0 Views

ตอนที่ 137 – อ่านไม่ได้ (2)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 400 แล้ว >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ทุกคนมีคำพูดที่มีอิทธิพลต่อตัวเอง ลีฮุนซึงเองก็มีอะไรแบบนี้อยู่ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลีฮุนซึงเป็นนักศึกษาอยู่ คำเหล่านี้เป็นคำที่เขาได้ยินจากอาจารย์บ่อยที่สุด

‘ทุกคน สร้างสรรค์กันหน่อย!’

‘คิดเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถทำได้!’

‘นายต้องหลุดออกไปจากที่นี่ให้ได้!’

ในเวลานั้น ลีฮุนซึงก็เฝ้าคิด ‘แล้วฉันจะทำยังไง?’

ความต้องการของสังคมเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกับลีฮุนซึงที่เคยชินกับการไปโรงเรียน กินข้าว และเข้านอนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

จนถึงตอนโตเขาถูกบอกให้ทำอะไรมาตลอด และในตอนนี้เขาก็ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน?

ความคิดสร้างสรรค์คืออะไร? การคิดถึงสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึงคืออะไร? ทำไมจู่ๆ โลกที่เขาอยู่ถึงต้องให้เขาทำอะไรแบบนี้? แล้วเขาทำอะไรมาจนถึงตอนนี้?

ลีฮุนซึงเดินไปทั่วมหาวิทยาลัย และจากนั้นเขาก็เข้าร่วมกับกองทัพ

‘ฉันคิดว่านายมีร่างกายที่เหมาะกับการเป็นทหารนะ กรุณาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสด้วย’

ถ้าเขาไม่ได้ยินคำแนะนำนี้ในเวลานั้น ชีวิตของเขาในตอนนี้จะเป็นยังไงกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้เลย

ไม่มีอะไรที่เขารู้เกี่ยวกับอนาคตที่เขาไม่ได้เลือก ไม่ว่ายังไง เขาก็เป็นทหารและใช้ชีวิตอยู่โดยไม่เสียใจกับการเลือกของเขา สำหรับคนที่พบว่าสังคมมันลำบาก กองทัพนั้นถือว่าสบายมาก

คนแนะนำแสดงความยินดีกับลีฮุนซึงที่ผ่านการทดสอบเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโส

‘นายทหารลี ถ้านายไม่แน่ใจอะไรให้ทำตามที่คู่มือบอกไว้ อย่างน้อยนายก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร’

เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้แทนข้าว ความทรงจำนั้นชัดเจนเหมือนกับอาหารกลางวันที่เขากินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาพบกับคนๆ นั้นอีกครั้ง เขาคงจะถามบางสิ่งออกไป

‘ตอนนี้ผมควรทำยังไงดี?’ ลีฮุนซึงมองไปยังทะเลเปลวเพลิงที่กำลังย่างกรายเข้ามาและเม้มปาก ‘ฉันไม่มีคู่มือสำหรับเหตุการณ์ในตอนนี้’

เขาคิดว่ามันคงจะง่ายกว่าสำหรับเขาที่จะเรียกความกล้ากลับมา ลีฮุนซึงตะโกนออกไป “จางฮีวอน! ได้สติกลับมาสักทีสิ! ได้โปรด!”

เสียงของเขาไม่อาจไปถึงจางฮีวอนได้

เฮือกก!

เขาซ่อนตัวอยู่หลังอาคารอย่างหวุดหวิดในขณะที่เพลิงอเวจีปกคลุมผืนดินและมีอวตารถูกเผาอย่างน่าสงสาร

“อ๊ากกก!”

“ช่วยฉันด้วย!”

ลีฮุนซึงไม่อาจช่วยใครได้เลย เขามองไปยังความตายที่เกิดขึ้นตรงหน้าและตระหนักได้อีกครั้งว่า ‘ความยุติธรรม’ ที่กำลังหลับไหลอยู่ภายในตัวเขาก็เป็นเพียงแค่คู่มือ

ร่างของจางฮีวอนขยับเข้ามาใกล้ท่ามกลางความร้อนสูง

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กำลังมองคุณอยู่]

ลีฮุนซึงได้รับการจ้องมองอย่างเงียบๆ และเม้มริมฝีปากของเขา

‘ทกจา ฉันควรทำยังไงดี?’

เขาควรสู้ไหม? เขาจะหยุดเธอได้ไหม?

ลีฮุนซึงมองไปยังจางฮีวอนที่กำลังเดินเข้ามาและหมัดของเขาก็สั่น ลีฮุนซึงไม่รู้ว่าการสั่นนี้หมายความว่ายังไง ทำไมเขาถึงลังเล และทำไมเขาถึงไม่สามารถวิ่งหนีไปจากที่นี่ได้

บางทีมันอาจจะไม่ใช่โลกที่ยากลำบาก สิ่งที่ยากคือลีฮุนซึงเอง

‘ทกจา ให้คำตอบฉันหน่อย!’

แม้ว่าจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ลีฮุนซึงก็อธิษฐานราวกับกองหนุนที่หวังว่าการฝึกจะถูกยกเลิกเนื่องจากสภาพอากาศ หลังจากนั้นความมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น เขาได้ยินเสียงที่กำลังรอคอยอยู่

– ลีฮุนซึง

เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น

– นายได้ยินฉันไหม?

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เขามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นต้นตอของเสียง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เสียงนั้นดังอยู่ในหัวของเขา

“ทกจา!”

นี่เป็นกับดักของศัตรูงั้นเหรอ? ถึงกระนั้น เขาก็ยังเต็มใจที่จะเชื่อมันแม้ว่ามันจะเป็นกลอุบายของศัตรู

– ลองเริ่มคิดไปพร้อมกับวิ่งหนี มันมีอยู่สองวิธี

ลีฮุนซึงลุกขึ้นและวิ่งตามสัญชาตญาณ มันไม่ใช่กับดัก มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

จางฮีวอนกำลังไล่ตามหลังเขามา แต่เขาก็ไม่กลัวเลย การหายใจของเขาเสถียรขึ้นและพร้อมที่จะรับคำสั่งใหม่ กล้ามเนื้อของเขาเริ่มตึงเครียดในขณะที่ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วง

– วิธีการแรกคือการฆ่าจางฮีวอน

“…มันเป็นตัวเลือกที่คุ้นๆ นะ”

คิมทกจาเป็นอย่างนี้มาตลอด มันเป็นแบบนี้มาตั้งแรกที่พวกเขาพบกัน เขามักจะปล่อยทางเลือกที่ปลอดภัยและโหดร้ายที่สุดออกมาก่อน และสมาชิกปาร์ตี้ก็มักจะปฏิเสธมัน

“วิธีการที่สองคือการหนีไปทั้งแบบนี้เหรอ?”

– …ใช่แล้ว

“งั้นพวกเราจะเลือกวิธีที่สาม”

คำตอบของทกจาคือคำตอบที่สามเสมอ เขาเป็นคนที่คิดถึงสถานการณ์ที่สามเสมอ นั่นคือสิ่งที่ทกจาเป็น ดังนั้นลีฮุนซึงจึงเชื่อในตัวเขา

อย่างไรก็ตาม…

– ลีฮุนซึง ครั้งนี้มันไม่มีวิธีที่สาม

***

แน่นอนว่าผมมีวิธีที่สาม ผมแค่ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม

[มุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้นที่สามถูกเปิดใช้งาน]

[‘มุมมองสนับสนุนบุคคลที่หนึ่ง’ ไม่สมบูรณ์ในขณะนี้]

จางฮีวอนกำลังใช้ระเบิดเพลิงอเวจีอยู่

“…ทำไมนายถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลย?” ลีฮุนซึงบ่นออกมาพร้อมกับการหายใจที่รุนแรง มุมมองบุคคลที่หนึ่งทำให้ผมรู้สึกถึงความร้อนของเพลิงอเวจีได้

จางฮีวอนเหวี่ยงดาบของเธอราวกับว่าเธอตั้งใจจะเปลี่ยนกรุงโซลให้กลายเป็นทะเลเพลิง ในความเป็นจริง ถ้าพูดตามตรง วิธีการแรกและวิธีการที่สองของผมก็คงจะให้ผลลัพธ์เหมือนกัน

ไม่ว่าลีฮุนซึงจะฆ่าจางฮีวอนหรือหลบหนีไป ถ้าเขาหนีไป จางฮีวอนก็จะใช้พลังเวทมนตร์จนหมดและตาย กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันมีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ นี่คือสถานการณ์ของไอ้ระยำ ‘เนอร์วาน่า’

“ฆ่าจางฮีวอน? นายให้คำแนะนำแบบนี้กับฉันเหรอ?”

จางฮีวอนขยับเข้ามาใกล้ มันแตกต่างจากเมื่อเป็นพันธมิตรกัน ในตอนนี้ผมรู้แล้วหลังจากที่เธอกลายเป็นศัตรู

ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง จางฮีวอนนั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่าเธอจะไม่ได้ใช้เวลาพิพากษา เธอก็ยังเป็นเจ้าของนักล่าปีศาจ นอกจากนี้ยังมีอักขระระเบิดพลังอเวจีของอูรีเอลอีก

เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดในปาร์ตี้ของผม แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสะกดจางฮีวอนที่กำลังคลั่งโดยไม่ฆ่าเธอ

“ฉันไม่อาจยอมรับวิธีนี้ได้”

ความกล้านี้มันอะไรกัน? ลีฮุนซึงเริ่มวิ่งเข้าหาจางฮีวอน

– รอเดี๋ยว ลีฮุนซึง!

“จางฮีวอน! ตื่น!”

ลีฮุนซึงวิ่งเข้าไปหาจางฮีวอน เขาพุ่งเข้าหาราวกับว่าเขาโกรธที่เชื่อมั่นในตัวผม ประเทศ และคู่มือ ผลักขุนเขาของลีฮุนซึงและระเบิดเพลิงอเวจีของจางฮีวอนเข้าปะทะกัน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ามือที่สามารถผลักขุนเขาได้ก็พบว่ามันยากที่จะทำลายเปลวเพลิงของทูตสวรรค์ แขนขวาของเขาเริ่มหลอมละลายในไม่ช้าจากแสงสีขาวบริสุทธิ์

“จางฮีวอน!”

ลีฮุนซึงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ลีฮุนซึงเสียแขนขวาของเขาไปและยื่นแขนซ้ายออกมา ผมรีบตะโกนออกไป

– ลีฮุนซึง ถ้านายหนีไป อย่างน้อยนายก็ยังรอดไปได้

“ไม่มีทาง”

– ไม่มีใครจะตำหนินายหรอกถ้านายหนี

“ฉันไม่ต้องการ!”

– นายไม่คิดว่าฉันเป็นคู่มือหรอกเหรอ? งั้นก็โปรดฟังฉัน!

“ฉันไม่เชื่อในคู่มือแบบนี้!” คำตอบของลีฮุนซึงน่าเหลือเชื่อมาก ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นคำตอบของลีฮุนซึง

ทุกคนมีความขัดแย้ง คนที่ทำตามคู่มือ จริงๆ แล้วกลับเกลียดคู่มือมากกว่าใคร เขาเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ยอมจำนนต่อระบบมากกว่าใคร มันคือเมื่อตอนที่เขาทะลวงความขัดแย้งนี้ไปได้ถึงจะทำให้เรื่องราวของเขาเริ่มต้นขึ้น

“ฉันไม่ยอมแพ้ แม้ว่าผลลัพธ์จะไม่ดีก็ตาม! มันไม่สำคัญแม้ว่าฉันจะตายอยู่ที่นี่ก็ตาม!”

ไม่ว่าลีฮุนซึงจะทนทานได้แค่ไหน มันก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต่อต้านระเบิดเพลิงอเวจีที่สามารถหลอมละลายได้กระทั่งชินยูซอง แขนซ้ายและขาขวาของเขาเริ่มหลอมละลาย

อย่างไรก็ตาม ลีฮุนซึงก็ยังดื้อด้าน เหมือนกับแมลงเม่าที่บินเข้าใส่กองไฟ เขาพยายามไปให้ถึงตัวจางฮีวอน เขาส่ายไปมาในขณะที่เข่าขวาของเขาหายไป และผมก็บอกกับเขา

– เข้าใจแล้ว นายทำได้ดี

ลีฮุนซึงไม่ตอบ ผมยิ้มอย่างขมขื่น

– นี่คือวิธีที่สาม

วิธีที่สามไม่ใช่สิ่งที่ผมสามารถบอกกับเขาได้ มันขึ้นอยู่กับลีฮุนซึงว่าจะตัดสินใจด้วยตัวเองหรือไม่ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่ามันจะได้ผล ถึงกระนั้น ผมก็เลือกเส้นทางนี้เพราะผมพบความรู้สึกเศร้าๆ ที่เกิดขึ้นในใจของลีฮุนซึงในยามที่เขาเห็นจางฮีวอน

– นายพบเส้นทางของตัวเองโดยไม่มีคู่มือ

ลีฮุนซึงหัวเราะในขณะที่เขาล้มลงในกองเพลิง “ทกจา ขอบคุณนะ”

ผมรู้สึกถึงความปีติยินดีที่เกิดขึ้นในร่างกายของลีฮุนซึง มันเป็นอารมณ์เมื่อมนุษย์มาถึงจุดที่พวกเขาสามารถทลายความขัดแย้งในตัวเองและได้รับคำตอบจากความตาย

บางทีความรู้สึกนี้อาจจะเป็นความเป็นจริงที่เนอร์วาน่าต้องการเข้าถึง มันคงจะวิเศษถ้าเนอร์วาน่าได้เห็นสิ่งนี้ จางฮีวอนเป็นผู้ติดเชื้อ แต่มันเป็นลีฮุนซึงที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันมากกว่าใคร

– ขอบคุณมาก มันกำลังเริ่มแล้ว

นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว มันขึ้นอยู่กับผู้ชมที่จะพิจารณาถึงความต่อเนื่องของเรื่องราวนี้ มันมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองลีฮุนซึงอยู่ด้วยดวงตาที่ละเอียดอ่อนยิ่งกว่าใคร

– เจ้านายแห่งโลหะ หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มั่นคงที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาว

ผมพูดช้าๆ

– เมื่อไหร่นายจะลงมือ?

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กำลังฟังคำพูดของคุณ]

กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ นายเหนือแห่งโอริฮารูกอน ดาวเคราะห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลและเป็นผู้สนับสนุนของดาบเหล็กลีฮุนซึง ผมตรงเข้าประเด็น

– ให้โอกาสอวตารของนาย

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ เงียบไป]

– ฉันรู้ถึงความกลัวของนาย นายกลัวความน่าจะเป็นอยู่

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ หลับตาลง]

– แต่เมื่อไหร่กันที่นายจะสังเกตเห็นเนบิวล่ารอบๆ ตัวนาย? นายจะฝันกลางวันแบบนี้ไปจนจบสถานการณ์เลยเหรอ?

ลีฮุนซึงทำได้เพียงพอแล้ว ในตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับผู้สนับสนุนของเขา

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ยอมรับความกล้าหาญของอวตาร ‘ลีฮุนซึง’]

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กล่าวว่ามันยังไม่ถึงเวลา]

ผมคิดไว้แล้ว ในความเป็นจริง ลีฮุนซึงนั้นก็ยังอ่อนแอเกินกว่าที่จะตื่น

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ คิดว่าอวตาร ‘ลีฮุนซึง’ จะไม่สามารถรับมือกับเรื่องเล่าของเขาได้]

เรื่องเล่าของโลหะนั้นทั้งหนักหนาและสาหัส ลีฮุนซึงคงไม่อาจต้านทานมันได้ แน่นอนว่าถ้าเขาอยู่เพียงลำพัง

– ฉันจะแบกรับมันกับเขา

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กำลังมองคุณอยู่]

เจ้านายแห่งโลหะดูเหมือนจะกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ครู่ต่อมา เสียงข้อความก็ดังออกมา

[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ พยักหน้า]

จากนั้นก็เกิดประกายแสงขึ้นรอบๆ

[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ กำลังเตรียมตัวสำหรับวิวัฒนาการแอตทริบิวต์ของเขา]

[เรื่องเล่าจำเป็นต่อการวิวัฒนาการแอตทริบิวต์]

[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ใส่เรื่องเล่าลงไปในการทดสอบ]

[เรื่องเล่า ‘พิสูจน์โลหะ’ เริ่มต้นขึ้น!]

กระแสของลำแสงสีเงินพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างของลีฮุนซึง ผมมองไปยังแสงเจิดจ้าและนึกถึงฉากหนึ่งในหนทางเอาชีวิตรอด

ใครกัน? ตัวละครหนึ่งถามคำถามกับยูจงฮยอค

「”ทำไมลีฮุนซึงถึงถูกเรียกว่าดาบเหล็ก? เขาไม่ได้ใช้ดาบซะหน่อย”」

ลีฮุนซึงไม่เคยใช้ดาบเลยในหนทางเอาชีวิตรอดต้นฉบับ ถึงกระนั้น ชื่อเล่นของเขากลับเป็นดาบเหล็ก

「”ลีฮุนซึงไม่ต้องการดาบ”」

โลหะเริ่มเติบโตขึ้นจากแขนและขาที่หลอมละลายของลีฮุนซึง เช่นเดียวกับเกล็ด โลหะเริ่มปกคลุมร่างกายทั้งร่างของเขา ร่างกายของลีฮุนซึงเปลี่ยนเป็นดาบยักษ์เล่มหนึ่ง

[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ เปิดใช้งานอักขระ ‘การแปลงร่างโลหะ’]

ดาบเดี่ยวที่จะไม่หักแม้ว่าจะเจอการทดสอบแบบไหน ถ้ายูจงฮยอคอยู่ที่นี่ เขาคงจะพูดมันออกมาว่า

「”ชายคนนั้น เขาคือดาบ”」

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint