0 Views

ตอนที่ 188 – ขอบฟ้าเรื่องราว (1)

 

(กลุ่มลับเหมาจนจบเรื่อง 600 บาท >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ในวันนี้ ทุกคนในโซลโดมก็อึ้งไปกับแสงสว่างอันพร่างพราว

[มีคนเคลียร์สถานการณ์หลักที่สิบแล้ว]

[ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าผ่านสถานการณ์ที่สิบแล้ว]

ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมของโซลโดมเพื่อหลีกเลี่ยงปีศาจและคนที่รอดชีวิตมาได้จากชั้นที่หนึ่งและสองของปราสาททมิฬ

อวตารทุกคนที่รอดชีวิตมาได้จากสถานการณ์ได้รับข้อความเดียวกัน

[คุณได้บรรลุความสำเร็จ ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งโซลโดม’]

ผู้กอบกู้อิสรภาพ ผู้คนไม่เข้าใจมันในตอนแรก แต่ร่างกายของพวกเขาก็เชื่อมั่นก่อนจิตใจ แขนขาของพวกเขาขยับ ม่านตาของพวกเขาเบิกขยาย และริมฝีปากของพวกเขาก็สั่น

[คุณสามารถหนีจากโซลโดมได้]

ในที่สุดความปรารถนาอันยาวนานของพวกเขาก็กลายเป็นความจริง ผู้คนบนชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของปราสาททมิฬถูกเรียกออกไปยังตัวนคร

จากนั้นทุกคนก็เห็นภาพเดียวกัน

ปราสาททมิฬถล่มลงมาด้วยเสียงอันดัง ฝันร้ายที่น่าสยดสยองที่จับกรุงโซลทั้งหมดไว้ทรุดตัวลงมาราวกับปราสาททราย ในไม่ช้า ชิ้นส่วนที่พังทลายลงก็กลายเป็นผุยผง ผู้คนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่รู้จักเมื่อพวกเขามองไปยังภาพๆ นี้

“มันจบแล้ว” มีคนพูดออกมา

“ฉันออกไปข้างนอกได้แล้ว… ฉันสามารถใช้ชีวิตได้แล้ว…”

“นรกจบลงแล้ว!”

บางคนก็รู้สึกว่ามันเป็นจุดจบของโศกนาฏกรรม

รางวัลสาดเทลงมาจากอากาศ ผู้คนมีสีหน้าร่าเริง โศกนาฏกรรมอื่นๆ อาจจะเริ่มต้นขึ้น แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกอิสระอย่างกะทันหันนี้ อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ทุกคนที่แบ่งปันความรู้สึกนั้นไว้

“…เกิดอะไรขึ้นกับลุงทกจา?”

กลุ่มของคิมทกจาหนีออกมาจากปราสาททมิฬ จางฮีวอน ลีฮุนซึง ลีจีฮเย กงพิลดู ลีกิลยัง ชินยูซอง ฮันซูยอง… ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในที่ๆ เดียว พวกเขาคือคนที่รอดชีวิตมาได้เพราะคิมทกจา หรือก็คือคนที่ติดหนี้คิมทกจา

“ทุกคน มีใครรู้บ้างไหม? ได้โปรดพูดอะไรออกมาหน่อย! มาสเตอร์! ลุงคิมทกจาล่ะ?”

อย่างไรก็ตาม คนๆ เดียวที่ตอบได้ก็เงียบไป ยูจงฮยอคจ้องไปยังปราสาททมิฬที่พังทลายลงด้วยปากที่ปิดแน่น

ปราสาททมิฬทรุดตัวลงราวกับประวัติศาสตร์ที่กำลังหายไป คิมทกจาอยู่ที่นั่น เขาตายที่นั่น

ยูจงฮยอคจ้องมองออกไปในขณะที่กำลังยืนยันความจริงซ้ำไปซ้ำมา

คิมทกจาตายแล้ว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? ยูจงฮยอคไม่คุ้นเคยกับความไม่รู้

“ยูจงฮยอค! ได้โปรดพูดอะไรสักอย่างสิ! ได้โปรด!”

ยูจงฮยอคจ้องไปยังลีฮุนซึงที่กำลังเขย่าตัวเขาด้วยความว่างเปล่า การเสื่อมถอยครั้งแรกและการเสื่อมถอยครั้งที่สอง… เขาไม่เคยเห็นลีฮุนซึงทำหน้าแบบนี้มาก่อน

ยูจงฮยอคแทบไม่เคยจดจำการแสดงออกที่สมาชิกปาร์ตี้ของเขาทำเมื่อพวกเขาสูญเสียคนที่มีค่าไปจริงๆ มันเป็นเพราะเขามักจะเป็นคนที่แสดงออกเช่นนี้ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้จนถึงจุดสิ้นสุดของโศกนาฏกรรมและความสิ้นหวัง

ยังไงก็เถอะ ชีวิตนี้ก็ต่างออกไป ยังมีคนอีกมากมายที่อยู่เคียงข้างเขา เขากำลังทุกข์ทรมานจากความตายของใครบางคนไปพร้อมกับคนพวกนี้

“ยูจงฮยอค!”

“มาสเตอร์!”

ทุกคนจ้องมองเขา พวกเขาต้องการให้เขาบอกว่ามันยังไม่สายเกินไป ถึงกระนั้น ยูจงฮยอคก็ไม่อาจตอบคำถามเหล่านั้นได้

“ฉันเองก็ไม่รู้”

เขาได้ทำลายความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ของทุกคน น่าเศร้า นี่คือบทบาทที่เหลืออยู่ของยูจงฮยอค

“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคิมทกจา”

ที่จริงแล้วเขาสามารถบอกทุกคนได้มากกว่านี้ การเนรเทศจากสถานการณ์ เขาสามารถแบ่งปันข้อมูลที่เขารู้ได้ หรือบางทีเขาอาจเป็นพยานต่อความหวังอันอ่อนแอที่เขามีได้

อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็ไม่ได้ทำเช่นนี้ เขารู้ว่าการพูดถึงมันก็คงจะรังแต่เป็นการบอกคนอื่นว่า

‘คิมทกจาตายไปแล้ว พวกนายไม่สามารถทำอะไรเพื่อคิมทกจาได้อีก’

บางคนก็พูดอะไรออกมาอีก บางคนก็ยอมรับความเงียบของยูฮยอค ในขณะที่คนอื่นๆ ปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ทุกๆ คนก็เข้าใจความเงียบ

“พี่ทกจาพูดไว้แล้ว! เขายังไม่ตาย! เขาจะกลับมาอีก! งั้นทำไม…!”

“ยูจงฮยอค! กรุณาช่วยบอกวิธีช่วยคิมทกจาด้วย!”

ยูจงฮยอคส่ายหัวให้กับเสียงตะโกนของลีกิลยังและลีฮุนซึง หากมีวิธีในการช่วยชีวิตคิมทกจา เขาคงจะทำมันไปแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้แล้ว มันไม่ใช่แค่เขา แต่เป็นทุกคน

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ยอดเยี่ยม]

[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ กำลังนอนลง]

[กลุ่มดาว ‘เทพเจ้าแห่งไวน์และความปิติยินดี’ กำลังมองไปยังก้นเหว]

.

.

[กลุ่มดาวบนคาบสมุทรเกาหลีกำลังคร่ำครวญถึงการเสียชีวิตของกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง]

[กลุ่มดาวบนคาบสมุทรเกาหลีจดจำชื่อของใครบางคนได้]

ยูจงฮยอคไม่เคยเห็นกลุ่มดาวจำนวนมากพูดถึงกลุ่มดาวกลุ่มเดียว กลุ่มดาวที่หยิ่งยโสกำลังแสดงออกถึงอารมณ์อื่นๆ

พวกเขาเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกใหม่ๆ ท้องฟ้ายามค่ำคืนเปล่งประกายด้วยสีสันที่มากกว่าการเสื่อมถอยครั้งก่อนๆ

ความเสียใจ ความสิ้นหวังที่ยิ่งใหญ่ ความเศร้าโศก… ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประกอบไปด้วยกลุ่มดาวจำนวนมากกำลังส่องแสงอย่างน่าเศร้า

บางทีคิมทกจาคงหวังเช่นนั้น หวังว่าจะแสดงเรื่องราวที่แตกต่าง บางสิ่งที่จะสามารถสร้างความแตกต่างในการถ่ายทอดสดดวงดาว

‘มีไม่กี่วิธี’

เมื่อมองไปยังดวงดาวอันพร่างพราวบนท้องฟ้า ผู้เสื่อมถอยยูจงฮยอคก็เกิดความคิดขึ้นมา

‘ถ้าฉันเสื่อมถอยตอนนี้…’

ความสามารถในการรีสตาร์ทชีวิตของเขาเหมือนกับปุ่มปล่อยนิวเคลียร์ที่สามารถกดได้ตลอดเวลา ยูจงฮยอคสามารถย้อนเวลากลับไปได้หลังจากที่ตายไปแล้ว และตัดสินใจได้ดีขึ้นกับข้อมูลของอนาคตที่เขามี

หากเขากลับไปตอนนี้ คิมทกจาอาจกลับมามีชีวิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม…

– ยูจงฮยอค ตื่น อย่าคิดว่าสิ่งต่างๆ จะดีขึ้นถ้านายทำซ้ำอีกสองสามครั้ง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ายูจงฮยอคกลับไปและไม่มีคิมทกจา? หรือจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคิมทกจาไม่ทำแบบนี้อีก?

ยูจงฮยอคหวาดกลัวขึ้นมาเป็นครั้งแรก

คิมทกจาในชีวิตนี้อาจจะปรากฏตัวขึ้นแค่ในชีวิตนี้เท่านั้น ชินยูซองแห่งการเสื่อมถอยรอบที่ 41 ไม่เคยพูดถึงคิมทกจาเลย และเขาก็ไม่เคยพบกับคิมทกจาในชีวิตที่ผ่านๆ มา แม้ว่าเขาจะกลับไปยังอดีต คิมทกจาในชีวิตนี้ก็อาจจะไม่กลับมาอีก

– ดังนั้นใช้ชีวิตในรอบนี้ให้ดี

ในตอนนี้ทางเลือกที่เป็นไปได้เสมอกลับเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เขาพบกับคิมทกจาในการเสื่อมถอยรอบที่สาม และพวกเขาก็กลายเป็นสหายกัน จากนั้นเขาก็เสียคิมทกจาไป

– อย่าจินตนาการว่านายจะดีขึ้นถ้านายทิ้งรอบนี้ไป บางทีนี่อาจเป็นรอบที่นายจะเห็นจุดจบของโลกนี้ในฐานะ ‘มนุษย์’

ยูจงฮยอคลุกขึ้นและเม้มปาก เหลือเพียงคำเหล่านี้เท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในการถ่ายทอดสดดวงดาวคือเรื่องราว ยูจงฮยอคช่วยไม่ได้ที่จะยอมรับว่าคำพูดของคิมทกจาเป็นส่วนหนึ่งของเขา

[หืม ทำไมพวกเราไม่เคลื่อนไหว? ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าได้รับข้อความของระบบไปแล้วเหรอ?]

โดเกบิที่ถูกส่งมาจากสำนักงานมองลงมาที่พวกเขาจากอากาศ

[อ่าห้ะ ข้าเข้าใจแล้ว ทุกคนกำลังไว้ทุกข์กับ ‘ความตาย’ ของเขา]

สมาชิกปาร์ตี้ไม่ชอบเสียงเยาะเย้ยของมัน แต่ทุกคนก็ไม่เหมือนเดิม จางฮีวอนรักษาความสงบไว้และถาม

“…ทกจาล่ะ?”

[เขาถูกขับออกจากสถานการณ์]

“แล้วมันหมายความว่าไง? เขาตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่?”

[ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรอดชีวิตมาจากการถูกขับออกไปจากสถานการณ์ ไม่ว่ามันจะเป็นอวตารหรือกลุ่มดาว นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้]

แม้แต่กลุ่มดาวก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ สมาชิกปาร์ตี้อึ้งไปกับคำพูดนี้ และการแสดงออกของพวกเขาก็แย่ลงกว่าเดิม ลีจีฮเยตอบโต้

“ไม่มีทางเหรอ? วิธีการช่วย…!”

[ไม่มีอะไรที่เจ้าสามารถทำได้ อันที่จริง มันก็น่าทึ่งแล้วที่เจ้ายังมีความคิดแบบนี้อยู่ ข้าจะมอบคำแนะนำดีๆ ให้นะ อย่าคิดถึงเรื่องที่ไม่จำเป็นและให้ความสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเจ้า เจ้ายังไม่ได้หลบหนีออกไปจากโซลโดมเลย]

โดเกบิหัวเราะเยาะและสะบัดนิ้วของมัน จากนั้นข้อความก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

[สถานการณ์หลบหนีได้รับมอบหมายแล้ว]

[โซลโดมจะปิดตัวในเร็วๆ นี้! คุณมีเวลาครึ่งวันในการหลบหนีออกไปจากโซลโดม]

[เส้นทางการหลบหนีมีให้โดยอัตโนมัติ]

[คุณจะตายหากคุณไม่หนีจากโดมภายในเวลาที่กำหนด]

“บ้าเอ้ย…”

สมาชิกปาร์ตี้มองหน้ากัน แต่มันก็ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาบนใบหน้าของพวกเขา ไม่ว่ายังไง มันก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถเลือกได้

“…ไปกันเถอะ”

พวกเขาเริ่มขยับไปตามเส้นทางที่ระบุ พวกเขาวิ่ง ว่ายน้ำ หรือข้ามทางรถไฟในขณะที่พวกเขามุ่งหน้าไปยังเขตชานเมืองของกรุงโซลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเครื่องหมายเส้นทางก็สิ้นสุดลง และพวกเขาก็เจอกับกลุ่มคน

“คนเหล่านี้…”

อวตารทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโซลโดมมารวมตัวกันที่นี่ มันมีอยู่ราวๆ 1,000 คน

ใบหน้าบางคนคุ้นเคย มินจีวอนโบกมือของเธอมาทางนี้ และยังมีฮันดงฮุนที่ยืนสันโดษอยู่ พวกเขาทุกคนได้รับการช่วยเหลือจากคิมทกจา

ยูจงฮยอคและสมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าเบาๆ ให้กับคนที่พวกเขาจำได้

“…นี่”

สมาชิกปาร์ตี้หยุดลงในเวลาเดียวกันและจ้องมองที่กำแพงด้านในของโดม มันเป็นกรงขนาดยักษ์ที่ขังพวกเขาไว้จนถึงตอนนี้ ตอนนี้พวกเขามีโอกาสหนีไปจากคุกนี้ ทุกคนตื่นเต้น แต่ก็ไม่มีใครก้าวออกไปข้างนอก

มันเหมือนกับนกแก้วที่ไม่อาจบินออกไปจากกรงที่เปิดกว้างได้อย่างง่ายดาย

กลับกัน ทุกคนกำลังมองหาบางสิ่ง ทุกคนจ้องไปทีละคนๆ และสายตาก็มารวมกัน ณ จุดๆ เดียว ในไม่ช้า ดวงตาทุกคู่ก็หยุดลงที่คนๆ เดียว

ฮันซูยองเป็นคนที่พูดออกมาก่อน “ยูจงฮยอค”

ยูจงฮยอคหันหน้าไปหาฮันซูยอง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ยูจงฮยอคก็อ่านสายตาของเธอได้

‘อย่าทำให้โอกาสที่คิมทกจามอบให้กับนายเสียไป’

ยูจงฮยอคกะพริบตาอย่างช้าๆ และก้าวออกไป ผู้คนมากมายกำลังรอเขาอยู่

มันคือการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่พวกเขาจะเป็นอิสระ ยูจงฮยอคเป็นทุกข์ในขณะที่เขาจ้องไปยังกลุ่มคนที่มองมาที่เขา

ยูจงฮยอคอยู่ในตำแหน่งนี้มาหลายครั้งในชีวิตที่ผ่านมาของเขา บางครั้งเขาก็มีคารมคมคาย และบางครั้งก็เป็นผู้นำที่มีเสน่ห์ มันไม่ยากเลยที่จะหาคำพูดมามอบให้กับฝูงชน

งั้นทำไม? เขาไม่ต้องการจะพูดอะไรแบบนั้นออกไปในคราวนี้ กลับกัน เขาพูดออกไปว่า “…ฉันจะไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตนี้”

อาจจะไม่มีใครที่เข้าใจคำพูดของเขา ท่ามกลางความอ้างว้างอันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากใบหน้านี้ ยูจงฮยอคประกาศ

“ดังนั้นก็ห้ามยอมแพ้เหมือนกัน”

เขาไม่รู้ว่ามันจะถูกส่งต่อไปไหม ยูจงฮยอคหันจากฝูงชนและเดินไปยังกำแพงอย่างช้าๆ จากนั้น…

ปัง!

หนึ่งครั้ง

ปัง!

จากนั้นก็สองครั้ง

หมัดที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธของเขากระแทกเข้าใส่กำแพง รอยแตกขนาดใหญ่แผ่กระจายไปทั่วผนังด้านในของโดม โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จุดที่สัมผัสกับหมัด

มันเป็นกำแพงที่ไม่สามารถเอาชนะได้หลังจากเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้น กำแพงพังลงเล็กน้อย และช่องว่างที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์ก็ปรากฏขึ้น มันเป็นภูมิประเทศที่มีอยู่เสมอ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้

ยูจงฮยอคก้าวออกมาเป็นก้าวแรก

“ไปกันเถอะ”

เขาก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่มีคิมทกจา

***

「ในความมืดมิด ในที่สุดคิมทกจาผู้เดียวดายก็ตื่นขึ้น」

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint