0 Views

ตอนที่ 200 – นักปฏิวัติตัวปลอม (3)

 

(กลุ่มลับอ่านล่วงหน้าราคาพิเศษ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ประตูเปิดออก และชายวัยกลางก็ปรากฏตัวขึ้น ผมของเขาเป็นสีขาว และเขาก็สวมผ้ากันเปื้อนสกปรก รอยแผลจางๆ ที่แก้มของเขาเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความแข็งแกร่ง’ เดียวที่สามารถพบได้บนใบหน้าของเขา

เขาไม่ดูเหมือนคนที่จะเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ไอลีนมองไปยังชายคนนั้นด้วยความไม่เชื่อถือและนั่งลงไปด้วยความลังเล “เจ้าคือผู้พิทักษ์เหรอ?”

“ใช่”

“…จริงเหรอ?”

“ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าจะตอบสนองแบบนี้”

ไอลีนเหลือบมองผมหลังจากได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคน ผมยิ้มให้กับไอลีน “ฉันบอกเธอแล้ว พวกเขาอยู่รอบตัวพวกเรา”

“ยังไงก็เถอะ ใกล้ขนาดนี้…”

ผู้พิทักษ์คือเจ้าของบาร์ที่ก่อนหน้านี้ทำกับแกล้มให้กับผม แน่นอน ผมเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาคือผู้พิทักษ์ เขาคล้ายกับผู้พิทักษ์ที่ปรากฏตัวในหนทางเอาชีวิตรอด

ผมยังรู้ว่าเขาจะช่วยผม ถ้าผมไม่รู้แบบนี้ ผมก็คงจะไม่ประกาศตัวออกไปว่าเป็นนักปฏิวัติ

ไอลีนถาม “ทำไมเจ้าถึงเงียบมาจนถึงตอนนี้? ถ้าเจ้าคือผู้พิทักษ์จริงๆ เจ้าก็มีโอกาสมากมายที่จะช่วยชีวิตผู้คน”

“ข้าต้องเก็บจำนวนครั้งไว้ เจ้าก็รู้ว่าผู้พิทักษ์สามารถช่วยคนได้แค่ห้าครั้งเท่านั้น”

“ข้ารู้ แต่ถ้าเจ้าไม่ได้ใช้ทั้งหมดห้าครั้ง…”

“ถ้าข้าช่วยคนอื่น…” เจ้าของบาร์เหลือบมองมาที่ผมก่อนที่จะพูดต่อ “นักปฏิวัติก็คงจะต้องตายอยู่ดี”

“เจ้าแน่ใจเหรอว่าการปฏิวัติจะเกิดขึ้น”

“ข้ารออยู่เสมอ ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมแพ้เหมือนกับเจ้า”

“…เจ้ากำลังพูดแบบนั้นกับข้าเนี่ยนะ?”

บรรยากาศดูเหมือนจะร้อนขึ้น และจางฮายังก็รีบขัดจังหวะ

“เอาล่ะ เอาล่ะ ไอลีน คุณเจ้าของบาร์ หยุดเถียงกันได้แล้ว มาคิดเกี่ยวกับสิ่งต่อๆ ไปกันเถอะ ไม่ใช่ว่ามันดีสำหรับพวกเราแล้วเหรอที่ผู้พิทักษ์ปรากฏตัวขึ้น”

ผมชื่นชมวิธีการเปลี่ยนหัวข้ออันชำนาญของเขา จางฮายังคือหนึ่งในคนที่พิเศษที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด เขาคือคนปากร้ายที่ต้องการจะอยู่ที่นี่ แต่เดิมทีเขาก็เป็นคนกลางที่ยอดเยี่ยมที่เข้าใจจิตใจของผู้คนดีกว่าใครอื่น

จางฮายังกระแอมออกมาและแตะไหล่ของเจ้าของบาร์ “ยังไงก็เถอะ ข้าก็ประหลาดใจๆ ข้าคิดว่าเจ้าทำอาหารเก่งเท่านั้น พูดตามตรงนะ เจ้าไม่ทิ้งเบาะแสอะไรไว้ให้พวกเราเลยเหรอ?”

“เชฟที่ดีมักจะมีความลับอยู่มากมายเสมอ เอ่อ นักปฏวัติ เจ้าชอบอาหารที่ข้าทำไหม?”

“น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้มีโอกาสกินมัน มีคนกินมันไปหมดก่อน”

จางฮายังจ้องมาที่ผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง และเจ้าของบาร์ก็หัวเราะเบาๆ ไอลีนราดน้ำเย็นลงบนบรรยากาศที่แทบจะไม่ดีขึ้น

“พวกเจ้าหัวเราะเหมือนเป็นสหายกันแล้ว พวกเจ้าไม่รู้เหรอ? เกมเริ่มแล้ว”

หากจางฮายังคือคนกลางที่ยอดเยี่ยม ไอลีนก็เป็นนักวางแผนมากประสบการณ์ เธออาจจะไม่ได้อยู่ในระดับ ‘มังกรหลับ’ แต่เธอก็ชี้ให้เห็นถึงบางสิ่งที่นักปฏิวัติควรสงสัย

“ฉันรู้”

ในความเป็นจริง คำแนะนำของเธอชี้ให้เห็นถึงกลอนของเกมการปฏิวัติที่ปรากฏขึ้นในหนทางเอาชีวิตรอด

「สิ่งที่สำคัญคือการรวบรวมฝ่ายเดียวกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาตัวตนของศัตรู」

มันไม่ง่ายเลยที่จะแยกแยะว่าใครเป็นศัตรูและใครเป็นมิตร นักปฏิวัติส่วนใหญ่ล้มเหลวและทำลายตัวเองเพราะพวกเขาไม่อาจผ่านจุดนี้ไปได้

เจ้าของบาร์สบตากับผมและยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “เจ้าสงสัยข้างั้นเหรอ? เจ้าคิดว่าข้าเป็นไส้ศึกให้กับดยุคงั้นเหรอ?”

ผมหัวเราะโดยไม่พูดอะไรออกมา ผมรู้แล้วว่าเจ้าของบาร์คือผู้พิทักษ์ ดังนั้นท่าทางนี้จึงมีไว้สำหรับคนอื่นนอกจากผม

“พวกเราควรเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวกันก่อนใช่ไหม?”

“ข้าคือมาร์ค เจ้าล่ะ?”

“ฉันคือยูจงฮยอค”

“ยูจงฮยอค? หืม ดูเหมือนว่าจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนนะ…”

มันเป็นเพราะสถานการณ์ของโลกกำลังแพร่กระจาย ดังนั้นมันจึงอาจจะมีคนจำชื่อ ‘ยูจงฮยอค’ ได้ในโลกปีศาจ

ผมสามารถใช้มือนี้ได้ถ้าจำเป็น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชิ้นส่วนเรื่องราวที่ผมได้รับมา…

“อืม งั้นเข้าประเด็นกันเถอะ ข้าไม่ใช่ไส้ศึกของดยุค มันยากที่จะเชื่อ แต่ข้าก็ซื่อสัตย์”

“ไม่ ฉันเชื่อนาย”

“เจ้าเชื่อข้าเหรอ?”

“ใช่ นายคือผู้พิทักษ์จริงๆ”

มาร์คจ้องมาที่ผมเหมือนกับว่าผมเป็นคนโง่ “…ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ข้าเดาว่าข้าผ่านการทดสอบแล้วใช่ไหม?”

“ถูกต้อง ขอแสดงความยินดีกับการเข้าสู่กองทัพปฏิวัติ”

ไอลีนตกตะลึงและตะโกนใส่ข้อสรุปที่กะทันหัน “ไม่ เดี๋ยวก่อน!”

“คนๆ นี้มาหลังจากที่ฉันประกาศการปฏิวัติ ไส้ศึกของดยุคคงไม่ตอบสนองเร็วขนาดนี้ สถานการณ์การปฏิวัติเมื่อครั้งล่าสุดคือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว”

ไอลีนหยุดการชี้แจงของผมก่อนที่เธอจะพูดต่อ “มันก็ไม่ผิด แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะเป็นหลักฐานที่เพียงพอ”

“ฉันมี ฉันแน่ใจว่าบุคคลนี้เป็นผู้พิทักษ์”

“ยังไง?”

“อย่างที่ฉันแน่ใจว่าเธอเป็นวิศวกรของลินเบิร์ก”

“ทำไมเจ้าถึงได้…”

“ฉันเองก็ยังรู้ว่าอัสลานที่อยู่ตรงนี้จริงๆ แล้วก็คือจางฮายัง และเขามาจากโลก”

“เฮ้! ความลับของข้า…!”

การแสดงออกของไอลีนเปลี่ยนไปเมื่อเธอเห็นปฏิกิริยาของจางฮายัง “เจ้า… เจ้าสามารถดูข้อมูลแอตทริบิวต์ได้งั้นเหรอ?”

“เท่าที่จำเป็น”

อันที่จริงผมได้ตรวจสอบข้อมูลแอตทริบิวต์ของมาร์คไปแล้ว ไอลีนไม่เข้าใจ แต่ในที่สุดเธอก็มั่นใจ “เจ้ามีสกิลแปลกๆ จนถึงตอนนี้ มันยังไม่มีสกิลที่สามารถมอบข้อมูลของตำแหน่งออกมาได้แบบนี้เลย”

“สกิลของฉันค่อนข้างพิเศษ”

“…ข้าดีใจที่เจ้ามีสกิลแบบนี้ ถึงกระนั้น สถานการณ์ก็สิ้นหวังมาก”

“มันควรจะมีความหวังมาก”

ไอลีนถอนหายใจและกล่าวว่า “ด้วยสิ่งนี้ กองทัพปฏิวัติปลอมก็ถือกำเนิดขึ้น”

“…กองทัพปฏิวัติปลอม? หมายความว่าไงกัน?”

สิ่งนี้ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ สถานการณ์ของผมค่อนข้างซับซ้อน ผมควรอธิบายก่อน ผู้คนที่นี่คือเหล่าคนที่ผมต้องใช้เพื่อจบสถานการณ์นี้

ผมใช้เวลาเพื่ออธิบายโน้มน้าวว่าผมไม่ใช่นักปฏิวัติตัวจริง แต่เป็นคนที่สามารถทำให้การปฏิวัติประสบความสำเร็จได้

“อะไรนะ?!”

“…เจ้าไม่ใช่นักปฏิวัติ?”

คนสองคนกรีดร้องออกมาก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ เมื่อคิดย้อนกลับไป ผมไม่เคยได้รับการประเมินที่ดีเลยสักครั้งเมื่อผมประกาศโปรเจ็คที่บริษัท มาร์คผู้หมดแรงไปเพราะผมเลื่อนลอยไปโดยสมบูรณ์

“บ้าไปแล้ว นักปฏิวัติตัวปลอม ผู้พิทักษ์ห่วยๆ ประธานสภาพลเรือน และเด็กน้อยเหลาะแหละ… นี่มันเรื่องบ้าอะไร?”

“เด็กน้อยเหลาะแหละ? เฮ้ เจ้าจะพูดมากเกินไปแล้วนะมาร์ค!”

“หยุดเถียงกันได้แล้ว สถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว ดังนั้นพวกเราควรที่จะกังวลกับสิ่งที่พวกเราจะทำต่อไป”

“คุณนักปฏิวัติตัวปลอม เจ้ามีแผนอะไร?”

“ฉันมีของต้องเตรียมนิดหน่อย”

ผมอธิบายแผนการของผม ผู้คนที่ดูซีดเซียวไปเริ่มจริงจังขึ้นในขณะที่ผมพูด ในตอนท้ายของเรื่องราว มาร์คที่เข้าร่วมกองทัพปฏิวัติปลอมก็ได้พูดออกมา “แน่นอน พวกนี้คือมาตรการที่พวกเราต้องการในตอนนี้”

“นายจะเอาด้วยไหม?”

“ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว เจ้าจะทำอะไรก่อน”

“ฉันต้องเปลี่ยนหน้าก่อน”

ผมดึงชิ้นส่วนเรื่องราว ‘ใบหน้าของคาสโนว่าที่ตายจากเพศสัมพันธ์’ มาร์คดูงงงวย “ใบหน้า? มันไม่ได้อยู่ในแผนหนิ…”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกไม่ได้รวมอยู่ในแผน”

“ทำไมต้องเป็นหน้าของเจ้า”

“ไม่ใช่ว่าคนหล่อควรเป็นนักปฏิวัติงั้นเหรอ? มาลองดูกันหน่อย”

***

ในเวลาเดียวกัน เอิร์ลซิลล็อคและฮันก็กำลังเดินไปตามถนน ซิลล็อคเดินไปตามถนนและเหลือบมองไปที่ฮัน “เฮ้ ฮัน”

“อะไร?”

ซิลล็อคไม่พอใจกับคำตอบนี้ แต่อีกฝ่ายก็เป็นคนที่ติดต่อกับ ‘แอสโมเดียส’ เนื่องจากฮันเต็มใจที่จะร่วมมือกับเขา การสนิทกันขึ้นก็ไม่ได้แย่อะไร

“…เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าไม่ใช่ปีศาจ ข้าขอถามได้ไหมว่าเจ้ามาจากที่ไหน?”

น่าแปลก ฮันตอบคำถามนี้ “สถานที่ที่เรียกว่าโลก”

“โลก! อ่า ข้าเคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อน”

“ข้าคิดว่างั้นนะ ดาวเคราะห์นั้นค่อนข้างดังเลย”

“เนื่องจากเจ้าได้รับความสนใจจากแอสโมเดียส เจ้าคงจะต้องมีฝีมือพอตัวเลยสิ?”

“มีฝีมือ?”

ซิลล็อครู้สึกทึ่งเล็กน้อยกับความภาคภูมิใจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮัน เขาทำหน้าแบบนี้เพราะเขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นเหรอ?

“เดิมทีเจ้าเป็นใครกัน? ปรมาจารย์ดาบ? หรือมหาจอมเวทย์?”

“คล้ายๆ กัน”

“อะไรเหรอ?”

“ข้าเป็นหัวหน้าแผนกของบริษัทใหญ่”

“บริษัทใหญ่? มันคืออะไร?”

“หืม เจ้าไม่รู้จักมันเหรอ?” ฮันซูยองคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าข้าจะอธิบาย มันก็คล้ายๆ กับเนบิวลา”

“…เนบิวลา!”

“ข้าแค่เปรียบเทียบ”

“งั้นเจ้าก็เป็น ‘กลุ่มดาว’?”

“ไม่ แต่มันก็เป็นการเปรียบเทียบที่คล้ายคลึงกัน”

“งั้น… เจ้าก็สุดยอดไปเลย”

ซิลล็อคไม่เข้าใจคำว่า ‘บริษัท’ หรือ ‘หัวหน้าแผนก’ แต่เขาก็ถูกบังคับให้รู้สึกประหลาดใจกับคำอธิบายของฮัน มันรู้สึกเหมือนกับเขาเข้าใจขึ้นเล็กน้อยว่าทำไมฮันถึงติดต่อกับแอสโมเดียสได้

“…นี่มันอะไรกัน?”

ณ ประตูระหว่างส่วนขุนนางและส่วนชาวเมือง สิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ได้ถูกสร้างขึ้น เห็นได้ชัดว่ามันคือประตูเหล็ก ซิลล็อคตะโกนออกมาด้วยเสียงที่รำคาญ

“เฮ้ เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?”

ชาวเมืองที่กำลังทำงานอยู่บนสิ่งกีดขวางตอบ “อ่า ขุนนาง”

“ข้าถามว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่!”

“เจ้าไม่เห็นเหรอ? พวกเรากำลังขวางทางอยู่”

ซิลล็อครู้สึกตกใจเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่ไร้ยางอาย “ใครให้เจ้าทำ?”

“นี่คือคำสั่งของประธานสภา ในเวลานี้ ขุนนางไม่อาจเข้าไปได้”

“ไร้สาระ มีสิทธิ์อะไร… เอาสิ่งกีดขวางพวกนี้ออกไปเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้น ข้าจะโยนพวกเจ้าทั้งสองคนลงไปในกองขยะเดี๋ยวนี้”

ชาวเมืองตัวสั่นและถอยไปกับการคำรามอันดุร้ายของเขา จากนั้นเสียงอีกเสียงก็ดังออกมาจากทางด้านหลังของชาวเมือง

“ถ้าเจ้ามั่นใจงั้นก็ลองดูสิ”

ชาวเมืองที่พูดออกมาแตกต่างจากชาวเมืองคนอื่น ชาวเมืองไร้นามปลดปล่อยพลังอันทรงพลังออกมาจากร่าง

ซิลล็อคเครียดขึ้นมาและล่าถอยไป ชาวเมืองส่วนใหญ่อ่อนแอกว่าขุนนาง อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้ใช้ได้กับชาวเมืองทุกคน

มันมีผู้เคลื่อนผ่านมิติลึกลับ และบางคนก็แข็งแกร่งพอๆ กับขุนนางปีศาจ

“เจ้ากำลังทำแบบนี้เพราะมันมีการปฏิวัติงั้นเหรอ? เจ้าคิดว่าพวกเราจะฆ่าเขาไม่ได้เหรอ?”

เหตุผลที่ทำไมชาวเมืองถึงไม่เคยยืนหยัดต่อกรกับขุนนางก็เพราะความกลัวต่อการประหารชีวิตในยามรัตติกาล อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากรัตติกาลที่ผ่านมา

“เมื่อวานเจ้าก็ฆ่าเขาไม่ได้”

ชาวเมืองพึมพำในขณะที่พวกเขามองหน้ากัน ซิลล็อคโกรธ แต่เขาก็ไม่อาจข้ามสิ่งกีดขวางนี้ไปได้ เขามีตัวคนเดียวและไม่มีทางจัดการกับชาวเมืองมากขนาดนี้ได้ ในเวลานั้นเอง ฮันก็ถาม “คนพวกนี้กำลังประท้วงหยุดงานเหรอ?”

“หยุดงาน?”

“พวกมันกำลังพูดถึงสิ่งที่ไม่ควรทำ”

ซิลล็อคเข้าใจสิ่งที่ฮันพูดและพยักหน้า “…มันเป็นสถานการณ์ที่คล้ายกัน”

“เข้าใจแล้ว ให้ข้าจัดการเอง ข้าเป็นมืออาชีพในการจัดการกับเรื่องแบบนี้” ความชั่วร้ายประเภทต่างๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮัน “เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคนงานไม่รู้ว่าพวกมันกำลังต่อกรกับอะไร สำหรับการเริ่มต้น เจ้าต้องปลูกฝังความกลัวลงไปซะ”

***

ไอลีนช่วยผมกับชิ้นส่วนเรื่องราวที่ผมดูดซับผ่านกิเลนลาร์มาร์ค

อย่างไรก็ตาม การปั้นหน้าก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ผมคิด ใบหน้าของคาสโนว่าที่ตายจากเพศสัมพันธ์ไม่ได้วางอยู่บนใบหน้าของผมอย่างปลอดภัยจนกระทั่งถึงตอนเย็น

ผมมองเข้าไปในกระจกและยิ้มด้วยความพึงพอใจ

「คิมทกจาคิด: มันไม่ได้ดีไปกว่ายูจงฮยอค แต่นี่ก็ใช้ได้เลยหนิ?」

จากนั้นไอลีนก็จัดการจนเสร็จและพึมพำ “ดูเหมือนว่ามันจะดีขึ้นหน่อย อืม ข้าก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน…”

…ผมเดาว่ามันโอเคแล้ว จมูกของผมโด่งขึ้นเล็กน้อย และแก้มของผมก็ตึงขึ้น…

ไอลีนที่กำลังเป็นกังวลถามผม “ยังไงก็เถอะ มันโอเคแล้วเหรอที่จะสบายใจแบบนี้? ในไม่ช้ามันจะเป็นรัตติกาลที่สองแล้ว เพชฌฆาตจะกลับมาอีก”

“ไม่เป็นไร”

“ผู้พิทักษ์ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ตลอดไป เจ้าไม่รู้เหรอ?”

“ฉันรู้”

ผมไม่ต้องการใช้จำนวนครั้งของผู้พิทักษ์ถ้าเป็นไปได้ แต่ในตอนนี้ มันก็ไม่มีทางอื่น ผมต้องผ่านรัตติกาลที่สองไปด้วยความช่วยเหลือของผู้พิทักษ์ รัตติกาลที่สามคือเวลาที่ผมจะสามารถลองวิธีการใหม่ได้

“มาร์คจะไม่กลายเป็นเป้าหมายแน่ๆ ใช่ไหม? ผู้พิทักษ์ไม่สามารถปกป้องชีวิตของตัวเองได้…”

“ไม่ต้องห่วง มันไม่มีใครนอกจากพวกเราที่รู้ว่าเขาคือผู้พิทักษ์”

ดยุคคงจะยังระวังตัวไว้อยู่ เขาไม่คิดว่าการปฏิวัติจะประสบความสำเร็จ พวกเราต้องใช้โอกาสนี้ให้ดี

“ไอลีน! รัตติกาลกำลังจะมาแล้ว!”

จางฮายังตะโกนออกมาจากข้างนอก และผมก็ออกไปพร้อมกับไอลีน ผมต้องเป็นเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนที่ไม่จำเป็น

“นักปฏิวัติ!”

ผู้คนจำเสื้อผ้าของผมได้และตะโกนออกมา ผมรู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่ไม่มีใครจำได้ว่าผมเปลี่ยนใบหน้า

[รัตติกาลที่สองมาถึงแล้ว]

ผมมองไปรอบๆ ถนน มาร์คซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งไว้ล่วงหน้าและเตรียมปกป้องผม

[คุณอยู่ภายใต้การคุ้มครองของผู้พิทักษ์]

เสียงขลุ่ยอันน่าขนลุกดังออกมา และเพชฌฆาตก็ปรากฏตัวขึ้นทีละคน พวกมันปรากฏตัวขึ้นตามที่คาดไว้

[ใคร คือ นัก ป ฏิ วัติ?]

“ฉันเอง แกไม่อาจฆ่าฉันได้แม้ว่าจะมารวมตัวกันที่นี่ก็ตาม”

เพชฌฆาตมองหน้ากัน

[เจ้า คือ นัก ปฏิ วัติ]

จากนั้นพวกมันก็พูดออกมา [แต่]

ในเวลานั้น ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นมา เดี๋ยว นี่มัน…

มันเป็นไปไม่ได้ พวกมันคิดกลยุทธ์นี้ออกแล้วเหรอ?

[คน ที่ จะตาย]

เพชฌฆาตเล็งเคียวไปยังเป้าหมายที่แตกต่างกัน

[ไม่ใช่ นักปฏิ วัติ]

หนึ่งในเคียวของเพชฌฆาตที่อยู่ใกล้ๆ เล็งไปที่คอของจางฮายัง

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint