0 Views

ตอนที่ 224 – แอสโมเดียส (5)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

“ตลกดีจัง ฉันยังไม่ได้เป็น ‘ราชาปีศาจ’ ด้วยซ้ำ ฉันจะไปมอบชิ้นส่วนในเรื่องราวขนาดยักษ์ที่ฉันไม่มีให้ได้ยังไง?”
“เจ้าสามารถทำได้ถ้าข้าช่วย” แอสโมเดียสมีความมั่นใจอันจองหองอยู่บนใบหน้าของเขา มันเป็นการแสดงออกที่บอกว่าการกลายเป็น ‘ราชาปีศาจ’ นั้นง่ายๆ ผมมองหน้าของเขาและพูดต่อ
“…โอเค ฉันจะแบ่งให้ถ้าฉันกลายเป็นราชาปีศาจ”
ในเวลานั้นเอง ดวงดาวบนท้องฟ้าก็เปล่งประกาย
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มผิดหวังกับการตัดสินใจของคุณอย่างมาก]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังจ้องมองคุณด้วยสายตาเป็นทุกข์]
[กลุ่มดาวที่ชอบเปลี่ยนเพศต้องการเปลี่ยนเพศของคุณ]
กลุ่มดาวแสดงปฏิกิริยารุนแรงกว่าที่ผมคาด อย่างไรก็ตาม มันก็ช่วยไม่ได้ในตอนนี้ ถ้าผมไม่รู้วิธีต่อกรกับแอสโมเดียส ผมก็ไม่อาจทำอะไรที่เป็นปรปักษ์กับเขาได้
แอสโมเดียสหัวเราะเหมือนกับว่าเขาพอใจในคำตอบของผม “คิดได้ดี เจ้าจะให้ข้าเท่าไหร่?”
“30%”
ความผิดหวังเล็กน้อยส่องประกายทั่วใบหน้าของแอสโมเดียส “มันน้อยเกินไป”
“นายไม่คิดว่าตัวเองโลภเกินไปเหรอ?”
“50% และเขียนสัญญาที่นี่”
ช่างเป็นคนขี้โกงที่ไร้ยางอายอะไรแบบนี้ ถ้าผมมอบเรื่องราวขนาดยักษ์ให้ครึ่งหนึ่ง ผมคงจะไม่สามารถดึงความแข็งแกร่งของมันออกมาได้หากไม่ได้รับการอนุญาตจากแอสโมเดียส ผมส่ายหัวอย่างมั่นคง “ฉันไม่อาจลงนามในข้อตกลงนั้นได้”
“ทำไม?”
ก้อนกรวดเริ่มลอยขึ้นไปในอากาศ นี่เป็นการข่มขู่อย่างโจ่งแจ้ง แต่ผมคงจะไม่มาที่นี่ถ้าผมจะยอมกับการข่มขู่แบบนี้ ผมจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและพูดต่อ “ฉันไม่ได้จะมอบเรื่องราวให้แค่กับนาย”
ความเงียบงันบังเกิดขึ้นด้วยคำพูดของผมในทันที ใบหน้าของแอสโมเดียสนั้นว่างเปล่า และเขาก็ไม่เข้าใจความหมายของผม ดวงดาวรอบตัวผมทั้งหมดกลั้นลมหายใจของตัวเองและขอความกระจ่าง
“30% ของเรื่องราวขนาดยักษ์จะถูกมอบให้ในฐานะหุ้นแข่งขัน”
“…หุ้นแข่งขัน?”
“หมายความว่าใครก็ตามที่ช่วยฉันจะได้รับส่วนแบ่งจากหุ้นเหล่านั้น ขอบเขตที่พวกเขาได้รับจะขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมในเรื่องราวทั้งหมด”
สายตาที่จ้องมองมาที่ผมจากท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนไปทีละคน
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ทำสีหน้าสนใจ]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มเกิดความโลภขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดของคุณ!]
‘หุ้นแข่งขัน’ เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่ผมสามารถเสนอออกไปได้ ถ้าผมต้องร่วมมือกับอสูร มันคงจะดีกว่าถ้าจะได้ขยายตัวเลือกของอสูร แอสโมเดียสสังเกตเห็นความตั้งใจของผม และการแสดงออกของเขาก็แข็งขึ้น “…ข้าถูกหลอก”
“ฉันไม่ได้โกหก”
ก้อนกรวดลอยอยู่ในอากาศพุ่งเข้าหาผม พูดให้ถูกกว่านั้น มันพุ่งเข้าหายูจงฮยอค มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงซึ่งไม่อาจป้องกันได้ง่ายๆ มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับผมในอดีต แต่ไม่ใช่ตอนนี้
มันเป็นเพราะตอนนี้ผมไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หินที่ลอยอยู่ในอากาศถูกจับไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มกำลังจ้องมองราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหา]
มันเป็นสถานการณ์ที่ผมได้ประกาศว่าจะแบ่งส่วนแบ่งในเรื่องราวขนาดยักษ์ กลุ่มดาวที่กำลังเล็งมาที่ส่วนแบ่งเหล่านี้ย่อมไม่อาจเมินเฉยต่อการกระทำของแอสโมเดียสได้ แอสโมเดียสกัดฟันของเขา อย่างไรก็ตาม แม้แต่แอสโมเดียสก็ไม่ต้องการเสียความเป็นไปได้ในสถานที่แบบนี้กับกลุ่มดาวจำนวนมาก นอกจากนี้ มันยังมีกลุ่มดาวที่น่ากลัวอยู่ด้วย
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังจ้องมองไปยังราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหา]
แอสโมเดียสจ้องไปที่อากาศอยู่พักหนึ่งก่อนจะเรียกพลังของเขากลับคืนมา หินสูญเสียการสนับสนุนและล้มลงกับพื้นในทันที
[ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหาผิดหวังในตัวคุณ]
แอสโมเดียสพูดด้วยสีหน้าน่ากลัว “เจ้าทำพลาดไปแล้ว เจ้าไม่ใช่แค่คนเดียวที่จะกลายเป็นราชาปีศาจได้ เจ้าได้ทิ้งโอกาสครั้งสำคัญไปแล้ว”
มันเป็นน้ำเสียงที่บอกว่าเขาสามารถให้โอกาสกับคนอื่นได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ คงจะซับซ้อนหากแอสโมเดียสร่วมมือกับคนอื่น อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่หวั่นไหว “อืม ฉันคิดว่าเป็นนายนะที่ทิ้งโอกาสไป ไม่ใช่ฉัน”
ผมคิดถึงเรื่องว่าทำไมแอสโมเดียสถึงเลือกผม สามัญสำนึกบอกว่ามันคงง่ายกว่าที่แอสโมเดียสจะไปยื่นข้อเสนอให้กับเบอร์แคนหรือเมลเลดอน แทนที่จะเป็นผม ผมคือมนุษย์และกลุ่มดาว ในขณะที่ทั้งสองนั้นคือปีศาจ
แต่แอสโมเดียสกลับมายื่นข้อเสนอให้กับผมก่อน มันมีเหตุผลที่น่าสนใจสำหรับการที่แอสโมเดียสเลือกผม ในความเป็นจริง การแสดงออกของแอสโมเดียสก็ดูจะเครียดไปเล็กน้อยเมื่อผมปฏิเสธ “…มันไม่เป็นที่พอใจจริงๆ เจ้าไม่รู้เหรอว่าข้าคือราชาปีศาจ?”
จอมปีศาจทำสีหน้าแบบนี้ออกมา มันเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่งจากมุมมองของหนทางเอาชีวิตรอด ผมส่ายหัวช้าๆ “มันไม่สำคัญว่านายจะเป็นราชาปีศาจหรือกลุ่มดาว ฉันแค่อยากให้เรื่องราวของฉันเป็นเรื่องราวที่ดีที่สุด”
“เรื่องที่ดีที่สุด?”
“นายก็น่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไรเนื่องจากนายคือสมาชิกของสมาคมนักชิม”
การแสดงออกของแอสโมเดียสเปลี่ยนไปตามคำพูดของผม มันเป็นใบหน้าที่ทั้งสับสนและยินดี แอสโมเดียสจ้องมาที่ผมด้วยสีหน้าที่ยากสำหรับมนุษย์จะอธิบายและพูดออกมาหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที
[…ผู้ท้าชิงจะทดสอบทักษะการปรุงของราชาปีศาจ…?]
ผมกลั้นหายใจให้กับจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่เล็งมาที่ผม มันเหมือนกับว่าห้วงมิติและกาลเวลาทั้งหมดในพื้นที่ได้ตกอยู่ในการควบคุมของราชาปีศาจ กลุ่มดาวที่กำลังสับสนเปล่งแสงออกมา แต่ความมืดรอบๆ ตัวพวกเขาก็หนาแน่นมากจนพลังของพวกเขาไม่อาจมาถึง
นี่คือพลังที่แท้จริงของราชาปีศาจ ถ้าแอสโมเดียสใช้พลังทั้งหมดของเขาจริงๆ ผมก็มั่นใจว่ายูจงฮยอคและผมจะหายไปโดยไม่ต้องคำนึงถึงตัวตนของเห้งเจียเลย เขากำลังเปิดเผยพลังนี้อยู่ในตอนนี้เพื่อเป็นทั้งข้อพิสูจน์และคำเตือน
[ราชาปีศาจ ‘แอสโมเดียส’ เผยให้เห็นความชื่นชอบต่อคุณอย่างเบาบาง]
มันเป็นคำเตือนว่าเขาจะฆ่าผมได้ตลอดเวลา แอสโมเดียวหัวเราะจากภายในความมืด
[ข้าชอบมัน วันนี้ข้าจะยอมให้ก่อน]
โชคดีที่สถานการณ์ดูเหมือนจะสงบลง ผมไม่ได้แสร้งทำเป็นสนับสนุนแอสโมเดียส และเขาก็ไม่ได้สูญเสียส่วนแบ่งในเรื่องราวไปจริงๆ มันมีที่ว่างสำหรับการเปลี่ยนแปลงอยู่…
[อย่างไรก็ตาม ข้าก็ควรเก็บกวาดขยะก่อนที่จะไป]
แอสโมเดียสขยับนิ้วของเขา และเสียงระเบิดก็ดังออกมาจากหน้าอกของผม มันเป็นเสียงของตุ๊กตา มันมีอาการปวดสั่นอยู่รอบๆ หัวใจของผม แต่ร่างกายของยูจงฮยอคก็ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ร่างกายของแอสโมเดียสกระจายกลายเป็นขี้เถ้าในขณะที่เขาทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้
[ข้าจะไม่ได้เห็นสิ่งนี้มาป้วนเปี้ยนตรงหน้าข้าอีก]
ผมจ้องไปยังแอสโมเดียสที่กำลังหายตัวไปก่อนที่จะรีบจับไปที่หน้าอกของผม “…อูรีเอล?”
ผมดึงตุ๊กตาอูรีเอลที่ขาดรุ่งริ่งไปแล้วออกมา หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งถูกตัดการเชื่อมต่อจากตุ๊กตา ผมเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาต่อหน้ายูจงฮยอค
[การเชื่อมต่อกับกลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ถูกตัดการเชื่อมต่อชั่วคราว]
[สถานการณ์ส่วนบุคคลถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ]
ผมเข้าใจแล้วว่ายูจงฮยอคมาที่นี่ได้ยังไง ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่อูรีเอลได้มอบสถานการณ์ส่วนบุคคลให้กับเขาเพื่อมายังโลกปีศาจ ยูจงฮยอครับสถานการณ์นั้นและมาที่นี่ ปัญหาก็คือว่าสถานการณ์ได้ถูกบังคับให้ยุติลง
ประกายแสงเริ่มปรากฏขึ้นรอบๆ ผิวหนังของผม ผมรู้ได้ทันทีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
“อูรีเอล! ตื่น!” ผมเขย่าตุ๊กตาเต็มที่ แต่มันก็ไม่มีปฏิกิริยาจากอูรีเอล ร่างสัญลักษณ์พังทลายไปแล้ว และการเชื่อมต่อกับร่างกายก็ถูกบังคับให้ยุติลง
“เชี่ย”
รอยแตกแพร่กระจายไปทั่วร่างกายที่แข็งของยูจงฮยอค
[คุณออกจากสถานการณ์หลักแล้ว]
ผมรีบมองไปรอบๆ มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ด้วยอัตรานี้ ยูจงฮยอคจะต้องตายแน่ๆ
[บทลงโทษผู้ถูกเนรเทศได้เริ่มขึ้นแล้ว]
มันแตกต่างจากผม ยูจงฮยอคไม่มีกำแพงที่สี่ มันไม่มีใครปกป้องเขาหลังจากกลายเป็นผู้ถูกเนรเทศ
“เฮ้! ใครก็ได้!”
ผมรีบตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า อย่างไรก็ตาม ร่างกายของยูจงฮยอคที่ถูกทำลาย และเสียงของผมก็ไม่ปรากฏขึ้น รอยแตกที่เริ่มต้นที่ขาแพร่กระจายไปที่คอและทำให้เกิดกล่องเสียงเป็นอัมพาต
มันเป็นบทลงโทษที่ทำให้ผมไม่อาจขอความช่วยเหลือจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ ทั่วทั้งจักรวาลมีความหวังอย่างแรงกล้าต่อความตายของยูจงฮยอค ราวกับว่ามันกำลังจะช่วงชิงเรื่องราวของเขาไปและฆ่าเขา
…มันจะจบลงที่นี่เหรอ? ผมปล่อยมันไปไม่ได้ ทุกๆ สิ่งจะจบลงถ้ายูจงฮยอคตายอยู่ที่นี่
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที หน้ากระดาษของหนทางเอาชีวิตรอดก็ผ่านหัวของผมไป ตัวอักษรในหน้านับไม่ถ้วนบินเข้าหาผม และผมก็เอื้อมมือไปหาพวกมัน ใช่ นี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น ผมไม่มีมัน แต่ยูจงฮยอคนั้นต่างออกไป ผมถูกบังคับให้ขอความช่วยเหลือจากเขา
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กำลังมองหาผู้สนับสนุนของยูจงฮยอค]
ผมต้องการใช้เสียงที่แท้จริงของผม แต่ตอนนี้ผมไม่มีพลัง ผมถูกบังคับให้หวังว่าเรื่องราวของผมจะส่งไปถึงตัวตนนั้น
[ผู้สนับสนุนของอวตาร ‘ยูจงฮยอค’ กำลังจ้องมองคุณอยู่]
ตัวตนอันยิ่งใหญ่กำลังมองมาที่ผม มันมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็มีความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่ผมจะทันได้พูดออกไป ความมืดมิดก็เอ่อล้นเข้ามาหาผม
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สามถูกบังคับให้ปลดปล่อย]
***
มิติที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ผมเคยมีประสบการณ์นี้มาก่อน มันเกิดขึ้นเมื่อไร? มันเกิดขึ้นเมื่อผมออกจากงานเลี้ยงกลุ่มดาว
[ ■■… ]
[มันจะเปลี่ยนไปได้ยังไง…]
[…ไม่]
บ้าเอ้ย นี่มันหมายความว่ายังไง―
***
“เฮือก!” ผมลุกพรวดขึ้นมาและอ้าปากค้างเหมือนกับกำลังจะอาเจียน หัวใจของผมเต้นอย่างบ้าคลั่งและมีเสียงแตกมาจากลำคอของผม ดวงตาของผมเต็มไปด้วยน้ำตา
ผมยังมีชีวิตอยู่ พูดให้ชัดๆ ไอลีนได้ช่วยผมไว้ อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกสิ้นหวังเกินกว่าที่จะโล่งใจ ผมตะโกนด้วยเสียงหนาไปยังนอกห้อง
“ไอลีน!”
ไอลีนที่กำลังรออยู่ข้างนอกพุ่งเข้ามาตามเสียงตะโกนของผม เธอหน้าซีดเมื่อเธอเห็นผมดึงสายสวนออก ผมสะบัดมือของเธอและตะโกนออกมา “รีบพาฉันลุกขึ้นเร็ว ฉันต้องไปที่เขตอุตสาหกรรมกิลแบท”
“คุยอะไรกันน่ะ? คนเพิ่งตื่น―”
“ไม่มีเวลาแล้ว เร็วเข้า!”
ความคิดหลายสิบตัดเข้ามาในหัวของผม การขอความช่วยเหลือจากเห้งเจีย ถ้าไม่ได้ก็เรียกเฮอร์เมส ผมเกลียดมัน แต่ผมก็อาจจะเรียกร้องได้ถ้าผมใช้การแบ่งปันเรื่องราว ผมต้องไปที่กิลแบทเดี๋ยวนี้ มันยังไม่สายเกินไป ไปตอนนี้―
“ไม่มีทางสำหรับคนที่หมดสติไปหนึ่งสัปดาห์! เจ้าต้องพักอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายของเจ้าเสถียรขึ้น!”
“…อะไรนะ?”
มันรู้สึกเหมือนหัวใจของผมหยุดเต้น ผมคิดว่ามันเป็นเสียงหลอน โลกที่ผมอ่านกำลังพังทลายลง ตัวอักษรที่หายไปจากสถานที่เหล่านั้นผลักผม
“…เวลาผ่านไปเท่าไรแล้ว?”
“หนึ่งสัปดาห์ เจ้าหมดสติไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว”
ผมมองไปที่พื้นอย่างว่างเปล่าก่อนที่จะหยิบสมาร์ทโฟนที่ไอลีนสร้างขึ้นมา ผมเปิดหน้าจอและตรวจสอบไฟล์
– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกทำลาย (แก้ไขครั้งที่ 1).txt
ชื่อของไฟล์ไม่เปลี่ยนแปลง การแก้ไขครั้งที่สองไม่ได้ปรากฏขึ้น และบทของยูจงฮยอคก็เหมือนเดิม
มันคือช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังในขณะที่ผมตระหนักได้ว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จริงดิ? ยูจงฮยอคตายจริงๆ เหรอ?
(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint