0 Views

ตอนที่ 141 – สุดยอดการเสียสละ (2)

 

มอนสเตอร์แห่ออกมาจากเขตชานเมืองของกรุงโซล บางทีมันอาจมีประตูถูกสร้างขึ้น และอันดับของมอนสเตอร์ก็จะพุ่งทะยานขึ้นในสี่ชั่วโมง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เวลาที่พวกเรามีได้มากที่สุดคือ 8 ชั่วโมง ผมต้องล่อเนอร์วาน่าออกมาเพื่อให้เขาได้เผชิญหน้ากับยูจงฮยอค

“ฉันคิดว่าฉันทำได้นะ”

ผมผละออกมาจากปาร์ตี้และเรียกบีฮยองผ่านการสื่อสารโดเกบิ อย่างไรก็ตาม เสียงที่ตอบกลับมาก็เป็นเสียงของยังกิ

[ข้าขอโทษ ตอนนี้บีฮยองไม่ว่าง…]

ไอ้บีฮยองบ้านั่น เขาอู้ทันทีที่เขากำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งงั้นเหรอ? เขามันคนเนรคุณ ผมได้พยายามยกระดับเขา แต่เขากลับไม่รู้จักวิธีตอบแทน

– มันมีกล่องสุ่มในสถานการณ์ใหม่ใช่ไหม?

[ใช่ มันมาแล้ว]

– ฉันจะซื้อ 10 กล่อง

ผมคิดว่ามันคงจะดี แต่ยังกิก็ลังเลอย่างน่าประหลาด

[อัตราการสุ่มแย่มาก… เจ้าจะโอเคเหรอ?]

– ไม่เป็นไร

ผมรู้ว่าโดเกบิกำลังกังวลกับอะไร คนแบบนี้จะรอดไหม?

[คุณได้ซื้อ ‘กล่องสุ่มพิเศษ สถานการณ์หลัก #8’ 10 กล่อง!]

[คุณจ่ายเงิน 30,000 เหรียญ]

– พอแค่นี้ก่อน

[ได้ ขอให้เรื่องราวอวยพรแก่เจ้า]

เสียงของยังกิหายไปและกล่องที่เปล่งประกาย 10 กล่องก็ปรากฏขึ้นในอากาศ มันเป็นกล่องที่มีสีสันพร้อมกับมีเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่อยู่

ลีกิลยังถามผม “พี่ นี่มันสิ่งที่พวกเราเห็นในเกมงั้นเหรอ? ถ้าพี่เปิดมัน พี่ก็จะได้ไอเท็มดีๆ แบบสุ่ม…”

เด็กน้อยสังเกตเห็นเร็วที่สุด

“อืม ใช่แล้ว”

[กล่องสุ่ม]

ไอเท็มเดิมพันที่มีโอกาสอันน้อยนิดที่จะมอบอาวุธระดับ SSS หรือสกิลระดับ SSS ให้ นี่คือไอเท็มที่ถูกออกแบบมาโดยโดเกบิเพื่อหลอกกลุ่มดาวตาบอด ทำไมผมถึงซื้อกล่องนี้งั้นเหรอ?

[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ค่อนข้างผิดหวังในตัวคุณ]

[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ กล่าวว่าพื้นฐานของการมีอายุยืนยาวคือความมั่นคง]

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ แนะนำให้คุณระวังการใช้จ่าย]

[กลุ่มดาว ‘นายหญิงไหมนิทรา’ ต้องการให้คุณบริจาคถ้าคุณมีเหรียญ]

ใบหน้าของมินจีวอนเปลี่ยนเป็นสีแดงกับข้อความของกลุ่มดาว

“ฉ-ฉันขอโทษ ผู้สนับสนุนของฉันค่อนข้าง…”

“ไม่เป็นไร อันที่จริง มันก็ไม่ใช่ของราคาแพงอะไร มาเปิดด้วยกันเถอะ ฉันจะให้เธอกล่องนึงเพื่อเปลี่ยนอารมณ์หน่อย”

“นายจะให้ฉัน? จริงเหรอ?”

“ใช่ เธอสามารถเก็บไอเท็มหลักที่ออกมาจากกล่องได้เลย ฉันขอแค่ไอเท็มรองที่เป็นของสิ้นเปลืองก็พอ”

เดิมทีผมวางแผนที่จะขายมันในราคาถูกๆ แต่คนที่นี่ก็มีความสัมพันธ์กับผมอยู่ มันคงจะช่วยผมได้ถ้าพลังของพวกเขาเพิ่มขึ้น ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ธุรกิจที่ขาดทุนอะไร

ลีจีฮเยรู้สึกตื่นเต้นกับของฟรีและคว้ากล่องมาก่อน “ว้าว ถ้าลุงว่าแบบนั้น… ฉันก็จะใช้มันให้เป็นประโยชน์ละกัน!”

จากนั้นกงพิลดูและลีกิลยังก็รับกล่องไป

“พี่ถ้าผมได้ไอเท็มระดับ SSS ล่ะ?”

“มันยากเพราะความน่าจะเป็นอยู่ที่ 0.00001%”

“…จริงเหรอ?”

“มันเป็นธุรกิจที่เอาเปรียบน่ะ วันนี้เรามาสนุกไปกับมันก็พอ”

ยูจงฮยอคพิจารณาคำพูดของผมและกล่าวว่า “คิมทกจา นายคิดว่าไอเท็มที่ออกมาจะช่วยให้ฉันจัดการกับเนอร์วาน่าได้เหรอ?”

“อืม ก็ทำนองนั้น”

“…มันเป็นแผนที่น่าสมเพชมาก”

ไอ้บ้านี่ก็เอากล่องไปด้วย…

สุดท้ายชินยูซองก็เป็นคนสุดท้ายที่หยิบกล่องไป

“ฉันให้เธอสองกล่องเลย”

ดวงตาของชินยูซองเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอ?”

“ใช่”

ชินยูซองลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยิบกล่องไปจากผม อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเด็กคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย ผมมองไปใกล้ๆ และเห็นว่ามันมีน้ำตาอยู่

“หนูสมควรได้รับมันเหรอ…”

ชินยูซองในอดีตปรากฏขึ้นในใจของผม บางทีนี่อาจเป็น ‘ของขวัญ’ ชิ้นแรกของชินยูซองนับตั้งแต่ที่เธอเกิดมา

มีหลายคนที่มีสภาพแบบนี้ในหนทางเอาชีวิตรอด

ผมยื่นกล่องให้กับชินยูซองที่กำลังเช็ดน้ำตา “รับไปเถอะ เธอเป็นอวตารของฉัน แค่นี้ก็พอแล้วที่จะได้มันไป”

ผมเสียใจที่ไม่ได้ดูแลเธอก่อนหน้านี้ในขณะที่ผมเห็นใบหน้าของชินยูซองเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความชอบพอ ผมยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็น ‘กลุ่มดาว’ ดังนั้นผมจึงไม่สามารถมอบอักขระให้กับชินยูซองได้

มันเป็นทางเลือกที่ถูกแล้วเหรอที่จะดูแลเด็กคนนี้? บางทีเด็กคนนี้อาจจะไม่มีความสุขก็เพราะผม สำหรับตอนนี้มันก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตาม ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเด็กคนนี้

“งั้นมาเปิดมันกันเถอะ คิดว่ามันเป็นการคลายเครียดละกัน”

ทุกคนพยักหน้าและเริ่มเปิดกล่อง

[‘กล่องสุ่มพิเศษ สถานการณ์หลัก #8’ ถูกใช้!]

[คุณได้รับแก่นป่าเอลเลี่ยน x2]

[ได้รับรองเท้าบูทพอใช้ได้ (E)]

[ได้รับไอเท็มใช้งานอื่นๆ]

…แบบนี้สินะ สิ่งที่ออกมาคือไอเท็มระดับ E และของใช้งาน สถานการณ์ก็เหมือนกันกับคนอื่นๆ อืม ผมคิดไว้แล้ว ในตอนแรก กล่องสุ่ม…

[ขอแสดงความยินดีด้วย! มีคนทำลายความน่าจะเป็นที่ 0.00001%!]

พรุเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นในอากาศ ผมหันไปและเห็นชัยชนะอยู่บนใบหน้าของชินยูซอง

…อย่าบอกนะว่า? เอาจริงดิ?

“ค-คุณลุง?”

ผลไม้เล็กๆ ในมือของชินยูซองส่องแสงเจิดจ้า ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ และลักษณะของไอเท็มก็ชัดเจนยิ่งขึ้น โอ้พระเจ้า นี่คือสิ่งที่เธอได้รับมางั้นเหรอ?

…อวตารของผมโชคดีขนาดนี้เลยเหรอ?

ยูจงฮยอคที่กำลังเฝ้ามองอยู่ก็ประหลาดใจไปเล็กน้อย “เธอได้ของดีหนิ”

ไอเท็มระดับ SSS ผลไม้อสูรบรรพกาล

ในหมู่ไอเท็มระดับ SSS ที่มีโอกาสปรากฏขึ้น 0.00001% ไอเท็มที่มีความน่าจะเป็นแย่ที่สุดคือผลไม้อสูรบรรพกาล มันคือไอเท็มใช้งาน แต่มันก็คุ้มค่ากับการเป็นระดับ SSS

“ถ้าเธอป้อนมันให้กับมอนสเตอร์ที่เธอไม่สามารถฝึกได้ เธอจะสามารถฝึกมันได้ ยินดีด้วยนะ เก็บไว้ใช้งานตอนเหมาะๆ ละกัน”

มันไม่มีไอเท็มที่ดีไปกว่านี้สำหรับชินยูซองที่สามารถใช้การฝึกฝนได้ ถ้าสิ่งนี้ถูกใช้กับมอนสเตอร์ที่สามารถพัฒนาได้เกินกว่าระดับหนึ่ง ชินยูซองอาจจะเติบโตได้เหนือกว่าเวอร์ชั่น 41 ชินยูซองมองมาระหว่างผมกับผลไม้ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

“คุณลุง นี่มันสุดยอดไปเลย… แต่มันใช้ได้แค่กับมอนสเตอร์เท่านั้นเหรอ?”

“น่าจะนะ ทำไมเหรอ?”

“…ไม่มีอะไร” ชินยูซองดูเขินๆ ในขณะที่เธอมองมาที่ผมก่อนที่จะหลบสายตาของผม

ลีกิลยังกลืนน้ำลายและวิ่งเข้ามาหาเธอ “เฮ้ ขอให้ฉันเถอะ? ฉันจะป้อนมันให้กับไททาโนของฉัน”

“ฉันเกลียดแมลง”

ลีจีฮเยมองดูเหมือนเธออิจฉา “ลุง ทำไมลุงถึงทำแบบนี้? ลุงต้องการเปลี่ยนอารมณ์จริงๆ เหรอ?”

“แน่นอนว่าไม่ เอาไอเท็มใช้งานที่ได้มาจากกล่องให้ฉัน”

ผมกำลังเล็งไปยังไอเท็มใช้งานที่ออกมาจากกล่องตั้งแต่แรกแล้ว

[ได้รับ ‘ลำโพง (ช่องโดม)’ x4]

[ได้รับ ‘ลำโพง (ช่องทั่วไป)’ x4]

[ได้รับ ‘ลำโพง (ช่องพื้นที่)’ x4]

ดวงตาของยูจงฮยอคหรี่ลง “ฉันรู้แล้วว่านายจะทำอะไร”

[ลำโพง]

มันเป็นไอเท็มใช้แล้วทิ้งที่สามารถส่งข้อความไปยังช่องเฉพาะหรือทั่วทั้งพื้นที่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลือกของมัน

“ยังไงก็ตาม แค่การพูดอะไรกับมัน…”

ผมบอกยูจงฮยอค “สิ่งสำคัญคือสิ่งที่นายจะพูด”

ผมใช้ลำโพง จากนั้นก็เริ่มทำตามแผน ผมเริ่มเรื่องราวที่จะดึงดูดเนอร์วาน่า

***

ในเวลานี้ เนอร์วาน่าอยู่ในฐานชั่วคราวของของโบสถ์ เนอร์วาน่าหลับตาอยู่ในขณะที่มีรูปปั้นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กำลังมองลงมาที่เขา

อย่าหลงใหลไปกับอดีตหรือมองไปยังอนาคต อดีตได้หายไปแล้วและอนาคตยังมาไม่ถึง

เนอร์วาน่าจดจำวลีเหล่านี้ได้ แต่หลักคำสอนไม่ได้ถ่ายทอดมาด้วยเสียง เหงื่อปกคลุมหน้าผากของเขา ประกายแสงสาดซัดออกมารอบๆ ร่างของเขาหลังจากผ่านไปสักพัก ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีขาวและมีข้อความดังออกมา

[คุณประสบความสำเร็จในการเรียนรู้สกิลใหม่!]

เนอร์วาน่าลืมตาขึ้น “…มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย”

อักขระ ‘การสืบทอด’ ของเขาจะเผาผลาญความน่าจะเป็นเมื่อใช้งาน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้การสืบทอดได้เว้นเสียแต่ว่าเขาจะใช้ ‘เรื่องราว’ ที่สะสมมาผ่านการกลับชาติมาเกิดเพื่อใช้แทนความน่าจะเป็น

‘ฉันสูญเสียเรื่องราวมากเกินไปแล้ว’

อดีตของเขาหายไป แต่เนอร์วาน่ากลับสงบขึ้นในไม่ช้า มันมีบางสิ่งที่ต้องว่างเปล่าเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน

เขาต่อสู้กับพลังงานที่ถูกใช้ไปในขณะที่เขาเดินตรงไปยังส่วนลึกของโบสถ์ เขาลงไปชั้นใต้ดินและหลังจากผ่านเฉลียงไป เขาก็พบเข้ากับแสงอันอ่อนโยน

มันเป็นห้องที่มีโต๊ะสไตล์โบราณและเตียงคู่ มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างดีพร้อมกับบรรยากาศอันอบอุ่น

“ฉันกำลังรออยู่เลย มาเริ่มบทเรียนของวันนี้กันเถอะ?”

มันมีผู้หญิงสองคนกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะในห้อง พวกเธอคือราชาพเนจร ลีซูคยอง และยูซานอา ดวงตาของยูซานอาเบิกกว้างขึ้นในขณะที่เธอจ้องไปยังอากาศ และลีซูคยองก็ถาม

“นายจะปลดปล่อยสกิลกับเด็กคนนี้เมื่อไหร่?”

[การแพร่เชื้อความคิด]

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ยูซานอาก็ยังคงต่อต้านอยู่ เนอร์วาน่าหัวเราะ

“ฉันไม่ได้จะปลดปล่อยมัน เธอต้องแก้ไขมันด้วยตัวเอง” มันน่าสนใจมากจากจุดยืนของเนอร์วาน่า “มันเป็นเรื่องโง่เขลามาก เธอกำลังต่อต้านทั้งๆ ที่เธอแค่ต้องประกาศว่าเธอจะใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันก็เท่านั้น”

“คุณค่าของอดีตแตกต่างกันไปจากผู้ที่มีชีวิตแสนสั้น”

“มันเป็นเพราะเธอมีชีวิตที่แสนสั้น เธอจึงควรที่จะให้คุณค่ากับปัจจุบัน เธอได้รับพรด้วยความตาย แต่เธอกลับไม่รู้จักคุณค่าของมัน”

“อย่าตัดสินปัจจุบันของคนอื่นจากตัวนาย เธออาศัยอยู่ใน ‘ปัจจุบัน’ มามากพอ นายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับปัจจุบันเพราะนายกลับชาติมาเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“อย่าลืม ฉันไว้ชีวิตเธอเพราะเรื่องราวของเธอมีคุณค่า”

ใบหน้าของลีซูคยองผ่อนคลายแม้จะถูกคุกคาม

เนอร์วาน่าค่อยๆ ดึงเก้าอี้ออกมาและนั่งลง เขาถาม “บอกข้อมูลที่ฉันต้องการรู้ออกมา”

“นายอยากรู้อะไร?”

“อวตารที่ชื่อคิมทกจา”

รอยยิ้มของลีซูคยองแข็งทื่อเป็นครั้งแรก “ฉันไม่รู้จักอวตารคนนั้น”

“อย่ามาเสแสร้ง ฉันรู้แล้วว่าเขาเป็นลูกชายของเธอ ผู้เป็นกลางบอกฉันมา”

“…เขากับฉันแยกจากกันเมื่อเขายังเด็ก ฉันไม่รู้ว่าเขาใช้ชีวิตอยู่มายังไง”

“เดี๋ยวฉันจะเห็นเองเมื่อฉันมองเข้าไปข้างในตัวเธอ”

วงล้อแห่งชีวิตที่สดใสเริ่มหันออกมาจากด้านหลังของเนอร์วาน่า ในวงล้อแห่งชีวิต มือนับพันของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เริ่มเหยียดออกมา

มือยักษ์ยื่นมาปกคลุมศีรษะของลีซูคยอง เธอจ้องไปยังมือเหล่านั้นด้วยท่าทางไม่พอใจ

เนอร์วานาขู่ “เปิดความทรงจำของเธอออกมา หรือจะให้ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เธอตาย”

“มันก็แค่การคุกคามแบบเด็กๆ”

“เดี๋ยวก็รู้”

ลีซูคยองจ้องไปยังดวงตาที่ว่างเปล่าของยูซานอาและถอนหายใจออกมา “…ทำตามที่นายต้องการเลย”

[สกิลเฉพาะตัว ‘ต้นกำเนิดของหลักการและสาเหตุรอง LV.6’ ถูกเปิดใช้งาน]

มือของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ขุดลึกลงไปในศีรษะของลีซูคยอง เรื่องราวของลีซูคยองไหลผ่านและเริ่มเข้ามาพัวพันกับเรื่องราวของเนอร์วาน่า มันคือความรู้สึกของการเป็น ‘หนึ่งเดียว’ สัมผัสของเนอร์วาน่าสั่นไหว เขาขบเคี้ยว ลิ้มรส กิน และเพลิดเพลิน เขาคือหนุ่มสำราญอย่างแท้จริงในการถ่ายทอดสดดวงดาว

“มันวิเศษจริงๆ มนุษย์อย่างเธอมีข้อมูลที่ถูกคัดกรองในอนาคตได้ยังไง?”

ลีซูคยองพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้องความทรงจำ แต่ความรู้ในอนาคตที่ไม่ครบถ้วนที่เธอได้รับมาจากคิมทกจาก็ไม่สามารถต่อต้านการไหลของต้นกำเนิดของหลักการและสาเหตุรองได้ และพวกมันก็ถูกดูดเข้าไปในตัวเนอร์วาน่า

“น่าสนใจ นี่คือแก่นแท้ของคิมทกจา”

“…”

“เธอเป็นแม่ที่น่าเศร้าจริงๆ เธอโกหกลูกของตัวเอง เธอหลอกลูกของเธอเพราะความหยิ่งยโสของตัวเอง”

ความโกรธอันเยือกเย็นเต็มไปทั่วใบหน้าของลีซูคยองในขณะที่เธอประกาศ “นายจะไม่สามารถเอาชนะเด็กคนนั้นได้”

“…ฉันยอมรับว่าเขาเป็นอวตารที่น่าสนใจ”

เขาคือหนึ่งในคนที่บังคับให้เนอร์วาน่าต้องใช้การสืบทอด อย่างไรก็ตาม เขาก็เป็นแค่มนุษย์ มันก็แค่นั้น จากนั้นก็มีข้อความดังออกมาจากอากาศ

[สารท้าประลองกับผู้นำของโบสถ์ผู้ไถ่บาป เนอร์วาน่า โมบิอุส]

เนอร์วาน่าที่กำลังประหลาดใจเงยหน้าขึ้นมองอากาศ มันเป็นคิมทกจาที่กำลังใช้ลำโพง

ลีซูคยองพูดราวกับว่าเธอกำลังรออยู่แล้ว “เด็กคนนั้นทั้งแข็งแกร่งและฉลาด เขารู้ว่าเขาต้องทำอะไรและเขาสามารถทำอะไรได้ดีที่สุด”

[สนามประลองคือคังฮวามุน เวลาบ่ายสองโมง คนที่จะเผชิญหน้าด้วยคือราชาสูงสุด ยูจงฮยอค สองคนที่ใกล้เคียงกับอวตารที่แข็งแกร่งที่สุดจะต่อสู้กันเพื่อปกป้องโซลโดม ถ้านายยังอยู่กับปัจจุบันจริงๆ งั้นก็อย่าหนีไปจากการเผชิญหน้านี้]

ใช้ ‘ปัจจุบัน’ เป็นข้ออ้างเหรอ? มันเป็นการเผชิญหน้าที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ถ้าเขาเป็นผู้กอบกู้ที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมีความฉลาดในการเลือกใช้ลำโพง ถ้าเขาหลีกหนีจากการเผชิญหน้านี้ เขาก็คงจะได้รับการลงโทษจากอวตารทุกคนในโซลโดม รวมทั้งสมาชิกผู้ไถ่บาปด้วย อย่างไรก็ตาม เขาก็คงจะโง่ถ้าจะไปหลังจากที่รู้ว่ามันเป็นกับดัก เนอร์วาน่าหัวเราะ

“ยั่วยุได้ดี งั้นฉันควรทำยังไงดี? ไม่ว่ายังไง เป้าหมายของฉันก็ไม่ใช่การเคลียร์สถานการณ์ จุดประสงค์ของฉันนั้นยิ่งใหญ่…”

[แน่นอน แผนการอันยิ่งใหญ่ของนายคงไม่ใช่การมุ่งไปที่การเผชิญหน้านี้ อย่างไรก็ตาม…]

เนอร์วาน่าตัวแข็งค้างกับคำพูดของยูจงฮยอค

[ถ้านายมา ฉันจะมอบโอกาสให้นายได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับยูจงฮยอค]

เนอร์วาน่าประหลาดใจมากจนเขาผละออกจากต้นกำเนิดของหลักการและสาเหตุรอง เขาสั่นด้วยความโกรธ ความสงสัย และความอับอายที่เขาไม่รู้จัก จากนั้นเขาก็เม้มริมฝีปากของตน

ลีซูคยองรู้สึกว่าเนอร์วาน่าถูกกระตุ้นขึ้นมาผ่านเส้นสายที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ มันเป็นความปรารถนาที่จะรวมเข้ากับคนๆ หนึ่งเพื่อเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่า

ลีซูคยองหัวเราะให้กับความปรารถนา “ฉันบอกนายแล้วว่านายจะต้องแพ้”

***

[โอเค]

คำตอบของเนอร์วาน่ามาอย่างรวดเร็ว สมาชิกปาร์ตี้ดูว่างเปล่าราวกับว่าพวกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมยืนขึ้นและสะบัดอาการเวียนหัวของผม

“ทกจา นาย… ไม่สิ นายโอเคไหม?”

มินจีวอนดูกังวลกับรอยช้ำรอบดวงตาข้างซ้ายของผม มันเป็นร่องรอยที่ยูจงฮยอคทิ้งไว้หลังจากผมขายชื่อของเขา ผมขยี้ตาและถาม “ไอ้บ้านั่นไปแล้วเหรอ?”

ผมกระทั่งหมดสติไปพักหนึ่ง บ้าเอ้ย ไอ้พ่อคนเก่ง

“เขาจากไปในทันทีที่ได้ยินคำตอบ”

“งั้นพวกเราก็ไปด้วย”

ลีกิลยังพูดขึ้นมา “พี่ทกจา ผมดีใจมากเลยที่พวกเราจะได้ต่อสู้ด้วยกันในคราวนี้”

“อื้อ”

ผมหัวเราะไม่ออก เนอร์วาน่าคงจะได้สกิลใหม่มาแล้วแน่ๆ และไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆ เหมือนกับก่อนหน้านี้ แน่นอน ยูจงฮยอคก็คงจะป้องกันตัวเองได้แล้ว ดังนั้นผลแพ้ชนะคงเดาไม่ได้ง่ายๆ อันที่จริง ผมไม่ได้สนใจในการต่อสู้ของพวกเขา

ปัญหาที่แท้จริงคือข้อความที่ดังขึ้นในหัวของผม

[ในตอนนี้คุณคืออวตารที่แข็งแกร่งที่สุดในกรุงโซล]

…เอาล่ะ ผมควรทำยังไงดี?

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint