0 Views

ตอนที่ 138 – อ่านไม่ได้ (3)

 

ผิวชั้นนอกอันใหม่ทำขึ้นจากโลหะ ร่างกายของลีฮุนซึงถูกปรับโฉมใหม่ ราวกับว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์อื่น

การแปลงร่างโลหะ

เฉพาะ ‘เกราะ’ ขั้นแรกเท่านั้นที่ถูกเปิดใช้งาน แต่สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่พลังที่ธรรมดาแล้ว ลีฮุนซึงที่เชี่ยวชาญในขั้นแรกก็ยากที่ปราการติดอาวุธของกงพิลดูจะทำร้ายเขาได้ แม้ว่ายูจงฮยอคจะโจมตีเขาด้วยดาบเขย่านภา เขาก็คงจะไม่ตาย

“ชี… ชีวิต…”

ปัญหาก็คือขั้นที่หนึ่งยังไม่ถูกเปิดใช้งานอย่างเต็มที่

– นี่คืออักขระที่แท้จริงที่ลีฮุนซึงจำเป็นต้องเรียนรู้

ลีฮุนซึงตระหนักถึงสถานการณ์และถอยกลับอย่างรวดเร็ว

[การแปลงร่างโลหะยังไม่สมบูรณ์]

[อักขระจะสามารถใช้ได้เฉพาะผู้ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องราวแล้วเท่านั้น]

ผู้สนับสนุนทุกคนได้มอบอักขระให้แก่อวตารของตัวเอง มันมีอักขระในรูปแบบของของขวัญและบางอย่างที่สามารถใช้งานได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

การแปลงร่างโลหะของเจ้านายแห่งโลหะคืออักขระที่มีเงื่อนไข

[เรื่องราว ‘พิสูจน์โลหะ’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว!]

มันเป็นเพราะอักขระนี้ต้องการ ‘ข้อพิสูจน์’ ถึงสิ่งที่กลุ่มดาวเคยประสบมา

+

[พิสูจน์โลหะ]

  1. 「โลหะที่แท้จริงถือกำหนดขึ้นในการมอดดับนับหมื่นครั้ง」

+

มันเป็นประโยคที่ไร้ความปรานี ลีฮุนซึงดูสับสน “มันหมายความว่ายังไงกัน?”

– พื้นฐานของการมอดดับคือการเย็นตัวลงหลังจากการรักษาความร้อนสูง

“อย่าบอกนะว่า…”

– ดูเหมือนจะใช่นะ สงบใจไว้

ในแง่หนึ่ง มันก็อาจจะเป็นโชคดีที่จางฮีวอนเป็นคู่ต่อสู้ของลีฮุนซึง ลีฮุนซึงหน้าซีด

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ สนใจในเรื่องราวของโลกใบนี้]

[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งการป้องกัน’ สงสัยถึงการเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของเขา]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กุมมือทั้งสองข้างไว้ด้วยความประหม่า]

เพลิงอเวจีที่กำลังลุกโชติช่วงเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินพร้อมกับข้อความของกลุ่มดาว บางทีระเบิดเพลิงอเวจีของจางฮีวอนอาจจะเพิ่มระดับขึ้นเพราะเปลวเพลิงนั้นรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ยางมะตอยที่ผสมกับสิ่งสกปรกหลอมละลายไปจากเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ และความร้อนสูงก็เปลี่ยนให้พวกมันกลายเป็นอาวุธร้าย

เกราะสีเงินเริ่มหลอมละลายในทันที และเศษสิ่งแปลกปลอมก็เจาะทะลวงเกราะราวกับลูกกระสุน สร้างความเสียหายให้กับลีฮุนซึงที่อยู่ภายใน โลหะใหม่งอกออกมาจากจุดที่ถูกหลอมละลาย แต่มันก็ไม่ใช่จะไม่มีความเสียหายซะเลย

“อั๊ค…!”

เลือดไหลออกมาจากปากของลีฮุนซึง

เขาคงสามารถต้านทานระเบิดเพลิงอเวจีได้ถ้าการแปลงร่างโลหะของเขาสมบูรณ์แบบ แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น ไม่ว่ายังไงก็ตาม ระเบิดเพลิงอเวจีก็เป็นอักขระธาตุไฟระดับสูง มันน่าทึ่งมากแล้วที่เขายังสามารถยืนหยัดอยู่ได้

ลีฮุนซึงถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวและกรีดร้องออกมา มันเจ็บปวดที่ต้องเห็นฉากนี้ แต่มันก็ยังไม่ถึงเวลา เหล็กของลีฮุนซึงถูกเผาเป็นสีแดง อีกนิด อีกนิดเดียว…

[อุณหภูมิเกินค่ามาตรฐาน!]

นั่นแหละ

[การมอดดับได้เริ่มขึ้นแล้ว]

พื้นฐานของโลหะคือการมอดดับ หัวใจของเรื่องราวนี้คือการถูกเผาในอุณหภูมิที่เกินกว่าค่ามาตรฐานจนกระทั่งร่างกายเริ่มกลายเป็นเหล็กที่สมบูรณ์แบบ

– ทนไว้! นายทำได้!

โชคดีที่ลีฮุนซึงไม่ใช่ ‘คนเลว’

ระเบิดเพลิงอเวจีเป็นอักขะที่มีธาตุ ‘ไฟ’ และ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ ถ้าลีฮุนซึงคือคนเลว เขาคงจะกลายเป็นกองขี้เถ้าจากระเบิดเพลิงอเวจีไปแล้ว

ในขณะที่ลีฮุนซึงกำลังอดทน ผมก็รีบดูข้อมูลของจางฮีวอน

[ตัวละคร ‘จางฮีวอน’ กำลังทุกข์ทรมานจาก ‘การแพร่เชื้อความคิด’]

[ตัวละคร ‘จางฮีวอน’ อยู่ในสภาพไม่ได้สติ]

[แผลเก่าของตัวละคร ‘จองฮีวอน’ เปิดอ้าออก]

…ไอ้ระยำนั่น เขาทำให้จิตใจของมนุษย์ยุ่งเหยิงไปหมด

「ฉันไม่อาจให้อภัยพวกมันได้…」

การแพร่เชื้อความคิดของเนอร์วาน่าได้ดึงเอาส่วนดำมืดในจิตใจของคนออกมา

「ฉันควรฆ่าพวกมัน」

มนุษย์ที่เผชิญหน้ากับความเป็นจริงของหน้าผาที่อนาคตได้หายไปมักจะสูญเสียซึ่งความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความเป็นจริงนั้นน่ากลัว

ในกระบวนการนั้น บางคนอาจจะรู้สึกสิ้นหวังและพังทลาย ในขณะที่บางคนอาจกลายเป็นสัตว์ร้ายและปลดปล่อยความปรารถนาอย่างไม่หยุดยั้งออกมา

บางคนก็ต่อต้านด้วยความโกรธแค้นและเสียสติไป เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ พวกเขาก็จะหา ‘ผู้ไถ่บาป’ ที่สามารถปลอบประโลมพวกเขาได้ พวกเขาจะเสียสละตัวเองเพื่อผู้ไถ่บาปนี้ และเสียสละชีวิตอันต่ำต้อยของตัวเองต่อหน้า ‘ผู้ยิ่งใหญ่’

「ฆ่าพวกผู้ชายให้หมด」

ผมดูเหมือนจะรู้ว่าแผลเก่านี้คืออะไร แอตทริบิวต์แรกของจางฮีวอนคือ ‘ผู้หมอบคลาน’ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากความตกใจทางจิตอันรุนแรง เมื่อมองย้อนกลับไปในตอนแรกที่ผมพบเธอ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เธอจะเกลียดชังผู้ชาย

“นี่… นี่คือหัวใจของฮีวอนงั้นเหรอ?” ลีฮุนซึงถามออกมาจากท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน

– นายได้ยินเธอเหรอ?

“อ่า นิดหน่อย…”

ผมไม่เคยคิดเลยว่าลีฮุนซึงจะสามารถได้ยินข้อความของ ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ มันเป็นเพราะผมจมอยู่ในมุมมองบุคคลที่หนึ่งงั้นเหรอ? ลีฮุนซึงรับรู้ถึงอารมณ์ของผมได้มากเท่ากับที่ผมเข้าใจลีฮุนซึงงั้นเหรอ?

ลีฮุนซึงพูดราวกับว่าเขาลืมความร้อนไปแล้ว “นี่คือความสามารถของทกจาใช่ไหม?”

– ใช่ มันเป็นสกิลของฉัน

ผมต้องการจะสารภาพออกไปเพราะมันไม่มีเรื่องดีเลยสำหรับการโกหกตรงนี้

– ฉันขอโทษที่ปิดบังมันไว้จนถึงตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ลีฮุนซึงก็ไม่ได้ดูจะหัวเสียอะไร “ฉันก็อายนิดหน่อย หัวใจของฉัน…”

คลื่นลูกที่สองมาก่อนที่เขาจะเสร็จ ความร้อนอันรุนแรงหลอมละลายอวตารที่อยู่รอบๆ และพื้นที่นั้นก็เต็มไปด้วยลาวา

พื้นที่ทั้งหมดหลอมละลายจากความร้อนอันทรงพลัง อาคารทรุดตัวลงกับพื้นดิน ในตอนนี้ผมต้องตัดสินใจแล้ว

– นายควรตั้งสมาธิไปที่การยับยั้ง

“ฉันจะไม่ไปทำร้ายฮีวอนเข้าให้เหรอ?”

ลีฮุนซึงเสียเปรียบ แต่เขาก็เป็นกังวลถึงคนอื่น ถึงกระนั้นคำพูดของลีฮุนซึงก็ไม่ผิด

– หัวใจของเธอเจ็บปวด

ทางออกที่ชัดเจนที่สุดคือการฆ่าเนอร์วาน่าหรือแก้ไขแผลเก่าของจางฮีวอน อดีตนั้นเป็นไปไม่ได้ในขณะนี้และในภายหลัง…

ผมคงไม่กังวลนักถ้าจางฮีวอนเป็นตัวละคนที่มีบทบาทสำคัญในนิยายต้นฉบับ

จางฮีวอนเป็นคนหน้าใหม่ที่ถูกพบตัว และผมก็ไม่รู้จักเธอดี สิ่งเดียวที่ผมสามารถดูแลได้คืออาการ ไม่ใช่สาเหตุ

“ทกจา”

– ลองดู

พวกเราพยักหน้าในร่างกายเดียวกัน ระยะห่างจากจางฮีวอนนั้นห่างออกไปเพราะเขาก้าวถอยออกมาทีละนิด ผมต้องเข้าใกล้เธอเพื่อลองวิธีนี้

ผิวโลหะงอกออกมาปกคลุมใบหน้าของลีฮุนซึง กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขากำลังกระตุก เขาเป็นเหมือนกับอัศวินสีเงินที่มีเหล็กกล้าปกคลุมอยู่ทั่วร่าง อัศวินเงินเริ่มวิ่งผ่านเปลวไฟ

จากนี้ไป กำแพงเพลิงก็เริ่มสูงขึ้น มันเป็นคำเตือนว่าไม่ควรเข้าใกล้ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา

“ย๊ากกก!”

ลีฮุนซึงทำเหมือนกำลังฝึกซ้อมและวิ่งตรงไปยังเปลวเพลิง เขาถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหล็กชิ้นถูกหลอมละลายและตกลงไปบนพื้น ดวงตาของเขาเริ่มเบลอจากความร้อน

“ฮีวอน! พวกเราจะช่วยเธอเอง!”

มันคือก้าวแรก

“พวก… เรา…!”

และอีกก้าว

“ฮีวอน!”

ผมดูลีฮุนซึงและมีความคิดหนึ่ง ผมหลงลืมไปชั่วขณะเพราะผมได้ยินเพียงแต่เสียงหัวใจของคนอื่น เดิมที การเข้าถึงหัวใจของคนอื่นคือสิ่งที่ยากและเจ็บปวด

ลีฮุนซึงและผมได้เห็นโลกจากสายตาดวงเดียวกันอย่างชัดเจน แต่พวกเราไม่ได้เห็นในสิ่งเดียวกัน หัวใจของลีฮุนซึงที่กำลังระเบิดออกมาด้วยอารมณ์คือเครื่องพิสูจน์ถึงสิ่งนี้

มันเป็นความรู้สึกที่แปลก เดิมทีมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ เรื่องราวเปลี่ยนไปเพราะผม

“อั๊ค… อ๊ากกก!” เข่าของลีฮุนซึงทรุดลงเมื่อถึงก้าวที่สิบ

[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ มาถึงขีดจำกัดของสภาพจิตใจของเขา]

ผมตื่นขึ้นมาด้วยวิสัยทัศน์ที่สั่นคลอน แม้ว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไป แต่นี่ก็ยังเป็นหนทางเอาชีวิตรอด

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กำลังดูอวตารของเขาด้วยดวงตาที่น่าเศร้า]

ตัวละคนทุกตัวกำลังดิ้นรนอยู่บนความสิ้นหวัง นี่คือหนทางเอาชีวิตรอด

– ฮุนซึง

ถึงกระนั้น ผมก็ยังสงสัยเป็นบางครั้งเมื่อได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอด ผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอดรู้สึกเสียใจกับ ‘ตอนจบ’ ที่เขาสร้างขึ้นไหม?

– ฝากมันไว้กับฉันสักพัก

[สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ กำลังสั่น!]

[‘มุมมองสนับสนุนบุคคลที่หนึ่ง’ แสดงผลอย่างรุนแรง]

สติของลีฮุนซึงสั่นไหว และสติของผมก็เข้าไปแทนที่ การควบคุมร่างกายของเขาถูกถ่ายโอน และความรู้สึกของร่างทั้งร่างก็ถูกเปิดใช้งานอย่างรุนแรง

ลีฮุนซึงกำลังทรมานจากความเจ็บปวดนี้ มันเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาเป็นบ้าไปได้ ร่างทั้งร่างถูกเผาอยู่ในเปลวเพลิง และข้อต่อกระดูกและเส้นเอ็นที่หลอมละลายก็ทำให้มันรู้สึกเหมือนกับว่าแขนขาของผมถูกตัดขาด

ผมใช้เสียงของลีฮุนซึงและตะโกนใส่จางฮีวอน “จางฮีวอน! เธอจะตายได้ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป!”

ไม่มีคำตอบจากจางฮีวอน เธอยังคงปลดปล่อยเพลิงอเวจีออกมา

“ลีฮุนซึงจะตายเอาได้! เธออยากจะฆ่าลีฮุนซึงงั้นเหรอ?”

ผมยกขาของลีฮุนซึงขึ้นด้วยพลังทั้งหมดของผมและเดินหน้าต่อไปอีกหน่อย หนึ่งก้าว สองก้าว และ… บ้าเอ้ย มันร้อนเกินไป

ผมได้ยินเสียงๆ หนึ่งเมื่อเข่าของผมงอจากความเจ็บปวด ‘ทกจาล่ะ ฉันจัดการเอง’

มันเป็นเสียงของลีฮุนซึง

‘ฉันต้องทำมัน’

[เจตจำนงของโลหะได้รับการตอบกลับแล้ว!]

ผมพยักหน้า ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็เป็น ‘ผู้อ่าน’ ผมต้องไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง สติของผมหลุดออกมา และลีฮุนซึงก็เข้าควบคุมร่างกายของเขาอีกครั้ง ร่างกายของลีฮุนซึงฟื้นคืนสู่รูปร่างของเหล็กที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง

“ฮีวอน”

เพลิงอเวจีที่กำลังลุกโชติช่วงทำให้ใบหน้าของเธอเป็นสีฟ้า เปลวเพลิงนี้ค่อยๆ กัดกินเธอในทีสุด น้ำตาของเธอแห้งทันทีที่พวกมันไหลลงมา

ลีฮุนซึงเคลื่อนไหวเข้าหาเธออย่างไม่คาดคิด “ขอโทษนะ”

ลีฮุนซึงขยับก้าวสุดท้ายและสวมกอดจางฮีวอน

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เขินกับความรักที่ไม่คาดฝันระหว่างสหาย]

ร่างเล็กๆ ของจางฮีวอนถูกโอบล้อมด้วยอ้อมแขนที่กว้างของลีฮุนซึง มันกว้างมากจนเขาสามารถใช้ปลายนิ้วสัมผัสกันได้โดยไม่ต้องแตะต้องเธอ แทนที่จะหลบมัน จางฮีวอนทำให้เปลวเพลิงของเธอรุนแรงยิ่งขึ้น มันเป็นเหมือนกับว่าเปลวเพลิงคือสิ่งเดียวที่เธอสามารถใช้เพื่อแสดงออกซึ่งอารมณ์ได้

มันมีเสียงสัญญาณชีวิต และกำแพงเหล็กก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ อ้อมแขนของลีฮุนซึง มันเป็นกำแพงที่จะปลดปล่อยคนๆ หนึ่งออกจากโลกใบนี้ เพื่อที่จะลบล้างเปลวเพลิง ออกซิเจนจำเป็นต้องถูกขจัดออกไป

ลีฮุนซึงรู้เรื่องนี้และเสียสละตัวเองเพื่อเป็นกำแพงให้กับเธอ เขาจะยอมรับความโกรธของเธอในนามของโลกใบนี้

ทั้งหมดที่ผมทำได้คือการเฝ้าดูคนทั้งสอง ผมหวังว่าลีฮุนซึงจะสามารถเข้าถึงหัวใจของจางฮีวอนที่ไม่อาจพูดออกมาได้

เวลาผ่านไปเท่าไรแล้ว?

[เรื่องราว ‘พิสูจน์โลหะ’ เสร็จสมบูรณ์แล้ว]

ในที่สุด เปลวเพลิงของจางฮีวอนก็ดับลง

***

มันเป็นเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยที่ปลุกลีฮุนซึงขึ้นมา

“ฉันกำลังสำลัก…”

เขามองลงไปและเห็นใบหน้าของจางฮีวอน เขามองไปรอบๆ และมันก็เป็นภาพที่ไม่อาจจินตนาการได้เลย โลหะที่งอกออกมาจากร่างกายของเขาปกคลุมร่างกายของจางฮีวอนไว้ในขณะที่มันขวางกั้นพื้นที่รอบๆ

“อ-เอ่อ! ฉ-ฉันขอโทษนะ! ฉันจะปล่อยเธอเดี๋ยวนี้แหละ!”

กำแพงโลหะเริ่มหลอมละลาย แต่มันก็ไม่หายไปง่ายๆ ในขณะที่ลีฮุนซึงรู้สึกสับสน หน้าผากของจางฮีวอนก็แตะเข้ากับหน้าอกของลีฮุนซึง “ขอบคุณนะ”

ลีฮุนซึงส่ายหัวของเขาให้กับสัมผัสอันนุ่มนวลต่อโลหะ

“…ไม่เป็นไร”

มันเป็นท่าทางเล็กๆ แต่มันก็เพียงพอแล้ว หัวใจของเขาถูกปลดปล่อยอย่างชัดเจน

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เกลียดมิตรภาพนี้]

“ยังไงก็เถอะลีฮุนซึง มีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?”

“ฮะ? เรื่องนั้น…”

จางฮีวอนดูไม่พอใจกับความสับสนของลีฮุนซึง “ไม่เป็นไร มันไม่สำคัญหรอก รีบปลดปล่อยมันออกไปเถอะ ไม่มีเวลาแล้ว”

“…ฮะ? เกิดอะไรขึ้น?”

จางฮีวอนเหลือบมองไปยังลีฮุนซึง แต่ก็ตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยเสียงอันดัง “คิมทกจา นายกำลังฟังอยู่ใช่ไหม? ยูซานอากำลังตกอยู่ในอันตราย”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint