0 Views

ตอนที่ 186 – ราชาปีศาจที่ 73 (6)

 

(กลุ่ม 3 ลดราคา 50% >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

สมาชิกปาร์ตี้ยังคงเฝ้าดูผมด้วยการแสดงออกที่สับสน การแสดงออกแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยูจงฮยอคยังคงกระอักเลือดอยู่ที่กำแพง

ผมมองไปยังพวกเขาครู่หนึ่งก่อนที่จะเหลือบมองไปยังกำแพงห้องโถง รูปร่างหน้าตาของผมสะท้อนบนกำแพงหินขัดมัน

ปีกสีดำงอกขึ้นมาจากไหล่ของผม และเขาเล็กๆ ก็งอกขึ้นจากหัวของผม ร่องรอยของพลังงานปีศาจถูกตราตรึงบนผิวของผมเหมือนกับอักขระ ร่างกายของผมมีขนาดใหญ่กว่าปกติ 3 – 4 เท่า และกล้ามเนื้อทั่วร่างของผมก็ขยายใหญ่ขึ้นมา

“บ-บ้าบอสิ้นดี! ทำไมทกจาถึงกลายเป็นราชาปีศาจได้…?”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร? พวกเราควรทำยังไงดี?”

ยูซานอาและลีจีฮเยตะโกนออกมา

จางฮีวอน ลีฮุนซึง ลีกิลยัง ชินยูซอง… และแม้กระทั่งโชยูนกานและกงพิลดู ทุกคนกำลังมองมาที่ผมด้วยสีหน้าตกใจ

ผมมองไปยังพวกเขาและพูดออกมา “จากนี้ไป ทุกคนต้องจัดการกับฉัน”

[ช่วงแรกของ ‘ราชาปีศาจที่ 73’ จะเริ่มขึ้น]

[จำกัดเวลาโจมตี 30 นาที]

“ไม่มีเวลาแล้ว รีบเริ่มเร็ว”

พลังงานที่น่ากลัวไหลผ่านร่างกายของผม แม้ว่าผมจะโดนโจมตีไม่หยุด แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสมาชิกปาร์ตี้จะจัดการกับผมได้ทันเวลาไหม

จางฮีวอนและลีฮุนซึงมองมาที่ผมด้วยความสิ้นหวังและตะโกนออกมา “ฉันไม่อยากสู้กับทกจา!”

“ฉันทำตามคำสั่งของนายไม่ได้!”

ผมสามารถเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา ผมเองก็ยังลังเลถ้าผมอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพวกเขา ผมจงใจหัวเราะใส่พวกเขา

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมพวกนายต้องจริงจังขนาดนี้? พวกนายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือคิมทกจา ฉันจะไม่ตายแม้ว่าจะถูกสังหาร”

ลีฮุนซึงที่ไร้เดียงสาสั่นสะเทือนด้วยคำพูดของผม “…นายจะฟื้นกลับมาอีกใช่ไหมคราวนี้?”

“ใช่”

“แต่ฉันได้ยิน…!”

“ยูจงฮยอคจงใจยั่วยุฉัน”

ผมไม่ได้ใช้สกิลปลุกระดม แต่อารมณ์อันขัดแย้งก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้คน บางทีความไว้ใจของพวกเขาที่มีต่อผมและภาระการโจมตีผมอาจจะกำลังปะทะกันอยู่ภายในตัวพวกเขา

“เชื่อฉัน นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด”

สุดท้ายสมาชิกปาร์ตี้ก็ต้องโจมตีผม มันเป็นเพราะมันไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าพวกเขาไม่ฆ่าผม ทุกๆ คนที่นี่ก็จะต้องตาย

ฮันซูยองมองมาที่ผมด้วยสายตาที่น่ากลัว ผมส่งสัญญาณให้เธอก่อนที่เธอจะทันได้พูดออกมา

‘ฮันซูยอง’

ฮันซูยองหน้าซีดในขณะที่เธออ่านริมฝีปากของผม

‘เธอเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอต้องรับผิดชอบ”

ผมรู้มันและฮันซูยองก็ต้องรู้ด้วย สมาชิกปาร์ตี้แข็งแกร่งกว่าอวตารคนอื่น แต่พวกเขาก็ไม่ได้เด็ดขาดในสถานการณ์นี้ ในทางกลับกัน ฮันซูยองนั้นเด็ดขาดกว่าเมื่อต้องตัดสินใจอะไร

“…นายก็เป็นแบบนี้ตลอด คิมทกจา” ฮันซูยองบอกผมผ่านฟันที่ขบกันแน่น “นายคิดว่าฉันมันสัตว์ประหลาดไร้อารมณ์อย่างนั้นเหรอ?”

ฮันซูยองมองไประหว่างผมกับสมาชิกปาร์ตี้ ดวงตาของทุกๆ คนจดจ้องมาที่เธอ ราวกับว่าทุกสิ่งจะถูกตัดสินด้วยคำพูดของเธอ

ฮันซูยองหายใจอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะพูดออกมา “ทุกๆ คน ตื่น พวกนายอยากให้ทุกคนตายไปพร้อมกันหมดเหรอ?”

ผมยิ้ม ใช่ เธอทำได้ดี

“พวกเราต้องฆ่าคิมทกจา”

นี่คือฮันซูยอง

“ผมไม่ต้องการ! ผมไม่ต้องการ! พี่!”

ฮันซูยองคว้าตัวลีกิลยังไว้ในขณะที่เขาวิ่งเข้ามาหาผม

“เด็กโง่ ฟังให้ดี”

ลีกิลยังอ้าปากค้างและดิ้นรน ฮันซูยองตวาดออกมาในขณะที่เธอคว้าคอเสื้อของลีกิลยังไว้

“อย่าสะอื้น นายอยากตายแทนคิมทกจางั้นเหรอ?”

“อ-อ่าา…”

“คนที่เหลือก็เหมือนกัน พวกนายก็ไม่ได้เต็มใจที่จะเสียสละตัวเอง ดังนั้นอย่ามาเสแสร้งน่า แทนที่จะตาย ไปพูดขอบคุณและเหวี่ยงอาวุธออกไปซะ!”

ร่างแยกของฮันซูยอง ซึ่งได้ปรากฏขึ้นกว่าสิบร่าง ได้พูดออกมาพร้อมกัน

“ฉันไม่รู้ว่าคิมทกจาจะกลับมาอีกไหม แต่พวกเราจะตายได้ถ้าไม่ฆ่าเขาใน 30 นาที นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันรู้”

ร่างแยกของฮันซูยองพุ่งเข้ามาหาผมด้วยดวงตาแดงก่ำ ผมพูดกับเธอ “ขอบคุณนะ”

ฮันซูยองกัดริมฝีปากของเธอจนมีเลือดไหลออกมาและเหวี่ยงมีดสั้นของเธอเข้าใส่ผม ฝนแห่งการโจมตีไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับร่างกายของผมมากนัก แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ยูซานอาสบตากับผมและค่อยๆ ลุกขึ้นมา “ทกจา”

มันยากที่จะรู้ว่าเธอได้ตัดสินใจอะไรไปในขณะที่อารมณ์แปลกๆ ปรากฏขึ้นในสายตาของเธอ ผมพยักหน้าเพื่อตอบสนองในขณะที่รับการโจมตีของฮันซูยอง

“ฉันคิดว่าทกจาไม่ใช่คนที่จะทำร้ายคนอื่นโดยไม่คิดอะไร นายมีแผนการงั้นเหรอ? นายตั้งใจทำแบบนี้ใช่ไหม?”

“อืม ใช่แล้ว”

“จริงเหรอ?” ยูซานอาอุทานออกมา “…ฉันควรจะเชื่อนายอีกครั้งใช่ไหม? เหมือนอย่างเคย…”

ผมรู้ว่ามันคงจะเป็นแบบนี้ ผมดีใจที่ได้ยิน ยูซานอาเช็ดน้ำตาของเธอ เธอยกมีดสั้นขึ้นและเข้าร่วมการต่อสู้

ริมฝีปากของฮันซูยองกระตุก “…ฉันคิดว่าเธอจะนั่งลงไปและร้องไห้ซะอีก”

“เงียบไป”

มีดสั้นของฮันซูยองและยูซานอาสร้างบาดแผลเล็กๆ ขึ้นบนไหล่และแผ่นหลังของผม อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ยังขาดพลัง

เวลาที่เหลือคือ 25 นาที มันเป็นเวลาที่จำกัดถ้าพวกเขาต้องการใช้รูปขบวน

ผมมองไปยังลีฮุนซึง “ลีฮุนซึง นายจะปล่อยให้คนอื่นตายงั้นเหรอ?”

“…”

“ไม่ใช่นายบอกว่านายจะไม่ทำกระสุนเปล่าหายไปอีกแล้วเหรอ?”

“ท-ทกจา…”

“นี่ไม่ใช่แค่กระสุนนัดเดียว”

ดวงตาของลีฮุนซึงสั่นราวกับทะเลเจอพายุ

[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการป้องกัน’ นิ่งอึ้ง]

เวลาผ่านไปก่อนที่ลีฮุนซึงจะตะโกนขึ้นฟ้า เขาใช้การแปลงร่างโลหะและพุ่งเข้าใส่ผม ร่างกายแข็งชนเข้ากับผมและเกิดแรงปะทะอันรุนแรงขึ้น

สายตาของผมสั่นไปเล็กน้อย ลีฮุนซึงใช้ทุบขุนเขา แต่เขาก็ดูเหมือนกับกำลังป้องกันมากกว่าที่จะโจมจีผม เมื่อไหร่กันที่ผมจะได้เห็นชายคนนี้ร้องไห้อีก?

ถัดไปคือเสียงของป้อมปราการเวทมนตร์ที่ถูกยิงออกมา ผมหัวเราะเมื่อผมได้ยินเสียงและหันไปอีกทาง

นี่คือเหตุผลที่ผมไม่สามารถเกลียดเขาได้ กงพิลดูกำลังทำหน้าบึ้งเท่าที่เขาจะทำได้ในขณะที่เขาเปิดใช้งานปราการติดอาวุธ แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้แค่รับการโจมตีไปเฉยๆ

[ความเป็นไปได้ของสถานการณ์กำลังครอบงำร่างกายของคุณ]

ร่างกายของผมจะทำหน้าที่เป็นราชาปีศาจ แน่นอนว่าการโจมตีต้องอยู่ในรูปแบบที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นสมาชิกปาร์ตี้จึงสามารถรับมือได้ง่ายๆ

“ทุกคน ตื่นตัวไว้ มันถึงระยะที่สองแล้ว”

ระยะที่สองของราชาปีศาจที่ 73 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อการขัดขวางมัน มันจึงจำเป็นต้องมีการสนับสนุนพิเศษ

“โชยูนกาน”

โชยูนกานเห็นสายตาของผมและเรียกใช้พลังของอาณาเขตประตูกลไก

ราวกับว่าอากาศถูกสูบออกไปผ่านเครื่องช่วยหายใจ พลังงานปีศาจที่ผมปล่อยออกมาหายไปในหลุมที่เธอสร้างขึ้น ผิวของเธอกลายเป็นสีขาวอย่างรวดเร็วเมื่อเธอจัดการกับพลังของราชาปีศาจ

เลือดไหลออกจากริมฝีปากของเธอในขณะที่โชยูนกานบอกกับผม “ซูคยองจะต้องเสียใจ

“เธอรู้แล้ว”

พลังงานปีศาจของผมลดน้อยลง และสมาชิกปาร์ตี้ก็โจมตีผมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังขาดความเสียหายไป ผมให้ความสนใจกับคนที่ยังไม่ได้เข้ามาร่วมวง ลีจีฮเยเม้มริมฝีปากของเธอ และในที่สุดก็ชักดาบออกมา “ลุง อย่ามาแก้แค้นทีหลังนะ”

“ไม่หรอกน่า”

ลีจีฮเยยิ้มเบาๆ ให้กับคำพูดของผม

“…ไม่ว่ายังไง การโจมตีของฉันก็คงจะเบาและไม่เจ็บไม่คัน กลุ่มดาวของฉันเป็นแค่ระดับยิ่งใหญ่เท่านั้น”

“ดยุคแห่งความภักดีและสงครามไม่ใช่คนอ่อนแอ จีฮเยจะพบในไม่ช้า”

ลีจีฮเยใช้ลำนำดาบและเล็งมาที่จุดอ่อนของผม การโจมตีที่ทับซ้อนกันและความรู้สึกเสียวซ่าเริ่มปรากฏบนผิวหนังของผม ภัยคุกคามเพียงพอแล้ว ในตอนนี้ผมต้องการคนที่จะมาปิดฉาก

“จางฮีวอน”

ราวกับว่าเธอกำลังรออยู่ จางฮีวอนชักดาบออกมาอย่างช้าๆ “ในอดีต… นายจำสิ่งที่นายถามฉันได้ไหม?”

“อะไร?”

“นายขอให้ฉันมาเป็นสหายของนาย”

ผมจำได้ ในดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ ผมขอให้จองฮีวอนมาเป็นสหายที่ไว้วางใจได้ของผม

“ในตอนนี้ทกจากลับมาขอให้สหายของนายทำอะไรแบบนี้ให้”

ผมพูดไม่ออก

“…สหายอะไรกัน?” จางฮีวอนยกดาบของเธอขึ้นและพุ่งเข้ามาหาผม “สหายแบบไหนกันที่จะฆ่าสหายอีกคนเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป?”

จางฮีวอนเรียกใช้ผู้สังหารปีศาจและเริ่มโจมตีร่างกายของผม อย่างไรก็ตาม ดาบก็ทำความเสียหายได้อย่างหยาบๆ

ผมบอกกับเธอ “มันเป็นเพราะเธอคือสหายที่ฉันไว้ใจจนฉันสามารถฝากชีวิตไว้ในมือของเธอได้”

“…”

“ฮีวอน จัดการซะ คิดว่าฉันจะกลับมาอีกและแทงฉันให้สุดแรง”

“ทกจานี่จริงๆ เลย…”

จางฮีวอนยกดาบเข้าใส่ผม พลังของระเบิดเพลิงอเวจีปรากฏขึ้นรอบๆ ร่างของเธอ

ดวงตาของจางฮีวอนเป็นสีแดงในขณะที่เธอเริ่มตั้งสมาธิ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเธอคือเมื่อพลังของผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้างถูกเสริมด้วยระเบิดเพลิงอเวจี

คิมทกจากลายเป็นราชาปีศาจและเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมกับพลัง

[ตัวละคร ‘จางฮีวอน’ เปิดใช้งานเวลาพิพากษา!]

[กลุ่มดาวฝ่ายดีจำนวนมากเห็นด้วยกับการใช้สกิล]

[มีกลุ่มดาวเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการเรียกใช้สกิล]

[การเปิดใช้งานสกิลถูกยกเลิก]

จางฮีวอนที่กำลังสับสนมองมาที่ผม และผมก็มองไปยังอากาศ เห็นได้ชัดว่าใครคือคนที่คัดค้านการเปิดใช้งานเวลาพิพากษา

“ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ปิดตาลงด้วยสีหน้าอันเจ็บปวด]

“…อูรีเอล”

ประกายแดงเต็มไปทั่วอากาศเพื่อตอบสนองการเรียกหาของผม

“โปรดยอมรับการเปิดใช้งานเวลาพิพากษา”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังส่ายหัวอย่างรุนแรง!]

“ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ อวตารของเธอจะตาย”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กล่าวว่าถ้าเธอทำแบบนี้ คุณจะตาย]

มันจะดีแค่ไหนกันถ้ากลุ่มดาวทั้งหมดเป็นแบบเธอ? มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ผมต้องทำร้ายอูรีเอล

“อูรีเอล เธอรู้ไหม นี่เป็นแค่เรื่องราวเรื่องหนึ่ง” ผมพูดราวกับโดเกบิ “เธอต้องได้เห็นผู้คนมากมายที่ตายไปในเวลาเดียวกัน”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ รู้สึกสิ้นหวัง]

ข้อความเพียงอย่างเดียวก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน ผมจำอูรีเอลตัวเล็กๆ ผู้งดงามที่ได้เห็น ณ งานเลี้ยงได้

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังร้องไห้และส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า]

ใบหน้าเล็กๆ ที่ยังคงร้องไห้และสั่นอยู่ เธอเป็นนางฟ้าที่ไม่ตรงกับคำขยายว่า ‘ปีศาจ’ เลย

“ทำสิ่งที่เธอต้องทำ หลังจากนั้นเรื่องราวจึงจะเสร็จสมบูรณ์ได้”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มองลงมาที่คุณ]

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ผมก็ได้ยินข้อความที่ผมรออยู่

[กลุ่มดาวฝ่ายดีทั้งหมดเห็นด้วยกับเวลาพิพากษา]

ในที่สุด ออร่าสีเลือดก็พวยพุ่งขึ้นมาจากร่างกายของจางฮีวอน “…บ้าเอ้ย ฉันเกลียดชื่อสกิลนี้จริงๆ”

ออร่าของเวลาพิพากษาผสานเข้ากับพลังของระเบิดเพลิงอเวจีและก่อให้เกิดคลื่นพลังเวทมนตร์อันมหาศาล มันคือพลังที่จะทำลายความชั่วร้ายทั้งหมดในโลกนี้

เวลาพิพากษาฟาดลงมาที่หน้าอกของราชาปีศาจด้วยดาบแห่งเปลวเพลิงของเธอ

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint