ดังนั้นฉันจึงไม่อาจออกไปได้ในทันที”

โอ้ ผมเข้าใจแล้ว

“จริงเหรอ? ถ้านายไม่รังเกียจ ทำไมนายไม่มาช่วยฉันล่ะ?”

“ฉันกำลังจะช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่นาย”

ผมเงยหน้าขึ้นมองยูจงฮยอคเพราะผมอยากจะรู้ว่าเขาหมายความถึงอะไร เห็นได้ชัดว่ามันเป็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป “…นายวางแผนที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกราชาปีศาจด้วยไหม?”

“มันเป็นเรื่องธรรมดา”

จิตใจของผมเริ่มซับซ้อนขึ้น ไอ้หมอนี่ เขากำลังคิดที่จะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกราชาปีศาจ…?

“เดี๋ยว! นายบอกให้ฉันกลับไปที่โลก…”

ยูจงฮยอคไม่สนใจผมและลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง แสงสลัวของพระอาทิตย์ตกดินทำให้เกิดเงาดำบนใบหน้าของยูจงฮยอค ตามหนทางเอาชีวิตรอด ยูจงฮยอคจะแสร้งทำหน้าหล่อเมื่อเขาถูกจับได้

ไอ้บ้านี่ เขาต้องการที่จะส่งผมกลับไปยังโลกและกลายเป็นราชาปีศาจ ไอ้หน้าไม่อายเอ้ย

จากนั้นยูจงฮยอคก็พูดออกมา “พวกเขากำลังมา”

ความเย็นพรั่งพรูขึ้นจากนอกหน้าต่างในขณะที่ไอลีนและมาร์ควิ่งผ่านประตูห้องเข้ามา ผมสามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ต้องฟังพวกเขา มันเป็นเพราะบียูได้ตื่นขึ้นมาแล้วและจ้องมาที่ผมด้วยความเป็นกังวล

[กลุ่มดาว ‘ผู้สร้างมวลมนุษย์’ กำลังมองมายังเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค]

[กลุ่มดาว ‘ฟาโรห์คนสุดท้าย’ กำลังมองมายังเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค]

[กลุ่มดาวแห่งเนบิวลาบางกลุ่มกำลังมองมายังเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค]

ดวงดาวกว่าสิบดวงกะพริบบนท้องฟ้า และหนึ่งในดวงดาวพวกนั้นก็เปล่งแสงอันเจิดจ้าและประกายแสงออกมา หลังจากนั้นครู่หนึ่ง รูปร่างขนาดยักษ์ก็เริ่มปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าของเขตอุตสาหกรรม

มันเป็นการจุติโดยตรงของร่างอวตาร มันคือมัมมี่ยักษ์ที่มีมงกุฎสีทองอยู่บนหัวของมัน ความสูงของมันเหนือกว่ากำแพง และอวตารในเขตอุตสาหกรรมก็เริ่มกรีดร้องออกมา

ถ้าผมจำไม่ผิด นี่คืออวตารที่เป็นของพาไพรัส นอกจากนี้ พาไพรัสยังได้ร่วมมือกับบาร์แคน

ยูจงฮยอคพูดด้วยน้ำเสียงที่แย่มาก “…ฉันเดาว่าพวกเขาคงมาประท้วงนะ”

มันไม่จำเป็นต้องถามว่าเป็นการประท้วงเกี่ยวกับอะไร โหมโรงของการคัดเลือกราชาปีศาจเริ่มขึ้นแล้ว

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint