0 Views

ตอนที่ 222 – แอสโมเดียส (3)

 

(กลุ่มลับราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ผมบอกเธอให้พาผมไปยังเขตอุตสาหกรรมสวิตซ์ และไอลีนก็ตอบ

“ไม่ว่าเจ้าจะเร็วแค่ไหน มันก็คงใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันกว่าที่จะไปถึงเขตอุตสาหกรรมกิลแบท บางทีถ้ามีความช่วยเหลือจากผู้บรรลุล่ะก็…”

“ทูตจะต้องมีพาหนะขนส่งอยู่ มันไม่มีเหตุผลเลย?”

“ข้าบอกว่าสองวันถ้าเจ้าใช้มัน”

สองวัน… แม้กระทั่งสองชั่วโมงก็นานเกินไปสำหรับผม ไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องไปถึงที่นั่นให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นผมก็คงจะไปเห็นยูจงฮยอคถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ผมคิดหนัก “ความช่วยเหลือจากผู้บรรลุ…”

คนแรกที่ผมนึกถึงคือ ‘เฮอร์เมส’ ถ้าผมได้ความช่วยเหลือของกลุ่มดาวนี้ ผมคงจะไปถึงที่นั่นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ปัญหาก็คือเขาเป็นกลุ่มดาวของโอลิมปัส

“…บ้าเอ้ย ฉันยืมมือของเขาไม่ได้”

“ฮะ?”

ผมโบกมือให้ไอลีนที่กำลังตกใจ “ฉันแค่พูดกับตัวเอง”

แน่นอน ผมจงใจพูดกับตัวเอง เหตุผลก็เพราะ

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น]

[กลุ่มดาวที่ชอบเปลี่ยนเพศต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลที่คุณซ่อนไว้]

มันก็เพื่อกระตุ้นการตอบสนองแบบนี้ ผมไม่สนใจข้อความของพวกเขาและพูดกับไอลีน “มันมีอีกทางไหม? ประตูวาร์ปหรืออะไรทำนองนี้…”

“นี่คืออาณาจักรปีศาจที่ 73 นอกจากนี้ มันยังเป็นรอบนอกของอาณาจักรปีศาจที่ 73 พวกเราไม่มีอุปกรณ์ขนส่งขั้นสูงแบบนั้นหรอก”

“…เข้าใจแล้ว”

“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?”

“มีคนกำลังจะตาย”

“ใคร?”

“เจ้าของเขตอุตสาหกรรม”

ตามที่คาดไว้ ข้อความระเบิดออกมาอีกครั้ง

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังถามเกี่ยวกับความหมายของคุณ]

[กลุ่มดาวที่ชอบเปลี่ยนเพศกำลังฟังเรื่องราวของคุณ]

…การระเบิดอาจจะเล็ก แต่มันก็ช่วยไม่ได้เนื่องจากมันไม่ค่อยมีกลุ่มดาวอยู่ในช่อง ยังไงก็เถอะ คนที่ชอบเปลี่ยนเพศมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?

“นักโทษรัดเกล้าทองคำ? นายช่วยฉันได้ไหม?”

ผมพูดกับกลุ่มดาวโดยตรง และผู้คนในห้องก็รู้สึกประหลาดใจ

ผมตัดสินใจที่จะทำตัวกล้าหาญมากขึ้น

“ถ้านายไม่ว่าอะไร ฉันอยากจะขอยืมเมฆวิเศษของนายหน่อย”

มันเป็นหนึ่งในสตาร์รีลิคของเห้งเจีย เมฆวิเศษ ถ้าผมยืมมันได้ ผมคงจะไปถึงเขตอุตสาหกรรมกิลแบทได้ในเวลาอันสั้น ปัญหาก็คือเห้งเจียจะให้ยืมมันไหม เขาสูญเสียความเป็นไปได้ไปแล้วครั้งหนึ่งเพราะผม…

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ถามว่าทำไมคุณถึงต้องการ ‘เมฆวิเศษ’]

ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเปิดปาก ผมต้องพูดให้ดี “ฉันแสร้งเป็นยูจงฮยอค จากนั้นยูจงฮยอคก็ปลอมตัวเป็นฉัน… มันทำให้เกิดข้อผิดพลาดในสถานการณ์ขึ้นและมีปัญหาตามมา…”

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ รำคาญ]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ เกลียดสิ่งที่ซับซ้อน]

ผมตัดสินใจที่จะสรุปสถานการณ์ตามความอดทนของเห้งเจีย “เพราะเหตุนี้ ยูจงฮยอคจึงกำลังจะตาย”

ผมอยากจะรู้ว่าเขาจะช่วยไหม แต่การตอบสนองจากเห้งเจียก็ไม่คาดคิดเอาซะเลย

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ดึงผมของเขาออกมากระจุกหนึ่งจากความเครียด]

“เดี๋ยวนะ”

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังจะออกไปหาหวี]

“เดี๋ยวสิ?”

ไม่มีคำตอบจากเห้งเจียที่หายตัวไป

[กลุ่มดาวที่ชอบเปลี่ยนเพศกำลังเพลิดเพลินกับสถานการณ์]

[คุณได้รับการสนับสนุน 100 เหรียญ]

ผมมองขึ้นไปในอากาศ และไอลีนก็ถามออกมา “ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใครนะ แต่เจ้าของคนใหม่ของเขตอุตสาหกรรมี้ตกอยู่ในวิกฤตเหรอ?”

“…ใช่แล้ว”

“ทำไม?”

“เขากำลังจะเจอกับราชาปีศาจ”

“ราชาปีศาจไม่จำเป็นต้องชั่วร้าย ถ้าเจ้าโชคดี เจ้าอาจจะรอดไปได้”

“ฉันเดานะ แต่…”

ปัญหาก็คือราชาปีศาจคนนั้นคือ ‘แอสโมเดียส’ ในนิยาย แอสโมเดียสคือหนึ่งในศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้ยูจงฮยอคเสื่อมถอย ยูจงฮยอคได้ตายเพราะแอสโมเดียสในอดีต ยูจงฮยอคในตอนนี้จะปลอดภัยจากเขาไหม? มันไม่มีภาพที่ดีโผล่ขึ้นมาเลยไม่ว่าผมจะคิดยังไง

ฮันมยอนโกมองมายังผมด้วยความกระวนกระวายและพูดออกมา “นายกำลังจะทำอะไร?”

มันเป็นปัญหาใหญ่ แม้ว่าผมจะไปที่นั่นได้ทันเวลา มันก็ไม่มีการรับประกันว่าผมจะเอาชนะแอสโมเดียสได้แม้จะร่วมมือกับยูจงฮยอค อย่างไรก็ตาม—

“ฉันไม่รู้ถ้าไม่ได้ลอง”

“ฮะ ฉันไม่รู้ว่านายจะเป็นเอาขนาดนี้ ในบริษัท นายไม่เคย…”

“ถ้าฉันไม่พยายาม ฉันคงจะตายได้ มันแตกต่างจากการไม่ได้เป็นพนักงานเต็มเวลาถ้าฉันไม่พยายาม

“…อะแฮ่ม”

สถานการณ์แย่มาก แต่ผมก็ตัดสินใจที่จะคิดในแง่บวกให้มากที่สุด มันมีบางอย่างที่ผมไม่ได้บอกไป บางทีสิ่งต่างๆ อาจจะออกมาดีแม้ว่าผมจะไม่ได้ไปที่นั่น ปาฏิหาริย์อาจจะเกิดขึ้นซึ่งทำให้ยูจงฮยอคได้เจอกับการตื่นครั้งใหญ่หรือไม่จู่ๆ แอสโมเดียสก็อาจจะกลายเป็นคนดีก็ได้

…บ้าเอ้ย นั่นมันเป็นไปไม่ได้ ผมเปิดหนทางเอาชีวิตรอดในโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ผมไม่อาจหาอะไรมาได้ ดังนั้นผมจึงต้องอ่านมันเพื่อหาคำตอบ

“อะไรกันวะเนี่ย?”

“ชู่ว เงียบหน่อย นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจะทำได้”

ผมเลื่อนผ่านเนื้อหาของหนทางเอาชีวิตรอดอย่างรวดเร็ว จากนั้นประโยคหนึ่งในการเสื่อมถอยรอบที่ 12 ก็สะดุดตาของผม

「ยูจงฮยอคคิดว่ามันมีหลายเหตุผลสำหรับความผิดพลาดในรอบที่สามของเขา นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุด」

หัวใจของผมหดเกร็งในทันใด ไม่ เร็วเข้า รีบคิด เมื่อผมอ่านประโยคต่อไป จิตใจของผมก็เริ่มว่างเปล่า และผมก็แทบเป็นบ้าไป

「’ในเวลานั้น พวกเราไม่ควรแสร้งทำเป็นสนับสนุนราชาปีศาจแอสโมเดียส’」

***

มันมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กดวงตาสีดำสนิท เธอมีร่างเล็กและอายุน่าจะประมาณ 8 – 9 ขวบ แก้มของเธออวบอ้วนและมีใบหน้าสดใดที่ทำให้นึกถึงนักแสดงเด็ก มันไม่มีการคุกคามใดๆ ปรากฏขึ้นเลย

‘…รสนิยมของเขายังเหมือนเดิม’

อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็รู้ดีว่าตัวตนภายในร่างกายนั้นคือจุดสูงสุดของ 72 สิ่งมีชีวิตที่กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วอาณาจักรปีศาจ และเจ้าของ ‘อาณาจักรปีศาจที่ 32’ กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าบางคนยังไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาเลย เขาคือราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหา

แอสโมเดียสยิ้มด้วยใบหน้าของเด็กสาว

[โอ้ ไม่จำเป็นต้องเครียดมากนัก ข้าแค่มาคุย]

เสียงที่แท้จริงของเขานำพาความเจ็บปวดมาสู่อวตารโดยรอบ อวตารทุกคนในเขตอุตสาหกรรมน่าจะกำลังหลั่งเลือดอยู่ ต่อหน้าแรงกดดันนี้ ยูจงฮยอคกลั้นลมหายใจและยกระดับพลังเวทมนตร์ทั้งหมดของเขาขึ้น

ความรู้สึกกดดันรอบๆ ผิวของเขาค่อยๆ ลดลง ตัวตนนี้แข็งแกร่งจนแม้แต่ผู้บรรลุยูจงฮยอคยังพบว่ามันยากที่จะทนได้ ตามที่คาดไว้ สถานะของราชาปีศาจนั้นแตกต่างออกไป ไม่รู้ว่าเขารู้ใจของยูจงฮยอคหรือไม่ แอสโมเดียสขยับเข้าหาด้วยฝีเท้าที่นุ่มนวล

[น่าสนใจ ครั้งล่าสุดที่พวกเราพบกันคือเมื่อข้าเห็นเจ้าผ่านสายตาของลูกน้อง ณ เขตอุตสาหกรรมสวิตซ์…]

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นฝีเท้าที่เบาหวิว แต่ในสายตาของยูจงฮยอค มันกลับเป็นสิ่งที่หนักหน่วงที่สุดในโลก การยึดจับดาบเขย่าสวรรค์เริ่มรุนแรงขึ้น และเส้นเลือดบนคอของเขาก็นูนออกมา

[เจ้าย้ายมาที่กิลแบทและเอาชนะดยุคได้ในเวลาอันสั้น… ทักษะของเจ้าสุดยอดจริงๆ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]

ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น… เห็นได้ชัดว่ามันพูดถึงใคร

‘ไอ้บ้าคิมทกจา’

ทุกอย่างเกิดขึ้นผิดที่ผิดเวลา ในเวลาอันสั้น ยูจงฮยอคมีความคิดมากมาย

‘มันอยู่ในร่างอวตารที่ไม่สมบูรณ์ ฉันจะเอาชนะได้ไหม?’

‘ไม่ เป็นไปไม่ได้’

‘มันอาจเป็นร่างอวตาร แต่นี่คือโลกปีศาจ’

‘งั้นฉันจะหนีได้ไหม?’

‘มันไม่มีเหตุผลเกินไป’

‘มันไม่มีทางกำจัดราชาปีศาจได้เลย’

เดิมทีราชาปีศาจไม่อาจมีตัวตนอยู่ในสถานการณ์นี้ได้ จากประกายแสงที่มองเห็นได้ มันมีความเป็นไปได้จำนวนมากถูกใช้ไปตลอดเวลา ยูจงฮยอคไม่อาจหนีไปจากคนที่แสดงความมุ่งมั่นเช่นนี้ออกมาได้

‘มีทางเดียวเท่านั้นที่จะได้ผล’

‘ซื้อเวลาเพื่อเผาผลาญความเป็นไปได้’

เขาอาจจะเป็นราชาปีศาจ แต่เขาก็ไม่อาจสิงร่างอวตารในสถานการณ์นี้ได้นาน เขาจะถูกบังคับให้กลับไปตราบใดที่ยูจงฮยอคพอจะซื้อเวลาได้ ปัญหาคือว่ามันไม่ควรเป็น ‘การต่อสู้’ ในท้ายที่สุด ยูจงฮยอคก็บิดพลิ้วต่อความทรนงของเขาไปเล็กน้อย

“ใช่ ฉันคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น นายเป็นใคร?”

[…มันแปลกไปหน่อยไหม? เดิมทีเจ้าหล่อขนาดนี้เลยเหรอ? ใบหน้าที่ข้าได้เห็นเมื่อครั้งล่าสุด…]

“นายมาที่นี่เพราะนายมีอะไรจะพูด ว่ามาสิ”

[หุหุ ใช่ แต่ก่อนที่พวกเราจะคุยกัน มันมีบางสิ่งที่รบกวนข้าอยู่]

“อะไร?”

นิ้วขนาดเล็กของแอสโมเดียสดีดออกมา ประกายแสงอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น และตุ๊กตาตัวเล็กๆ ที่มีแขนครึ่งหนึ่งถูกฉีกออกก็ปรากฏขึ้นในอากาศ

[อย่างที่คาดไว้]

ยูจงฮยอคเม้มปาก เขากำลังติดต่อกับราชาปีศาจ มันเป็นความผิดพลาดที่คิดว่าผ้าคลุมผู้สันโดษจะไม่ถูกสังเกตเห็น

[ทำไมร่างสัญลักษณ์ของทูตสวรรค์ถึงมาอยู่ที่นี่?]

“ฉันไม่รู้”

[งั้นเหรอ? เรื่องจริงเหรอ?]

ประกายแสงอันรุนแรงสว่างวาบขึ้น และอูรีเอลก็ทำสีหน้าเจ็บปวด

[ข้าสามารถบอกได้ว่าเจ้าเป็นใครจากร่างสัญลักษณ์นี้]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังมองมาที่แอสโมเดียส]

[ทูตสวรรค์อูรีเอล ราฟาเอลพี่ชายของเจ้าสบายดีไหม? ข้าอยากจะบอกเขาว่าข้ายังไม่ลืมหนี้นั้นนะ]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ คำรามด้วยความโกรธ!]

[แน่นอน เจ้าสามารถบอกเขาได้หากเจ้ากลับไปอย่างปลอดภัย]

การแสดงออกของยูจงฮยอคมืดลง นี่คือโลกปีศาจ ไม่ว่าอูรีเอลจะแข็งแกร่งแค่ไหน เธอก็ไม่อาจต่อกรกับร่างอวตารของราชาปีศาจด้วยร่างสัญลักษณ์ได้ ยูจงฮยอคไม่ลังเลที่จะเพิ่มพลังของเขา

“หยุดนะ”

มันคงยากขึ้นถ้าเขาสูญเสียร่างสัญลักษณ์ของอูรีเอลไป ณ ที่แห่งนี้ เขาคงจะสูญหายไปจากสถานการณ์ถ้าเขาสูญเสียอูรีเอลไป แอสโมเดียสดูประทับใดกับแรงกดดันของพลังเวทมนตร์เดือดพล่านที่มาจากยูจงฮยอค

[หืม? พลังงานนี้… มันแข็งแกร่ง แต่…]

อึดใจต่อมา แอสโมเดียสก็มาอยู่ตรงหน้าของยูจงฮยอค

[มนุษย์ตัวกระจิ๋วกำลังเลียนแบบดวงดาว]

แขนเล็กๆ ยื่นออกมาและคว้าไปที่ขากรรไกรของยูจงฮยอค

“อั๊ค…!”

[อันที่จริงเจ้าไม่ใช่ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นใช่ไหม?]

ยูจงฮยอครีบเหวี่ยงดาบเขย่าสวรรค์ น่าแปลก มันถูกรับไว้อย่างง่ายดายด้วยมือของแอสโมเดียส

[ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าทำหน้าตาน่ารักแบบนี้ได้ ข้าคงจะไม่ปล่อยเจ้าไปตั้งแต่แรก]

จากนั้นดาบเขย่าสวรรค์ก็หักครึ่ง

[เจ้ากลัวข้า หนุ่มน้อย]

“อั๊ค…”

[ถ้าเจ้าต่อต้านข้ามากนัก ข้าก็จะไม่อยากที่จะคุยกับเจ้า]

เงาดำจับกลุ่มกันด้านหลังแอสโมเดียส ความมืดรวมตัวกันในอากาศและก่อตัวขึ้นเป็นมอนสเตอร์ที่มีเขาขนาดใหญ่

[ข้าอยากจะเหยียบย่ำเจ้า]

เลือดเริ่มไหลออกมาจากจมูกของยูจงฮยอค เรื่องราวอันยิ่งใหญ่กำลังกดทับลงบนตัวเขา ต่อหน้าตัวตนอันยิ่งใหญ่นี้ ยูจงฮยอคเตรียมตัวอย่างเงียบๆ เพื่อเปิดใช้ ‘ประตูที่หนึ่งแห่งผู้บรรลุ’

มันไม่มีหวัง แต่ยูจงฮยอคก็ไม่ยอมแพ้ หากเขาสามารถสร้างช่องว่างได้ครู่หนึ่ง เขาอาจจะมีเวลาพอที่จะกลับไปยังโลก ในขณะที่ยูจงฮยอคกำลังคิดอย่างนี้ เขาก็ยอมรับการโจมตีครั้งหนึ่งและรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังแหลกสลาย

แขนซ้ายและขาขวาหัก และกระทั่งพลังเวทมนตร์ในท้องของเขาก็หายไป เมื่อเขาได้สติกลับมา เขาก็ถูกย่ำอยู่บนพื้น แอสโมเดียสยกร่างของยูจงฮยอคขึ้นมาและสัมผัสหน้าผากของยูจงฮยอคเบาๆ

[ข้าไม่อยากเชื่อเลย มนุษย์อย่างเจ้ากลับมีความสิ้นหวังที่สูงส่งเช่นนี้]

“ไอ้… ระยำ… เอ้ย]

[เพอร์เซโฟนีกล่าวว่า ‘คิมทกจา’ จะต้องเป็นเรื่องที่ดีที่สุด หุหุ]

แอสโมเดียสเลียริมฝีปากของเขา ยูจงฮยอคจ้องไปที่แอสโมเดียสก่อนที่จะหลับตาลง

‘ฉันขอโทษ คิมทกจา’

มันไม่มีทางอื่นแล้ว เขาถูกบังคับให้มองหน้าไปยังการเสื่อมถอยครั้งต่อไป เขาหลับตาลง และนาฬิกาของยูจงฮยอคก็เตรียมที่จะถอยกลับ เข็มวินาที เข็มนาที เข็มชั่วโมง ช่วงเวลาที่มือยักษ์กำลังจะขยับไปยังทิศทางตรงกันข้าม—

「นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนายควรคิดถึงฉันตั้งแต่เนิ่นๆ」

ทันใดนั้น นาฬิกาของยูจงฮยอคก็หยุดลง

***

[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สามถูกเปิดใช้งาน!]

ประกายแสงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวยูจงฮยอค และแอสโมเดียสที่กำลังตกตะลึงก็ก้าวกลับไป บางสิ่งกะพริบอยู่ในดวงตาของยูจงฮยอคในขณะที่บางสิ่งตื่นขึ้นมา แน่นอน มันคือผม

[เจ้า…]

[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กำลังมองไปยัง ‘ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหา’]

ผมจ้องมองไปยังแอสโมเดียสด้วยดวงตาที่สดใด จากนั้นผมก็กล่าวว่า [อย่าแตะต้องอวตารของฉัน แอสโมเดียส]

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint