0 Views

ตอนที่ 128 – เหล่าผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า (3)

 

(กลุ่มลับ >>>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

กำแพงสูงของเวโรนิก้า เหล่ายักษ์เต็มอยู่ทั่วที่ราบเบื้องล่างดินแดนสูง พวกเขาเคยเป็นมนุษย์ แต่ตอนนี้คือภัยพิบัติ กงพิลดูคำรามออกมาในขณะที่ป้อมปราการทั้งหมดบนปราสาทยิงออกมา “ไอ้ระยำเอ้ย นี่คือดินแดนของฉัน!”

มันมีคนญี่ปุ่นประมาณ 50 คนที่กำลังวิ่งผ่านที่ราบ ระดับความแข็งแกร่งนี้หมายความว่าภัยพิบัติของดินแดนแห่งสันติมากกว่าครึ่งได้มารวมตัวกัน

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!

“ไสหัวไปซะ―!” กงพิลดูอารมณ์เสียเล็กน้อยในขณะที่เขายิงปืน เขาไม่รู้ว่าเขาเข้าสู่สถานการณ์นี้ได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ลีจีฮเยก็คิดว่ามีผลพวงของการที่คิมทกจาทำลายโซนสีเขียวอยู่

ลีจีฮเยเฝ้าดูกองทัพที่ยิ่งใหญ่ของภัยพิบัติ และนิ้วมือของเธอก็สั่นไหว “บ้าเอ้ย ขอให้มีทะเลสาบสักหน่อยเถอะ…”

“ลุยกันให้เต็มที่เถอะ”

ลีฮุนซึงเดินมาจากจุดชมวิวและมายืนอยู่ข้างๆ ลีจีฮเย ลีจีฮเยหันกลับไปและเห็นลีบ๊กซุน ดวงตาของลีจีฮเยเปล่งประกาย “คุณยาย หนูขอยืมพลังของผู้สนับสนุนของยายหน่อยได้ไหม?”

“ฮุฮุ เธอต้องการให้บรรพบุรุษของฉันรับใช้ต่อไปอีกเหรอ?”

“อ่า นี่เป็นเรื่องจริง… ลุงทหาร กลุ่มของพี่ฮีวอนยังไม่มาอีกเหรอ?”

ลีฮุนซึงพยักหน้าอย่างรุนแรง “ยังไม่มีข่าวของกลุ่มต่อไปเลย ก่อนที่เขาจะจากไป ทกจาบอกว่าพวกเขากำลังจะไปทำสถานการณ์โบนัส…”

“บ้าเอ้ย งั้นพวกเราต้องหยุดคนพวกนี้”

จากนั้นเงาสลัวก็ปรากฏขึ้นเหนือพวกเขาบนน่านฟ้า ลีจีฮเยพบว่ามันเป็นแมลงเล็กๆ ที่เต็มอยู่ทั่วน่านฟ้าและรู้สึกตื่นกลัว

“อ๊าก!”

มันมีมอนสเตอร์ที่บินได้หลายชนิดผสมอยู่ด้วย ลีกิลยังและชินยูซองได้เตรียมกองทัพแมลงและมอนสเตอร์ได้สำเร็จ ลีกิลยังกำลังนั่งอยู่บนหลังแมลงที่คล้ายตัวต่อและโบกมือของเขา

ในขณะเดียวกัน ภัยพิบัติก็มาถึงปราสาทและเริ่มพังกำแพง

ลีฮุนซึงพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด “…พวกมันมาแล้ว”

การล้อมเต็มกำลังเริ่มต้นขึ้น

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!

ด้านหนึ่ง กงพิลดูได้ยิงกระสุนออกไป ในขณะที่อีกด้าน คนจิ๋วก็ตะโกนออกมา

“สู้!”

“เพื่อเวโรนิก้า!”

เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วปราสาทในขณะที่กำแพงค่อยๆ พังลงจากการเตะของภัยพิบัติ ในตอนนี้คำว่า ‘ภัยพิบัติ’ ดูเหมือนจะเหมาะสมกับมนุษย์เหล่านั้นจริงๆ

‘ฉันจะเป็นอย่างนั้นไหมนะถ้าฉันเลือกที่จะกลายเป็นภัยพิบัติ?’

ลีจีฮเยนึกถึงคำพูดของคิมทกจาและเม้มปากของเธอ คำตอบก็ยังไม่ชัด

ปาร์ตี้รับมือได้ดีกว่าที่คาดไว้

มันมีปืนของกงพิลดูและทุบขุนเขาของลีฮุนซึงที่สามารถโจมตีภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ แมลงและมอนสเตอร์จำนวนมากก็ซื้อเวลาได้เช่นกัน

ในอัตรานี้ พวกเขาอาจจะสามารถปกป้องปราสาทได้ นี่คือสิ่งที่ลีจีฮเยคิดจนกระทั่งมีเมฆดำปกคลุมเส้นขอบฟ้า

“อะไรน่ะ?” ลีจีฮเยสงสัยในสายตาของเธอ

[ราชาแห่งภัยพิบัติได้รับเอฟเฟกต์บัฟสถานการณ์]

[ข้อจำกัดความเป็นไปได้บางส่วนของกลุ่มดาว ‘ราชาแปดเศียร’ ถูกยกระดับขึ้น]

“บ้าเอ้ย พวกเราจะชนะได้ยังไงเนี่ย?”

บางสิ่งที่มีขนาดพอๆ กับป้อมปราการใหญ่กำลังเคลื่อนมาทางนี้ มันมีแปดหัวและหนึ่งหาง

‘ลุง! รีบมาเร็วๆ เข้า!’

ลีจีฮเยกรีดร้องอยู่ภายในใจ

***

พวกเราออกจากดินแดนของเคียร์อีออสและเคลื่อนที่ผ่านเขตหินไปยังพื้นที่ราบ

เร็นพูดออกมา “ฉันคิดว่าราชาแปดเศียรเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ฉันไม่รู้สึกถึงการเรียกของเขาในพื้นที่นี้เลย”

“เร็น เธอโอเคไหม?”

“ฉันสามารถต้านทานมันได้ในระดับหนึ่งซึ่งต้องขอบคุณผู้สนับสนุนของฉัน อย่างไรก็ตาม อวตารที่มีผู้สนับสนุนไม่แข็งแกร่งนักคงจะไปรวมตัวกัน ณ ที่ราบแล้ว”

ในกรณีของบัลลังก์หนึ่งเดียว มันมีความแตกต่างในความเข้มข้นของคำสั่งที่ขึ้นอยู่กับระยะทาง มันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบในการถ่ายทอดสดดวงดาว แม้ว่ามันจะมีคุณสมบัติที่ ‘เด็ดขาด’ ก็ตาม

ระหว่างทาง พวกเราพบศพของคนจิ๋ว เร็นพูดด้วยสีหน้าขื่นขม

“…ไม่ใช่ทุกคนในญี่ปุ่นที่จะเลือกเป็นภัยพิบัติ”

“ฉันรู้”

ผมได้อ่านต้นฉบับมาแล้ว ดังนั้นผมจึงสามารถพูดมันออกไปได้ นอกเหนือจากเร็น มันมีชาวญี่ปุ่นที่กลายเป็น ‘คนจิ๋ว’ เพราะไม่อาจมองดูพวกเขาตายได้หรือไม่ก็เลือกซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกใบนี้

“อันที่จริง ฉันก็ไม่คิดว่าคนญี่ปุ่นที่เลือกเป็นภัยพิบัติจะเลว พวกเขาก็เป็นแค่คนธรรมดา”

ในนิยายต้นฉบับ อวตารชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งก็ได้เลือกเป็นภัยพิบัติ นี่อาจเป็นทางเลือกปกติสำหรับมนุษย์ธรรมดา ฮันซูยองเองก็เห็นด้วย

“พูดตามตรงนะ ฉันก็ไม่ได้เลือกที่จะเป็นคนจิ๋ว คิมทกจาเองก็ไม่ได้เลือกทางเลือกนี้เพราะอยากจะปกป้องคนจิ๋ว”

คำพูดของฮันซูยองนั้นคมมาก

[กลุ่มดาวของดาวเคราะห์ขนาดเล็กกำลังมองมาที่คุณด้วยสายตาที่เจ็บปวด]

มันไม่สำคัญว่าเพื่อคนจิ๋วหรือภัยพิบัติ ในท้ายที่สุด การต่อสู้นี้ก็เป็นแค่การแสดง

ผู้คนเริ่มหมกมุ่นอยู่กับบทบาทและลืมความจริงข้อนี้ไป พวกเขาขายชีวิตของตนเพื่อเงิน จากนั้น เงินนั้นก็จะถูกนำไปใช้เพื่อซื้อเรื่องราวอื่นๆ บางทีมนุษย์อาจใช้ชีวิตแบบนี้มาเสมอ

จากนั้นออร่าขนาดใหญ่ก็พุ่งขึ้นมาจากเขตหิน มันค่อนข้างไกล แต่ผมยังรู้สึกได้ถึงออร่าที่น่ากลัวจากที่นี่

“เคียร์อีออสรู้ตัวแล้ว เร็วเข้า”

ผมหนีไปหลังจากขอให้เขาสอนผม ผมคงจะต้องเจ็บหนักแน่ถ้าผมถูกจับได้ พวกเราวิ่งข้ามที่ราบไปยังทิศทางของเวโรนิก้า

ในระหว่างการวิ่ง เร็นก็มักจะมองย้อนกลับไปยังเขตหินอยู่บ่อยๆ ฮันซูยองเหลือบมองเร็นและถาม “เธอเสียใจเหรอ?”

“ฮะ? ไม่หนิ”

“เธอไม่รู้สึกว่ามันแปลกๆ เหรอ? มันน่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นตัวละคนที่เธอสร้างขึ้น”

“…ใช่”

“นอกจากนี้เขายังหล่อด้วย”

ผมไม่ได้พูดมันเมื่อก่อนหน้านี้ แต่เคียร์อีออสนั้นหล่อมาก ในหนทางเอาชีวิตรอด คนหล่อๆ มักถูกอธิบายว่า ‘เทียบได้กับยูจงฮยอค’ และนี่ก็เป็นวิธีการอันสมบูรณ์แบบในการอธิบายเคียร์อีออส

ปัญหาก็คือความสูงและอารมณ์ของเขา…

มันรู้สึกอย่างไรที่ได้เห็นคนที่ตัวเองสร้างขึ้นกำลังหายใจและพูดอยู่? ถ้าผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอดมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง งั้นเขาก็คงจะรู้สึกคล้ายกันนี้เมื่อได้มองไปยังยูจงฮยอค?

เร็นพูดกับผม “อ่า ใช่ ทกจา ฉันมีคำถาม”

“ฮะ”

“นายทำให้เคียร์อีออสชอบได้ยังไง?”

“ชอบ?”

“ฉันรู้สึกว่าเคียร์อีออสชอบทกจานะ”

“…ฮะ?”

“เคียร์อีออสโกรธเมื่อเขาชอบใครสักคน”

[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กำลังฟังอยู่]

นั่นทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ เคียร์อีออสปฏิบัติต่อผมอย่างดีแม้ว่าผมจะไม่มีความสามารถ แม้ว่าทุกครั้งเขาจะตำหนิผมก็ตาม…

“ทกจา”

ผมมองกลับไปตามคำพูดของเร็น และการแสดงออกของผมก็แข็งทื่อไปพร้อมกับผู้หญิงทั้งสองคน ควันดำพุ่งขึ้นมาจากสถานที่ที่ผมกำลังมองดูอยู่ มันคือทิศทางของปราสาทเวโรนิก้า พวกเราสบตากันและเริ่มวิ่ง

หลังจากนั้นไม่นาน สนามรบของปราสาทเวโรนิก้าก็ถูกเปิดเผยออกมา มันมีศพของมอนสเตอร์ที่ร่วงหล่นลงมารวมทั้งศพที่ถูกเหยียบย่ำของคนจิ๋ว ผมยังเห็นคนที่ถูกขยี้หัวรวมอยู่ด้วย บางทีนี่อาจจะเป็นฝีมือของลีฮุนซึง

ในขณะที่พวกเขาเข้ามาใกล้ จำนวนศพของคนจิ๋วก็เพิ่มขึ้น และร่างของอวตารชาวญี่ปุ่นก็ลดลง

ไม่มีทาง ผมไม่น่าจะมาสาย จากนั้นสักพัก พวกเราก็ได้เป็นประจักษ์พยานฉากอันน่าสะพรึงกลัว ณ ด้านหลังของพระราชวังที่พังทลาย

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!

ปืนใหญ่ของกงพิลดูถูกยิงออกมา

โชคดีที่สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนปลอดภัย ลีฮุนซึงบาดเจ็บสาหัสในขณะที่ลีจีฮเยและเด็กๆ เหนื่อยล้า แต่พวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม มันก็ตกอยู่ในอันตราย พวกเขากำลังต่อสู้อยู่…

“บ้าเอ้ย!”

ฮันซูยองตะโกนออกมาและก้าวถอยมาหาผม

“อ๊า! อิซูมิ…”

เร็นส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดในขณะที่เธอจับขมับของเธอและล้มลง ชาวญี่ปุ่น 20 คนรวมตัวอยู่รอบจุดๆ เดียว

ด้านหลังร่างกายของชายคนหนึ่งที่ม่านตาเปลี่ยนเป็นสีดำ มันมีเงาของมอนสเตอร์ขนาดใหญ่เข้าปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด หัวและหางของมันนั้นชวนให้นึกถึงขุนเขาสีแดงโลหิต ราชาแห่งภัยพิบัติอยู่ในร่างที่คล่องตัว

ทันใดนั้นเอง หัวข้างหนึ่งก็โน้มลงมาที่คนจิ๋วที่อยู่ใกล้ๆ คนจิ๋วหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว และงูก็ยิ้มให้กับเขา มันมีเสียงเคี้ยวดังออกมาและเหลือเพียงแค่ส่วนล่างของคนจิ๋วเท่านั้นที่เหลืออยู่

“ช-ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”

เนื้อของคนจิ๋วถูกดูดเข้าปากของงูแดง ไม่มีใครสามารถหยุดมันได้ คนจิ๋วทุกคน รวมทั้งปาร์ตี้ของผมในตอนนี้ ยืนนิ่งเหมือนกับหุ่นตั้งโชว์และเฝ้ามองภาพฉากนี้

ผมตระหนักได้ในไม่ช้า มันไม่ใช่เพราะปาร์ตี้ของผมต่อสู้อย่างหนักจนพวกเขาไม่เป็นอันตราย เหตุผลที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ก็เป็นเพราะพวกเขาคืออาหารสำหรับกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า

ทุกครั้งที่ปากงูเปิดอ้าออก มันจะมีคนจิ๋วหายไป

[กลุ่มดาวของดาวเคราะห์ขนาดเล็กกำลังดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด]

[กลุ่มดาวของดาวเคราะห์ขนาดเล็กกำลังกรีดร้อง]

ฮันซูยองพึมพำ “เชี่ย… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”

หนึ่งในสามมหาวายร้ายของญี่ปุ่น บิดาแห่งชูเทนโดจิ สัตว์ประหลาดในตำนานผู้ควบคุมอุทกภัย สัตว์ประหลาดตัวนั้นคือ ‘ราชาแปดเศียร’ ยามาตะ โนะ โอโรจิ บางทีผมอาจจะถูกฟันของมันฉีกเป็นชิ้นๆ ก็ได้ถ้าผมต่อสู้กับมัน

“อ-อย่าสู้ พวกเราไม่สามารถเอาชนะได้แน่ๆ” เร็นพึมพำ และฮันซูยองก็เดินเข้ามาจับตัวผมไว้

“คิมทกจา พวกเราจะไม่ต่อสู้กับสิ่งนั้นใช่ไหม? หนีกันเถอะ ใช่ไหม?”

ผมไม่ตอบ หัวยักษ์กวาดไปที่คนจิ๋วอีกครั้ง มันเป็นการเคลื่อนไหวธรรมดาราวกับการตักปลาออกจากตู้ปลา

ฮันซูยองเร่งผมต่อ “มันยังไม่สายเกินไป ในตอนนี้พวกเราสามารถช่วยพวกเด็กๆ ได้ รีบพาพวกเขาหนีไป…”

ครืน!

“อ๊า!”

“พวกเขากำลังจะตาย!”

ผมส่ายหัว

“รออีกสักหน่อยนะ”

ถ้าผมเคลื่อนไหวในตอนนี้ ชายคนนั้นคงจะไม่เคลื่อนไหวแน่ๆ อีกสักหน่อยนะ…

จากนั้นปากงูก็พุ่งมาทางลีจีฮเย บัดซบ ผมลุกขึ้นโดยอัตโนมัติและวิ่งไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม หัวของงูก็เร็วกว่าลีจีฮเย

ในขณะนั้นเอง มันก็มีสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วยิ่งกว่าผม หัวงูข้างหนึ่งล้มลงกับพื้นพร้อมด้วยเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวด กลุ่มเมฆฝุ่นยกตัวขึ้นและมองเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่บนหัวงู เขามองมาที่ผมด้วยสีหน้าอันเย็นชา “…คิมทกจา”

ใช่ ทำไมเขาถึงมาสายได้ตลอดนะ? ผมยิ้มให้กับเขา “นายมาสายนะ ยูจงฮยอค”

เขากลายเป็นคนจิ๋วแบบผม แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งจากยูจงฮยอค คนๆ นี้กำลังถือมีดประดับสีม่วงมันวาวไว้อยู่ ตามที่คาดไว้ เขาได้มันมา

พวกเรามองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะหันหน้าไปหาภัยพิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน

[กลุ่มดาว ‘ราชาแปดเศียร’ เผยจิตสังหารต่อคุณ]

ยามาตะ โนะ โอโรจิถูกรบกวนเวลาอาหาร และร่างกายของมันก็เริ่มบวมขึ้น

“อยู่ห่างๆ ไว้คิมทกจา ฉันจะจัดการกับมันเอง”

“ไม่ใช่เวลานี้”

ฉันก้าวไปหายูจงฮยอค

[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ สามารถใช้งานได้แล้ว]

ผมรู้สึกถึงพลังงานที่แข็งแกร่งในหัวใจของผม

“คราวนี้ ฉันต้องจัดการกับมัน”

ในสถานการณ์นี้ ผมจะทำลายหลักการผู้ไม่สังหารของผมที่ทะนุถนอมมาโดยตลอด

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint