0 Views

ตอนที่ 16 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (2)

 

ผมมักจะคิดถึงมันบ่อยๆ ทำไมถึงมี ‘ตัวร้ายที่คาดเดาได้’ ปรากฏขึ้นอยู่มากมายในเรื่องราวหลังวันสิ้นโลก? มันต้องเป็นความขี้เกียจของผู้เขียนที่คิดว่าอาชญากรรมเฉกเช่นการข่มขืนหรือการปล้นชิงจะเกิดขึ้นไปทั่วในสถานการณ์เช่นนี้ หาก ‘การทำลายล้าง’ ที่แท้จริงมาถึง มนุษย์จะไม่ทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดมากกว่าเหตุผลได้อย่างไร?

“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมนะ เห้ย ฆ่ามันซะ!”

ในตอนนี้คำตอบได้อยู่ตรงหน้าของผมแล้ว ผมสังเกตกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังสาวเท้าเข้าหาผม รวมทั้งชายที่กำลังเฝ้ามองจากด้านหลัง

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ คาดหวังการตัดสินใจที่ยุติธรรม]

ผมตระหนักมันได้อีกครั้ง จินตนาการของมนุษย์นั้นซ้ำๆ ซากๆ แต่มนุษย์ที่แท้จริงกลับซ้ำซากยิ่งกว่าจินตนาการ

หวือ!

วิถีของท่อเหล็กเคลื่อนไหวผ่านอากาศอย่างน่าตลก มันไม่ใช่การโจมตีที่มีจิตสังหาร ในความเป็นจริง มันไม่ได้เจ็บอะไรมากเลย

“ถ-ถ้านายไม่หนีไป นายจะตายจริงๆ นะ ไสหัวไปซะ!”

ชายสี่คนล้อมผมไว้ หนึ่งในนั้นกำลังสั่น แต่คนอื่นๆ ก็ดูผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม มันอาจจะเป็นเพราะความได้เปรียบด้านจำนวน

“ไอ้พวกบ้านี่กำลังทำอะไรอยู่?” พร้อมกับเสียงตะโกน ชายคนหนึ่งได้พุ่งเข้ามา เห็นได้ชัดว่ามันเป็นท่วงท่าที่ไร้การป้องกัน ผมขยับหนาม

ฉึก!

“อ๊ากกกก! ขาฉัน! ขาฉัน!”

“ไอ้สารเลว!”

“จัดการมันด้วยกัน!”

กลุ่มชายฉกรรจ์กรูกันเข้ามา แต่ผมก็ไม่กลัว ระดับ STR ของพวกเขาน่าจะราวๆ 5 ผมทนต่อการโจมตีที่กำลังเข้ามาและแทงหนามออกไปอย่างเงียบๆ เหล่าชายฉกรรจ์ถูกแทงที่ต้นขาอย่างต่อเนื่องและทรุดตัวลงไปพร้อมเสียงกรีดร้อง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ฆ่าพวกเขา มันเป็นเพราะเงื่อนไขการเคลียร์สถานการณ์คือการ ‘จัดการ’ กับพวกเขา

[กลุ่มดาวที่วางตัวอยู่ฝ่ายดีได้พยักหน้าให้กับการตัดสินใจของคุณ]

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มหัวเราะให้กับความมีมนุษยธรรมของคุณ]

[กลุ่มดาวมอบการสนับสนุนให้คุณ 100 เหรียญ]

ถ้าผมกลายเป็นฆาตกร ผมอาจจะสามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มดาวได้ แต่มันก็แค่ชั่วคราว การกระตุ้นอะไรบางอย่างในทันทีทันใดไม่ได้ดีในระยะยาว

[ระยะเวลาของสถานการณ์เหลือ 3 นาที]

ผ่านไป 2 นาทีแล้ว การคำนวณเวลาสำคัญมากต่อสถานการณ์ที่มีการโจมตี

“อ-ไอ้บ้านี่มันอะไรกัน? ทำไมแกไม่ตาย?”

ในเวลานั้นเอง หัวหน้าของพวกเขาที่กำลังเฝ้ามองสถานการณ์อยู่จากข้างหลังก็ออกหน้า “แกแข็งแกร่งน่าดูเลยนะ ทุกคนถอยกลับมา ฉันจะจัดการกับมันเอง”

“พี่ซึงซอล! คนๆ นี้ดูเหมือนจะมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งมาก!”

“ดี ดูเหมือนว่ามันจะมีเหรียญเยอะพอตัว”

สนับมือเปล่งประกายด้วยสีดำเงา – พวกมันไม่ใช่สนับมือเหล็กธรรมดา เขาได้รับมันมาจากผู้สนับสนุนของเขางั้นเหรอ?

แกร๊ก

มีเสียงคลายกระดูกดังออกมาจากสนับมือ

[ตัวละคร ‘ซึงซอล’ ใช้การข่มขู่]

[การข่มขู่ไม่ได้ผลเพราะช่องว่างความสามารถโดยรวมต่างกันเกินไป]

“โอ้ว เจ๋งนักเหรอ? แกไม่กลัวเลยหนิ” กำปั้นของชายหนุ่มเคลื่อนไหวก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ การโจมตีนี้เล็งเป้ามาที่กรามของผม ผมก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว หมอนั่นยิ้ม “แกเจ๋งนักเหรอ? แกออกกำลังกายมางั้นเหรอ?”

แม้ว่าผมจะไม่มีสเต็ปอะไร แต่ใครก็สามารถทำแบบนี้ได้ถ้ามี AGI เกินกว่า LV.10 เนื่องจากก่อนหน้านี้ผมได้ลงเหรียญส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่หลังจากการซื้อไอเท็มไปกับค่าสถานะ ค่าสถานะรวมของร่างกายของผมจึงมาถึง 33 แล้ว ผมควรจะตรวจสอบชายคนนี้ดีหรือไม่?

[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]

[ข้อมูลตัวละคร]

ชื่อ: บัง ซึงซอล

อายุ: 34 ปี

กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: ราชาแมลงวัน

แอตทริบิวต์ส่วนตัว: หัวหน้ากองกำลังจู่โจม (ทั่วไป)

สกิลเฉพาะตัว: ตะลุมบอน LV.2, บลัฟ LV.2

อักขระ: ข่มขู่ LV.1

ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.6, STR LV.7, AGI LV.6, Magic Power LV.2

การประเมินโดยรวม: แมลงธรรมดาทั่วไปที่โชคดีได้รับผู้สนับสนุน เขามีแนวโน้มที่จะคุยโวถึงความสามารถของเขาเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้จริงของเขา

อ่า… ใช่แล้ว ผมจำได้แล้ว

“บังซึงซอลแห่งกลุ่มซึงดู”

“อะไรกัน แกรู้จักฉันงั้นเหรอ?”

“มาดูกัน?”

ความทรงจำของผมเลือนรางเพราะเขาหายตัวไปราวกับสายลมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น แต่ผมก็จำได้รางๆ ว่ามีตัวละครที่ชื่อบังซึงซอล เขาคือคนที่โง่ที่สุดในกลุ่ม ณ สถานีกึมโฮ เท่าที่ผมรู้ คนพวกนี้น่าจะถูกยูจงฮยอคฆ่า ทำไมพวกเขาถึงยังมีชีวิตอยู่ได้อีก?

“อู้ว บางทีแกน่าจะอยู่ในหมวดหมู่ ‘นั้น’ ใช่ไหม? แกต้องฆ่าคนไปแล้ว ใช่ไหม? ใช่ ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขามีบางอย่างที่คล้ายกัน

[ตัวละคร ‘บังซึงซอล’ ใช้บลัฟแล้ว]

บลัฟ มันเป็นสกิลที่อันธพาลทุกคนครอบครอง มันเป็นดีบัฟที่ดีที่สามารถทำให้พลังโจมตีของฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอลงได้ แต่กรณีนี้มันต่างออกไป

[กำแพงที่สี่ปิดกั้นบลัฟของตัวละครบังซึงซอล]

[ความมั่นใจของตัวละครบังซึงซอลลดลงอย่างรวดเร็ว]

“แกไม่สนใจฉันเลยเหรอ? แกอยากตายจริงๆ สินะ” บังซึงซอลออกท่าปล้ำของชาวกรีก-โรมันและพุ่งเข้าใส่ผม แต่นั่นก็เป็นแค่การบลัฟเท่านั้น มันเป็นเพราะเขาไม่ได้มีสกิล ‘ปล้ำ’

“หยุดลีลาแล้วก็เข้ามาได้แล้ว”

“ไอ้บัดซบ!”

สกิลสำคัญที่บังซึงซอลมีก็คือตะลุมบอน LV.2 พลังการต่อสู้ของเขาไม่ได้สลักสำคัญอะไรเว้นเสียแต่ว่าเขาจะเข้าประชิด

“ตาย!”

ความเร็วที่แตกต่างกันนั้นมากซะจนการโจมตีของเขาแทบจะไม่โดนผม ผมมองไปที่เขาด้วยความเห็นอกเห็นใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่ากลุ่มดาวทุกกลุ่มจะปรารถนาที่จะทำให้อวตารของตัวเองกลายเป็น ‘ตัวเอก’ ของสถานการณ์ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มดาวของเขา ‘ราชาแมลงวัน’ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านความตระหนี่ต่ออวตารของตัวเอง มาโซคิสผู้ชื่นชอบการใช้งานไอ้พวกโง่เป็นอวตารของตัวเองและเฝ้ามองดูคนพวกนี้ถูกบดขยี้โดยอวตารคนอื่นๆ นั่นคือ ‘ราชาแมลงวัน’

[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ มีความสุขมาก]

[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ สนับสนุนคุณ 100 เหรียญ]

แม้ว่าอวตารของมันจะถูกทุบตี มันก็ยังสนับสนุนศัตรู เดิมที ผมคิดที่จะยุติเรื่องด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ในตอนนี้เรื่องราวได้ต่างออกไปเล็กน้อย

[ระยะเวลาของสถานการณ์ย่อยเหลือ 2 นาที]

งั้นผมก็ควรใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่ามากที่สุด

“ไอ้หนูบัดซบ!” ทุกๆ รูปแบบของเขาอย่างในสไตล์ของราชาแมลงวัน น่าสงสารซะจริง “ฮ่าฮ่า! ฉันจะต่อยแก!”

การโจมตีของเขาโดนเป้าอย่างโชคดี แต่มันก็มีความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จุดที่ผมโดนต่อยแค่คันๆ นิดหน่อย

“ได้ยังไงกัน?”

ได้ยังไงเหรอ? STA ของผมคือ LV.12 STR ของเขาคือ LV.7 ความต่างชั้นของค่าสถานะโดยรวมทำให้เกิดช่องว่างของพลังต่อสู้ช่องใหญ่

“ตาฉันล่ะนะ?”

ผมแตะแก้มของไอ้โง่บังซึงซอลก่อนที่จะต่อยมันสุดแรง มันมีฟันสองสามซี่กระเด็นออกมาในขณะที่บังซึงซอลกรีดร้อง ผมไม่ลังเลและแทงแขนของเขาด้วยหนาม

“อ๊ากกกก!”

ผมตรึงแขนข้างหนึ่งของเขาไว้กับกำแพงด้วยหนามและเริ่มโจมตีไม่เลือก ผมเลือกบริเวณที่เจ็บปวดที่สุดโดยไม่ทำให้เขาหมดสติไป อย่างเช่นหลัง ต้นขา และสีข้าง

[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ มีความสุขมาก]

[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ ได้เรียกร้องให้ขยายเวลาของสถานการณ์ย่อยออกไป]

[สถานการณ์ย่อยถูกขยายออกไป 1 นาที]

ผมยังได้ให้ความสนใจกับส่วนที่ทำให้ผู้หญิงบาดเจ็บ

“อึก! แค๊ก! แค๊ก!”

เลือดและเนื้อกระจัดกระจาย ฟันที่หักตกลงมาที่พื้นและกระดูกที่หักก็บิดงออย่างผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่หยุดเตะ

“ห-หยุด! ได้โปรด! ปล่อยพี่เขาไปเถอะ!”

พวกผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างอุทานออกมาด้วยความหวาดกลัว ผมมองไปที่พวกเขาเป็นครั้งคราว จากนั้นผมก็มองไปยังผู้หญิงเปลือยกายครึ่งท่อนที่นอนอยู่บนพื้น มนุษย์นั้นอ่อนแอ มนุษย์ที่อ่อนแอเช่นนี้จะทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้ยังไง? พวกเขาใช้ข้ออ้างที่โลกถูกทำลาย พวกเขาฆ่า ข่มขืนผู้หญิง และปล้นชิงผู้อื่น

มันเป็นเพราะสัญชาตญาณงั้นเหรอ? ทันใดนั้นเองผมก็นึกสงสัยขึ้นมาในขณะที่ผมมองไปยังดวงตาของบังซึงซอลที่ถูกย้อมไปด้วยความหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าความรุนแรงที่หนักหน่วงยิ่งกว่า

“ทำไมนายถึงทำมัน?” มันเป็นคำถามที่โพล่งออกมา ในความเป็นจริง ผมก็ไม่ได้คาดหวังถึงคำตอบของคำถามนี้ แต่ในช่วงที่ผมกำลังจะเตะเขาอีกครั้ง บังซึงซอลก็ลืมตาของเขา

“เชี่ย… ฆ่าฉันซะไอ้สารเลว”

เมื่อผมเห็นดวงตาของเขา ผมก็รู้ว่าเขาได้ตอบคำถามของผมในแบบของเขาแล้ว รูปลักษณ์ที่ไม่แสดงความผูกพันใดๆ ต่อชีวิต ใช่แล้ว มันไม่ใช่เป็นเพราะสัญชาตญาณ บังซึงซอลได้พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเรื่อยๆ

“สุนัข โลกนี้มันก็เหมือนกับหมา…”

ชายคนนี้คือมนุษย์ที่สิ้นหวังมานานแล้วก่อนที่โลกใบนี้จะถูกทำลาย เหมือนๆ กันกับผม

[ระยะเวลาของสถานการณ์ย่อยเหลือ 10 วินาที]

ผมไม่รีรออีกและเตะเข้าที่คอของเขาอย่างรุนแรง ลมหายใจหลุดลอยออกจากร่างของเขาและในที่สุดบังซึงซอลก็หมดสติไป

[คุณเคลียร์สถานการณ์ย่อยได้แล้ว]

[คุณได้รับ 300 เหรียญ]

ผมหวังว่าพวกมันจะมีความสุขกัน

[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ พึงพอใจและสนับสนุนคุณ 100 เหรียญ]

เหล่าชายฉกรรจ์คลานเข้ามาหาผมทีละคน

“ห-โหดร้าย… ”

พวกเขามองไปยังบังซึงซอลที่กลายเป็นเศษผ้า จากนั้นก็ยอมแพ้ผมด้วยความหวาดกลัว มันดูเหมือนกับว่าพวกเขาคือสุนัขที่รอถูกเชือด ณ โรงฆ่าสัตว์ ผมอุ้มผู้หญิงที่ทรุดตัวอยู่ขึ้นมาและหยิบถุงร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่ายังไง โลกก็ถูกทำลายไปแล้ว และผมต้องมีชีวิตใหม่

“พาฉันไปที่ๆ กลุ่มอยู่”

* * *

เดิมทีสถานีกึมโฮจะเป็นสถานที่ที่เติบโตขึ้นเป็นฐานหลักของภูมิภาคหลังจากที่มันถูกก่อตั้งขึ้นโดยยูจงฮยอค ในการเสื่อมถอยครั้งแรกของเขา ยูจงฮยอคได้ผ่านสถานการณ์หลักที่สองไปพร้อมกับกลุ่มสถานีกึมโฮ ทำให้คนของกลุ่มได้ครอบครองพื้นที่ในยุคสมัยใหม่ ถึงกระนั้น นั่นก็คือรอบแรก ในรอบที่สามของการเสื่อมถอย ยูจงฮยอคต่างออกไป ยูจงฮยอครอบที่สามคือสัตว์ประหลาดที่ผูกขาดทุกสิ่งอย่าง

“…ถึงกระนั้น เขาก็คือคนที่จะเก็บกวาดอะไรหลายๆ อย่าง”

“ฮะ?” ชายที่กำลังนำทางผมประหลาดใจ

“ฉันแค่กำลังพูดกับตัวเองหน่ะ มันเป็นนิสัย”

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ชอบการพูดคนเดียวของคุณ]

“ใช่… แบบนี้นี่เอง แบบนี้นี่เอง”

ชายฉกรรจ์จากกลุ่มซึงดูซึ่งสนับสนุนกัน หยุดเคลื่อนไหว พวกเขาเดินลงมายังด้านล่างของลานที่มืดและพบกับที่ที่ยังมีแสงสว่างอยู่ ผมได้ยินเสียงพึมพำของผู้คนในขณะที่พวกเขาเดินลงบันไดมา

“กลุ่มซึงดู! มีคนเจ็บ!”

มีบางคนวิ่งเข้ามาเพื่อพยุงกลุ่มของบังซึงซอล มันมีระบบมากกว่าที่ผมคิดเนื่องจากผู้คนเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ในระหว่างนี้ ผมก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยวิ่งเข้ามา

“โอ้พระเจ้า ทกจา! ทกจา!”

โชคดี ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมทักทายคนผู้นั้น “ยูซานอา”

“ดีใจจัง ฉัน ฉันดีใจจริงๆ!” ยูซานอายืนอยู่ตรงหน้าผมด้วยท่าทางมีความสุข ผมตกใจและจับมือกับเธออย่างกระอักกระอ่วน มันมีรอยถลอกอยู่มากมายที่หลังมือของยูซานอา แสดงให้เห็นว่าเธอคงจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในสี่วันที่ผ่านมา ผมได้ยินเสียงและมีบางสิ่งเข้ามาแปะขาของผม

“พี่ยังมีชีวิตอยู่” มันคือลีกิลยัง

ผมลูบหัวของเด็กชายและถาม “นายสบายดีนะ?”

ลีกิลยังพยักหน้า เขาต้องหิวแน่ๆ เพราะแก้มของเขาตอบลงจริงๆ ผมหยิบช็อคโกแล็ตแท่งออกมาจากกระเป๋าและวางมันไว้ในมือของลีกิลยัง

“ฉันรู้ว่านายยังไม่ตาย ทกจา ฮ่าฮ่า…” สุดท้ายผมก็มองไปยังลีฮุนซึง กล้ามเนื้อครึ่งบนของเขาดูจะแข็งแกร่งขึ้น บางทีลีฮุนซึงคงจะปกป้องทั้งสองคนนี้ “ฉันขอโทษจริงๆ ตอนนั้นฉันทิ้งนายไป…”

“มันเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

“เห้อ ฉันดีใจที่ยูจงฮยอคพูดถูก”

…ยูจงฮยอค? ทำไมชื่อนี้ถึงถูกเอ่ยออกมา? ลีฮุนซึงสังเกตเห็นมันและกล่าวว่า “ยูจงฮยอคคนนั้นบอกว่าทกจาคงจะไม่ตาย…”

“…แล้วยูจงฮยอคอยู่ไหน?”

“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตอนนี้”

ไม่อยู่ที่นี่?

“ยูจงฮยอคออกจากสถานีนี้ไปเมื่อวาน แล้ว…”

ผมสามารถประเมินได้หลายๆ สิ่งก่อนที่ลีฮุนซึงจะทันได้พูดจบ ผมเข้าใจแล้ว มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาคือคนใจร้อน

“เออนั่นสิ ยังมีอีกคน”

“อ่า หัวหน้าแผนก”

ยูซานอาพูดยังไม่ทันจบก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในทันใด อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่ดี

“ทุกคน ถอยไปให้พ้นทาง!”

ผมไม่ต้องฟังคำอธิบายอะไรกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า ผู้ชาย 3 – 4 คน กำลังเข้ามาล้อมผมพร้อมด้วยค้อนและท่อในมือ มันมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ในหมู่พวกเขา

“ก-แก…!” ฮันมยอนโกทิ้งผมไว้บนสะพานเลขคู่ และในตอนนี้เขาได้มองมาที่ผมราวกับเขาเห็นผี ฮันมยอนโกต้องเข้าร่วมกับกลุ่มนี้แล้วแน่ๆ “จ-จัดการเขา! เขาคือคนเลวมากๆ! เขาไม่ควรอยู่ที่นี่!”

โจรมักจะเป็นพวกที่รู้สึกเหมือนกับมีอะไรทิ่มแทงอยู่เสมอ ฮันมยอนโกเริ่มอุทานออกมาอย่างดุเดือด อย่างไรก็ตาม ผมก็สังเกตเห็นว่าชายคนอื่นๆ มองหน้ากันและไม่ได้เคลื่อนไหว มีบางอย่างแปลกๆ ฮันมยอนโกอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง แต่คนพวกนี้ก็ไม่ฟังเขางั้นเหรอ?

“ฮ่าฮ่า พี่ฮัน ทุกๆ คนควรจะไปด้วยกัน แต่ทำไมพี่ถึงหยุดล่ะ?”

“อ่า น-นั่น…”

“นายเป็นหน้าใหม่สินะ”

ชายคนนั้นแยกตัวออกมาจากด้านข้างและมีเส้นทางถูกสร้างขึ้น ชายร่างบางปรากฏขึ้นในหมู่พวกเขา ผมสามารถบอกได้จากแค่การมองเข้าไปในดวงตาของเขา ชายคนนี้มีผู้สนับสนุน

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันขอถามชื่อของนายได้ไหม?”

“คิมทกจา”

“ทกจา? เข้าใจล่ะ ฉันชอนอินโฮ”

ชอนอินโฮ? เหมือนกับว่าผมจำชื่อนี้ได้ ผมเพิ่มความแข็งแกร่งลงไปในหนามที่กำลังถืออยู่ ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะเป็นหัวหน้ากลุ่มซึงดู เขาสูญเสียคนของเขาไปครึ่งหนึ่งเพราะผม ดังนั้นเขาน่าจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่อง

“ฉันได้ยินเรื่องจากคนที่มากับนาย นายต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและช่วยสมาชิกในกลุ่มไว้”

…อะไรกัน?

“ทุกๆ คน โปรดมารวมตัวกัน! พวกเรามีสมาชิกใหม่ที่กล้าหาญ!”

ตามคำพูดของชอนอินโฮ ผู้คนเริ่มหันมาทางนี้ทีละคนๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้รู้ มันเป็นไปไม่ได้ที่เสน่ห์ของฮันมยอนโกจะรวบรวมกำลังได้มากขนาดนี้ ชอนอินโฮคือผู้นำที่แท้จริงของกลุ่มนี้

“ว้าว! อาหาร!”

ดวงตาที่หิวกระหายจดจ้องมายังถุงร้านสะดวกซื้อ จากนั้นชอนอินโฮก็พูดราวกับว่าเขากำลังรออยู่แล้ว “เขาจะมอบมันให้กับพวกเราแน่ๆ เขาเป็นคนดีที่หาได้ยากยิ่ง”

คำพูดนี้ทำให้สายตาของทุกคนมองมาที่ผมราวกับว่าผมคือผู้กอบกู้ แม่ที่กำลังอุ้มเด็กและชายชราที่เจ็บขามองมาที่ผมอย่างจริงจัง

ชอนอินโฮ… ดูเหมือนผมจะจำได้แล้ว ใช่แล้ว ชายคนนี้อยู่ในกลุ่มสถานีกึมโฮ

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ รู้สึกตื่นเต้น]

ในโลกที่ถูกทำลายใบนี้ อันตรายที่แท้จริงไม่ใช่คนแบบบังซึงซอล มนุษย์ที่เคลื่อนไหวในขณะที่รู้สึกสิ้นหวังไม่อันตรายแม้แต่น้อยสำหรับผม คนที่อันตรายจริงๆ คือคนที่ใช้ความสิ้นหวังของผู้อื่นเป็นเครื่องมือ เหมือนกับชายคนนี้

“ยินดีต้อนรับสู่สถานีกึมโฮ คิมทกจา”

ชอนอินโฮหัวเราะอยู่ภายในพร้อมกับจ้องมาที่ผม เขาหัวเราะคิกคักในขณะที่จับมือกับผม ชอนอินโฮคงจะไม่รู้ว่าในเวลานี้ อนาคตของเขาได้ถูกตัดสินแล้ว

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint