0 Views

ตอนที่ 216 – นักปฏิวัติตัวจริง (3)

 

(วันนี้มีโปรโมชั่นเข้ากลุ่มลับราคาพิเศษนะครับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

…เอาจริงดิ?

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ มองหน้าคุณใกล้ๆ]

เห้งเจียมาจริงดิ?

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังหรี่ตาใส่เครื่องแต่งกายของคุณ]

ผมรู้สึกถึงความมั่นคงแปลกๆ จากการจ้องมอง มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่รู้สึกสบายใจจากการที่มีคนกำลังมองผมอยู่

“นักโทษรัดเกล้าทองคำ”

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังมองมาที่คุณ]

เห้งเจียยังไม่สังเกตเห็น เขาไม่แน่ใจว่าผมใช่คิมทกจาไหม บางทีมันอาจจะเป็นเพราะเรื่องราวที่กำลังปกคลุมใบหน้าของผมอยู่ ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจสร้างความมั่นใจให้กับเขา “ใช่แล้ว ฉันเอง”

ความเงียบเต็มไปทั่วอากาศ  หลังจากนั้นไม่นาน…

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ตกตะลึงกับตัวตนของคุณ!]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังถามว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังสงสัยว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่]

ข้อความที่บินมาที่ผมดูเหมือนมันกำลังปกคลุมท้องฟ้า

「เห้งเจีย เขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวฝ่ายดีหรือกลุ่มดาวฝ่ายชั่วร้าย เขาคือฝ่ายเป็นกลาง เขาเป็นคนขี้เล่น แต่ก็เฉยเมย เขาไม่ได้ติดต่อกับกลุ่มดาวอื่นง่ายๆ เนื่องจากอารมณ์ของเขา…」

นี่คือเห้งเจียที่ผมรู้จักจากหนทางเอาชีวิตรอด หนึ่งในกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด ผู้ต่อสู้กับกลุ่มดาวจำนวนนับไม่ถ้วนและสร้างเรื่องระดับเทวะอันน่าขันขึ้นมา ถึงกระนั้น เขาก็ตายอย่างเดียวดายโดยไม่มีพันธะผูกพันใดๆ จนถึงที่สุด

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ …]

ผมฟังข้อความของเห้งเจียในขณะที่หลับตาลงอย่างช้าๆ มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะไว้ใจข้อมูลที่ผมรู้ อย่างไรก็ตาม—

“เห้งเจีย”

“…ฉันดีใจนะที่ได้เจอนายอีกครั้ง”

เห้งเจียเงียบไปสักพัก พวกเราอาจจะเป็นกลุ่มดาวทั้งคู่ แต่เขาก็คือตัวตนที่ผมไม่อาจเอื้อมถึง ถึงกระนั้น ในเวลานี้ผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าเห้งเจียได้อยู่ตรงหน้าของผม

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ เลียริมฝีปากของเขาอยู่นาน]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังขย้ำผมของเขาซ้ำๆ]

อึดใจต่อมาก็มีบางสิ่งตกลงมาจากฟ้า ผมจับมันไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ

…มันเป็นผมของเห้งเจีย ผมอดหัวเราะไม่ได้ บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีที่เห้งเจียใช้แสดงความไว้วางใจต่อใครสักคน

[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับกลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย]

ผมพูดกับเห้งเจีย “ความจริงที่ว่าฉันอยู่ที่นี่เป็นความลับนะ นายเข้าใจไหม?”

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พยักหน้า]

กลุ่มดาวดีกว่าที่ผมคิด และเขาก็คงจะเก็บความลับของผมได้ดี “ยังไงก็เถอะ นายมาที่นี่ได้ยังไง…?”

ก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ ผนังด้านหนึ่งของอาคารที่ถล่มลงมาก็เอียงและมีคนปรากฏตัวขึ้น มันเป็นจางฮายังที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับฝุ่นคละคลุ้ง โชคดีที่นักสู้ไม่เป็นอะไร

“ยูจงฮยอค! เจ้าโอเคนะ?”

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ทำสีหน้าแปลกประหลาด]

นี่ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ ผมยังขายชื่อของยูจงฮยอคอยู่ มันถึงเวลาบอกชื่อจริงของผมกับจางฮายังแล้ว…

ผมถามเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก “ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง?”

“…ไม่ค่อยดีเท่าไร”

ผมคิดว่าผมรู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น เขตอุตสาหกรรมกำลังสั่นเหมือนกับมีแผนดินไหว มันมีเสียงกรีดร้องของชาวเมืองดังออกมาทั่ว และสีหน้าของจางฮายังก็แข็งขึ้น “ดยุคได้เปลี่ยนเขตอุตสาหกรรมให้กลายเป็นซากปรักหักพังในขณะที่ตามหาเจ้า”

มันคงจะแปลกถ้าสถานที่แห่งนี้ไม่กลายเป็นแบบนี้ เมื่อดยุคเริ่มใช้โรงงาน มันก็จะไม่มีทางหยุดมัน อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะถอยในตอนนี้

“เพชฌฆาตเป็นไงบ้าง?”

“เหลืออีกคนเดียว มันหนีเก่งจริงๆ…”

เลือดของปีศาจบนแก้มของจางฮายังปกคลุมออร่าของนักสู้ไว้ มันเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่งเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาสั้นๆ

“จัดการที่เหลือด้วย ส่วนดยุค…”

ในขณะที่ผมพูด ประกายแสงก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ใบหน้าของผม เข่าของผมสูญเสียเรี่ยวแรงไปในทันใด

“เฮ้! เจ้า…” จางฮายังประหลาดใจและวิ่งเข้ามาคว้าไหล่ของผม ผิวของผมเริ่มแตกออก

[เรื่องราวที่แตกสลายของคุณกำลังพังทลาย]

[บทลงโทษผู้ถูกเนรเทศจะดำเนินต่อไป]

[ความทนทานของร่างอวตารของคุณอยู่ในระดับอันตราย!]

…ร่างอวตารบ้านี่ไม่ได้ง่ายเลย

“บียู”

[ป๊า!]

ผมเรียกออกมา และนิ้วของบียูก็ขยับผ่านอากาศ จากนั้นข้อความสถานการณ์ก็ปรากฏขึ้นมา

[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

+

[สถานการณ์ย่อย – การซ่อมแซมเรื่องราว]

หมวดหมู่: ย่อย

ระดับความยาก: D

เงื่อนไขการเคลียร์: ฟื้นคืนความทนทานของร่างอวตารของคุณให้ถึงระดับหนึ่ง

จำกัดเวลา: ไม่มี

สิ่งตอบแทน: ไม่มี

ความล้มเหลว: ―

+

มันเป็นสถานการณ์ที่ผมขอจากบียูไว้ล่วงหน้า เดิมทีมันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้สถานการณ์ย่อยเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ช่องทางการของสำนักงานคงจะไม่ได้รับอนุญาต

[สถานการณ์ย่อยช่วยบรรเทาบทลงโทษผู้ถูกเนรเทศ]

ต้องขอบคุณสถานการณ์ของบียู ความเจ็บปวดของร่างอวตารของผมจึงลดลง

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ สนใจในวิธีการใช้สถานการณ์ของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 800 เหรียญ]

โดยปกติผมคงจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มดาวอื่นๆ แต่ในกรณีนี้ มันไม่มีความยุ่งยากเพราะมันไม่มีรางวัล ไม่ว่ายังไง ในตอนนี้ผมก็ถูกเนรเทศและได้รับสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ผมต้องทำแบบนี้ไปจนกว่าผมจะเข้าสู่สถานการณ์หลัก

[สถานการณ์ย่อยช่วยชะลอการพังทลายของร่างอวตารของคุณ]

ผมถอนหายใจออกมาและสบตากับดวงตาอันเป็นกังวลของบียู ผมยิ้มออกมา

– ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง

บียูขยับศีรษะของเธอและหายตัวไปอีกครั้ง เธอต้องจัดการกับสถานการณ์ทั่วทั้งเขตอุตสาหกรรม ดังนั้นบียูจึงคงรู้สึกวุ่นวายอยู่

ประกายแสงรอบร่างกายของผมเงียบลง และจางฮายังก็ถาม “…เจ้าไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?”

“ฉันทนไว้ ไอลีนล่ะ?”

“เธออยู่กับมาร์ค พวกเขากำลังอพยพชาวเมือง”

มันเป็นทางเลือกที่ฉลาด มันไม่มีเหตุผลเลยที่จะให้ชาวเมืองสู้รบตราบใดที่โรงงานยังทำงานอยู่ ถ้าผมไม่รู้ว่านักปฏิวัติตัวจริงกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนล่ะก็…

ผมขยับและเห็นบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่น มันมีร่างกายของชาวเมืองและขุนนางที่ล้มลงอยู่

“…มันจะจบลงแบบนี้เหรอ?” จางฮายังมองไปยังเงาของโรงงานจากระยะไกลและเม้มปาก โรงงานกลายร่างดูเหมือนกับยักษ์ มันเป็นยักษ์ชราที่พ่นควันออกมาจากปล่องไฟบนหัวของมัน มือของยักษ์ดึงอะไรบางอย่างออกมาจากอาคารที่อยู่ใกล้เคียง

“อ๊ากกกก!”

ขุนนางที่กำลังจะตายดิ้นรนในขณะที่เขาถูกจับไว้ด้วยมือของโรงงาน เมื่อมองใกล้ๆ มันก็เป็นมาร์ควิสที่ผมเคยสู้ด้วย

“ดยุค! ดยุคคคคค!” เขาตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะถูกบดขยี้เป็นเชื้อเพลิงของโรงงาน

มันมีเสียงของฟันบด เปลวเพลิงอันรุนแรงปะทุออกมาจากเตาพลังงานของโรงงานราวกับว่ามันกำลังพึงพอใจ ในตอนนี้ผมก็สามารถประเมินได้แล้วว่าดยุคขับเคลื่อนโรงงานได้ยังไง จางฮายังพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ใช้คนของเขาเป็นแหล่งพลังงาน… เขาทำได้ไง?”

“นั่นหมายความว่าเขาไม่สนใจเขตอุตสาหกรรมอีกต่อไป”

“…ทำไม? นี่ไม่ใช่เขตอุตสาหกรรมของเขาเหรอ?”

ผมเปิดใช้งานกิเลนลาร์มาร์คแทนการตอบ มันเป็นการฟื้นฟูร่างกายของผมเพียงชั่วคราวโดยการใช้ชิ้นส่วนเรื่องราว

「คิมทกจาคิด: ชายคนนี้หมายมั่นที่จะเป็น ‘ราชาปีศาจ’」

เสียงดังกึกก้องระเบิดออกมาจากหัวของโรงงานและท้าทายท้องฟ้า

[ดูกลุ่มดาว! นี่คือสิ่งที่พวกนายต้องการ!]

มันเป็นร่างของดยุคที่ดื่มด่ำอยู่ในเรื่องราวที่เขากำลังทำอย่างเต็มที่ เขาอายุเท่าไหร่และเขามีชีวิตมากี่ปีแล้ว?

สิ่งมีชีวิตทั้งหมดอาจจะเป็นเพียงแค่เด็กๆ ต่อหน้าเรื่องราว คำพูดของดยุคทำให้มีกลุ่มดาวเข้ามายังช่องของบียูมากยิ่งขึ้น

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มสงสัยกับการกระทำของดยุคสวิตซ์]

บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดูเหมือนกับผม ผมนึกถึงบางสิ่ง

「มันเป็นเรื่องง่ายที่จะดึงดูดความสนใจของกลุ่มดาว อย่างไรก็ตาม การสร้างสถานการณ์ที่ดีนั้นก็เป็นเรื่องยาก」

มันเป็นสิ่งที่ราชาโดเกบิในหนทางเอาชีวิตรอดเคยพูดไว้ ผมคิดว่าคำพูดนี้ถูกต้อง จากนั้นผมก็คิด

สถานการณ์ที่ดีคืออะไร? ไม่สิ มันมีอยู่จริงไหม?

“ถ้าพวกเราหนีไป…!”

“รออีกเดี๋ยว”

ผมหยุดจางฮายังและมองขึ้นไปยังโรงงาน โรงงานและ ‘อาวุธเรื่องราว’ ได้ก่อให้เกิดขุมพลังที่ผิดปกติซึ่งไม่อาจยอมรับได้ด้วยความเป็นไปได้ที่มีอยู่ กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันเหมาะสมที่จะเป็นสถานการณ์ทำลายตัวเอง

ตามที่คาดไว้ ประกายแสงระเบิดออกมาจากข้อต่อของโรงงานแบบสุ่มๆ ผมอธิบายกับจางฮายัง “บางที ‘พลังงานการโน้มน้าว’ ของเขาอาจจะขาดไป มันคงอยู่ได้ไม่นานถ้าเขามีขุนนางแค่ไม่กี่คน”

พลังงานการโน้มน้าวของโรงงานที่เป็นเชื้อเพลิงนั้นทำจากชิ้นส่วนเรื่องราวจำนวนนับไม่ถ้วน อาวุธเรื่องราวใช้พลังงานการโน้มน้าวและเอาชนะความเป็นไปได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น มันง่ายที่จะบอกว่าโรงงงานนั้นคล้ายกับร่างอวตารในปัจจุบันของผม

ในไม่ช้ามันคงจะติดอยู่ในพายุความเป็นไปได้…

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่เหมือนกับที่ผมคิดไว้ การเคลื่อนไหวของโรงงานไม่ได้จืดชืดเลย

[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ำซํา’ กำลังมองไปยังสวิตซ์ด้วยสายตาพึงพอใจ]

[กลุ่มดาว ‘หนูกินตะปู’ ดีใจกับการทำลายล้างของ ‘สวิตซ์’]

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มยินดีที่จะจ่ายความเป็นไปได้]

…บ้าเอ้ย มันเป็นแบบนี้ไปได้ คนพวกนี้จ่ายความเป็นไปได้

[นักปฏิวัติซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?]

อีกครั้ง มันมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และชาวเมืองก็กรีดร้องออกมาอย่างน่ากลัว ผมพิงตัวเข้ากับอาคารอยู่สักพักก่อนที่จะเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

จางฮายังรีบคว้าแขนของผม “เจ้าจะตายนะถ้าเจ้าไปตอนนี้! เจ้าไม่เห็นเหรอ?”

ผมประเมินความทนทานของร่างอวตารของผม

「ฉันมีพลังพอที่จะจำกัดศัตรูคนนี้ได้ไหม?」

ผมไม่รู้

「ฉันจะฆ่ามันได้ไหมถ้าฉันใช้การปล่อยกระแสไฟฟ้าและวิถีแห่งสายลม?」

ผมเองก็ไม่รู้ “จางฮายัง ไปฆ่าเพชฌฆาตคนสุดท้าย ฉันจะจัดการที่เหลือเอง”

จางฮายังพูดติดอ่างกับคำพูดของผม “ท-ทำไมเจ้าต้องฝืนขนาดนั้น? เจ้าหนีได้! เจ้าไม่ใช่นักปฏิวัติตัวจริงซะหน่อย!”

“ฉันเกลียดเรื่องราวบัดซบนี่”

“…อะไรนะ?”

“มันชัดเจนมาก”

ผมวิ่งไปที่โรงงาน ถนนส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้าง ชาวเมืองส่วนใหญ่ขังตัวเองอยู่ภายในบ้านของพวกเขาและกลั้นหายใจ ผมมองไปยังภาพที่เกิดขึ้นและนึกถึงการเสื่อมถอยรอบที่ 111 ของยูจงฮยอค

「คืนสุดท้ายของเขตอุตสาหกรรมมาถึงแล้ว และนักปฏิวัติก็ยังไม่ปรากฏตัว」

…ใช่ นี่ก็เป็นไปตามที่คาดไว้

「อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องการเรื่องราวที่แตกต่าง」

ทันใดนั้นก็มีชาวเมืองชุ่มเลือดที่พิงตัวเข้ากับกำแพงเอื้อมมือออกมาหาผม

“นัก ปฏิวัติ…”

การปฏิวัติอะไร? ทั้งหมดนี้มันอะไร? ทำไมถึงมีคนมากมายต้องตาย? ทำไมสถานการณ์นี้ถึงมีอยู่?

[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ำซํา’ จ้องมองมาที่คุณ]

[กลุ่มดาว ‘หนูกินตะปู’ กำลังตะโกนใส่คุณ]

[กลุ่มดาว ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’ ต้องการการทำลายล้างของคุณ]

กลุ่มดาวส่งข้อความมาหาผม บียูดิ้นรนเมื่อเธอถูกบังคับให้ส่งข้อความมาหาผม ผมโบกมือเพื่อแสดงให้เห็นว่ามันไม่เป็นอะไร พูดตามตรง ก่อนหน้านี้ผมอาจจะลำบาก แต่ในตอนนี้ผมสบายดี

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังมองมาที่คุณ]

อย่างน้อยที่สุด มันก็มีคนๆ หนึ่งอยู่ข้างผม

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ต้องการให้คุณกระทืบกองขยะที่น่ารังเกียจพวกนี้]

ผมลอยขึ้นไปในอากาศ

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint