0 Views

ตอนที่ 126 – เหล่าผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า (1)

 

(กลุ่มลับ >>>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ปาร์ตี้ของผมมาถึงยังเวโรนิก้าและพักกันหนึ่งวัน เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นขึ้นมาก่อนและยืนอยู่ที่ทางเข้าปราสาทในขณะที่ผมแจ้งแผนการไปยังปาร์ตี้ ลีฮุนซึงถาม “นายจะไปคนเดียวงั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่ ฉันจะไปพร้อมกับสองคนนี้” ผมชี้ไปยังฮันซูยองและอาซูกะ เร็น

จากนั้นลีจีฮเยก็สงสัย “พวกเราจะทำอะไรในตอนที่ลุงไป?”

“เธอกับฮุนซึงรับหน้าที่ดูแลกำแพงเวโรนิก้า เธอได้ตรวจสอบการอัพเดตสถานการณ์รึยัง?”

“…มันบอกให้ปกป้องปราสาทเวโนนิก้าจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาสถานการณ์”

“ใช่ นั่นคือภารกิจของเธอ”

“แต่…”

“ทำมันซะ”

“…เข้าใจแล้ว”

ผมมองไปยังลีฮุนซึง “มันมีกงพิลดูอยู่ แต่มันก็ยากที่จะหยุดภัยพิบัติด้วยปราการติดอาวุธเพียงอย่างเดียว ฉันขอโทษนะที่ต้องให้นายจัดการ แต่…”

“ไม่ต้องห่วง การปกป้องฐานเป็นความสามารถพิเศษของฉันอยู่แล้ว”

ผมรู้สึกโล่งใจกับคำพูดที่มั่นใจของเขา แต่ผมก็รู้ว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มันอาจฟังดูเหมือนงานง่ายๆ แต่การเอาชีวิตรอดในสถานการณ์นี้กลับยากยิ่งกว่าการไปกับผม

“ถ้านายเห็น ‘งู’ ในกลุ่มแรก ให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขานะ ทิ้งปราสาทเวโรนิก้าไปถ้านายต้องทำ นายสัญญากับฉันได้ไหม?”

“ฉันสัญญา”

ภารกิจของพวกเขาคือการปกป้องปราสาทจนกว่าผมจะกลับมา ผมสั่งลีกิลยังและชินยูซอง “ฝึกมอนสเตอร์และแมลงให้ได้มากที่สุด ภารกิจของพวกนายคือการซื้อเวลา”

ทั้งคู่พยักหน้า

“ถ้าพวกนายไปที่ป่าทางเหนือ ที่นั่นจะมีมอนสเตอร์แปลกๆ ของโลกใบนี้อยู่ ไปฝึกพวกมันซะ”

“ได้เลยพี่”

“เข้าใจแล้วคุณลุง”

มอนสเตอร์จำนวนมากจะช่วยลดช่องว่างจากภัยพิบัติ ในกระบวนการนี้ สกิลของพวกเด็กๆ คงจะเพิ่มขึ้นมาก ผมออกจากปราสาทเวโรนิก้าไป ฮันซูยองเห็นคนที่กำลังมองมายังพวกเราจากทางด้านหลังและถาม “พวกเรากำลังจะไปไหน?”

“เขตหินทางทิศตะวันออก”

เร็นสะดุ้งและบอกกับผม “ญี่ปุ่นยึดครองพื้นที่นั้นแล้ว”

“ฉันรู้”

ผมจ้องตรงไปเร็น เธอมีผมสีเงินนุ่มและหยิก เธอมีใบหน้าที่ใสและสันที่คมชัด เหมือนกับนักวาดการ์ตูนได้วาดมันอย่างระมัดระวัง มันเป็นใบหน้าที่ให้ความรู้สึกของนักรบมากกว่าสาวงาม

ผมบอกกับเธอ “นั่นคือเหตุผลที่ฉันพาเธอมา”

“นายเชื่อใจฉันงั้นเหรอ?”

“ฉันไม่ได้เชื่อใจเธอ ฉันแค่อยากจะได้อะไรกลับมาจากการที่ช่วยเธอไว้”

“…เข้าใจแล้ว”

การพูดแบบนี้ง่ายกว่าทำให้เธอรู้สึกดีด้วยความเมตตา อันที่จริง เร็นนั้นดูเป็นกังวลกับบางสิ่งอยู่ บางทีเมื่อปัญหาของเธอจบลง เธอคงจะบอกข้อมูลกับผมอย่างจริงจัง

พวกเราเดินทางข้ามที่ราบตรงไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิน การเดินทางต้องใช้เวลาประมาณสองวัน แต่พวกเราก็สามารถทำมันได้ภายในหนึ่งวันถ้าพวกเราเดินทางให้เร็วขึ้น

ฮันซูยองถาม “แผนคืออะไร?”

“ต่างจากพวกเรา ญี่ปุ่นมีบัลลังก์หนึ่งเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันมี ‘ราชาหนึ่งเดียว’ อยู่ในกลุ่มแรกที่สั่งการทุกคน”

ฮันซูยองไตร่ตรองคำพูดของผม “…นายหมายความว่าจะจัดการกับราชา?”

ฮันซูยองเข้าใจง่ายจริงๆ ผมพยักหน้า

ฮันซูยองพึมพำ “อืม ความคิดของนายก็ถูก มันคงจะมีผลกระทบต่อกลุ่มทั้งหมดถ้าเจ้าของบัลลังก์หนึ่งเดียวตาย…”

“แน่นอน การฆ่าราชาจะไม่ได้หยุดพวกเขาทั้งหมด แต่ถึงกระนั้น มันก็จะทำให้พวกเราทนไว้ได้จนถึงช่วงจบสถานการณ์”

“หืม นายเล็งบอสมาตั้งแต่แรกแล้วเหรอ? ฉันชอบความทะเยอทะยานของนายนะ”

จากนั้นเร็นก็ขัดจังหวะ “นายรู้เหรอว่าใครคือราชาของญี่ปุ่นในตอนนี้?

“ไม่ใช่ว่าเขาคือราชาแปดเศียรหรอกเหรอ?”

ราชาแปดเศียร มันย่อสั้นๆ ให้เหลือแค่ ‘งู’ ได้

“น-นายรู้ได้ยังไง…?”

เร็นรู้สึกประหลาดใจ และร่างกายของเธอก็สั่น มันเป็นธรรมดา เธอเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแรกและรู้จักตัวตนของราชาแปดเศียร

สำหรับการอ้างอิง ราชาแปดเศียรไม่ใช่ชื่อเล่นของราชาญี่ปุ่น แต่เป็นคำขยายของผู้สนับสนุนของเขา ราชาไม่ได้มีชื่อเล่นเพราะมันไม่มีความหมายในที่เดียว

“นายต้องเคยได้ยินคำขยายของเขามาจากที่ไหนสักแห่ง แต่เขาก็ไม่ได้จัดการได้ง่ายๆ อย่างที่นายคิด…”

“เรื่องนั้นฉันรู้ เขาคือยามาตะ โนะ โอโรจิ

ท้องฟ้ามืดลงกับคำพูดของผมและมีเสียงดังก้อง บางทีชายคนนั้นอาจจะได้ยินสิ่งที่ผมกำลังพูด มันคือพลังอันทรงพลังของกลุ่มดาว

“…โอโรจิ? ไม่ใช่ว่านั่นคือชื่อของสัตว์ประหลาดในญี่ปุ่นงั้นเหรอ?”

“ถูกต้อง ในตอนนี้เขาคือราชาของญี่ปุ่น”

“แล้วทำไมเขาถึงถูกเรียกด้วยชื่อของผู้สนับสนุน? เขาไม่มีชื่อเล่นเหรอ?”

“มันไม่มีความหมาย อวตารนั่นไม่มีเหตุผลอีกต่อไป ในช่วงสถานการณ์ที่หก เขาได้ทำสัญญาที่ไร้สาระกับราชาแปดเศียรและถูกช่วงชิงวิญญาณไป”

ปากของเร็นเปิดอ้าออกเมื่อเธอได้ยินคำพูดของผม เธอประหลาดใจที่อวตารจากต่างประเทศรู้สถานการณ์มากขนาดนี้

“งั้นเขาอยู่ในเขตหินงั้นเหรอ?”

“ใช่ อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่สามารถจัดการกับเขาได้ในตอนนี้ การเตรียมการเป็นสิ่งที่จำเป็น พวกเราจะไปพบกับคนอื่นในเขตหิน”

“พบคนอื่น? หรือว่า… ยูจงฮยอค?”

“เขาสุดยอดกว่ายูจงฮยอคอีก”

“…มีคนที่สุดยอดกว่าเขาอีกเหรอ?”

“มันเป็นไปได้”

“ใคร?”

“คนที่แข็งแกร่งจากดินแดนแห่งสันติ”

ฮันซูยองขมวดคิ้ว “จากดินแดนแห่งสันติ? นายกำลังล้อเล่นรึเปล่า?”

มันพอเข้าใจได้ ข้อมูลนี้ไม่ปรากฏใน 100 ตอนแรก

“นายไม่รู้เหรอว่าเด็กๆ ของที่นี่อ่อนแอแค่ไหน?” ฮันซูยองอุทานออกมาโดยไม่ให้ผมมีโอกาสได้ตอบ เธอมักจะดูหัวเสียเป็นอย่างยิ่งเมื่อเธอรู้สึกโมโหขึ้นมา

“อย่าว่าแต่ปรมาจารย์ดาบเลย แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญดาบก็ยังไม่มี! ความมหัศจรรย์เพียงอย่างเดียวของที่นี่คือเด็กๆ สามารถก่อไฟได้”

ผมรู้

“นี่ไม่ใช่นิยายแฟนตาซียุคแรก… มันก็เหมือนกับมีใครบางคนได้รวบรวมเอาคนกระจอกๆ มาอยู่รวมกัน ไม่ ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมโดเกบิถึงทำให้โลกนี้เป็นเวที? นี่เป็นไอเดียที่จะจัดเทศกาลมอบเหรียญเหรอ?”

ผมเข้าใจได้ว่าทำไมฮันซูยองถึงอารมณ์เสีย เธออาจจะเป็นนักลอกเลียนแบบ แต่เธอก็เป็นนักเขียนนิยายที่ยอดเยี่ยม

“ใจเย็น โลกนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยโดเกบิ”

“อะไรนะ?”

ผมมองไปข้างหลัง มันมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับนักเขียนหน้าใหม่ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของนักเขียนมากประสบการณ์

เร็นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะโค้งตัว “ฉันขอโทษ”

ฮันซูยองดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง

“เดี๋ยว อย่าบอกนะว่า?”

เร็นพยักหน้าอย่างช้าๆ “…ดินแดนแห่งสันติคือโลกที่ฉันสร้างขึ้น”

***

บางทีอาซูกะ เร็นก็ไม่ควรเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา

ในตอนแรก ฮันซูยองประหลาดใจมากจนเธอไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง จากนั้นห้านาทีต่อมาเธอก็บ่น “อืม นิยายของฉันกลายเป็นความจริง” จากนั้นห้านาทีต่อมาเธอก็เริ่มดุเร็น

“เธอทำแบบนั้นไปทำไม?”

“…”

“ฮะ? ทำไม? ตอบฉัน นักเขียน ทำไมเธอถึงสร้างโลกแบบนี้?”

เร็นแทบจะร้องไห้ออกมา “เรื่องนั้น… มันมีโลกกระแสหลักอยู่มากมายในญี่ปุ่น ดังนั้น…”

“อ่า เธอสร้างโลกนี้ขึ้นเพื่อต่อต้านโลกกระแสหลักงั้นเหรอ?”

“ฉ-ฉันคิดว่าในฐานะนักเขียน ฉันไม่ควรที่จะสร้างแต่เรื่องแมสๆ”

“เรื่องแมสๆ?” บางทีเธออาจจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป ฮันซูยองประกาศ “งานของเธอมันบัดซบสิ้นดี”

“…ฮะ?”

ฮันซูยองจ้องไปที่เร็นราวกับว่าเธอดูน่าสมเพชและบอกกับผม “เฮ้ คิมทกจา นี่มันอะไรกัน? ฉันอยู่ที่เวโรนิก้ามาหลายวันและในโลกใบนี้ เอิร์ลก็เอาแต่พูดถึงดยุค นอกจากนี้ อัศวินทุกคนก็เหมือนกาฝากและมีแต่ความลังเล…”

เร็นประท้วง “ด-เดี๋ยวก่อน!”

“หุบปาก ในตอนนี้พวกเรากำลังลำบากก็เพราะเธอ”

“ฉันทำมัน แต่ฉันก็ไม่ใช่คนที่เรียกเธอมาที่นี่”

“ดูเธอคนนี้สิ? โดเกบิซื้อมันมาจากเธอและทำให้โลกของโลกกลายเป็นความจริง! มังงะจะต้องถูกทำลาย! มาโยนมังงะทั้งหมดทิ้งไปและฆ่าพวกมันซะ เธอจะต้องอธิษฐานด้วยความคิดนี้และได้รับข้อความอย่างเช่น ‘ข้าจะฟังความปรารถนาของเจ้า’ ใช่ไหม?”

มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเหตุผลที่สร้างสรรค์อะไรแบบนี้ เธอเป็นนักเขียนอย่างแท้จริง

“ม-ไม่! เป็นไปไม่ได้!”

“งั้นมีอะไรล่ะ?”

ผมเริ่มอยากรู้ขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนี้ มันไม่มีการกล่าวถึงว่าทำไมดินแดนแห่งสันติของเร็นถึงถูกนำมาใช้เป็นสถานการณ์ในหนทางเอาชีวิตรอด บางทีผมอาจจะได้ร่องรอยอะไรเกี่ยวกับผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอดจากสิ่งนี้

“เรื่องนั้น…”

ฮันซูยองชักดาบของเธอออกมาในขณะที่เร็นก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ผมขัดจังหวะของพวกเธอ “ฉันสงสัยจริงๆ แต่ฉันก็กลัวว่าพวกเราจะไม่ได้ยินมัน”

“ฮะ?”

“วิ่ง!”

พวกเราเคลื่อนไหวในทันที และดาบคมก็ฟาดลงมายังที่ที่พวกเราเคยยืนอยู่

เร็นวิ่งเต็มที่ด้วยใบหน้าซีดเผือด ฮันซูยองถาม “บ้าเอ้ย พวกมันตามเรามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“พวกมันเก่งในเรื่องการซ่อนตัว”

“มีกี่คน?”

“สี่คน”

พวกมันไม่ได้ประมาทพวกเราและพยายามลอบสังหารพวกเรา พวกเราไม่มีโอกาสได้เป็นผู้นำในการต่อสู้เลย

เร็นอ้าปากหายใจและกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจะเป็นฝูงเงาวายุ พวกเขาคือลูกน้องของราชาแปดเศียร”

“ไอ้พวกบ้านี่มีชื่อแปลกๆ กันจริง”

นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะต้องมาไล่ล่าผม ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความผิดพลาดจริงๆ ที่พูดถึงชื่อจริงของโอโรจิ ในทันทีที่พวกเราเข้าสู่เขตหิน การเคลื่อนไหวของพวกเราก็เริ่มดีขึ้น

มันเป็นเพราะคำแนะนำของเร็น อีกครั้ง คนที่สร้างโลกนั้นแตกต่างออกไปจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ระยะห่างก็ลดลงเมื่อฝูงเงาวายุขยับเข้ามาใกล้

ฮันซูยองพูดเหมือนเธอคิดขึ้นมาแล้ว “อ๊า ไม่รู้ล่ะ คิมทกจา ไปก่อนเลย ฉันจะซื้อเวลาให้”

“มันจะไม่เป็นไรเหรอ?”

“นายไม่รู้จักฉันเหรอ? ฉันคือปรมาจารย์ด้านความตาย”

“งั้นฉันก็เชื่อเธอละกัน” ผมคว้าตัวเร็นและวิ่ง “เร็ว มันไม่มีเวลาแล้ว รีบไปหาเขา”

“ฉ-ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดอะไรอยู่”

“ผู้หวนคืน เคียร์อีออส”

“ฮะ?”

ผมตระโกนพร้อมกับหลบดาบที่กำลังบินมา ดูเหมือนว่าฮันซูยองจะปล่อยให้บางคนหลุดมาได้

“บอกฉันมาว่าเคียร์อีออสอยู่ที่ไหน”

“…ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร?”

ผมคิดไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ในหนทางเอาชีวิตรอด มันมีแค่การกล่าวถึงว่าเคียร์อีออสอยู่ที่นี่ และเขาก็ไม่เคยออกมาตรงๆ

“ฉันไม่รู้จริงๆ! ฉันไม่เคยสร้างคนแบบนั้นออกมาเลย!”

“ไม่ เธอรู้ เขาคือความหวังของดินแดนแห่งสันติ”

“ในมังงะของฉันไม่มีคนแบบนั้นอยู่! นอกจากนี้ ตัวละครในมังงะของฉันยังอ่อนแอ!”

จากนั้นก็มีดาบแทงเข้าใส่พวกเรา ผมหันไปและหยุดลง ผมไม่ต้องการทำสิ่งนี้ แต่ผมต้องแตะต้องบาดแผลของเธอ

“ดินแดนแห่งสันติของเธอถูกยกเลิกตั้งแต่ต้นเรื่องในตอนที่ 11 และเธอก็ไม่ได้ตีพิมพ์สักเล่มหลังจากนั้น”

“น-นายรู้ได้ไง…?”

“ฉันรู้ว่าเธอต้องการความเป็นแฟนตาซีที่แท้จริงในหัวใจของเธอ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ผล มังงะของเธอ มันเป็นแฟนตาซีจริงๆ เหรอ?”

คนสองคนจากฝูงเงาวายุปรากฏตัวขึ้นในควัน ผมคงจะสามารถรับมือกับพวกเขาได้ถ้าผมอยู่ในสภาพปกติ แต่ในตอนนี้มันยากที่จะหยุดได้แม้กระทั่งคนเดียว ผมจับคาตานะที่อยู่ข้างๆ แต่ข้อมือของผมก็เคล็ด

ผมเปิดใช้งานพลังงานดาราบริสุทธิ์และตะโกนออกมาอย่างใจเย็น “มันเป็นแค่ครั้งเดียว แต่เธอโมโหขึ้นมาเมื่อเธอได้เห็นปฏิกิริยาของคนอื่นและวาดคนๆ หนึ่งขึ้นมา”

“น-นายกำลังพูดอะไรกัน?”

“เขาคือคนที่แข็งแกร่งซึ่งไม่เหมาะกับดินแดนแห่งสันติ เธอรู้สึกผิดเกี่ยวกับมัน ความรู้สึกผิดนั้นได้ทำลายดินแดนแห่งสันติของเธอ”

“ไม่! ฉันไม่เคยทำอย่างนั้น!”

“โปรดรับผิดชอบจนกว่ามันจะจบ แม้ว่าจะมีผู้อ่านเพียงคนเดียวที่เฝ้ามองโลกนี้อยู่”

“อ่า อ่าา…”

มันยากขึ้นสำหรับผมที่จะหลบดาบ เร็นที่กำลังตื่นตระหนกแข็งค้างไป คาตานะสองเล่มพุ่งเข้ามาที่ส่วนบนและส่วนล่างของผม บ้าเอ้ย ผมพลาดไปงั้นเหรอ?

“…ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ” จากนั้นก็มีเสียงๆ หนึ่งดังออกมา “นายพูดถูก ฉัน…”

ในวินาทีต่อมา บรรยากาศรอบๆ ก็เปลี่ยนไป ผมรู้สึกว่าแขนขาของผมแข็งจากความเย็น จากนั้นก็มีอีกเสียงดังออกมา

[เจ้าเป็นใครกัน?]

ผมไม่ได้มองย้อนกลับไป แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการคงอยู่ที่เทียบได้กับกลุ่มดาว มิฉะนั้นกำแพงที่สี่ของผมคงจะไม่สั่นคลอนมากขนาดนี้

ผมมองไปข้างหน้าและเห็นชาวญี่ปุ่นกำลังยืนนิ่งอยู่เหมือนกับรูปปั้นหิน พวกเขาไม่สามารถพูดออกมาได้ด้วยซ้ำในขณะที่สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ผ่าลงมาใส่พวกเขาจากฟากฟ้า ภัยพิบัติอันทรงพลังกลายเป็นเถ้าถ่านจากสายฟ้าฟาด

เมื่อเมฆที่ก่อให้เกิดสายฟ้าหายไป ตุ๊กตาตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งก็ลอยอยู่กลางอากาศ ไม่น่าเชื่อเลย ตัวตนอันทรงพลังที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศคือคนจิ๋วแน่ๆ

…เขางับเหยื่อเข้าอย่างจัง

[ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าเป็นใครกัน?]

“ดีใจที่ได้พบนายนะ เคียร์อีออส”

เคียร์อีออส โร้ดเกียมแห่งดินแดนแห่งสันติ เขาคือหนึ่งในผู้หวนคืนที่แข็งแกร่งที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint