0 Views

ตอนที่ 135 – ผู้ทำลายสถานการณ์ (6)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 398 แล้ว >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ผมสงสัยในรูหูของผมไปสักพัก ไอ้บ้ายูจงฮยอคนี่… เขาทำบ้าอะไร?

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ปรากฏตัวขึ้นล่าช้าและมองไปรอบๆ]

[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ หัวเราะคิกคักกับสถานการณ์]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ประหลาดใจ]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังอ้อนวอนให้พูดอีกครั้ง]

เนอร์วาน่าถามอีกครั้งเหมือนเขาไม่อาจเชื่อมันได้ “ตอนนี้…”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ชอบสามเศร้านี้]

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มอบการสนับสนุนให้คุณ 2,000 เหรียญ]

สามเศร้าบ้าอะไรกัน? ผมเห็นใบหน้าสีขาวของเนอร์วาน่าและรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมอยู่ท่ามกลางสถานการณ์แปลกๆ

ผมพูดออกมา “เรื่องบ้าอะไรเนี่ย? พวกเราไม่ได้เป็นสหายกันหนิ?”

ยูจงฮยอคตอบหน้าตาย “ก็ไม่มีใครพูดถึงนายหนิ…”

ไม่ว่าเจตนาของยูจงฮยอคจะเป็นอย่างไร สถานการณ์ก็เลวร้ายลงไปอีก เนอร์วาน่าตัวสั่นและพูดด้วยเสียงสั่น “ทำไมถึงไม่ใช่ฉัน…”

จิตสังหารอันน่าพรั่นพรึงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเนอร์วาน่า และแมนดาลาขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของเขา [TLN: แมนดาลา (mandala) คือสัญลักษณ์ทางธรรมหรือทางพิธีกรรมซึ่งหมายถึงเอกภพของทางฝั่งธิเบต ใครที่อยากเห็นรูปสามารถกูเกิ้ลดูได้เลย]

ผมก้าวถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ทำไมคนรอบๆ ตัวยูจงฮยอคถึงต้องมากังวลกับเรื่องการถูกยอมรับเป็นสหายด้วย? ผมคงไม่รังเกียจเลยที่จะมอบไอ้บ้านี่ให้กับคนพวกนั้น

“ทำไมถึงไม่ใช่ฉัน? ทำไมต้องเป็นเขา” แสงสว่างเจิดจ้าระเบิดออกมาจากแมนดาลาของเนอร์วาน่า

ผมรีบกระซิบกับยูจงฮยอค “เฮ้ แค่พูดออกไปว่านายชอบเขา เร็วเข้า”

“ไม่มีทาง”

“ทำไม? เฮ้ แค่หลับตาแล้วพูดออกไปสักครั้ง…”

เนอร์วาน่าตะโกนด้วยความโกรธเมื่อเขาเห็นผมกำลังกระซิบ “อย่ามากระซิบกันต่อหน้าฉัน!”

จากนั้นยูจงฮยอคก็พูดด้วยเสียงดังก้อง “ฉันไม่สนใจผู้ชาย!”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กระอักเลือดออกมา]

[คุณได้รับการสนับสนุน 2,000 เหรียญ]

เนอร์วาน่าดูเหมือนว่าเขาจะอ้วกออกมา

“ฉันไม่ใช่ผู้ชาย!”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เขิน]

“แน่นอน ฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงด้วย!”

มันเป็นความวุ่นวายโดยสมบูรณ์ ผมรู้สึกรำคาญกับคลื่นพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งขึ้นจากอารมณ์ของเนอร์วาน่า

“นายกำลังทำอะไรน่ะ? แค่พูดว่านายชอบเขา! นายสามารถใช้เขาได้ในภายหลัง…”

“เขาอันตรายเกินไป”

เชี่ย ไอ้บ้าศักดิ์ศรี พลังรบของเนอร์วาน่าถูกคาดไว้ว่าน่าจะเหนือกว่ายูจงฮยอค นอกจากนี้ยังไม่มีการรับประกันว่าสมาชิกของผู้ไถ่บาปทุกคนจะไม่เข้ามาร่วมวงด้วย

“เดี๋ยวก่อน!”

ในที่สุดผมก็ก้าวออกมาข้างหน้าและพูดออกมา ผู้กลับชาติมาเกิดคือไพ่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต ผมไม่อยากจะต้องสู้กับเขาที่นี่

“ฉันคิดว่ามันมีความเข้าใจผิดกันนะ มาคุยกับฉันก่อน”

[ตัวละคร ‘เนอร์วาน่า เมอร์บิอุส’ สูญเสียความรู้สึกถึงเหตุผลของเขาไป]

“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะเป็นศัตรูกับโบสถ์ผู้ไถ่บาป เขาแค่ไม่เก่งที่จะแสดงออก…” ผมจงใจชนไหล่ของยูจงฮยอค “อันที่จริง พวกเรากำลังคิดถึงการเข้าร่วมกับนาย ทิ้งอนาคตไปและมีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบัน! มันจะดีแค่ไหนกันนะ? ยูจงฮยอค นายไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?”

แน่นอนว่าผมไม่เห็นด้วยกับหลักคำสอน ในการถ่ายทอดสดดวงดาว หากคุณละทิ้งอนาคตและใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ปลายทางก็คงจะมีแต่ความฉิบหาย ผมต้องการจะมีชีวิตต่อไปให้นานขึ้น แม้ว่าผมจะมีความสุขน้อยลงก็ตาม นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเป็นทาสของระบบทุนนิยม

“…จริงเหรอ? ตอบมา ยูจงฮยอค!”

ออร่าอันดุร้ายของเนอร์วาน่าค่อยๆ ลดลง แต่ยูจงฮยอคก็ไม่ช่วยประคองสถานการณ์ไว้เลย “ไร้สาระ”

“ไม่ เดี๋ยวก่อน!” ผมตะโกนออกมา แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

เนอร์วาน่ากัดฟันของเขา “เป็นอย่างนี้สินะ งั้นก็ไปลงนรกซะ!”

ผมใช้บุ๊คมาร์คทันทีที่เนอร์วาน่าขยับ

[สกิลบุ๊คมาร์คกำลังอัพเดต]

[กำลังแทนที่บุ๊คมาร์คเก่าด้วยบุ๊คมาร์คใหม่]

[เหลือเวลาอีกห้านาทีจนกว่าการเปลี่ยนบุ๊คมาร์คจะเสร็จสิ้น]

อะไรนะ? บัดซบ ตอนนี้เนี่ยนะ? ในขณะเดียวกัน เนอร์วาน่าก็เร่งความเร็วมาตรงหน้าผม มันเร็วราวกับว่าเขาใช้วิถีแห่งสายลม

…ไม่ นี่คือวิถีแห่งสายลมจริงๆ? ผมนึกย้อนกลับไปได้ว่าเขาเป็นอิมยันตาร์ในช่วงชีวิตที่แล้ว

ยูจงฮยอคยืนอยู่ข้างหน้าผม แมนดาลาของเนอร์วาน่าและดาบเขย่าสวรรค์ของยูจงฮยอคปะทะกัน ส่งผลให้เกิดเสียงเหมือนตึกถล่มดังออกมา

เนอร์วาน่ากล่าว “เป็นมิตรภาพที่น่ารักจริงๆ นายคิดถึงเพื่อนของนายก่อนเหรอ?”

“คิมทกจา หลบไป! คนๆ นี้…!”

“สายเกินไป” คำพูดของเนอร์วาน่าเร็วกว่า ไม่ คำพูดและการกระทำของเขาเร็วกว่า “เพื่อนของนายต้องตาย”

เนอร์วาน่าเอ่ยคาถา และร่างกายของยูจงฮยอคก็แข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน

[ตัวละคร ‘เนอร์วาน่า เมอร์บิอุส’ ใช้อักขระฝันร้ายนิรันดร์ LV.8]

ผมรู้จักสกิลนี้ มันเป็นสกิลที่อันตรายมากสำหรับยูจงฮยอค ประกายแสงบินอยู่รอบๆ ร่างกายที่แข็งทื่อของยูจงฮยอค เหมือนกับหุ่นยนต์พัง คอของยูจงฮยอคแข็งทื่อในขณะที่เขาหันกลับมาทางผม เขากำลังมองมาที่ผม แต่มันก็ไม่ใช่ผมที่เขากำลังเห็นอยู่

ห..นี…ไ…ป

ยูจงฮยอคในตอนนี้กำลังถูกขังอยู่ในคุกที่เป็นบาดแผลเก่าอันเลวร้ายที่สุดสำหรับเขา คุกอันน่าสะพรึงที่จะเล่นทวนความทรงจำอันเลวร้ายซ้ำไปซ้ำมา มันเป็นสกิลทางจิตที่มีระดับยิ่งกว่าสกิลที่บอสแห่งดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ใช้

“มานี่มา ไอ้หน้าด้านเกิดใหม่”

เนอร์วาน่าที่มีสกิลพลังจิตระดับสูงสุดได้ขุดเข้าไปในช่องว่างในจุดอ่อนของยูจงฮยอค

มันเป็นพลังที่น่าเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตาม ผู้กลับชาติมาเกิดก็ยังคงได้รับผลจากความน่าจะเป็นอยู่ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะมีความแข็งแกร่งเช่นนี้ ณ จุดๆ นี้ ผมจ้องไปที่กล้ามเนื้อเรียวของเนอร์วาน่า

“ฉันจะทำให้นายศักดิ์สิทธิ์เอง”

เขาละทิ้งพลังทางกายภาพทั้งหมดและลงทุนทุกอย่างไปกับพลังจิตและการเร่งความเร็วงั้นเหรอ? นี่เป็นสิ่งเดียวที่สมเหตุสมผล

เนอร์วาน่ายกระดับสกิลต่อต้านยูจงฮยอคที่มีจุดอ่อนด้านจิตใจเท่านั้น กับสิ่งอื่นไม่รู้ แต่เขาไม่อาจแพ้ยูจงฮยอคได้ ยังไงก็เถอะ เขาเลือกสกิลถูกได้ยังไง? มีคนให้ข้อมูลกับเขางั้นเหรอ…

“หนีไป!” มินจีวอนและฮวารังขวางทางเนอร์วาน่าไว้ เธอไม่ถอยหลังกลับแม้จะอยู่ต่อหน้าคนที่สามารถหยุดยูจงฮยอคได้ “เร็วเข้า! ไม่มีความหวังในโซลถ้านายตาย!”

“ราชาแห่งความงาม” เนอร์วาน่ายิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นมินจีวอน “ครั้งล่าสุดเธอหนีไปได้ดี แต่ในตอนนี้เธอดูจะได้แรงบันดาลใจจากความคิดของฉันนะ!”

พวกเขาเคยเจอกันมาแล้ว

“เธอรู้ว่าเธอกำลังจะตายและตระหนักอะไรบางอย่างใช่ไหม? มนุษย์คือสิ่งที่ต้องอยู่กับปัจจุบันจริงๆ มนุษยชาติเป็นเรื่องของปัจจุบันเท่านั้น”

มินจีวอนตะโกนใส่ผม “เร็วเข้าสิ! มันมากเกินไปสำหรับนายคนเดียว! ถ้านายมียูซานอากับจางฮีวอนล่ะก็…!”

เนอร์วาน่าขยับก่อนที่มินจีวอนจะทันได้พูดจบ ฮวารังกว่าครึ่งล้อมเนอร์วาน่าไว้ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คู่มือของเขาตั้งแต่แรก เนอร์วาน่าแตะหน้าผากของฮวารัง จากนั้นพวกเขาก็ทรุดตัวลง มันคือการใช้แพร่เชื้อความคิด

“อ-อ๊าก อ๊ากกกก!”

ฮวารังทรุดตัวลงและเริ่มกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ชีวิตคือขุมนรก!”

พร้อมกับเสียงกรีดร้อง เสียงตะโกนของสมาชิกผู้ไถ่บาปดังออกมาจากทางด้านหลัง

“ตายเพื่อปัจจุบัน!”

“วันนี้เป็นสถานที่เดียวที่พวกเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้!”

สมาชิกพากันท่องคำขู่และกระโจนเข้าใส่ฮวารัง ในขณะที่ผมมองไปยังสมาชิกผู้ไถ่บาป เนอร์วาน่าก็มาถึงตัวราชาแห่งความงามแล้ว “ไม่ต้องห่วง ราชาแห่งความงาม ฉันชอบสิ่งมีชีวิตที่สวยงาม”

“อ-อุ๊คคค…”

“ดังนั้นฉันจะไม่ฆ่าเธอ”

[ตัวละคร ‘เนอร์วาน่า เมอร์บิอุส’ ใช้แพร่เชื้อความคิด LV.9]

ออร่าสีขาวยืดออกมาจากเนอร์วาน่าและเริ่มบิดตัวรอบๆ มินจีวอน ราวกับหนวด ออร่านั้นพุ่งทะลวงร่างของเธอ

“ยอมรับปัจจุบันของเธอซะ”

“ฉันไม่ต้องการ! ฉันไม่ต้องการ…!”

ความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ของราชาแห่งความงามกำลังหลั่งไหลออกมาด้วยออร่านี้ เนอร์วาน่าหัวเราะให้กับความปรารถนาของเธอ

“เธอต้องการไปสปาหรูในขณะที่สหายของเธอกำลังจะตายเนี่ยนะ? ยัยผู้หญิงโง่”

“ม-ไม่ ฉัน…”

“เธอแค่อยากสนุกกับชีวิตที่สวยงาม เธอยังไม่ลืมวันคืนที่เธอได้เป็นนักแสดง ดังนั้นเธอจึงกลายเป็นราชา”

เนอร์วาน่าสนุกสนานเป็นอย่างมาก

“ยอมรับความต้องการของเธอซะ ยอมรับว่าเธอก็มีความคิดป่วยๆ แบบนี้ในขณะที่สหายของเธอกำลังจะตาย! นั่นคือสิ่งที่มนุษย์เป็น หากเธอปฏิเสธความต้องการของเธอ งั้นเธอมันก็ไร้ค่า”

ดวงตาของราชาแห่งความงามเริ่มเลือนรางไปอย่างช้าๆ มันเป็นสกิลที่สร้างความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อความปรารถนาของตัวเองและบังคับเวลาของพวกเขาให้อยู่กับ ‘ปัจจุบัน’

นี่คือกระบวนการเข้าร่วม ‘โบสถ์ผู้ไถ่บาป’ บัดซบ บุ๊คมาร์คยัง…

[การอัพเดตบุ๊คมาร์คเสร็จสมบูรณ์]

นั่นแหละ!

[การอัพเดตช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบุ๊คมาร์ค 20%]

ผมเปิดใช้งานบุ๊คมาร์ค

[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม LV.9’ ถูกเปิดใช้งาน!]

ผมเหยียบสายลมและบินผ่านอากาศ การเพิ่มประสิทธิภาพบุ๊คมาร์คช่วยเพิ่มเลเวลของวิถีแห่งสายลม

โอเค งั้นมันก็มีโอกาสชนะอยู่ ผมเหวี่ยงดาบแห่งศรัทธาเข้าใส่เนอร์วาน่าที่กำลังสับสน เนอร์วาน่าหลบดาบของผมไปอย่างฉิวเฉียด แต่มันก็ยังมีรอยตัดขนาดใหญ่อยู่

ผมประคองมินจีวอนไว้ “เธอโอเคไหม?”

“อ๊ะ อ่า…”

เนอร์วาน่าที่ถอยกลับไป พุ่งเข้ามาหาผมอีกครั้ง ลำแสงส่องประกายออกมาจากแมนดาลาเข้าสู่กำมือของเขา

ผมเหวี่ยงดาบแห่งศรัทธา ประกายแสงพุ่งออกมา และมือของผมก็เจ็บปวด แต่ผมก็ทนได้มากกว่าที่ผมคิด

เช่นเดียวกับการส่งผ่านของยูจงฮยอค ผู้กลับชาติมาเกิดก็มีสกิลสืบทอดที่คล้ายๆ กัน มันทำให้เขาสามารถสืบทอดสกิลจากช่วงชีวิตก่อนได้ อย่างที่ผมคาดไว้ คนๆ นี้ให้ความสำคัญกับความสามารถทางจิตใจและความเร็วมากกว่าการต่อสู้ระยะประชิด

“นายใช้วิถีแห่งสายลมได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้…” เนอร์วาน่าขมวดคิ้วในขณะที่เขาป้องกันดาบของผม “นายคือคนที่ชาย ‘ผู้เป็นกลาง’ พูดถึง?”

“ฉันก็ดังพอตัวเลยหนิ?”

“สหายนอกคอก!”

เนอร์วาน่าปะทะกับดาบแห่งศรัทธาอีกครั้ง จากนั้นออร่าสีขาวก็ปะทุออกมาจากแมนดาลา

[ตัวละคร ‘เนอร์วาน่า เมอร์บิอุส’ ใช้แพร่เชื้อความคิด LV.9]

อย่างที่คิดไว้

“ตายซะ! ยอมรับชะตากรรมของนายซะ!”

ออร่าสีขาวของเนอร์วาน่าพุ่งเข้าใส่ผม แต่ผมก็ไม่หลบมัน

“มนุษย์ไม่ใช่ทาสของความปรารถนา พวกเขาเป็นสัตว์ที่ต่อสู้เพื่อความปรารถนาต่างหาก”

[สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน]

ออร่าสีขาวที่ขุดเข้ามาในตัวผมหลอมละลายไปในทันที ผมขอโทษ แต่ความคิดของนายคงจะไม่ได้กินผม มันเป็นเพราะ ‘ปัจจุบัน’ ของผมไม่ได้อยู่ที่นี่

[กำแพงที่สี่ทำให้ผลของการแพร่เชื้อความคิดถูกยกเลิกไปอย่างสมบูรณ์]

ผมพุ่งเข้าใส่เนอร์วาน่าที่กำลังประหลาดใจ

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint