0 Views

ตอนที่ 171 – อ่านอีกครั้ง (3)

 

(กลุ่มลับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

แม่ของผมเงียบไปครู่หนึ่ง ความเงียบส่งเสียงเชียร์ผมเล็กน้อย ความจริงที่ว่าแม่คิดว่าผมจะรักเธอ และความคิดที่ผมสามารถทำร้ายความรู้สึกเธอได้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น

อย่างไรก็ตาม แม่ของผมก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนกับเธอคาดไว้ “อืม แม่เข้าใจ”

“…”

“แม่ก็ยังอยากจะลอง มันอาจยุติโชคชะตาของลูกได้ ไม่ว่ายังไง ลูกก็ยังมีชีวิตเหลืออยู่อีกเยอะ”

“อย่าพูดเหมือนว่าแม่กำลังทำเพื่อผม”

“แม่รักลูกนะ”

ผมขนลุก ทำไมเธอถึงพูดอย่างนี้? “หมายความว่าไง?”

“ลูกคือลูกของแม่”

ผมมองไปยังแม่ที่กำลังยิ้มอยู่ และมุมหนึ่งของหัวใจของผมก็เจ็บปวด เธอเชื่อจริงๆ เหรอว่าคำพูดแบบนั้นมันจะยอมรับได้? ทศวรรษแห่งความทุกข์ทรมานเพียงลำพังไม่อาจลบล้างได้เพราะคำพูดเหล่านี้

ผมจ้องไปที่เธอ

แม่ รัก…

ผมไม่ได้ใช้จับเท็จกับเธอ บางครั้งมันคงมีคำพูดเช่นนี้อยู่ในโลก แม้ว่ามันเป็นความจริง มันก็เจ็บปวดพอที่จะเรียกว่าเป็นคำโกหกได้

ผมถอนหายใจและพูดออกมา “มันสายเกินไปแล้ว”

“แม่รู้”

“งั้นทำไม…”

“แม่แค่อยากจะพูดออกไปสักครั้ง แม่ไม่คิดว่าแม่เคยบอกลูกมาก่อน”

พวกเราเงียบไปและไม่พูดอะไรออกมาสักพัก เฉพาะนาฬิกามือสองเท่านั้นที่บอกผมว่าเวลาผ่านไปเท่าไร มันเหมือนกับหน้ากระดาษที่ไม่มีอะไรอยู่เลย เหมือนกับนักเขียนได้บีบประโยคแรกของผมออกมา ผมพยายามจะพูดออกไป “…ชีวิตในคุกเป็นยังไงบ้าง?”

“ลูกก็มาหาแม่อยู่บ่อยๆ มันจำเป็นเหรอ…”

“แม่ไม่ได้บอกอะไรผมเลย”

“…”

“ทำไมแม่ไม่พูดอะไรเลย? ผมไปเจอแม่ตั้งหลายครั้ง…”

ผมไม่ได้เกลียดแม่ตั้งแต่แรก

แม้แต่ตอนที่แม่ฆ่าพ่อของผม

แม้แต่ตอนที่เธอเข้าคุก

แม้แต่ตอนที่ญาติพี่น้องของผมฉกชิงทรัพย์สินของพวกเราไป และผมก็ถูกปฏิบัติเหมือนกับของเหลือใช้

ผมไม่ได้เกลียดหรือตำหนิแม่เลย

“ไร้ยางอายขนาดนี้ได้ยังไง?” เหตุผลว่าทำไมผมถึงเกลียดแม่ของผมก็ง่ายมาก “ทำไมแม่ถึงเงียบอยู่ได้? และทำไม… แม่ถึงเขียนเรื่องราวอะไรแบบนั้นออกมา?”

บางคนอาจจะพูดแบบนี้: นายก็รวยขึ้นหนิ มันไม่ดีเหรอที่เธอขายหนังสือ? ผมไม่รู้ว่าค่าลิขสิทธิ์จากแม่ของผมช่วยชีวิตของผมไว้ขนาดไหน ญาติของผมปฏิบัติต่อผมเหมือนผมไม่ใช่คน

“ผมมีช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ ไม่ว่าตอนไหนที่ผมไปโรงเรียน เดินบนถนน หรือเจอคนอื่น มันก็เหมือนกับว่าทุกๆ คนกำลังพูดถึงผม มันเป็นเหมือนเดิมเมื่อผมย้ายโรงเรียน ทุกๆ ครั้ง ผมคือลูกชายของฆาตกร”

เหล่าคนที่ไม่เคยสัมผัสกับมันคงไม่มีทางรู้ โลกนั้นตามตื๊อ มีนักข่าวยืนอยู่หน้าบ้านของผม และมันก็เหมือนกับว่าทุกๆ สายตาในโลกกำลังไล่ตามผมอยู่

“บางที แค่บางทีที่ผมอาจจะทนได้”

มันอาจจะไม่เป็นไรถ้าแม่ของผมพูดอะไรกับผม ถ้าเธอบอกผมให้อดทน ผมก็คงจะทำได้ ถ้าแค่แม่ของผมบอกผมว่าเธอจะอยู่ข้างๆ ผม แม้ว่าเธอจะขายเรื่องราวของพวกเราเพื่อเงินก็ตาม

[‘กำแพงที่สี่’ กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง]

[อักขระ ‘การหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง LV.2’ ถูกเปิดใช้งาน!]

ผมมองไปที่แม่ของผม ผมไม่ได้เข้าใจผิด แม่ของผมขายชีวิตของเราเพื่อแลกกับเงิน

จากนั้นแม่ของผมก็พูดออกมา “แม่เองก็อยากรู้”

“รู้อะไร?”

“ความจริง”

“…ความจริงอะไร? แม่ แม่ไม่ได้ฆ่าพ่อเหรอ?”

“ลูกไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“ผมรู้มันดี ตั้งแต่ที่แยกจากแม่ ผมก็มองไปยังความทรงจำของผมซ้ำแล้วซ้ำอีก”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผมอ่านมันอีกครั้ง ผมเริ่มซึมซับกับตัวละครในนิยายเพราะแม่ของผม

– ทกจา จากนี้ไป แม่จะอ่านเรื่องทั้งหมดนี้อีกครั้ง

– พ่อของลูก เขาทำเรื่องไม่ดีและตาย

– นี่เป็นการป้องกันตัวเอง เข้าใจไหม?

ผมอ่านมันอีกเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นครั้ง ไม่สิ ผมอ่านมันซ้ำจนผมไม่อาจบอกได้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องจริงอีกต่อไป

“มันไม่เป็นไรที่พ่อของผมตาย เขาติดการพนันและใช้ความรุนแรงกับครอบครัว ครอบครัวของเราคงจะตกอยู่ในอันตรายหากเขายังอยู่”

แม่มองมาที่ผมและพยักหน้า “ใช่ แม่จำได้ดี แล้วทำไมลูกถึงโกรธ?”

ผมพยายามที่จะถามแม่อยู่หลายครั้ง

ทำไมแม่ไม่หนีไปกับผม? ทำไมแม่ถึงทิ้งลูกไว้ตามลำพัง? ทำไมแม่ไม่มาเจอผมหลังจากถูกปล่อยตัวแล้ว?

คำถามได้กองซ้ำอยู่ภายในตัวผม และผมก็ได้รับคำตอบมาด้วยตัวเอง

[การสั่นของกำแพงที่สี่สงบลง]

นี่คือความหวาดกลัวที่ถูกสร้างขึ้นโดยคำถาม มันเป็นคำตอบที่ผมพยายามจะลบออกไป ผมกลัวเมื่อได้รับคำตอบ ผมคงจะไม่สามารถยอมรับมันได้

ในเวลานั้นเอง แม่ของผมก็อ้าและหุบปากซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่ในที่สุดจะสามารถพูดออกมาได้ “…มันสายเกินไปที่จะพูดอะไรแล้ว”

ใช่ ผมรู้

[กลุ่มดาวจำนวนมากมอบการสนับสนุน 5,000 เหรียญให้กับประวัติครอบครัวของคุณ]

นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับละครบัดซบนี่

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กระหายมันทอด]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ แนะนำให้คุณคิดอีกครั้ง]

[กลุ่มดาว ‘ผู้ควักตาตัวเอง’ กำลังยิ้มอย่างมีเลศนัย]

บทบาทนี้ไม่เหมาะกับผมตั้งแต่แรก

“ทำไมลูกถึงต้องเปลี่ยนแปลงนิยายต้นฉบับ?” แม่ของผมเปลี่ยนเรื่อง “ถ้าลูกปล่อยให้มันเป็นไปตามเดิมและปล่อยให้คนตาย สถานการณ์ก็คงจะไม่ยากขนาดนี้”

“ผมต้องเปลี่ยนมัน แม่ แม่รู้ไหมว่ายูจงฮยอคไม่อาจไปถึงตอนจบได้ในการเสื่อมถอยครั้งที่สาม”

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มผิดหวังเพราะตัวกรอง]

เรื่องราวเกี่ยวกับนิยายต้นฉบับถูกกรองโดยกลุ่มดาว

“ตอนจบ?”

“ใช่ ตอนจบ”

“…ลูกกำลังดิ้นรนเพราะสิ่งนั้นเหรอ? ลูกไม่บ้าเลยนะ”

“ตอนจบของเรื่องราวนี้สำคัญกับผม มันเป็นโลกที่ทำให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปในขณะที่แม่จากไป” มันต้องขอบคุณนิยายที่ทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในวันที่ผมไม่มีพ่อแม่ “แม่ไม่มีทางเข้าใจได้”

『สามวิธีการอยู่รอดในโลกที่ถูกทำลาย』

ผมไม่ทราบว่าผู้เขียนคิดอะไรกับชื่อนี้ อย่างไรก็ตาม ชื่อนี้ก็คือความเป็นจริงสำหรับผม ไม่ใช่คำอุปมา มันเป็นเพราะว่าสำหรับผม สิ่งนี้ได้กลายเป็น ‘โลกที่ถูกทำลาย’ มานานแล้ว

ผมอ่านนิยายเรื่องนี้ทุกวันและเอาชีวิตรอดมาได้ ดังนั้นผมจึงไม่อาจยอมแพ้ต่อเรื่องนี้ได้

แม่ของผมแขวะ “นี่ไม่ใช่นิยาย ไม่มีตอนจบอย่าง ‘ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป’ อยู่ในความเป็นจริง”

“ผมจะได้เห็นมันจนถึงตอนจบ นอกจากนี้ เมื่อไหร่กันที่ผมบอกว่าผมต้องการตอนจบนั่น?”

“หยุดนะ โลกนี้มันบ้าไปแล้ว มันไม่ใช่สิ่งที่ลูกจะทำได้เพราะลูกรู้อนาคต ไม่ใช่ว่าลูกก็รู้อยู่แล้วเหรอ? สถานการณ์ต่อไป―”

“หยุด” มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโต้เถียงกับแม่ “บอกผมมาว่าแม่ต้องการอะไร ทำไมแม่ถึงเรียกผมมาที่นี่?”

“อยู่ที่นี่”

ใช่ ผมคิดว่าเธอคงจะพูดแบบนี้ออกมา แม่ของผมก็เป็นแบบนี้

“ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วย?”

“แม่ไม่อาจเสียลูกชายไปได้อีก แม่จะจัดการกับสถานการณ์ต่อไปเอง”

“ขอล่ะ”

ผมยกระดับพลังของผมขึ้น

“พูดตามตรงนะ แม่คิดว่าผมจะเป็นอุปสรรค ผมไม่รู้ว่าแม่มีจุดประสงค์อะไร แต่ผมก็จะไม่ถามอะไรแม่ทั้งนั้น”

มันเป็นครั้งแรก อารมณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแม่ เธอดูเศร้าๆ เศร้า? มันคืออะไรที่จะทำให้เธอรู้สึกแบบนี้?

“…ลูกดูคล้ายกันจริงๆ นะ?” คลื่นพลังเวทมนตร์พวยพุ่งออกมาจากร่างของแม่ในขณะที่เเธอพูด “แม่ไม่ชอบวิธีการนี้เลย แต่มันก็ช่วยไม่ได้”

[กลุ่มดาวบางกลุ่มชอบการต่อสู้ในครอบครัว]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มที่เห็นคุณค่าของความกตัญญูไม่ชอบสถานการณ์นี้]

เฟอร์นิเจอร์ในบ้านถูกพัดพาไปโดยพายุเวทมนตร์ ทำให้ฮันซูยองสังเกตเห็นและวิ่งเข้ามาข้างใน

“คิมทกจา!”

อวตารของจอนวูชิ โชยูนกานตามหลังฮันซูยองมาด้วย ห้องนั่งเล่นกลายเป็นสังเวียนอย่างรวดเร็ว โชยูนกานเตรียมแผนรับมือไว้แล้วในขณะที่แม่จ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เคล็ดวิชาของจอนวูชินั้นวุ่นวาย แต่ผมก็พอรับมือได้

ปัญหาคือฝ่ายแม่ของผม ผมยังไม่รู้ว่าผู้สนับสนุนของเธอคือใคร นี่คือก่อนที่ความสามารถของแม่จะถูกเผยออกมา

[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ ถูกเปิดใช้งาน]

“เลือกบุ๊คมาร์คที่สี่ ‘ไลคาออน อีสปารัง'”

[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม LV.10 (+1)’ ถูกเปิดใช้งาน!]

วิถีแห่งสายลมมาถึงขีดจำกัดของมัน และทั่วทั้งห้องก็ติดอยู่ในพายุเวทมนตร์ ผมควบแน่นสายลมและทำลายห้องนั่งเล่นทั้งหมด

จากนั้นผมก็หนีออกมาจากบ้านพร้อมกับฮันซูยอง เมื่อควันมืดปกคลุมวิสัยทัศน์ของผม ผมก็บอกกับฮันซูยอง “ฉันจะจบเรื่องนี้ซะ เตรียมตัว”

“เข้าใจแล้ว” ฮันซูยองเริ่มสร้าง ‘เพลิงทมิฬ’ อันทรงพลังในมือของเธอ

ผมเปลี่ยนบุ๊คมาร์คในทันที “ฉันเลือกบุ๊คมาร์คที่ห้า เคียร์อีออส โร้ดเกียม”

คอมโบการย่อขนาดและปล่อยกระแสไฟฟ้าตามมาหลังจากวิถีแห่งสายลม วิธีที่รวดเร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพทั้งหมดในการเอาชนะแม่ของผมคือการใช้สกิลที่ดีที่สุดที่ผมมี

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผมกำลังจะใช้สกิล ผู้คนหลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นผ่านกลุ่มควัน พวกเธอล้อมผมไว้และพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “นายเข้าใจทุกๆ อย่างผิดไป ขอล่ะ นายต้องอยู่ที่นี่”

พวกเขาคือลูกน้องของแม่ ผู้หญิงหลายสิบคนที่กำลังสวมชุดคนคุกมองมาที่ผมด้วยความเห็นอกเห็นใจ ฮันซูยองตะโกนออกมา “นี่มันอะไรกัน?”

ฮันซูยองที่กำลังประหลาดใจปล่อยเพลิงทมิฬไปยังคนพวกนี้ แต่พวกเธอก็กระจายตัวออกไปในทิศทางต่างๆ ด้วยการป้องกันของจอนวูชิ โชยูนกานตะโกนออกมา “คิมทกจา! หยุดนะ! ซูคยองกำลังทำเพื่อนาย!”

มันเป็นแม่ของฉันที่ปิดปากของพวกเขาเอาไว้ เธอยกนิ้วขึ้นมาที่ปากเพื่อบอกให้คนพวกนี้ไม่ต้องพูดอะไร จากนั้นออร่าอันยิ่งใหญ่ก็เริ่มปะทุออกมาจากร่างกายของเธอ

ประกายแสงก่อตัวขึ้นเนื่องจากการใช้ความเป็นไปได้จำนวนมาก มันเป็นการสอดประสานที่เข้มข้นกว่าทุกอย่างที่ผมเคยเห็นมาก่อน เห็นได้ชัดว่าแม่ของผมกำลังฝืน

[ผู้สนับสนุนของอวตาร ‘ลีซูคยอง’ ได้เปิดเผยคำขยายของเธอ]

[กลุ่มดาว ‘มารดาผู้สร้าง’ รู้สึกเศร้ามากกับคุณ]

มารดาผู้สร้าง? โอ้พระเจ้า อย่าบอกนะว่า?

[กลุ่มดาว ‘มารดาผู้สร้าง’ กล่าวว่าความแข็งแกร่งของคุณเป็นภัยคุกคามต่อสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี]

[กลุ่มดาว ‘มารดาผู้สร้าง’ กล่าวว่าเธอจะไม่ช่วงชิงชีวิตของคุณหากคุณไม่กบฏ]

ผมรีบใช้การย่อขนาดและปล่อยกระแสไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน

[พลังงานของดินแดนอันเก่าแก่ได้ผนึกสกิลของคุณ]

วิสัยทัศน์ของผมมืดลงราวกับว่าผมได้เข้ามาในถ้ำมืด พลังของผมถูกปิดผนึก และผมก็กลายเป็นคนธรรมดา

[พลังงานของดินแดนอันเก่าแก่ได้ผนึก ‘คุณค่า’ ของคุณ]่

ผมรู้จักอักขระนี้ มันมีแค่ ‘เรื่องราว’ เดียวเท่านั้นที่เกี่ยวพันกับการปิดผนึกในคาบสมุทรเกาหลี

“…ผมไม่เคยคิดเลยว่าแม่จะใช้สิ่งนี้ได้”

ใช่… มันแปลกที่ผมไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน มันมีอยู่เนบิวลาหนึ่งที่ไม่ได้ติดต่อมาหาผม ผมควรจะติดต่อกับพวกเขาก่อน แต่ผมก็ยังไม่ได้สนิทกับพวกเขาขนาดนั้น

“แม่บอกแล้ว แม่รักลูก” แม่ของผมยิ้มในขณะที่โบกกระดิ่งทองแดงในมือ

มารดาผู้สร้าง หนึ่งในกลุ่มดาวระดับสูงสุดแห่งคาบสมุทรเกาหลี และหนึ่งในเรื่องราวที่มีชื่อเสียงที่สุดในดินแดนแห่งนี้

ผู้สนับสนุนของแม่คืออุง-นยอ มารดาแห่งทันกุนวังกอม

ผมถอนหายใจออกมาและกล่าวว่า “…โอเค ผมยอมแล้ว”

“อะไรนะ? เฮ้! คิมทกจา!”

“รออยู่ที่นี่ก่อน เธอเอาชนะไม่ได้หรอก”

ความรู้สึกอ่อนเพลียเต็มไปทั่งร่างกายของผม ตอนนี้ผมไม่แตกต่างจากคนธรรมดาเลย

“…อย่าเพิ่งพูดเรื่องผู้สนับสนุน แม่ได้รับกระดิ่งแปดลูกปัดมาได้ยังไง?”

ผมจ้องไปยังกระดิ่งทองแดงในมือของแม่ กระดิ่งแปดลูกปัดคือหนึ่งในสาม ‘ผนึกสวรรค์’ แห่งตำนานทันกุน มันเป็นหนึ่งในรีลิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งคาบสมุทรเกาหลีและมีความสามารถในการปิดผนึก ‘เรื่องราว’ ของคนอื่น

ไม่ว่าผมจะคิดยังไงเกี่ยวกับมัน มันก็ไม่มีทางที่จะได้รับสตาร์รีลิคนี้ผ่านวิธีการปกติ ณ จุดๆ นี้ แม่ของผมจะต้องจ่ายอะไรไปเพื่อให้ได้มันมาแน่ๆ

“แม่จะปล่อยลูกไปเองเมื่อถึงเวลา ตอนนี้ก็อยู่ที่นี่ไปก่อน” ในที่สุด แม่ของผมและเหล่าคนพเนจรก็หายไป

ฮันซูยองและผมถูกขังอยู่ในอาณาเขตประตูกลไก ผมสามารถคาดเดาได้ว่าแม่ของผมจะไปไหน

บางทีเธออาจจะไปหายูจงฮยอค ผมไม่อยากจะจินตนาการถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้พบกัน

“เชี่ย แล้วไงต่อ? พวกเราจะออกไปจากที่นี่ยังไง?”

ฮันซูยองถามในขณะที่เธอพยายามจะทำลายอาณาเขตประตูกลไก สกิลของผมในฐานะกลุ่มดาวถูกผนึกไว้ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายออกไปตรงๆ

อืม นี่คือด้วยพลังของผมเอง ผมคิดจนเสร็จ “มีอยู่ทางหนึ่ง”

“อะไร?”

“มันมีตัวตนที่สามารถทำลายอาณาเขตประตูกลไกได้”

“อะไรนะ? ใคร?”

ถ้าผมเรียกเขามา ผลึกก็จะถูกทำลาย เดิมทีมันเป็นกลุ่มดาวที่ไม่กล้าเรียกหา แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้แล้ว

ผมดึงคันพยอนกุยออกมา ผมเก็บมันไว้ในช่วงเวลาสำคัญ และในตอนนี้มันก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมสามารถวางใจได้

[ตัวเลือกพิเศษของคันพยอนกุย ‘เสียงสะท้อนแห่งดวงดาว’ ถูกเปิดใช้งาน]

[‘เสียงสะท้อนแห่งดวงดาว’ อนุญาตให้คุณขอความช่วยเหลือจากกลุ่มดาวได้]

“ฉันจะเรียกกลุ่มดาว”

[ในการไหลเวียนของดาว กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่จะได้ยินเสียงของคุณ]

ผมตะโกนคำขยายของกลุ่มดาวออกไป

[สถานะของกลุ่มดาวนี้สูงเกินไป]

[แต้มห้าแต้มบนแผ่นนภาจำเป็นต้องใช้สำหรับการเรียกกลุ่มดาวนี้ คุณจะยอมรับไหม?]

มันเหลือแต้มอยู่ห้าแต้มเท่านั้น เพราะผมได้ใช้มันไปเยอะแล้ว

ในตอนนี้กลุ่มดาวที่ผมต้องการกลับเรียกร้องแต้มที่เหลืออยู่ทั้งหมดบนคันพยอนกุย

มันเป็นสิ่งจำเป็นเพราะความแข็งแกร่งของสิ่งนี้เหนือล้ำยิ่งกว่ากลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่

[การดำเนินงานของดวงดาวเริ่มขึ้นแล้ว]

ในความมืดของท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวที่โดดเดี่ยวเปล่งประกายขึ้น ผมประกาศต่อเขา “ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ ฉันต้องการพลังของนาย”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint