0 Views

ตอนที่ 145 – งานเลี้ยงกลุ่มดาว (1)

 

(กลุ่มลับ >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ฝนสาดเทลงมาที่จัตุรัสคังฮวามุน ถนนแทบจะกลายเป็นซากปรักหักพังไปเพราะเหล่ามอนสเตอร์ โลโก้สื่อที่ยุบตัวลงถูกทำลายและเหยียบย่ำ รูปปั้นกษัตริย์ที่เป็นสัญลักษณ์ของคังฮวามุนถูกทำลายลงโดยสมบูรณ์

“อ่า…”

อารยธรรมที่กรุงโซลก่อร่างมาได้ล่มสลายลง และวัฒนธรรมก็สูญหายไป มีเพียงเรื่องราวเดียวที่เหลืออยู่ แต่ก็ไม่มีใครในคังฮวามุนที่ต้องการเรื่องราวนี้

ลีจีฮเยพูดออกมาในขณะที่เธอดูฮวารังกำลังขุดดิน “…เขาตายจริงๆ เหรอ?”

ไม่มีใครตอบเธอ เหตุผลที่ไม่มีการตอบสนองนั้นก็แตกต่างกัน จางฮีวอน ลีฮุนซึง ลีกิลยัง ชินยูซอง…

พวกเขามีความคิดของตัวเอง แต่ไม่มีใครพูดอะไร บางทีพวกเขาอาจจะคิดผิดไป บางที… พวกเขาอาจจะกลัวว่ามันจะถูก

“ไม่… จริงเหรอ?”

ร่างกายของคิมทกจาถูกค้นพบประมาณชั่วโมงหนึ่งหลังจากสิ้นสุดสถานการณ์ที่แปด

“คุณลุง! ตื่นขึ้นมานะ! นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม?”

สาเหตุของการเสียชีวิตคือการเสียเลือดมากเกินไป ในตอนแรก ทุกๆ คนสับสน คิมทกจาที่ไม่มีใครเห็นมาตลอดสถานการณ์ จู่ๆ ก็ตาย

ถึงกระนั้น สมาชิกปาร์ตี้ก็รอคอยอย่างไม่ตกใจมาก สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งแรกคือตอนที่พวกเขาล่ามังกรไฟและเมื่อตอนเผชิญหน้ากับภัยพิบัติชินยูซอง คิมทกจารอดมาจากความตายได้เสมอ

ดังนั้นครั้งนี้พวกเขาจึงรอ เขาคงจะลุกขึ้นมาอีกครั้งตามปกติและยิ้มให้กับทุกๆ คน แล้วเขาคงจะเล่าเรื่องตลกออกมา

อย่างไรก็ตาม คิมทกจาก็ไม่ลุกขึ้นมาอีก หนึ่งชั่วโมงผ่านไป และจากนั้นก็สอง ในที่สุด หนึ่งวันก็ผ่านไป มันเหมือนเดิมเมื่อคืนที่สองมาถึง

คิมทกจาไม่ฟื้น ร่างกายของเขาเย็น

มันคือมินจีวอนที่ให้กำลังใจสมาชิกด้วยการทำโลงศพ

“…เขาแข็งแกร่งที่สุดในโซล”

เธอเริ่มทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำได้ เธอรู้จักคิมทกจา แต่เธอก็สามารถทำมันได้เพราะความสัมพันธ์ของเธอกับคิมทกจานั้นแค่ผิวเผิน

มินจีวอนพูดถึงการเสียสละของคิมทกจา เธอกระจายเรื่องราวของชายที่เลือกจะตายอย่างเงียบๆ ในขณะที่ทุกๆ คนเฝ้ามองการต่อสู้ระหว่างคนที่แข็งแกร่ง

ทุกๆ คนเรียกคิมทกจาด้วยชื่อเล่นที่แตกต่างกัน ในความเป็นจริง เมื่อโดเกบิได้ประกาศชื่ออวตารที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้คนก็คิดถึงชื่อเล่นที่แตกต่างกัน

ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา

พระเจ้าผู้โดดเดี่ยว

ราชาที่น่าเกลียดที่สุด…

คำนั้นแตกต่างกัน แต่ทิศทางของพวกเขาก็รวมเป็นหนึ่ง บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโซลโดมคือคิมทกจา และคิมทกจาได้ตายเพื่อโซล

โซลถูกช่วยไว้โดยคิมทกจา ผู้กอบกู้ได้ตายในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้

มินจีวอนทำโลงศพให้กับคิมทกจาผู้นี้ ผู้คนต่างเฝ้าดูร่างของคิมทกจาถูกวางไว้ในโลงศพและกลั้นน้ำตาไว้ บางคนก็สับสนว่าเขาเป็นใครในขณะที่บางคนก็ถอนหายใจหลังจากได้ยินเรื่องราว

ในเวลาเดียวกัน ชินยูซองก็ร้องไห้ออกมา “คุณลุง…”

“ยูซอง” จางฮีวอนดึงชินยูซองออกมาจากโลง ลีฮุนซึงยังคงมีสีหน้าสับสนในขณะที่ใบหน้าของลีกิลยังว่างเปล่า ราวกับว่าเขากำลังหลีกหนีจากความเป็นจริง

“พี่ทกจายังไม่ตาย”

สุดท้าย ลีจีฮเยก็กรีดร้องออกมา “…มาสเตอร์ไปไหน?”

“…”

“มาสเตอร์สามารถช่วยลุงได้! พี่ซอลฮวาล่ะ?”

อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อฟังคำตำหนิ ในที่สุด ลีจีฮเยก็เริ่มร้องไห้ออกมา “ลุง…”

พวกเขาต้องยอมรับมัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องการ คิมทกจาตายแล้ว และเขาจะไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก

[สถานการณ์หลักใหม่จะเริ่มเร็วๆ นี้]

ในตอนนี้พวกเขาต้องอยู่ในโลกที่ไม่มีคิมทกจา

***

「ในตอนนี้ พวกเขาต้องอยู่ในโลกที่ไม่มีคิมทกจา」

ถ้ามันเป็นหนทางเอาชีวิตรอด ประโยคนี้คงถูกเขียนไว้

“อืม อย่าโศกเศร้าไปกับฉันนักเลย”

ผมอยากจะตะโกนออกไปแต่เสียงของผมก็ไม่ออกมา มันเป็นเพราะผมอยู่ในสถาพที่ไม่มีเส้นเสียง มันเป็นความสะดวกสบายที่จะสามารถสังเกตเห็นสถานการณ์ในฐานะ ‘ผู้สังเกตการณ์มุมมองบุคคลที่สาม’ เมื่อใดก็ตามที่พลังจิตของผมได้รับการฟื้นฟู

คงจะดีถ้าผมสามารถใช้ ‘มุมมองบุคคลที่หนึ่ง’ ได้ แต่ตอนนี้มันไม่ทำงานหลังจากที่ได้รับภาระหนักเกินไปจากยูจงฮยอค

[ภาวะทางอารมณ์ที่มากเกินไปได้จำกัดการใช้ ‘มุมมองบุคคลที่หนึ่ง’]

โลงศพถูกปกคลุมไปด้วยดิน และบางคนก็ตะโกนออกมา

“ราชาผู้น่าเกลียดที่สุด!”

บัดซบ โดเกบิแนบชื่อเล่น ‘ราชาผู้น่าเกลียดที่สุด’ ให้กับผมงั้นเหรอ? มันต้องเป็นไอ้บีฮยองบ้านั่นแน่

ผมรู้สึกแปลกๆ เมื่อผมเห็นชินยูซองกำลังร้องออกมาและโยนดอกไม้ลงไปในหลุมศพของผม ในตอนนี้ สมาชิกปาร์ตี้ของผมเชื่อว่าผมตายไปแล้ว ผมมองดูพวกเขาในขณะที่พวกเขาเข้าร่วมงานศพของผม บางทีผมอาจจะเป็นแค่คนเดียวที่เป็นเช่นนี้

“ฮือออออ!”

ลีกิลยังร่ำไห้ออกมาและมีน้ำมูกไหลในขณะที่เขาวิ่งไปที่โลงศพซึ่งครึ่งหนึ่งปกคลุมไปด้วยดิน ลีจีฮเยก็เหมือนกัน

“ลุงงงงง―!”

ปกติแล้วเธอเป็นเด็กที่ทำท่าทางโมโหใส่ผม ดังนั้นผมจึงค่อนข้างประทับใจ มันจะเป็นฉากที่ตลกถ้าผมตื่นขึ้นมาในโลงตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ผมก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันเป็นเพราะผมกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า ‘คูลดาวน์’

[สิทธิพิเศษของ ‘แปดชีวิต’ ถูกเปิดใช้งานแล้ว]

การคืพชีพนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล ผมมีแอตทริบิวต์แปดชีวิตที่ผมได้รับมาจากดินแดนแห่งสันติหลังจากละทิ้งราชาผู้ไม่สังหารไป แอตทริบิวต์นี้สามารถได้รับมาเมื่อดื่มเลือดเนื้อและดวงวิญญาณของโอโรจิมาเท่านั้น ซึ่งจะทำให้คนๆ หนึ่งมีแปดชีวิตจริงๆ

[หัวงูหัวแรกถูกสังเวย]

[พลังของหัวนี้คือความระมัดระวัง]

ความสามารถประเภทต่างๆ ได้หลับไหลอยู่ในหัวของโอโรจิ และหลังจากคืนชีพ ผมก็จะได้รับพรที่เกี่ยวข้องกับความสามารถนั้น นี่ไม่เลวเลย ปัญหาก็คือว่ามันไม่เหมือนกับราชาผู้ไม่สังหาร มันมีเวลารอคอยสำหรับสิทธิพิเศษนี้

[ต้องใช้เวลารอ 72 ชั่วโมงก่อนการคืนชีพ]

[เวลาที่เหลืออยู่: 24:07:12]

ผมยังเหลืออีกวันกว่าๆ และเวลาสำหรับสถานการณ์ต่อไปก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมมองดูงานศพของตัวเองอีกเล็กน้อยก่อนที่จะเปลี่ยนมุมมอง ผมยังไม่อาจคืนชีพได้ ดังนั้นผมจึงรู้สึกเสียใจถ้าต้องดูต่อไปอีก

[กำลังเปลี่ยนบุคคลที่สังเกตด้วย ‘มุมมองบุคคลที่สาม’]

จากนั้นหน้าจอใหม่ก็โผล่ขึ้นมา มันเป็นห้องใต้ดินที่มีการตกแต่งแบบโบราณ ชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ที่นี่

“…ยูจงฮยอค?” หญิงสาวคนนั้นย่อมเป็นยูซานอา ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร มันเป็นยูจงฮยอคที่มาปล่อยเธอ มันเป็นคำขอสุดท้ายที่ผมขอก่อนออกไปจากร่างของเขา

ยูซานอาถาม “เกิดอะไรขึ้นกับทกจางั้นเหรอ?”

“คิมทกจาตายแล้ว”

ยูซานอาดูเหมือนกับโลกได้ถล่มลงมากับการประกาศอย่างเปิดเผยของยูจงฮยอค ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อผมเห็นการแสดงออกนี้ ชีวิตในวัย 28 ปีของคิมทกจาไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นเลย

“อย่างไรก็ตาม เขาจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

“…มีชีวิตอีกครั้ง? ยังไง?”

“ฉันไม่รู้ ฉันแค่รู้ว่าเขาคงไม่ตายไปแบบนี้”

ยูจงฮยอคเคยเห็นผมฟื้นคืนชีพขึ้นมาในอดีต เขาย่อมเชื่อว่าผมจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในที่สุด

“…ไม่สิ เขาต้องฟื้นขึ้นมาแน่ๆ”

แล้วทำไมเขาต้องกำหมัดแน่นขนาดนั้นด้วย? ยูจงฮยอคเงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดกับยูซานอาที่กำลังตกใจ

“ครอบครัวของคิมทกจาล่ะไปไหน?”

คำพูดนี้ทำให้ผมประหลาดใจ ไอ้หมอนี่ ทำไมเขาถึงทำในสิ่งที่ผมไม่ได้ขอเขา? ใบหน้าของยูซานอาเปลี่ยนไปกับคำว่า ‘ครอบครัว’ เธอดูเหมือนจะมีเรื่องเร่งด่วนที่จะพูด

“แม่ของเขา…”

น่าเสียดาย ในเวลานั้นเองหน้าจอก็ปิดลงและมีข้อความดังออกมา

[พลังจิตของคุณหมด]

[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าระดับสามถูกปิด]

นี่คือเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับร่างวิญญาณ การฟื้นตัวของพลังจิตที่หมดไปช้ามาก มันเป็นธรรมดาเพราะมันไม่มีร่างกาย วิญญาณที่ไม่มีร่างกายก็เหมือนแบตเตอรี่ที่เสียขั้วไฟฟ้าอันหนึ่งไป ยิ่งช่วงเวลาที่ไม่มีร่างกายนานเท่าไร จิตใจก็จะยิ่งเหนื่อยล้า มันเป็นเหตุผลว่าทำไมภูตผีถึงคลั่งไป

‘เนอร์วาน่าฆ่าแม่ของฉันงั้นเหรอ?’

ผมต้องถามคำถามต่อเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นบ้า

‘เป็นไปไม่ได้’

นี่คือแม่ของผม ไม่ใช่ใครอื่น เนอร์วาน่าเองก็ไม่ใช่ตัวละครที่ฆ่าหรือทรมานใครง่ายๆ เนอร์วาน่าเป็นสุภาพบุรุษเมื่อทำตัวเป็นผู้นำโบสถ์ผู้ไถ่บาป

อย่างไรก็ตาม มันก็มีคำสุดท้ายที่เนอร์วาน่าพูดออกมา เขาบอกว่าแม่ของผมมีความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้จากผม ความลับที่แม่ของผมซ่อนไว้จากผม? ผมไม่อาจขจัดมันออกไปได้เลย ไม่ว่าผมจะคิดหนักแค่ไหน

…ผมไม่รู้ ไม่สิ บางทีผมอาจจะไม่อยากรู้ก็ได้

จากนั้นก็มีข้อความดังออกมา

[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งอบีดอส’ กำลังเรียกวิญญาณของคุณ]

ผมไม่ได้ยินข้อความมาสักพักแล้ว ดังนั้นผมจึงสับสนเล็กน้อย

…จ้าวแห่งอบีดอส? ผมไตร่ตรองเนื้อหาของหนทางเอาชีวิตรอด ถ้าผมจำไม่ผิด อบีดอสคือเมืองหลวงของอียิปต์โบราณ

[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ ต้องการเสนอ ‘เรื่องราวของการฟื้นคืนชีพ’ ให้คุณ]

โอ้ ดูนี่สิ? พาไพรัสคือเนบิวลาของตำนานอียิปต์

[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ กำลังเรียกวิญญาณของคุณ]

เอ๋? เมทาทรอน? ในทันทีที่ผมคิดถึงมัน ข้อความต่อมาก็ปรากฏขึ้น

[เนบิวลา ‘เอเด็น’ ต้องการนำคุณลงไปบนเส้นทางของพระเมสสิยาห์]

เรื่องราวของการฟื้นคืนชีพ พระเมสสิยาห์…?

[กลุ่มดาว ‘เทพแห่งไวน์และความปิติยินดี’ ต้องการที่จะพาคุณออกไปจากกลุ่มดาวล่าง]

[เนบิวลา ‘โอลิมปัส’ จะจัดเวทีให้คุณ]

…อะไรอีก?

[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งวันที่ 25 ธันวาคม’ กำลังเรียกหาคุณ]

[เนบิวลา ‘พระเวท’ นำเสนอ ‘วันหยุดแห่งการฟื้นคืนชีพ’ แก่คุณ]

[กลุ่มดาว ‘ดอกไม้บานแห่งทุ่งดอกไม้โซชอน’ กำลังเรียกดวงวิญญาณของคุณ]

[เนบิวลา ‘แทมนา’ ต้องการคุณ]

จากตำนานอินเดียไปจนถึงตำนานเกาหลี? มันมีการส่งข้อความมามากมาย ตั้งแต่เนบิวลาใหญ่ไปจนถึงเนบิวล่าเล็กๆ พวกเขาต่างก็เรียกหาตัวผม

ผมสามารถบอกได้ว่ากลุ่มดาวเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่ พวกเขาพยายามจะครอบงำผมด้วยตำนานของพวกเขาเหรอ?

[กลุ่มดาวบางกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากัน]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มกำลังเตือนไม่ให้ขโมยตำนานของคนอื่น]

กลุ่มดาวที่กำลังเรียกผมล้วนเกี่ยวข้องกับการฟื้นคืนชีพ

[กลุ่มดาวกำลังก่อสงครามประสาทเหนือการฟื้นคืนชีพของคุณ]

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนพวกนี้พยายามจะเหยียบเข้ามาในเรื่องราวของผม เรื่องราวทั้งหมดได้รับการปรับปรุงผ่านการเผยแพร่ ยิ่งมนุษย์บอกเล่าเรื่องราวและส่งต่อให้พวกเขา อิทธิพลของเรื่องราวก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่ง คนที่ชื่อ ‘คิมทกจา’ ฟื้นคืนชีพขึ้นหลังจากผ่านไปสามวันและตะโกนคำพูดเหล่านี้ออกมา

“ฉันคือคิมทกจา! ฉันได้รับพรจากพระคริสต์!”

ไม่สำคัญว่าพระคริสต์จะถูกแทนที่ด้วยโดโอไนซัส หรือคนอื่น ผู้คนก็จะทึ่ง และตำนานก็จะถูกเล่าซ้ำอีก

อวตารที่มหัศจรรย์จะกระจายเรื่องราว และพลังของเรื่องราวก็จะเกินจินตนาการ มันเป็นผลที่ทำให้เนบิวลาที่เกี่ยวพันกับเรื่องราวยิ่งมีอำนาจมากยิ่งขึ้นในการแทรกแซงความน่าจะเป็น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เนบิวลาตกอยู่ในความเสียสติเพราะเหตุนี้ ผมมีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์เหล่านี้

[กลุ่มดาวของคาบสมุทรเกาหลีให้ความสนใจกับตัวเลือกของคุณ]

(จบตอน)