0 Views

ตอนที่ 140 – สุดยอดการเสียสละ (1)

 

30 นาทีต่อมา มอนสเตอร์ระดับหกทั้งหมดก็ถูกจัดการออกไป สมาชิกปาร์ตี้ของผมและผมตื่นตัวกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกงพิลดู มันคือช่วงเวลาที่คุ้มค่าสำหรับหนึ่งในสิบอสูร

“เอาล่ะ พักกันได้แล้ว สี่ชั่วโมงต่อมาจะเอายังไงต่อ?” ลีจีฮเยสงสัยในขณะที่เก็บดาบเข้าไปในฝักที่เอวของเธอ

ผมมองไปรอบๆ และการต่อสู้ในพื้นที่บริเวณนี้ก็เริ่มสงบลง ผมไม่รู้ว่าพื้นที่อื่นจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยพวกเราก็ยังสามารถปกป้องตรงนี้ไว้ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ปลอดภัย

“พ่อ! ตื่นสิ! พ่อ!”

“ใครก็ได้ช่วยด้วย!”

มีอวตารหลายคนที่ไม่รู้วิธีรับมือกับมอนสเตอร์ระดับหก มีคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นอวตารหน้าใหม่

[จำนวนอวตารในปัจจุบัน: 90,531 คน]

มันเป็นเพียงแค่คลื่นลูกแรก แต่อวตารหนึ่งในสิบก็ล้มหายตายจากไปแล้ว ห่างออกไปเล็กน้อย ยูจงฮยอคกำลังมองไปยังเหล่าอวตาร ผมรู้สึกประหม่าขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ผมเฝ้ามองยูจงฮยอค

โดเกบิระบุว่าการเสียสละของอวตารที่แข็งแกร่งที่สุดจะช่วยอวตารทั้งหมดในโซลโดมได้

“เฮ้ ยูจงฮยอค”

ยูจงฮยอคหันมามองผม ผมไม่รู้ว่าทิวทัศน์แบบไหนกันแน่ที่จะมีคุณค่าสำหรับยูจงฮยอค

อย่างที่ผมพูดไปทุกๆ ครั้ง การอ่านหนทางเอาชีวิตรอดไม่ได้บอกอะไรผมเกี่ยวกับคนผู้นี้จริงๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็เข้าใจแค่เนื้อความ ซึ่งผ่านการประมวลผลมาและส่งมาถึงผม บางสิ่งบางอย่างก็ไม่สามารถอ่านได้เพราะพวกมันไม่อาจอ่านได้

“มาคุยกันหน่อยสิ”

***

พวกเราเดินไปยังดาดฟ้าของอาคารสูง ระหว่างทาง ผมได้ใช้ลิสต์ตัวละครกับยูจงฮยอค

[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]

[มีข้อมูลมากเกินไปเกี่ยวกับบุคคลนี้ ลิสต์ตัวละครถูกแปลงเป็นลิสต์สรุป]

[เฉพาะรายการที่สำคัญแบบสุ่มๆ เท่านั้นที่จะถูกแสดงออกมาตามความสะดวกของผู้ใช้]

+

[ลิสต์สรุปตัวละคร]

ชื่อ: ยูจงฮยอค

กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: ???

แอตทริบิวต์ส่วนตัว: ผู้เสื่อมถอย (รอบที่ 3) (ตำนาน), นักเล่นเกมมืออาชีพ (หายาก), ราชาสูงสุด (วีรบุรุษ)

สกิลเฉพาะตัว: เนตรแห่งปราชญ์ LV.9, การต่อสู้ด้วยมือเปล่า LV.10, การฝึกฝนอาวุธขั้นสูง LV.10, บาเรียพลังจิตขั้นสูง LV.3, หมัดเทวะร้อยกระบวน LV.9, ย่างก้าวฟีนิกซ์แดง LV.8, แยะนภา LV.8… ละเว้น…

อักขระ: การเสื่อมถอย LV.3, การส่งผ่าน LV.5

+

ชายคนนี้ไม่รู้ว่าผู้สนับสนุนของเขาคือใคร ผมเองก็รู้อยู่แล้วว่าทำไมมันถึงไม่ปรากฏ

แม้แต่ในหนทางเอาชีวิตรอดต้นฉบับ ผู้สนับสนุนของยูจงฮยอคก็ไม่เผยตัวออกมาจนจบ ผมคิดว่าบางทีมันอาจจะปรากฏตัวอยู่ในบทส่งท้าย แต่น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถอ่านบทส่งท้ายของหนทางเอาชีวิตรอดได้

ผู้สนับสนุนของเขาต่อต้าน ‘ความเป็นไปได้’ ได้มากกว่ากลุ่มดาวไหนๆ ที่ผมรู้จัก มันมีพลังมากพอที่จะหันหลังให้กับวงล้อแห่งกาลเวลา จนกระทั่งหนทางเอาชีวิตรอดจบลง กลุ่มดาวนั้นก็ไม่ได้มอบอะไรให้กับยูจงฮยอคนอกเหนือจาก ‘การเสื่อมถอย’

ผมไม่รู้ว่ามันเป็นใคร และมันต้องการอะไรจากยูจงฮยอค

“…มีวิธีฆ่าเนอร์วาน่าไหม?”

ไอ้บ้านี่ เขาใจร้อนอยู่เสมอเลย เขามีเวลาพัก แต่เขาก็ยังคิดมากอยู่ เขาไม่สนใจต่อสภาวะกดดันของตัวเองเลย ยูจงฮยอคก็เป็นยูจงฮยอคอยู่วันยังค่ำ

“ก่อนหน้านั้น พักหายใจกันสักหน่อยเถอะ วิวสุดยอดไปเลย” ผมพูดในขณะที่นั่งลงบนราวหลังคา

ยูจงฮยอคถามผม “นายคิดจะทำอะไร?”

“ฉันแค่มองโลก มันไม่สวยเหรอ?” กรุงโซลถูกทำลายด้วยมอนสเตอร์ ผมรีบเสริม “แต่เดิมมันก็เป็นสถานที่ที่สวยงาม”

“ฉันไม่ชอบวิวเท่าไร”

“ทำไม?”

“วันนึงพวกมันก็ต้องหายไป”

ผมคิดว่าผมมีความเข้าใจเกี่ยวกับยูจงฮยอคในการเสื่อมถอยรอบที่สามมากขึ้นมานิดหน่อยหลังจากการต่อสู้กับชินยูซอง ผมอยากจะเชื่อว่าเขาคือคนที่สามารถรักโลกใบนี้ได้โดยไม่ยอมแพ้หรือสิ้นหวัง

ผมบอกกับเขา “ยังไก็เถอะ พวกเราก็จำเป็นที่จะต้องปกป้องสิ่งเหล่านี้”

“คิมทกจา นายมันไม่รู้อะไร”

นี่อาจเป็นความเข้าใจผิดของผม ยูจงฮยอคสามารถยอมแพ้ได้ทุกเมื่อเพราะเขายังอยู่ในการเสื่อมถอยอยู่

ในท้ายที่สุด จุดประสงค์ของยูจงฮยอคก็คือเพื่อป้องกัน ‘การทำลายล้างของโลกใบนี้’ น่าขัน เขาสามารถยอมแพ้ต่อโลกใบนี้ได้ตลอดเวลา แก่นแท้ของเขาคือการเสื่อมถอย และความจริงนี้ก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลง

“ไม่ ฉันรู้” ผมตอบ

“อะไร?”

“ความจริงที่ว่านายสามารถเสื่อมถอยได้ตลอดเวลาหมายความว่าความตายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย”

ผมมองลงไปยังลีซอลฮวาที่กำลังดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ ลีซอลฮวากำลังป้อนซุปให้กับคนที่ไม่รู้จัก แม้เธอจะพยายาม แต่มันก็เป็นไปได้สูงที่ตัวละครนั้นจะตาย แม้ว่าพวกเขาจะรอด พรุ่งนี้พวกเขาก็คงจะต้องตาย ถ้าพวกเขารอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ในวันพรุ่งนี้ พวกเขาก็คงจะต้องตายในวันมะรืนอยู่ดี

มันเหมือนกันในการเสื่อมถอยครั้งที่สี่และการเสื่อมครั้งที่ห้า มันมี ‘ความตาย’ อยู่ในโลกของยูจงฮยอคเสมอ แม้ว่าเขาจะผ่านการเสื่อมถอยไปกว่า 100 ครั้ง

“ถ้ามันไม่มีความรู้สึกถึงความตายพวกนั้น คุณค่าของชีวิตก็จะหายไปด้วย”

“นายจะไปรู้อะไร…”

“ยูจงฮยอค ตื่น อย่าคิดว่าสิ่งต่างๆ จะดีขึ้นถ้านายทำซ้ำอีกสองสามครั้ง”

ยูจงฮยอคนิ่งเงียบเหมือนเขาประหลาดใจกับคำพูดของผม

“มันมีโอกาสที่นายจะทำได้ดีกว่าในการเสื่อมถอยรอบที่สี่ อย่างไรก็ตาม มันก็มีโอกาสที่จะไม่เป็นแบบนั้นเหมือนกัน นายลืมดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ไปแล้วเหรอ? ถ้าฉันไม่ปรากฏตัวขึ้นตอนนั้น―”

“การเสื่อมถอยครั้งต่อไปจะต้องดีกว่าอย่างแน่นอน มันมีสิ่งที่ไม่คาดคิดหลายๆ อย่างเกิดขึ้นในรอบนี้ ดังนั้นรอบต่อไปจะต้องดีขึ้นแน่ๆ”

“ทำไม? นายรู้อนาคตมากนักเหรอ?”

มันมีความเชื่อที่คลุมเครือว่าเขาจะสามารถทำได้ดีขึ้นในรอบต่อไปด้วยข้อมูลที่มากยิ่งขึ้น มันง่ายที่เขาจะยอมแพ้ต่อการเสื่อมถอยในรอบนี้ถ้ามีอะไรผิดปกติไป

นี่คืออาการของ ‘ภาวะซึมเศร้าเสื่อมถอย’ เนื้อหาบางส่วนของหนทางเอาชีวิตรอดได้ปรากฏขึ้นในหัวของผม

มันคือการเสื่อมถอยรอบที่ 48 ยูจงฮยอคได้ปรึกษากับอวตารของกลุ่มดาว ‘ผู้ค้นพบจิตใต้สำนึก’ เกี่ยวกับ ‘ภาวะซึมเศร้าเสื่อมถอย’ ในเวลานั้น เขาดูเหมือนจะพูดเหมือนกับผมในตอนนี้

ผมพูดต่อ “ใช่ มันอาจจะเป็นอย่างที่นายพูด ถ้านายทำซ้ำสัก 10 หรือ 20 ครั้ง มันก็จะต้องดีขึ้นแน่ๆ นายจะได้สัมผัสกับสถานการณ์เพิ่มเติมและเห็นอนาคตมากยิ่งขึ้น ปัญหาที่แท้จริงก็คือเมื่อวันที่นายจะกอบกู้โลกด้วยวิธีนี้”

“หมายความว่าไง?”

“ในเวลานั้น นายคิดว่านายจะช่วยโลกได้จริงๆ เหรอ?”

“…”

“นายคิดว่านายจะรักษาสภาพจิตใจแบบเดิมไว้ได้หลังจากผ่านไป 100 – 200 ครั้งเหรอ?”

“ฉันคงไม่เสื่อมถอยมากขนาดนั้น”

ผมจ้องไปยังยูจงฮยอคอย่างเงียบๆ

「…อย่าบอกนะว่า?」 ดวงตาของยูจงฮยอคค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น

ผมพูดต่อ “นายฝันร้ายใช่ไหม?”

“…”

“นายคงจะไม่รอด แม้ว่านายจะช่วยโลกไว้ ในเวลาที่นายช่วยโลกได้ โลกที่นายทอดทิ้งก็จะมาหานาย แม้ว่าจะมีการช่วยโลกใบหนึ่ง แต่โลกทั้งหมดที่นายทอดทิ้งก็จะลากนายลงไปสู่ขุมนรก”

ดวงตาของยูจงฮยอคสั่น บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่เขารู้ตัวอยู่แล้ว

“ดังนั้นจงมีชีวิตอยู่ต่อไปซะ ชินยูซองได้ถูกทำลายลงหลังจากพเนจรอยู่นานนับพันปี นายจะยิ่งกว่านั้น ยิ่งนายใช้ชีวิตซ้ำเท่าไร นายก็จะยิ่งเสียหาย ถามตัวเองดู ตอนนี้นายแตกต่างจากตอนเริ่มแรกยังไง?”

“เรื่องนั้น…” สีหน้าของยูจงฮยอคแข็งขึ้น ดวงตาของเขากำลังสั่นอย่างรุนแรง ยูจงฮยอคจากตอนแรกไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้

“อย่าจินตนาการว่านายจะดีขึ้นถ้านายโยนรอบนี้ทิ้งไป บางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นรอบที่นายได้เห็นจุดจบของโลกใบนี้ที่เรียกว่า ‘โลกมนุษย์'”

“…”

ยูจงฮยอคปิดปาก เขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่คำพูดก็ไม่ดังออกมา ใบหน้าของเขามีความขัดแย้งอย่างรุนแรง

ใช่ ยูจงฮยอค รู้สึกขัดแย้งเข้า จะเกิดอะไรขึ้นกับผมถ้าเขาเสื่อมถอย?

[สภาพจิตใจของตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ ได้รับการฟื้นฟูขึ้นเล็กน้อย]

ผมสามารถเห็นแสงแห่งการตัดสินใจรางๆ บนใบหน้าของยูจงฮยอคได้ ทุกๆ โลกมันก็หนักหนากันทั้งนั้น มันก็เหมือนกันกับโลกใบนี้ ทุกๆ ครั้งที่นายเริ่มต้นใหม่ก็จงใช้ชีวิตให้เต็มที่

สายลมเย็นโบกพัด และพวกเราก็มองลงไปยังเมืองที่ถูกทำลายไปด้วยกัน

“สถานการณ์มีแนวโน้มที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น การไหลจะกลับไปในทิศทางที่พวกเรารู้จัก อนาคตที่นายรู้จะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง นายยังมีชิ้นส่วนลับอีกมากมายที่นายรู้คนเดียวอยู่หนิ? ถ้าโซลโดมได้รับอิสรภาพกลับมา…”

ในเวลานั้นเอง ประตูดาดฟ้าก็ถูกผลักเปิดออกด้วยเสียงอันดังและมีคนล้มลงมา คนแรกที่ล้มลงคือกงพิลดูและลีจีฮเยกับเด็กๆ ที่อยู่บนตัวเขา

“ว๊ากกก! อย่าผลักสิ!”

“อ่า ฉันสงสัยจริงๆ ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกันอยู่ ลุง ทำไมลุงถึงทำแบบนั้น?”

“ผู้ชายไม่ควรเข้าไปยุ่งกับบทสนทนาของคนอื่นนะ”

…ผมสามารถคาดเดาสถานการณ์ได้คร่าวๆ

[ดวงตาของกลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังเปล่งประกาย]

“พวกเธอ…” ผมพูดออกมาก่อนที่ลีจีฮเยจะพูดอะไรไร้สาระไปมากกว่านี้ “อย่าพูดจาอะไรไร้สาระน่า วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เศร้า]

มันไม่สำคัญว่ากลุ่มดาวจะเศร้าหรือไม่ สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือยูจงฮยอค

อูรีเอลไม่ได้ให้เหรียญกับพวกเราในตอนนี้ ดังนั้นผมจึงหวังว่าเธอจะไปหาจางฮีวอน ยูจงฮยอคพูดออกมา “ฉันมีแผนสำหรับสถานการณ์นี้แล้ว”

“แผน? ยังไง?”

ยูจงฮยอคหันมามองผม “สถานการณ์นี้เป็นฉากที่อวตารที่แข็งแกร่งที่สุดต้องตาย ฉันกำลังคิดเรื่องนี้อยู่”

ทันใดนั้นเอง ผมก็ขนลุกขึ้นมา ทำไมไอ้หมอนี่ถึงต้องมองมาที่ผมเมื่อเขาพูดเรื่องนี้ด้วย?

ลีจีฮเยพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย “โอ้ พวกเราก็กำลังคุยกันเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน มาสเตอร์ตัดสินยังไง? ใครคืออวตารที่แข็งแกร่งที่สุดเหรอ?”

“แน่นอนว่าฉันเอง”

ผมมองไปยังยูจงฮยอคผู้มั่นใจและตระหนักได้ว่าความกังวลของผมนั้นเป็นความเข้าใจผิด อืม เขาคือคนที่จองหองมาก…

ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ความจริงที่ว่าสถานการณ์นี้จะจบลงเมื่ออวตารที่แข็งแกร่งที่สุดตาย และเขาก็คิดว่ามันเป็นตัวเอง…

“นายหมายความว่าจะตายเหรอ?” ผมถามเขา

“ฉันจะสามารถหยุดสถานการณ์นี้ได้ถ้าฉันตาย”

ผมรู้สึกประทับใจเล็กน้อยกับความคิดอันสูงส่งของเขา บ้าเอ้ย ผมไม่อาจปล่อยให้เขาตายได้จริงๆ “นายไม่ใจร้อนไปหน่อยเหรอ? มันมีอะไรมารับประกันว่านายแข็งแกร่งที่สุด? ตัวอย่างเช่น ฉัน…”

สมาชิกปาร์ตี้มองมาที่ผมในเวลาเดียวกัน ลีจีฮเยตบไหล่ของผมและหัวเราะออกมาสุดแรง “เฮ้ ลุงพูดจริงดิ?”

“พี่ทกจา เค้า…” ลีกิลยังมองมาที่ผมด้วยความสงสารในขณะที่ชินยูซองสับสน แม้แต่กงพิลดูและมินจีวอนก็เหมือนกัน

“ไม่จำเป็นต้องถาม”

“…ไม่ใช่ว่าราชาสูงสุดแข็งแกร่งกว่าเหรอ?”

“เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่ว่าลุงบอกว่าเขาเอาชนะผู้นำผู้ไถ่บาปมาเหรอ?”

บ้าเอ้ย

“ผู้นำผู้ไถ่บาปแข็งแกร่งขนาดนั้น ลุงสามารถเอาชนะเขาได้จริงๆ เหรอ? ฉันไม่เห็นมัน แต่เขาต้องใช้ลูกไม้แปลกๆ แน่ ใช่ไหม?”

ในแง่ของความรู้สึก มันก็ถูกต้องแล้ว อารมณ์ของผมแปลกๆ อยู่บ้างในขณะที่ผมเพิ่มข้อแก้ตัว “…ฉันแค่ใช้ตัวเองเป็นตัวอย่าง ผู้นำผู้ไถ่บาปอาจจะแข็งแกร่งกว่ายูจงฮยอค อันที่จริง ฉันก็ลำบากเหมือนกันตอนนั้น”

ดวงตาของลีจีฮเยเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ “มาสเตอร์ จริงเหรอ?”

“…ฉันแพ้ทางเขา” คำพูดของยูจงฮยอคทำให้ปาร์ตี้สับสน

“งั้น… ผู้นำผู้ไถ่บาปก็แข็งแกร่งที่สุดเหรอ?”

“โอ้พระเจ้า มันมีคนที่แข็งแกร่งกว่ามาสเตอร์อยู่เหรอ?”

“อย่างไรก็ตาม เกณฑ์สำหรับการจัดอันดับคืออะไร? กำลังรบ? หรือเป็นคนที่ชนะในการต่อสู้…”

ผมตอบคำถามของมินจีวอน “เป็นไปได้ว่าเป็นกำลังรบโดยรวม ในตอนแรก ไม่ใช่ทุกๆ คนที่จะได้สู้กัน มันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากการต่อสู้”

“เดี๋ยวสิ โดเกบิบอกว่าอะไรนะ? เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นเขาคงจะต้องรู้มากที่สุด…”

พวกเรามองไปยังยูจงฮยอค

“ยูจงฮยอค มันมีอะไรที่แตกต่างไปจากปกติไหม? โดเกบิได้พูดอะไรกับนายไหม?”

ยูจงฮยอคกำหมัดและตอบอย่างช้าๆ “…ฉันไม่ได้ยินอะไร”

ผมมองไปยังสมาชิกปาร์ตี้ที่อยู่รอบๆ และกล่าวว่า “ฉันไม่คิดว่าพวกเราจะยืนยันอะไรได้นะ”

“แล้วพวกเราควรทำยังไงดี?”

“เมื่อมาคิดดูแล้วมันก็ดีนะ ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่มีใครอยากให้ยูจงฮยอคตาย สำหรับตอนนี้ พวกเรามาตัดสินกันเถอะว่าเนอร์วาน่าแข็งแกร่งที่สุดและต้องกำจัดเขา”

“ถ้ามันกลายเป็นว่าราชาสูงสุดแข็งแกร่งที่สุดล่ะ…”

“ไว้ค่อยคิดกัน”

มินจีวอนบอกกับผม “โบสถ์ผู้ไถ่บาปอยู่ในคังบุก มันไม่ง่ายเลยที่จะเข้าไปใกล้เพราะมันมีการป้องกันอย่างแน่นหนาและมีความแตกต่างเป็นอย่างมากในเรื่องของกองกำลัง แม้ว่าพวกเราทุกคนจะไป…”

“พวกเราจะไม่ไปที่นั่น พวกเราจะทำให้เขามาหาพวกเรา”

“ยังไง? เขาจะทำเหรอ? มันจะทำให้เขาเสียเปรียบเปล่าๆ…”

“เธอกำลังคิดมันด้วยสามัญสำนึก”

อย่างไรก็ตาม เนอร์วาน่าก็ไม่ใช่คนที่มีสามัญสำนึก

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint