0 Views

ตอนที่ 116 – โลกที่ถูกทอดทิ้ง (2)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 359 แล้ว >>>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

พร้อมกับข้อความ เนื้อหาของสถานการณ์ได้ปรากฏขึ้นในหัวของผม

+

[สถานการณ์หลัก #6 – ????]

ประเภท: หลัก

ความยาก: ???

เงื่อนไขการเคลียร์: ???

จำกัดเวลา: ???

สิ่งตอบแทน: ???

ความล้มเหลว: –

+

“เอ่อ? ไม่มีระดับความยากหรือเงื่อนการเคลียร์”

“…พวกมันต้องการให้เราทำบ้าอะไร? ทำไมทุกๆ อย่างถึงเป็นเครื่องหมายคำถาม?”

คนที่สับสนเรียกหน้าต่างออกมาหลายครั้ง แต่เนื้อหาของสถานการณ์นั้นก็ยังคงถูกปกคลุมไว้ด้วยเครื่องหมายคำถาม ผมไม่แปลกใจเลยเพราะผมคาดถึงเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว มันเป็นเพราะสถานการณ์นี้…

“สถานการณ์นี้สามารถทำได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น” ชายวัยกลางคนร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้กับผมประกาศออกมา

“นาย…”

“มันเป็นเวลาสักพักแล้วนะ คิมทกจา นี่คือครั้งแรกที่ฉันได้ทักทายนายอย่างเป็นทางการ”

…ลุงคนนี้ก็อยู่ที่นี่ด้วย ผมต้องการจะพูดอะไรออกไป แต่ชายคนนั้นก็จับมือผมก่อน

“ฉันคือจอนอิลโด และฉันก็มีชื่อว่าราชาผู้เป็นกลาง”

“ฉันคิมทกจา”

ราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด เขาคือหนึ่งในราชาเพียงไม่กี่คนที่เหลืออยู่ในกรุงโซลจากการต่อสู้เพื่อบัลลังก์หนึ่งเดียว

ผมมีความทรงจำที่น่าประทับใจกับชอนอิลโด เขาคือราชาเพียงคนเดียวที่สละบัลลังก์ตามความประสงค์ของเขา

“ในระหว่างการชิงบัลลังก์ และคราวนี้ก็ด้วย ฉันประทับใจมากกับผลงานของทกจา นายไม่รู้หรอกว่าผู้สนับสนุนของฉันพูดถึงทกจามากแค่ไหน เวลาครึ่งหนึ่งเขาใช้มันเพื่อพูดถึงทกจา”

เขายิ้มกว้างออกมา สิ่งนั้นทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ ใครคือผู้สนับสนุนของเขากัน? ผมใช้สกิลทันที

[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]

มันเป็นรายการสรุปที่มีแค่แอตทริบิวต์และผู้สนับสนุน

[ลิสต์สรุปมีการเปลี่ยนแปลง]

+

[ลิสต์สรุปตัวละคร]

ชื่อ: จอนอิลโด

แอตทริบิวส่วนตัว: ปัญญาชนผู้ซุ่มซ่าม (ทั่วไป), ราชาผู้เป็นกลาง (วีรบุรุษ)

ผู้สนับสนุน: ผู้เชี่ยวชาญในการนั่งบนรั้ว

+

…เมื่อผมได้เห็นมัน ผมก็เกิดคำถามขึ้นมา แน่นอนว่ามันคงจะเป็นกลุ่มดาวนี้ ผู้เชี่ยวชาญในการนั่งบนรั้วดูเหมือนจะเป็นคนโบราณที่มีความซับซ้อนภายในตัว แต่จริงๆ แล้วมันคือคำขยายของ ‘ราชา’

[กลุ่มดาวผู้สนับสนุนการทูตที่เป็นกลางได้เผยคำขยายของเขาออกมา]

[กลุ่มดาว ‘ผู้เชี่ยวชาญในการนั่งบนรั้ว’ ได้แสดงเจตนาดีต่อคุณ]

มันเป็นคำขยายของเจ้าชายควังแฮ ราชาแห่งโชซอนผู้มีชื่อเสียงในด้านการทูตที่เป็นกลาง

จอนอิลโดได้ตำแหน่งราชาผู้เป็นกลางเพราะเหตุผลนี้นี่เอง

ผมพูดกับเขา “ฉันอยากได้ยินเรื่องราวของนายอีกสักหน่อย นายหมายความว่าไงที่ว่ามีเพียงบางคนที่สามารถลุยสถานการณ์นี้ได้?”

“อ่า นายไม่รู้”

เหล่าราชาได้รับข้อมูลมาอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าผมรู้ดีที่สุด แต่ผมก็ยังจำเป็นต้องฟังพวกเขา บางสิ่งอาจจะแตกต่างไปจากหนทางเอาชีวิตรอดที่ผมรู้จัก

“ตามข้อมูลของโดเกบิระดับเมื่อเช้านี้ ผู้เข้าร่วมสถานการณ์นี้จะถูกตัดสินจากอาสาสมัคร”

“อาสาสมัคร?”

“ใช่ สถานการณ์นี้ไม่ต้องการให้ทุกคนเข้าร่วม นอกจากนี้ยังไม่มีบทลงโทษสำหรับการไม่มีส่วนร่วม มันเหลือเชื่อมากเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่พวกเราเคยประสบมา”

มันเป็นอย่างที่ผมคาดไว้ ผมชี้ไปที่หน้าจอและถาม “ผู้เข้าร่วมจะไปที่นั่นงั้นเหรอ?”

“นั่นคือสิ่งที่ฉันได้ยิน”

ผมได้ยินเสียงแห่งความโล่งอกดังออกมาจากทั่วทุกที่หลังจากคำพูดของจอนอิลโด

“อะไรนะ? ไม่ใช่พวกเราทุกคนที่จะต้องไป?”

“สุดยอด น้ำตาจะไหล ฉันได้เห็นมอนสเตอร์พวกนั้นแล้ว… ทำไมพวกมันถึงตัวใหญ่นัก?”

เมื่อมาถึงจุดนี้ เหล่าอวตารก็แบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ ประเภทแรกก็คือพวกนี้ลอบเฝ้ามอง ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและคิดว่าพวกเขาสามารถรอดชีวิตไปได้ด้วยการซ่อนตัว

อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ก็ผิด ทุกๆ สถานการณ์ในการถ่ายทอดสดดวงดาวจะมีความยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีจากจุดที่ผ่านมา บางทีอวตารพวกนี้คงจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายอันน่าสะพรึงกลัวเพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่เข้าร่วมสถานการณ์

“…มันน่าสนใจใช่ไหม?”

จากนั้นก็ประเภทที่สอง คนพวกนี้พอปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันรุนแรงของสถานการณ์ได้อยู่บ้าง พวกเขามีสีหน้ามั่นใจและมองไปที่หน้าจอพร้อมกับตรวจสอบอุปกรณ์ล่วงหน้า บางทีพวกเขาอาจจะสามารถเอาชีวิตรอดไปได้ในระหว่างนี้

และสุดท้าย ประเภทที่สาม…

“จอนอิลโด! นายอยู่ไหน?”

มันมีเสียงตะโกนดังออกมาจากนอกฝูงชน จอนอิลโดมองไปที่นาฬิกาของเขาและครวญครางออกมา “ถึงเวลาแล้ว”

“นายไปได้แล้ว ฉันไม่เป็นไร”

“ไม่ ฉันไปคนเดียวไม่ได้ มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”

“…นายหมายความว่ายังไง?”

“ทกจา จริงๆ แล้วฉันมาที่นี่เพื่อตามหานาย”

“หาฉัน?”

จอนอิลโดพยักหน้า “โลกที่ไร้ราชา”

เขามองไปรอบๆ มันเป็นเวลาเพียงชั่วครู่ แต่มันก็รู้สึกราวกับว่ามีสายตาของหลายๆ คนกำลังจ้องมาทางนี้ จอนอิลโดจ้องมองรอยยิ้มลึกลับราวกับว่าเขาสังเกตเห็นสายตาของผม

“ราชาที่เหลืออยู่ในโลกอัปมงคลนี้กำลังรอนายมาอยู่”

นี่คือประเภทที่สาม พวกเขาคือคนที่ใช้ประโยชน์จากผู้อื่นเพื่อความอยู่รอด

***

ผมตามจอนอิลโดมายังที่รวมตัวกันของเหล่าราชา

พวกเขามารวมตัวกันที่ชานชาลากลางของสถานียงซาน และห้องประชุมก็ถูกปกคลุมด้วยเต็นท์ขนาดใหญ่ มันมีคนอยู่รอบๆ เต็นท์นับสิบ ทุกคนดูน่าเกรงขาม พวกเขาเป็นกองทหารชั้นยอดของเหล่าราชา  พวกเขาน่าจะล่ามอนสเตอร์ที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ในขณะที่พวกเราต่อสู้กับชินยูซอง

“ฉันขอโทษนะ แต่มีแค่ราชาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปข้างในได้” ทหารยามหยุดพวกเราไว้ และผมก็มองกลับไปยังสมาชิกปาร์ตี้ที่อยู่ด้านหลัง

จางฮีวอนและลีฮุนซึงเข้าใจสถานการณ์และพยักหน้า ผมทิ้งยูซานอาไว้กับลีฮุนซึง

“ทกจา ตะโกนออกมานะถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เข้าใจไหม?” จางฮีวอนบอกกับผม

ผมยิ้มให้กับเธอและเปิดประตูเต็นท์

[การปิดกั้นคลื่นเสียงถูกเปิดใช้งานในพื้นที่]

พวกเขามีกระทั่งการปิดกั้นคลื่นเสียงเลยงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าจะมีคนที่มีฝีมืออยู่สินะ ผมเดินเข้าไปข้างในและเห็นโต๊ะกลมในพื้นที่กว้าง มันมีบิสกิตและเนื้อแห้งวางอยู่บนโต๊ะ

เก้าอี้ที่ผู้คนกำลังนั่งอยูนั้นแตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็นเก้าอี้พลาสติก บ้างก็เป็นเก้าอี้ไม้ และยังมีกระทั่งโซฟา ถึงกระนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะนั่งอยู่บนอะไร มันก็เป็นบัลลังก์แน่นอน

ราชาที่รอดชีวิตมาได้อยู่ที่นี่แล้ว

“นายบอกว่ากลุ่มของพวกเราได้เปรียบงั้นเหรอ? เกาหลีใต้จะเป็นผู้มาที่หลัง นายคิดว่าพวกเราจะสามารถจัดการกับคนที่มาก่อนได้เหรอ? อย่างไรก็ตาม มันจะแตกต่างออกไปถ้ากลุ่มของพวกเราไป ฉันจะไป…!”

เสียงดังอื้ออึงของชายวัยกลางคนเบาลงกับการปรากฏตัวของผม ราชาทุกคนจ้องมาที่ผม

“ราชาคนสุดท้ายมาแล้ว” ราชาแห่งความงาม มินจีวอนพูดขึ้นมา

ผมทักทายเธอเบาๆ และมองไปรอบๆ มันไม่มียูจงฮยอคอยู่ อืม คงปกติแหละ นอกเหนือจากผม มันมีคนอยู่ทั้งหมด 5 คน

ราชาแห่งความงาม มินจีวอน

ราชาเมตไตรย ชาซังคยอง

ราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด

ราชาพเนจร

นี่คือสี่คนและคนที่เหลืออยู่…

มันแปลก ผมไม่รู้จักเขาเหรอ?

“คนนี้คือใครกัน?”

“ฉัน คิมทกจา”

“โอ้ นายคือ… อืม อืม ฉันคือประธานาธิบดีแห่งยออิโด ยูฮุนโฮ”

ประธานาธิบดีแห่งยออิโด? ประธานาธิบดีตายไปแล้ว นี่มันเรื่องไร้สาระอะไร? มินจีวอนพูดเสริมด้วยเสียงเปรี้ยวๆ “…ยูฮุนโฮไม่ใช่ราชา แต่เขาเป็นผู้นำของกองกำลังขนาดใหญ่ นั่นเป็นเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่”

“ราชาอะไร? เธอคิดว่านี่คือราชวงศ์โชซอนงั้นเหรอ? พวกเราอยู่ในยุคประชาธิปไตย ตื่นได้แล้ว!”

ผมเปิดใช้งานลิสต์ตัวละครอย่างเงียบๆ

+

[ลิสต์สรุปตัวละคร]

ชื่อ: ยูฮุนโฮ

แอตทริบิวต์ส่วนตัว: นักการเมืองทุจริต (หายาก)

ผู้สนับสนุน: จ้าวแห่งการจัดการกิจการของรัฐ

สกิลเฉพาะตัว: ติดสินบน LV.5, บัญชาการกองทัพ LV.4, อำนาจคอรัปชั่น LV.6, ควบคุมมวลชน LV.7…

+

ผมจำได้ในทันที นักการเมืองที่รอดชีวิตจากสถานการณ์แรก มันมีคนแบบนี้อยู่ในการเสื่อมถอยหลายๆ รอบ โดยปกติแล้วเขาคงจะถูกลบหายไปในช่วงคลื่นมอนสเตอร์ ดังนั้นคราวนี้มันก็ถือว่าเขาโชคดี

[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ โมโหกับการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่โชซอน]

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เกลียดอวตารยูฮุนโฮ]

ข้อความเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับผู้สนับสนุนของยูฮุนโฮ จ้าวแห่งการจัดการกิจการของรัฐคือผู้ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคโชซอน…

ผมคงจะสามารถถามยูซานอาได้ถ้าเธออยู่ที่นี่

“คนๆ นี้ชื่อว่าลีซูคยอง ซึ่งเธอก็เข้าร่วมด้วยเหตุผลเดียวกัน ฉันไม่รู้ว่านายเคยได้ยินไหม แต่เธอถูกเรียกว่าราชาพเนจร”

ราชาพเนจรมองมาที่ผม เธอยังคงสวมหน้ากากอยู่ ผมจ้องไปที่หน้ากากสักพักก่อนที่จะหันหัวไปทางซ้าย

“หยุดแนะนำตัวกันได้แล้ว ฉันอยากรู้ว่าทำไมนายถึงเรียกฉันมา”

จอนอิลโดที่นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพูดขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดของผม “พวกเรามาที่นี่เพื่อเลือกตัวแทนที่จะเข้าร่วมในสถานการณ์ที่หก”

นี่คือจุดประสงค์ของพวกเขา ยูฮุนโฮพูดหลังจากจอนอิลโด “คนที่มารวมตัวกันที่นี่คือเหล่าคนที่มีกองกำลังมากที่สุดในโซลโดมในเวลานี้ คิมทกจามีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่นายได้รับเกียรติพิเศษเนื่องจากการมีส่วนร่วมของนายในสถานการณ์”

“อ่า งั้นเหรอ?”

พิเศษ? เกียรติ? ช่างเป็นอะไรที่ไร้สาระ เขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในขณะที่ผมเคลียร์สถานการณ์… ในตอนนี้เขากลับต้องการพูดคำเหล่านี้ออกมางั้นเหรอ?

ยูฮุนโฮมองไปรอบๆ และพูดต่อ “อีกครั้ง มันเป็นเวลาที่พวกเราต้องหลบหนีไปจากความป่าเถื่อนพวกนี้ เป็นเวลาพักหนึ่งแล้ว พวกเราได้ย้อนกลับไปยังยุคโบราณและต้องต่อสู้ดิ้นรน อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญของพวกเราก็คือประชาชนที่ทำตามสัญญาอันเข้มงวดของสังคม! ถ้าอย่างนั้น มันจะไม่ดีกว่าเหรอที่จะเลือกผู้เข้าร่วมสถานการณ์ต่อไปโดยใช้กระบวนการประชาธิปไตย?”

มันเป็นสุนัขที่กำลังเห่า แต่มันก็ฟังดูน่าเชื่อถือเพราะเขาได้ผสมคำพูดที่น่าเชื่อถือลงไปหลายคำ มินจีวอนตอบ “นายกำลังพูดถึงประชาธิปไตยบ้าอะไร?”

“เหมือนกับที่ฉันได้พูดไป ฉันคิดว่ามันถูกต้องที่จะจัดสรรผู้เข้าร่วมตามขนาดของกองกำลัง”

จอนอิลโดโต้กลับในทันที “ฉันรู้ว่ากลุ่มของยออิโดเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเมื่อดูจากจำนวน ข้อเสนอนั้นไม่ยุติธรรมเลย”

“จอนอิลโด ฉันเสียใจกับคำพูดของนายจริงๆ ไม่ใช่ว่าพวกเราต่างก็เป็นคนเกาหลีกันเหรอ? มันไม่สำคัญว่าจะมีคนจากกลุ่มถูกเลือกไปเท่าไร เมื่อพวกเราเข้าสู่สถานการณ์ พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ต่างชาติ จากนั้นกลุ่มที่พวกเราเป็นสมาชิกก็จะไม่สำคัญอีกต่อไป พวกเราจะต่อสู้กันทำไมเมื่อศัตรูอยู่ตรงหน้าของพวกเรา?”

เขาเป็นนักการเมืองอย่างแท้จริง แต่จอนอิลโดก็ไม่ใช่ง่ายๆ “ถ้าไม่สำคัญว่าใครจะถูกเลือกก็ไม่มีเหตุผลที่จะเลือกจากกลุ่มของนาย”

“อืม ตามกระบวนการประชาธิปไตย พวกเรามีคนที่มีอำนาจมากมาย…”

ผมรู้สึกรำคาญเมื่อได้ยิน “พวกเรามาที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันเหรอ? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมพวกเราต้องเลือกคนก่อน ก็แค่ส่งทุกคนที่ต้องการจะไปก็พอหนิ”

“เดิมทีพวกเราก็คิดแบบนี้ แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว”

“เปลี่ยนไป?”

มินจีวอนพยักหน้า “สถานการณ์มีโควต้าที่จำกัด”

จำกัด?

“เหล่าราชาได้รับข้อความจากโดเกบิ แต่นายยังไม่ได้รับ”

ในเวลานั้นเอง ข้อความของระบบก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผม

[การจัดสรรแรกเริ่มของโซลโดมคือ 10 คน]

[จำนวนเพิ่มเติมจะถูกตัดสินขึ้นอยู่กับอวตารในสถานการณ์]

โอ้ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาเถียงกัน ไม่เหมือนกับอวตารคนอื่น เหล่าราชารู้ว่าการจองที่ล่วงหน้าในสถานการณ์มีความสำคัญมาก ถ้าพวกเขาสามารถส่งกองกำลังของตัวเองเข้าไปในโควต้าเริ่มแรกได้ พวกเขาก็จะมีการเริ่มต้นที่ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ ในสถานการณ์ สุดท้ายสถานที่แห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อการต่อสู้แย่งชิงที่นั่งของราชา

“กลุ่มของฉันจะไป ฉันได้ยินมาว่ามีคนญี่ปุ่นจำนวนมากในพื้นที่สถานการณ์ ฉันคิดว่ามันถูกต้องสำหรับฉันที่จะเป็นผู้นำในฐานะผู้สืบทอดแห่งซิลลา”

“ไม่ ฉันจะไป แพ็กเจมีการปะทะกับญี่ปุ่นมามากมายตั้งแต่สมัยโบราณ”

“นั่นมันแพ็กเจ ผู้สนับสนุนของนายมาจากแพ็กเจยุคหลัง”

“นายหมายความว่ายังไง? แน่นอนว่าฉันต้องไป ฉันจะเชื่อในผู้สนับสนุนปรำปราของนายได้ยังไง…”

“ทุกคน รอเดี๋ยวก่อน ใจเย็นลงก่อน…”

จอนอิลโดก้าวมาข้างหน้า แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความสับสนสงบลงได้ ผมมองไปรอบๆ พร้อมกับถอนหายใจและเห็นราชาพเนจร เธอกำลังมองมาที่ผมโดยไม่พูดอะไร ผมสามารถเห็นรอยยิ้มเล็กน้อยภายใต้หน้ากากครึ่งซีกของเธอได้

ผมต้องจัดการกับเรื่องนี้ เหล่าราชากำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือดจนเหมือนกับจะมีการนองเลือดเกิดขึ้น

“มันไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกเราจะเถียงกันอยู่ที่นี่” เหล่าราชามองมาที่ผมในเวลาที่ผมพูดคำเหล่านี้ออกมา ดวงตาของยูฮุนโฮกำลังพูดว่า ‘นายหมายความว่ายังไงกัน?’

ผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ของพื้นดินและหยิบบิสกิตบนโต๊ะขึ้นมา เอาล่ะ เขามาแล้ว ทำไมเขาถึงมาสายได้ตลอดนะ?

“ราชาคนสุดท้ายยังไม่มา”

ในเวลาที่ผมหักบิสกิต เต็นท์ด้านหนึ่งก็ระเบิดออก และยูฮุนโฮก็ล้มลงพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

“อ๊ากกก!”

คนๆ หนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหลังยูฮุนโฮ ผมขยับตัวผ่านรูบนเต็นท์และเห็นคนคุ้มกันหลายสิบคนกำลังทรุดตัวลงอยู่ด้านหลังของเขา

นี่คือผู้เสื่อมถอยของพวกเรา อารมณ์ของเขาเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมถอยหรือไม่ ดวงตาอันดุร้ายของเขากวาดผ่านกลุ่มคนและโฟกัสมาที่ผมในไม่ช้า

“ร-ราชา!” ราชาบางคนครางออกมา

จากนั้นยูจงฮยอคก็พูดออกมา “ฉันจะประกาศคนที่เข้าร่วมในสถานการณ์ต่อไปเอง”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint