0 Views

ตอนที่ 17 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (3)

 

แม้จะมีการแทรกแซงของชอนอินโฮ กลุ่มดาวก็ยังไม่ได้ร้องขอสถานการณ์ล่ารางวัล กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับเขา

เป็นเวลาประมาณครึ่งวันที่ผมตั้งสมาธิไปกับการทำความเข้าใจสถานการณ์ของสถานีกึมโฮ มันเป็นลีฮุนซึงที่เป็นคนให้ข้อมูลส่วนใหญ่ “ตอนนี้มันมีคนอยู่ในสถานีกึมโฮราวๆ 86 คน อ่า ฉันคิดว่าตอนนี้มันน่าจะมี 87 กับทกจา”

“มันน้อยกว่าที่ฉันคิดนะ”

“ใช่ เมื่อสถานการณ์ปะทุขึ้น มันก็มีแค่คนแถวๆ สถานีและคนที่อยู่บนรถไฟเท่านั้นที่รอดมาได้ ทุกๆ คนไม่ได้พูดอะไร แต่บางทีในสถานการณ์แรก…”

ผมไม่จำเป็นต้องพูดคำต่อไป ผมสามารถเห็นได้จากการแสดงออกของผู้คน เหล่าคนที่รอดชีวิตได้เหยียบย่ำชีวิตของคนอื่นมา มนุษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่คือฆาตกร

“ในตอนนี้สถานีกึมโฮถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แต่พูดตรงๆ มันคือหนึ่งกลุ่มและคนที่เหลือ”

ลีฮุนซึงมองไปที่ผู้คนด้วยสีหน้ามืดมน มันมีเหล่าชายฉกรรจ์ที่ถือท่อเหล็กหรืออุปกรณ์อื่นๆ อยู่ เห็นได้ชัดว่ามันคือฝ่ายที่มีอำนาจ

“เชื่อในตัวฉัน! หัวหน้ากลุ่มกำลังพยายามอย่างหนักและทุกๆ คนจะได้รับการช่วยเหลือในไม่ช้า” ฮันมยอนโกตะโกนออกมา

“พี่มยอนพูดถูก ทุกคน อย่าหมดหวัง พวกเราสามารถเป็นผู้นำได้” คนที่ถูกฮันมยอนโกกอดไว้และจวนจะได้เป็นผู้นำกลุ่มคือชอนอินโฮ พวกเขาคือ ‘กลุ่มหลัก’

“แม่ ผมเบื่อ… ผมเล่นเกมบนโทรศัพท์ได้ไหม?”

“รอสักพักนะ ทีมกู้ภัยกำลังจะมา”

“รัฐบาลจะเคลื่อนไหว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพังประเทศ”

จากนั้นคนที่ได้รับการคุ้มครองโดยกลุ่มหลักและต้องการจะใช้ชีวิตต่อไปก็จะเป็น ‘กลุ่มชายขอบ’ จิตใจของพวกเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะเป็นฆาตกร แม้ว่าจะมีฆาตกรรวมตัวกันอยู่ 100 คน พวกเขาก็จะถูกแบ่งออกเป็นระหว่างคนที่อ่อนแอและคนที่แข็งแกร่ง บางทีพวกเขาอาจจะคิดว่าพวกเขาไม่ใช่ฆาตกร พวกเขาต่างเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ลีฮุนซึงดูกลุ่มหลักที่กำลังยุยงผู้คนและกล่าวว่า “การกระจายอาหารถูกกำหนดโดยกลุ่มหลัก ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารในบริเวณนี้ถูกปล้นไปหมดแล้ว… อาหารที่สามารถกินได้ในตอนนี้ก็เกือบจะหมดแล้ว”

“ฉันรู้”

“นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนจากกลุ่มหลักถึงถูกส่งไปหาอาหารข้างบน ฮีวอนที่นายพาเข้ามาก็ออกไปกับพวกเขาด้วย”

“ฮีวอน…?”

“อ่า มันเป็นชื่อของผู้หญิงที่ทกจาช่วยไว้”

ผมมองไปยังหญิงสาวที่นอนอยู่บนม้านั่งรถไฟใต้ดิน ภายใต้แสงอันสว่างไสว ความงามของเธอถูกเผยออกมา แก้มที่ยกขึ้นของเธอและผิวพรรณอันละเอียดอ่อนหมายความว่าเธอจะต้องมีเสน่ห์แน่ๆ ต้องขอบคุณปอดลิง ผิวของเธอจึงสดใสขึ้นกว่าเมื่อเช้านี้

“ฮีวอนเป็นคนเดียวที่ไม่ได้กลับมาใช่ไหม?”

“ไม่ มันยังมีอีกหลายคนที่ออกไปเมื่อเช้านี้ แต่มีแค่คนจากกลุ่มชายขอบเท่านั้นที่ไม่ได้กลับมา”

“พวกเขาไม่ได้กลับมาเลยเหรอ?”

“ใช่” สีหน้าของลีฮุนซึงเริ่มเศร้าลงอีกครั้ง เขาคิดว่าเขาพอจะรู้คร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมคว้าไหล่ของลีฮุนซึง ผมมั่นใจหลังจากที่ได้สัมผัสกับเขาจริงๆ เขาจะต้องเป็นดาบเหล็กแน่ๆ STR ของเขาน่าจะเกินกว่า LV.10 ในไม่ช้า

“ท-ทำไมนายถึง…?”

“ลีฮุนซึงน่าจะได้รับการยอมรับ แต่นายก็เลือกที่จะไม่ยอมรับ”

“อ่า นั่น…” พูดตามตรง พลังในกันต่อสู้ของลีฮุนซึงนั้นสูงกว่าบังซึงซอล มันไม่มีทางที่ชอนอินโฮจะไม่สนใจเขา “ฉันเองก็อธิบายไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าฉันไม่ควรที่จะยอมรับ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องศีลธรรมหรือจริยธรรมนัก แต่…” ลีฮุนซึงเกาหัวของเขาเหมือนกับว่าเขาเขินๆ “ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง”

ไม่ถูกต้อง…

มันไม่ใช่คำตอบ แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นความจริง อันที่จริงแล้ว ลีฮุนซึงก็คือลีฮุนซึง

“อย่าลืมจิตใจแบบนี้”

ด้วยวิธีการนี้ ผมจึงสามารถเชื่อใจเขาต่อไปได้ ผมได้ยินเสียงน่ารักๆ ดังออกมาจึงหันกลับไป และเห็นยูซานอากับลีกิลยังที่กำลังมองมาที่ผม ใบหน้าของพวกเขาราวกับลูกนกที่กำลังรอคอยแม่นก ทำให้ผมหัวเราะออกมา

“นั่นสินะ มันเย็นแล้ว พวกนายไม่หิวกันเหรอ? เอาไปทีละอันละกัน” ผมยื่นอาหารจากร้านสะดวกซื้อให้ทีละคน

“อ่า จริงเหรอ? ให้ฉัน?”

“คราวนี้ฟรี แต่ครั้งหน้า เธอก็ควรที่จะจ่าย”

“ฮะ? ท-เท่าไหร่…?”

“ไม่ใช่ว่าเธอก็มีเหรียญอยู่เหรอ? ราคาอันละ 10 เหรียญละกัน”

“น-นั่น…”

ความสับสนฉาบทั่วใบหน้าของยูซานอาและลีฮุนซึง พวกเขามองดูราวกับว่าพวกเขาคาดไม่ถึงกับคำพูดของผม

“แน่นอน ฉันจะจ่ายตอนนี้เลย ฉันไม่ต้องการของฟรี” น่าแปลกว่าคนที่พูดออกมาคือหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่บนม้านั่ง เธอได้สติคืนกลับมา “ฉันจังฮีวอน ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของนายเมื่อเช้านี้นะ”

“ไม่เป็นไร” ผมคิดว่ามันเป็นเพียงแค่หน้ากากอันน่ารัก แต่ผมก็สามารถเห็นได้ว่ามันคืออคติ

“ยูซานอา ลีฮุนซึง ทุกๆ คน ตื่นได้แล้ว มันไม่ใช่ว่าเวลาที่จะมาสร้างภาพ อาหารพวกนี้ เขาได้มาด้วยการเสี่ยงชีวิต พวกนายคิดจะเอามันไปฟรีๆ เหรอ?” มันแทบจะไม่มีการแสดงออกบนใบหน้าที่พูดออกมาโดยไม่ลังเล

“อ่า…” ยูซานอาหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกับว่าเธอเพิ่งตื่นขึ้นมา “ฉันคิดอะไรตื้นๆ เกินไป ขอโทษนะ แน่นอนว่าพวกเราควรจะจ่าย… จริงไหม ฉันก็ไม่ชอบของฟรีเหมือนกัน ฉันเกลียดการพึ่งพาคนอื่น”

“ฉันก็เห็นด้วยกับยูซานอา ฉันจะจ่ายมันด้วยเหรียญนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”

ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจากปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิด อันที่จริง แค่เพราะมันเป็นวันสิ้นโลกไม่ได้หมายความว่าจะมีคนอยู่แค่แบบเดียว ผมตอบ “ถ้าพวกเธอยืนยัน… ฉันก็เข้าใจ ทุกคนรู้วิธีการแลกเปลี่ยนเหรียญใช่ไหม?”

“รู้ ฉันเรียนรู้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน แตะนิ้วชี้ของกันและกัน อืม และ…”

“เพียงแค่ระบุจำนวนเหรียญที่นายต้องการแลกเปลี่ยน”

เริ่มจากจังฮีวอน ยูซานอา และลีฮุนซึงได้จ่าย 10 เหรียญเพื่อแลกกับอาหาร โชคดีที่ความต้านทานของพวกเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าสิ่งที่ผมคิดไว้ ผมไม่ได้ทำแบบนี้เพื่อให้ได้เหรียญมาไม่กี่เหรียญ ในตอนแรก การตัดสินแบบนี้อาจจะดูรุนแรง แต่ในไม่ช้าผู้คนจะตระหนักได้ว่าทางเลือกนี้ถูกต้อง

[‘ลีกิลยัง’ จ่ายเงินให้คุณ 20 เหรียญ]

“ฮะ? นายให้ฉันเกินมา 10 เหรียญหนิ?”

“ค่าช็อกโกแลตเมื่อตอนกลางวันครับ”

สีหน้าของลีกิลยังในขณะที่พูดดูดีมาก บางทีคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุดในโลกใบใหม่อาจจะไม่ใช่ผู้ใหญ่ แต่เป็นเด็ก มันง่ายกว่ามากสำหรับเด็กที่จะทำลายสามัญสำนึก

“ทกจาจะอยู่กับพวกเราต่อไปไหม?”

“อ่า เรื่องนั้น…”

“ทกจา” มันไม่ใช่ลีฮุนซึงที่เรียกผม ผมมองกลับไปและเห็นชอนอินโฮจากกลุ่มหลัก ใช่แล้ว ผมคิดว่าเขาคงจะกลับมาในไม่ช้า

“ขอฉันคุยกับนายสักพักได้ไหม?”

บังซึงซอลฟันร่วงไปบางส่วนและจ้องมองผมจากทางด้านหลังชอนอินโฮ เขาจ้องมองผมก่อนที่จะหันหน้าหนีไป สหายผู้โง่เขลา

“ได้สิ”

ผมพยักหน้าและชอนอินโฮก็พูดด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ “งั้นให้คนที่เหลือออกไปจากที่นี่สักครู่ได้ไหม? ฉันอยากจะคุยกับนายตามลำพัง”

“อ่า เรื่องนั้น…”

“ไม่ นายไม่จำเป็นต้องไป นายสามารถฟังได้”

ดวงตาของชอนอินโฮกระตุกไปกับคำพูดของผม ลีฮุนซึงหยุดในขณะที่เขากำลังจะถอยออกไป

“หืม งั้นเหรอ? อืม… ก็ได้”

เขาทำตัวเหมือนกับว่าพวกเขามีอิสระที่จะฟัง ชอนอินโฮเช็ดม้านั่งแล้วนั่งลง เหล่าชายฉกรรจ์จากกลุ่มซึงโดปรากฏขึ้นทั้งสองด้านของเขาและยื่นบุหรี่ให้กับเขาพร้อมทั้งจุดไฟให้ เขาคงจะดูหนังมามากเกินไป “นายดูเหมือนจะมีนิสัยที่ไม่ชอบเรื่องยุ่งยากนะ ดังนั้นฉันจะเข้าประเด็นเลย”

“ใช่”

“เข้าร่วมกลุ่มของเรา” มันเป็นข้อเสนอที่ผมคาดไว้ “ฉันสามารถมอบตำแหน่งสูงๆ ในกลุ่มของพวกเราให้กับนายได้ ฉันต้องการเป็นผู้นำกลุ่มร่วมกับนาย”

“ทำไมต้องเป็นฉัน?”

“ไม่ใช่ว่านายก็รู้เหรอว่าทำไม?” ชอนอินโฮเหลือบไปมองสมาชิกกลุ่มซึงโดที่ได้รับบาดเจ็บ “นายคือฮีโร่ที่ช่วยคนจากสัตว์ประหลาด ฮีโร่ต้องการสถานที่เช่นนี้”

มันเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เขาจะใช้ประโยชน์จากสถานะของผม

“แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?”

“ปฏิเสธ? น่าสนใจมาก ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย” ชอนอินโฮพ่นควันบุหรี่ใส่ผม “ทกจา นี่ไม่ใช่ความหวังดี นายมีหน้าที่ต้องทำแบบนี้ นายไม่เห็นผู้คนที่ลำบาก ณ ที่แห่งนี้เหรอ?”

ผู้คนต่างมองมาทางนี้ด้วยใบหน้ามอมแมม มีเด็กๆ ที่กำลังร้องไห้และคนแก่ที่เหนื่อยล้าอยู่

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันกำลังขอให้นายร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด ทกจา ไม่ใช่ว่านายก็แข็งแกร่งงั้นเหรอ?”

“นายต้องการอะไรกันแน่?”

“ฉันต้องการมือสังหาร” มือสังหาร? “เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ เขาหาอาหารเพียงลำพังและล่าในอุโมงค์ พูดให้ถูกก็คือพวกเราจะจัดการมันเพียงฝ่ายเดียว”

ผมไม่จำเป็นต้องถาม นี่คือเรื่องราวของยูจงฮยอค

“จู่ๆ เขาก็จากไปเมื่อคืนนี้”

“ดังนั้นนายเลยต้องการคนมาแทนที่เขา?”

“ฉันคิดว่าความแข็งแกร่งของนายได้รับการพิสูจน์ด้วยซึงซอลแล้ว”

ดวงตาของลีฮุนซึงและจังฮีวอนเบิกกว้าง ในตอนนี้พวกเขาได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

“มันไม่เลวเลยนะทกจา นายคือฮีโร่สำหรับผู้คนและจะเป็นผู้นำของกลุ่มกับพวกเรา ทุกคนจะยกย่องนายและ…”

ผมขัดจังหวะ “ขอโทษนะ แต่ฉันไม่สามารถรับผิดชอบแทนใครได้ ฉันไม่ต้องการเข้าร่วมกลุ่มของนาย”

“หืม งั้นเหรอ?”

“เหนือสิ่งอื่นใด วิธีที่นายบริหารกลุ่มไม่เหมาะกับฉัน”

ผมดูสมาชิกที่มีสุขภาพดีของกลุ่มซึงโดและสมาชิกที่ดูอ่อนแอของกลุ่มชายขอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังฮีวอนที่กำลังจ้องไปยังชอนอินโฮราวกับว่าเขาคือศัตรูคู่อาฆาตของเธอ

“งั้นเหรอ? ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้านายเปลี่ยนใจก็กลับมาได้ทุกเมื่อ”

“เรื่องนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น”

“ฮ่าฮ่า แล้วจะได้เห็นกัน”

ไม่นานนักก็จะได้รู้ว่าคำพูดของชอนอินโฮหมายความว่ายังไง เมื่อสมาชิกของกลุ่มซึงโดถอยไป สมาชิกกลุ่มคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาราวกับว่าพวกเขากำลังรออยู่ มันเป็นคนของกลุ่มชายขอบ พวกเขาจับตัวผมและเปล่งเสียงออกมา

“เฮ้ ข่าวลือเป็นความจริงงั้นเหรอ?”

“นายผูกขาดอาหารไว้จริงๆ เหรอ?”

“นายกำลังจะกินมันทั้งหมดทั้งที่นายมีพอที่จะแบ่งกับทุกๆ คนงั้นเหรอ?”

“พวกเราทุกคนต้องอยู่ที่นี่! ทำไมนายเป็นคนเดียวที่มีมันล่ะ?”

“เอาอาหารให้อินโฮนะ! เขาจะแจกจ่ายมันอย่างยุติธรรม!”

ผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมสามารถเห็นรอยยิ้มของชอนอินโฮได้จากข้างหลังฝูงชน ริมฝีปากของเขากำลังเคลื่อนไหว

‘เลือก’

ผมจะมอบอาหารให้และกลายเป็นฮีโร่หรือไม่? หรือผมจะเป็นคนเลวและผูกขาดมันไว้คนเดียว? ถ้าผมเลือกที่จะเป็นฮีโร่ ผมจะตกอยู่ในเกมของชอนอินโฮ หลังจากแจกอาหารไปแล้ว ผมจะต้องหาอาหารมาให้สมาชิกในกลุ่มและสักวันหนึ่งก็จะถูกแทงข้างหลัง ในทางกลับกัน ผมจะต้องแยกตัวออกมาจากกลุ่มถ้าผมผูกขาดอาหารไว้เพียงลำพัง

[ดวงตาของกลุ่มดาวหลายกลุ่มกำลังเปล่งประกาย]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ แค่นเสียง]

เมื่อผู้คนเริ่มโวยวาย ชอนอินโฮก็เดินออกมา

“อ๊า ทุกคน ใจเย็นๆ ดูเหมือนจะมีความเข้าใจผิดกัน คิมทกจาไม่ใช่คนแบบนี้” อะไรอีก? นกต่อเหรอ? “คิมทกจาตัดสินใจที่จะร่วมมือกับพวกเรา อาหารที่เขานำมาในวันนี้จะถูกทิ้งไว้กับกลุ่มหลักและจะถูกแบ่งอย่างเท่าเทียมกัน เขายังสัญญาอีกว่าจะร่วมมือกับพวกเราต่อไป…”

แน่นอน เขาเชื่อว่าผมจะเลือกเขา มันยากที่จะฟังต่อไปอีก

“หยุด”

ผมกังวลเกี่ยวกับมันอยู่เพียงชั่วขณะ ถ้าเป็นยูจงฮยอคเขาจะทำแบบไหนนะ? อ่า นั่นสินะ คำตอบก็คือเขาจะไม่อยู่ที่นี่ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ใช่ยูจงฮยอค

“แน่นอนว่าฉันจะแจกอาหาร” ผมเห็นริมฝีปากของชอนอินโฮที่กำลังโค้งขึ้น แต่ผู้คนก็ควรจะฟังให้จบ “อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ฟรี”

ไม่เหมือนกับยูจงฮยอค ผมไม่ได้ทิ้งทุกอย่างไปเพื่อเดินหน้าต่อ แต่ผมก็จะไม่รับผิดชอบกับทุกๆ คน อาหารจะถูกแจกจ่ายแต่ไม่ใช่แบบฟรีๆ ผู้คนงงราวกับว่าพวกเขาไม่เข้าใจคำพูดของผม

“ด-เดี๋ยวนะ! ไม่ฟรีเหรอ?”

“ฉันจะบอกให้นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะผูกขาดอาหาร แต่ฉันจะไม่ให้มันกับกลุ่มชอนอินโฮ ฉันไม่ใช่ยูนิเซฟและฉันไม่ไว้ใจพวกเขา” ผมยิ้มให้กับชอนอินโฮ “ฉันจะทำข้อตกลงกับพวกนาย ฉันจะขายอาหารให้ในราคาที่ยุติธรรม”

“ข-ขาย?”

“อะไร…?”

“เอ่อ เท่า… ไหร่?”

ในระยะไกล ผมเห็นใบหน้าของชอนอินโฮแข็งทื่อ ผมหัวเราะในขณะที่ผมเผชิญหน้ากับเขา

“ไม่ ฉันยอมรับแค่เหรียญเท่านั้น”

* * *

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเพียงแค่กลุ่มชายขอบเท่านั้นที่สานสัมพันธ์กับผมกลับมา

“นั่นมัน… ทกจา ไม่ใช่ว่านี่เป็นตัวเลือกที่ดีเลยเหรอ?”

“หึ มันมีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาฟรีๆ? ทกจา นายพูดได้ดี ฉันรู้สึกดีมากเลย” จังฮีวอนขับไล่ความกังวลของลีฮุนซึงออกไป หลังจากที่ผมประกาศ ‘การแลกเปลี่ยน’ ออกไป หลายๆ คนก็หันหลังให้กับผม บางทีพวกเขาอาจจะผิดหวัง

“ฉันเห็นด้วยกับฮีวอน คนที่นี่เชื่องเกินไปสำหรับกลุ่มหลัก”

“ใช่แล้ว ไอ้พวกบัดซบ… สถานีกึมโฮในตอนนี้อยู่ในฝ่ามือของพวกเขาแล้ว ผู้คนได้รับการปฏิบัติเหมือนกับเป็นปศุสัตว์ และบางครั้งก็ถูกนำไปยังโรงฆ่าสัตว์ เหมือนกับตัวฉันเมื่อเช้า”

ร่างกายของจังฮีวอนสั่น ในความเป็นจริง มันไม่ใช่ผมแต่เป็นกลุ่มหลักที่ผูกขาดอาหาร พวกเขาผูกขาดอาหารด้วยข้ออ้างว่า ‘การแจกจ่ายที่เป็นธรรม’ และเลี้ยงดูคนที่เชื่อง มนุษย์จะอ่อนแอที่สุดเมื่อพวกเขาเชื่อว่ามีคนคอยปกป้องอยู่ เมื่ออำนาจถูกก่อตั้งขึ้นในความสัมพันธ์เพียงด้านเดียว ผู้คนก็จะเริ่มพึ่งพาพวกเขา

“ฉันเห็นด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเชื่อว่าการประกาศของทกจาในวันนี้มีความหมายมาก ผู้คนจำเป็นต้องมีความตั้งใจที่จะทำบางสิ่งด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม…” ลีฮุนซึงมองไปทางอาหาร “มันก็ขายไม่ออกสักอัน อันละ 50 เหรียญ มันไม่แพงไปหน่อยเหรอ? ทำไมนายไม่ขาย 10 เหรียญเหมือนกับที่ทำกับพวกเรา…?”

มันไม่สมเหตุสมผลที่จะคิดอย่างนั้น ผู้คนให้ความสนใจกับกลุ่มหลักเท่านั้นและไม่ส่งสัญญาณที่จะมองมายังทางนี้ ผู้คนยังต้องการเวลา ผมตอบอย่างใจเย็น “รออีกสักหน่อย”

เมื่อค่ำคืนมาถึง เสียงของสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์ก็ดังออกมาเป็นระยะๆ จากพื้นดินและผู้คนก็ฝันร้ายกันบ่อยครั้ง ลีกิลยังและยูซานอาหลับไปก่อน ในขณะที่จังฮีวอนกำลังจะนอน

ลีฮุนซึงพูดออกมา “ทกจา นายควรจะนอนได้แล้วนะ ฉันจะเฝ้ายามให้เอง”

“ไม่เป็นไร นายนอนก่อนเลย”

“แต่นายจะเหนื่อยนะ”

“ฉันมีงานต้องทำ”

“ทำอะไร?”

ผมชี้ไปทางด้านหลังของลีฮุนซึง น่าแปลก มันมีเงาของคนอยู่ มันไม่ใช่แค่หนึ่ง

“นาย… นายยังขายอาหารอยู่ไหม?”

ในที่สุดผู้คนก็เริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint