0 Views

ตอนที่ 150 – ปราสาททมิฬ (1)

 

(กลุ่มลับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

อันที่จริง ผมกังวลมากเกี่ยวกับยูจงฮยอค เขาคือคนที่ไว้ใจได้มากกว่าใคร ณ ที่แห่งนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน ผมก็ไม่มั่นใจในตำแหน่งของเขา ถ้ายูจงฮยอคสบัดมือของผมออก การกระทำของผมก็คงจะสูญเปล่า

โชคดีที่ยูจงฮยอคใจเย็นอยู่ เขาอาจจะมีอารมณ์รุนแรง แต่ชายคนนี้ก็เก่งในการควบคุมความโกรธของเขาและส่งข้อความลับกลับมา

– นายจะทำอะไร?

[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ เปิดใช้งาน ‘จุดนัดพบระหว่างวัน’]

…ไอเท็มที่ผมเคยซื้อเมื่อก่อนหน้านี้โผล่ขึ้นมาในหัวของผมอย่างช้าๆ ผมไม่รู้ว่ามันจะยังใช้งานได้อยู่ ผมจงใจพูดอย่างกล้าหาญออกไป

– ฉันจะทำแบบนี้อีกหลายครั้ง นายน่าจะชินได้แล้ว

– อะไรนะ?

– เงื่อนไขไม่ได้เลวร้ายสำหรับนาย ฉันรู้ว่านายสืบทอดเรื่องราวของกลุ่มดาวอื่นไม่ได้

ยูจงฮยอคตกใจกับคำพูดของผม

– …ฉันไม่รู้ว่านายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง

อันที่จริง การประกาศ ‘เนบิวลา’ กับผมก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับยูจงฮยอค ในนิยายต้นฉบับ ยูจงฮยอคก็ไม่ได้สืบทอดเรื่องราวไหนที่นี่ มันเป็นเพราะข้อจำกัดของยูจงฮยอค

[ข้อจำกัดของการเสื่อมถอย]

เขาสามารถหันหลังกลับได้หลังจากตาย แต่เขาก็ไม่อาจสืบทอดเรื่องราวของกลุ่มดาวอื่นได้

[อวตารยูจงฮยอค อวตารคิมทกจาพูดถูกไหม? พวกเจ้าสองคนกำลังสร้างเนบิวลาเหรอ?]

โดเกบิที่กำลังดูสถานการณ์อยู่ก้าวออกมา ทุกๆ คนมองไปยังยูจงฮยอคในขณะที่ผมรอคำตอบจากเขาด้วยความกระวนกระวาย

“ใช่”

ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกอยู่ภายในใจ อุปสรรคแรกผ่านพ้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่แท้จริงก็นับจากนี้ไป

ในความเงียบ คนจากชั้นสองก็หัวเราะออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะที่นุ่มนวลที่มีความพึงพอใจอยู่ ผมสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเพอร์เซโฟนีผ่านเสียงหัวเราะนี้

「คิมทกจา เจ้ามันสุดยอดไปเลย นี่คือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงชอบเจ้า」

แน่นอนว่าเธอชอบผม สไตล์ของเพอร์เซโฟนีสอดคล้องกับเรื่องราวประเภทนี้ ขอบคุณเสียงหัวเราะของเธอ กลุ่มดาวอื่นๆ ก็เริ่มหัวเราะ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มดาวบนชั้นสอง น่าเสียดายที่เสียงหัวเราะของพวกเขาไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับเพอร์เซโฟนี

[เนบิวลา ‘พระเวท’ ผิดหวังในตัวคุณ]

อูรีเอลขยับผ้าเช็ดหน้าไปที่ปากของเธอและขมวดคิ้วให้กับปฏิกิริยาของกลุ่มดาวรอบตัว

[อะไรนะ? ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้? สุดยอด!]

กลุ่มดาวบนชั้นแรกเฝ้ามองอย่างเงียบๆ ดวงตาของพวกเขามีส่วนผสมของความปรารถนาและความกังวล เทพสงครามทะเลและแม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้นเองก็ดูกังวล คนที่สนใจมากที่สุดคือดาบเล่มแรกแห่งโครยอที่กำลังมองมาทางนี้

เสียงหัวเราะเงียบลง และการดูถูกก็ถูกสาดลงมาจากชั้นสอง

[คนที่ยังไม่ได้ปีนขึ้นไปบนบัลลังก์แห่งกลุ่มดาวกลับต้องการสร้างเนบิวลางั้นเหรอ?]

[โดเกบิ นี่มันสมเหตุสมผลไหม?]

[หมาแมวตัวไหนจะเปิดเนบิวลา?]

โดเกบิดูสับสนกับทุกคำถามที่หลั่งไหลเข้ามาหาเขา

[เรื่องนั้น… อวตารคิมทกจาได้ถูกยอมรับอย่างชัดเจนจากการถ่ายทอดสดดวงดาว]

พร้อมกับคำพูดเหล่านี้ เรื่องราวที่ผมสร้างขึ้นถูกฉายบนจอเพดาน

[ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา]

ฉากแรกที่ปรากฏขึ้นคือเมื่อผมทำลายบัลลังก์หนึ่งเดียวด้วยการยืมพลังแห่งดาบสะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยิน พูดตามตรง เรื่องเล่าของผมได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้ ชิ้นส่วนของบัลลังก์ปรากฏบนหน้าจอ

กลุ่มดาวบางกลุ่มพยักหน้าราวกับว่าพวกเขามั่นใจ และกลุ่มดาวบางกลุ่มก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

[เขาทำลายบัลลังก์เทวะ!]

[…เขาเปิดด้วยเรื่องราวนั้นจริงๆ เหรอ?]

มันอาจจะมีผู้เข้าร่วมบางคนที่ไม่รู้ข้อมูลของผม ผมคิดว่าผมมีชื่อเสียงมาก แต่มันก็ยังไม่ขนาดนั้น ทันใดนั้นเอง ผมก็มองไปรอบๆ และเห็นเด็กรัสเซียกำลังมองมาที่ผมด้วยดวงตาอันว่างเปล่า

[ผู้ต่อต้านปาฏิหาริย์]

เรื่องราวที่สองคือเมื่อผมจัดการผู้หวนคืนเมียงอิลซังที่เป็นภัยพิบัติ

[กลุ่มดาวบางกลุ่มชื่นชอบคุณ]

เนื่องจากผู้หวนคืนถูกกลุ่มดาวเกลียดชัง สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องราวที่เหมาะสมที่จะได้รับความชื่นชอบจากกลุ่มดาว ในเวลานี้ ความประหลาดใจได้บังเกิดขึ้นบนใบหน้าของกลุ่มดาว

[…นี่มันอะไรกัน?]

มันเป็นเพราะเรื่องราวที่สามที่ปรากฏขึ้น มันคือตอนที่ผมทุบตีโดเกบิระดับกลางพอล ผมประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าจอ ผมแค่ต้องการแก้แค้นให้กับชินยูซอง… มันถูกรวมเข้าเป็น ‘เรื่องราว’ ของผมด้วยเหรอ?

โดเกบิระดับกลางพอลกรีดร้องออกมา และโดเกบิที่กำลังอับอายก็รีบเร่งความเร็วไปข้างหน้า จากนั้นก็มีเสียงบ่นของกลุ่มดาวดังออกมา

[เฮ้ นั่นอะไรน่ะ?]

[ร…เรื่องนั้น ฮ่าฮ่า ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด]

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่เหมือนกับคำพูดของโดเกบิ ชื่อเรื่องได้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

[ผู้หยามเหยียดสตรีมเมอร์]

มันมีเสียงหัวเราะดังออกมาจากบันได มันคือเสียงหัวเราะของดาบเล่มแรก

[บ้าไปแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!]

จากนั้นเรื่องราวที่สี่ก็ปรากฏขึ้น

[ผู้ล่าราชาภัยพิบัติ]

มันเป็นตอนที่ผมจัดการกับร่างเงาของกลุ่มดาวโอโรจิ ปากของกลุ่มดาวเปิดอ้าออกเมื่อพวกเขาเห็นโอโรจิถูกผมฆ่า

[เงาของกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า…]

[เขาสะสมเรื่องราวระดับตำนานไปแล้วสี่เรื่อง?]

ความสับสนแพร่กระจายในหมู่กลุ่มดาว หน้าจอปิดลงและโดเกบิก็พูดต่อ [ไม่ว่ายังไง อวตารคิมทกจาในตอนนี้ก็อยู่ตรงหน้าบัลลังก์แห่งกลุ่มดาวแล้ว ถ้าเขาได้รับเรื่องที่ห้าผ่านโอกาสนี้…]

คนที่รู้ว่าผมกำลังตั้งเป้าที่จะเป็นกลุ่มดาวไม่ได้สับสน แต่กลุ่มดาวอื่นๆ นั้นต่างพากันตะลึงงัน

[กลายเป็นกลุ่มดาวก่อนที่สถานการณ์ที่สิบจะจบลง?]

[เขาคือกลุ่มดาวใหม่…]

ทันใดนั้นเอง สายตาหลายๆ คู่ก็จดจ้องมาที่ผม แน่นอนว่านี่คงจะเป็นเหตุการณ์ที่น่ายำเกรงแม้แต่ในหนทางเอาชีวิตรอด มันมีกลุ่มดาวหรือผู้หวนคืนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับจากการถ่ายทอดสดดวงดาวก่อนสถานการณ์ที่สิบ

ท่ามกลางบรรยากาศที่สับสนขึ้นเรื่อยๆ มันก็เป็นมนูแห่งพระเวทที่พูดขึ้นมา

[ข้ายอมรับอวตารคิมทกจา อย่างไรก็ตาม ข้าก็ไม่อาจยอมรับเนบิวลาได้ มันมีอยู่สองปัญหา]

กลุ่มดาวตั้งใจฟังมนู

[หนึ่งคือพวกเราไม่รู้ว่าอวตารคิมทกจาสามารถชำระเงินได้ไหม มันจำเป็นไหมที่จะต้องมีเงินขั้นต่ำก่อนที่จะสร้างเนบิวลา?]

“ฉันมีเหรียญพอ”

ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้งกับคำพูดของผม

มนูมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่น่าสงสัย [พวกเราจะรู้เมื่อได้ตรวจสอบมัน ปัญหาที่สองคือใครจะ ‘สนับสนุน’ เนบิวลาของเจ้า]

ผมกลืนน้ำลาย ในที่สุดมันก็ถึงความท้าทายที่แท้จริง

[การสร้างเนบิวลาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากอย่างน้อยห้ากลุ่มดาว เจ้าได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มดาวไหน]

“เรื่องนั้น…”

ผมไม่อาจตอบออกไปง่ายๆ และมนูก็หัวเราะออกมา

[ไม่เหรอ แล้วชื่อของเนบิวลาล่ะ?]

ผมพูดออกมาในขณะที่ผมเหลือบมองยูจงฮยอค “ชื่อเนบิวลาของพวกเราคือ… บริษัทของคิมทกจา…”

“มันยังไม่มีชื่อ นอกจากนี้ พวกเราจะได้รับการสนับสนุนในตอนนี้แหละ” ยูจงฮยอคขัดจังหวะผม

“มีกลุ่มดาวไหนไหมที่ต้องการจะสนับสนุนเนบิวลาของพวกเรา?”

ไม่มีใครตอบคำถามของยูจงฮยอค มนูหัวเราะ

[ข้ารู้ดี มันเป็นการเสียเวลาเปล่าๆ โดเกบิ เริ่มการสืบทอดเรื่องราวต่อ…]

ในเวลานั้นเองก็มีคนยกมือขึ้นมา

[‘ยมโลก’ แห่งโอลิมปัสจะสนับสนุนเนบิวลาของคุณ]

[ราชินี!] มนูที่กำลังโกรธแผดเสียงใส่เพอร์เซโฟนี

ออร่าของเพอร์เซโฟนีพวยพุ่งออกมา [มันคือการตัดสินใจของข้า เจ้ามีปัญหาอะไร?]

[เอ่อ…]

ไม่ว่าพระเวทจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่กลุ่มดาวมนูก็ไม่อาจต่อกรกับเพอร์เซโฟนี ราชินีแห่งยมโลกได้ สุดท้ายเขาก็หันไปหากลุ่มดาวอื่น

[ไม่มีคนอื่นแล้วใช่ไหม?]

[ข้าจะสนับสนุน]

เสียงดังออกมาจากชั้นสอง และกลุ่มดาวก็พากันประหลาดใจอีกครั้ง มันคือเห้งเจีย

[น-นักโทษรัดเกล้าทองคำ?]

[เอาจริงดิ? เจ้าจริงจังเหรอ?]

ผมมองไปทางเขาด้วยความขอบคุณ เห้งเจียกำลังแคะหูของเขาในขณะที่กำลังมองลงมาราวกับว่ามันน่ารำคาญ

[เอ๋ ข้าไม่รู้ว่า… ขอโทษทีละ! ข้าเองก็สนับสนุนด้วย] อูรีเอลประกาศการสนับสนุนของเธอ [ข้าจะตั้งชื่อเนบิวลาให้ด้วย! ชื่อเนบิวลาคือ ห้าม… อุ๊ป อุ๊ป!]

ทูตสวรรค์อันดับที่เก้ารอบๆ ตัวเธอพากันงุนงงและเข้ามาปิดปากของเธอ ไม่ว่าเธอจะมีความตั้งใจแบบไหน ผมก็ขอขอบคุณเธอ ในตอนนี้กลุ่มดาวที่เหลือก็เหลือบมองหน้ากัน

กลุ่มดาวทั้งสามที่ประกาศการสนับสนุนของพวกเขาออกมานั้นแข็งแกร่งพอที่จะไม่ต้องเป็นกังวลกับคนอื่น ส่วนที่เหลือนั้นต่างออกไป มันเป็นเรื่องไม่ปกติสำหรับกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่และกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่จะท้าทายมนูเพียงเพื่อช่วยสร้างเนบิวลาใหม่

ผมมองไปด้านข้างและเห็นว่ายูจงฮยอคยอมแพ้ไปครึ่งตัวแล้ว เขาส่งข้อความให้ผม

– มันจบแล้ว

…ผมคงจะถูกขวางไว้ตรงนี้ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

– ไม่เป็นไร เป้าหมายของฉันสำเร็จแล้ว

– อะไรนะ?

– ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรเลย สิ่งที่สำคัญคือการซื้อเวลา

ตั้งแต่แรกเริ่ม ผมไม่ได้คิดที่จะสืบทอดเรื่องราวของกลุ่มดาวไหน ผมคิดถึงนิยายต้นฉบับและจุดจบของงานเลี้ยงถูกกำหนดไว้แล้ว ในเวลานั้นเอง มันก็มีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

[ข้า ดาบเล่มแรกแห่งโครยอจะสนับสนุนเนบิวลาของเจ้า]

ดาบเล่มแรกแห่งโครยอประกาศสนับสนุนพวกเรา จากนั้นกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ก็ยืนขึ้นพร้อมกัน

[งั้นข้า เทพสงครามทะเล…!]

[แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้นก็จะไม่นิ่งเฉย!]

เมื่อกลุ่มดาวบนชั้นแรกเริ่มสนับสนุนพวกเรา กลุ่มดาวบนชั้นที่สองและโดเกบิก็พากันสับสนอย่างหนัก

[ด-เดี๋ยวนะ! การประกาศสนับสนุนแบบส่งๆ อย่างนี้…!]

อึดใจต่อมา

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ จะสนับสนุนเนบิวลาของคุณ]

…ฮะ? นักเขียนลับ เขามุดหัวอยู่ที่ไหน?

[คุณได้รับตั๋วเนรมิตเนบิวลาชั่วคราว!]

…อย่าบอกนะว่า? ในเวลานั้นเอง โถงจัดเลี้ยงก็เริ่มสั่นและมิติก็บิดเบี้ยว ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ในที่สุดงานเลี้ยงก็สิ้นสุดลง ‘พวกเขา’ มาแล้ว

[…ออร่านี้มันอะไรกัน?]

[ทุกคนถอย!]

แม้แต่กลุ่มดาวก็เริ่มเป็นกังวล ท้องฟ้าบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง และประกายแสงอันทรงพลังก็ปรากฏขึ้น มันเหมือนท้องฟ้ากำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

[โถงเอก]

โถงไม่ทราบชื่อซึ่งปรากฏขึ้นเมื่อสถานการณ์เริ่มต้นขึ้นเท่านั้นได้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันเหนือโถงจัดเลี้ยง มนูที่กำลังตกใจตะโกนออกมา

[ทวยเทพต่างโลก! พวกท่านกล้ามาที่นี่ได้ยังไง?]

กลุ่มดาวคำรามออกมาและยกระดับออร่าของตน จากนั้นเสียงอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังออกมาจากโถงในอากาศ

(ทำไม… พวกเราไม่ถูกเชิญเหรอ?)

เพอร์เซโฟนีและอูรีเอลรีบอุดหูของผมและยูจงฮยอคในทันใด มันเพื่อป้องกันเสียงที่แท้จริง พวกเธอยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเราเพื่อช่วยลดแรงกดดันจากห้องโถง

[ข้าขออภัยด้วย แต่งานเลี้ยงจบลงแล้ว ถึงเวลากลับแล้ว]

[ไว้เจอกันใหม่นะทุกคน]

ในช่วงเวลาที่เพอร์เซโฟนีและอูรีเอลพูด ยูจงฮยอคและผมก็ถูกรายล้อมด้วยวงกลมโปร่งใส มันเป็นการแปลงมิติโดยใช้พลังของกลุ่มดาว พวกเธอต้องการช่วยพวกเราจากการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวที่อาจจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เทพเจ้าต่างโลกก็เร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย เดี๋ยว…

[เหล่าทวยเทพต่างโลกกำลังจ้องมองคุณ!]

[เหล่าทวยเทพต่างโลกกำลังจ้องมองคุณ!]

ในอึดใจสุดท้าย ผมก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของอูรีเอล

[คิมทกจา]

จากนั้นความมืดก็เข้าปกคลุมดวงตาของผม

***

[นายเป็นใครกัน?]

[ไม่มีบันทึกไว้]

[อย่าบอกนะ…]

.

.

.

[■■■■…]

.

.

.

[ในที่สุด ‘เรื่องราวสุดท้าย’ ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น]

***

“เฮ้ มันอยู่ที่นี่เหรอ?”

“ไม่เป็นไรนะ? ถ้าพวกนั้นมันมาล่ะ? ว่ากันว่าจอมทัพแห่งน่านน้ำและเหล็กบริสุทธิ์มาที่นี่อยู่บ่อยๆ!”

“ไม่ใช่ว่านี่คือหลุมศพของวีรบุรุษหรอกเหรอ?”

ในค่ำคืนอันมืดมิด โจรหลายคนได้มารวมตัวกันรอบๆ หลุมศพที่สร้างขึ้นในคังฮวามุน

หัวหน้าโจร ลีทงป้าขมวดคิ้วให้กับคนที่หวาดกลัว “เจ้าพวกโง่ วีรบุรุษอะไรกัน? วีรบุรุษจะตายง่ายๆ แบบนี้เหรอ?”

ไม่นานมานี้ที่ลีทงป้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของวีรบุรุษ ชายที่แข็งแกร่งที่สุดที่ช่วยกรุงโซลไว้ด้วยการเสียสละชีวิตของเขา แน่นอนว่าลีทงป้าไม่เชื่อข่าวลือ

“เอาล่ะ รีบลงมือ! ไม่มีเวลาแล้ว ก่อนที่พวกบ้านั่นจะออกมา!”

หลายคนได้เข้าร่วมในสถานการณ์ที่เก้า ปราสาททมิฬแล้ว อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์ รวมทั้งลีทงป้า สถานการณ์หลักเป็นแค่เทศกาลสำหรับพวกคนฉลาดอย่างเขา

“มันเป็นหลุมฝังศพของวีรบุรุษ มันจะไม่มีของดีๆ ฝังอยู่หน่อยเลยเหรอ?”

“ค้นร่างด้วย! เขาอาจจะซ่อนสิ่งของไว้ในร่างกาย”

“เชี่ย ฝังลึกจัง เฮ้ ขุดขึ้นมา!”

พวกโจรรีบขุด และเวลาก็ผ่านไปประมาณสองชั่วโมง

“ถ-ถึงแล้ว!”

สุดท้ายพวกเขาก็กระแทกพลั่วเข้ากับฝาโลง หัวใจของพวกเขาเต้นแรงในขณะเปิดฝา ชายสวมชุดสีขาวกำลังนอนอยู่ในโลง

ลีทงป้าหัวเราะ “วีรบุรุษ? เหอะ เขาคือเจ้าหญิงนิทราต่างหาก เขามันน่าเกลียด”

“เสื้อคลุมนี่สุดยอด ถอดมันออกมา…”

แปะ!

“ว๊ากกกกก!”

“อ-อะไรกัน… ว๊ากกก!”

ลีทงป้าที่กำลังตกใจล้มลงและเริ่มสั่น วีรบุรุษที่เพิ่งตายไปกำลังจับไหล่ของโจรไว้อยู่ จากนั้นทุกๆ คนในกรุงโซลก็ได้ยินเสียงข้อความต่อไปนี้

[ใครบางคนได้รับเรื่องราวห้าเรื่อง]

[กลุ่มดาวใหม่ถือกำเนิดขึ้นบนท้องฟ้ายามราตรีแห่งกรุงโซล!]

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint