0 Views

ตอนที่ 115 – โลกที่ถูกทอดทิ้ง (1)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 358 แล้ว >>>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ผมถูกตุลาการนำทางไปยังทางออกของยมโลก ผมไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอนเพราะผมถูกปิดตาไว้ พวกเราดูเหมือนกำลังขึ้นและลง หลังจากเดินอยู่นาน ตุลาการก็เปิดผ้าปิดตาของผมออก

[เดินไปตามเส้นทางนี้]

ผมลืมตาขึ้นและเห็นเส้นทางที่มืดและแคบ บางทีนี่อาจจะเป็นทางออกที่ไม่จำเป็นต้องผ่านคนแจวเรือ แครอน

[เจ้าควรมองไป ‘ด้านหน้า’]

“นายหมายความว่ายังไง?”

ผมมองกลับไป แต่ตุลาการก็หายตัวไปแล้ว

ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเริ่มเดินไปตามทางนี้ แสงจางหายไปแล้ว และความมืดก็คงตัวอยู่รอบๆ ผม ในตอนแรกมันเป็นไปได้สำหรับผมที่จะคาดคะเนทิศทางโดยการใช้ผนัง แต่ในไม่ช้าผนังก็หายไป สถานที่ๆ ผมพึ่งพิงได้นั้นหายไป และผมก็รู้สึกเหมือนกับเรือที่ลอยเคว้งอยู่กลางมหาสมุทร

ตำนานของออร์ฟิอัสโผล่เข้ามาในหัวของผมในทันใด มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมมองย้อนกลับไป? จากนั้นแสงสลัวก็ปรากฏขึ้นในความมืด

[เจ้ากลัวสิ่งที่อยู่ด้านหลัง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเจ้าถึงเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสาร]

มันเป็นข้อความจากเพอร์เซโฟนี

[เก็บมันไว้ในใจ ในการค้นหา ‘ด้านหน้า’ เจ้าต้องทราบว่า ‘ด้านหลัง’ คืออะไร มันเป็นเพราะด้านหน้าสามารถมีอยู่ได้เมื่อมีด้านหลังเท่านั้น]

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ตุลาการก็ได้พูดอะไรที่คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม เพียงเพราะผมได้ยินคำพูดที่มีเหตุผลก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะตระหนักอะไรขึ้นมาได้ในทันใดและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล

[ดูเหมือนว่าเจ้าจะต้องการแรงจูงใจ…]

กระแสของแสงในอากาศแผ่ออกมาราวกับว่ามันกำลังลังเล

[เอาล่ะ ข้าไม่สามารถพาเจ้าไปยังจุดเริ่มต้นของเขาวงกตโลกได้ แต่สิ่งนี้น่าจะเป็นไปได้]

ทันใดนั้นเอง ผมก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เส้นสายของแสงหายไปและหิ่งห้อยตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม มันเป็นแสงที่ริบหรี่ มันเป็นแสงที่บอบบางและพร่างพราย ไม่มีใครบอกอะไร แต่ผมก็รู้ว่าแสงนี้คืออะไร

– นาย…

มันคือชินยูซองจากการเสื่อมถอยรอบที่ 41

– อ่า อ๊า…

ผมสามารถบอกได้ว่าเธอรออยู่นานแค่ไหนแล้วจากเสียงของเธอ ถ้าเธอเข้าไปอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเขาวงกตโลกแล้ว การรับรู้ด้านเวลาก็จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้มีความยาวตามมาตรฐานของผม แต่มันอาจจะเป็นเวลาหลายปีแล้วสำหรับชินยูซอง

แสงขนาดเล็กสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาด้วยความลังเล

– ลุง

บางทีเธออาจจะได้รับอิทธิพลจากความทรงจำของชินยูซองในวัยเด็ก

– …ฉันขอเรียกลุงแบบนั้นได้ไหม?

วิธีที่เรียกผมนั้นคือสายใย มันเป็นความปรารถนาที่ถูกผูกไว้ ณ ที่ใดสักแห่ง บางที ‘ลุง’ อาจจะเป็นความผูกพันเส้นสุดท้ายของชินยูซองในรอบที่ 41 ผมยิ้มเบาๆ

“เธอแก่กว่าฉันแล้ว มันจะยังโอเคเหรอ?”

แสงอ่อนๆ สั่นไหวอีกครั้ง ลำแสงอันนั้นสัมผัสกับใบหน้าของผมเบาๆ มันมีความอบอุ่นอยู่ในท่าทางนั้น…

หัวใจของผมรู้สึกเจ็บปวด เธอคงรอมานานแล้ว ถึงกระนั้น เด็กคนนี้ก็ยังต้องรอต่อไป

“ฉันขอโทษนะ แต่ฉันไม่สามารถช่วยเธอได้ในตอนนี้”

แสงขยับขึ้นและลงราวกับว่าเธอเข้าใจ

– อย่าหักโหมจนเกินไป เรื่องราวของฉันตอนนี้…

“มันยังไม่จบ” ผมพูดโดยไม่ให้เธอพูดจบ “เธอต้องทนทุกข์ทรมานมานานและไม่สามารถจบลงแบบนี้ได้”

– ทำไม…

“ฉันจะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”

แสงจ้องมาที่ผม เธอสั่นไหวอย่างสับสนและน่าสงสาร

– ฉันเพิ่งรู้จักลุงผ่านความทรงจำของโลกนี้ แต่ลุง… ทำไมลุงถึงดีกับฉันขนาดนี้? ลุงรู้จักฉันงั้นเหรอ?

ผมไม่ตอบ พวกเราได้รู้จักซึ่งกันและกันด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน ในขณะที่ชินยูซองรอบที่ 41 รู้จักผมผ่านความทรงจำของตัวเธอในวัยเด็ก ผมก็รู้จักเธอผ่านหนทางเอาชีวิตรอด ยังไงก็เถอะ ผมก็ไม่สามารถอธิบายสิ่งนี้ได้

– ฉันรู้สึกแปลก ฉันไม่รู้จักลุงแน่ๆ แต่เมื่อฉันอยู่กับลุง ฉันก็รู้สึกราวกับว่าฉันเข้าใจทุกๆ อย่างเกี่ยวกับลุง ราวกับว่าลุงคือ ‘เทพเจ้า’…

ถ้าผมเป็นเทพเจ้าจริงๆ งั้นผมก็คงเป็นเทพเจ้าที่ไร้ความสามารถมากที่สุดในโลก เทพเจ้าผู้ไร้ประโยชน์ที่สุดในโลกที่รู้ทุกๆ สิ่งแต่ไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลย

แสงของชินยูซองจางหายไปอย่างรวดเร็ว ผมไม่อาจเห็นเธอ แต่ผมก็ดูเหมือนจะรู้ว่าเธอเป็นอย่างไร

– โปรดช่วยฉันด้วย ได้โปรด

“แน่นอน”

หางของแสงที่กำลังสั่นไหวในอากาศเล็กลงเรื่อยๆ และผมก็เอื้อมมือไปหาแสงนั้น ผมรู้สึกเหมือนกับว่าหัวใจของผมถูกจองจำ ผมรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังของชินยูซอง การรอคอยที่แสนยาวนาน…

หัวใจของผมเจ็บปวดกับความเศร้าโศกที่อธิบายไม่ได้ ทีละนิดๆ คำพูดของเพอร์เซโฟนีก็เริ่มสมเหตุสมผลขึ้น จะต้องมีบางสิ่งอยู่ข้างหลังเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า นี่คือ ‘ด้านหนัง’ ของผม และในเวลาเดียวกันก็คือ ‘ด้านหน้า’ ที่ผมได้เผชิญอยู่

บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่ยูจงฮยอครู้สึก เขาย้อนกลับไปยังอดีตเรื่อยๆ แต่ก็สามารถทำได้เพียงแค่ก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น

ในช่วงเวลาที่ผมมั่นใจถึงทิศทางของผม สภาพแวดล้อมก็คงที่ เส้นแสงปรากฏขึ้นในความมืดที่กระจัดกระจาย

[ข้าจับเธอไว้ชั่วขณะด้วยพลังของข้า แต่เจ้าก็มีเวลาเหลืออยู่ไม่มากถ้าเจ้าต้องการช่วยเธอ]

ผมจดจำได้ถึงความอบอุ่นอันเลือนรางของชินยูซอง เพอร์เซโฟนีพูดต่อ

[โปรดจำใส่ใจไว้ มนุษย์คือ ‘เรื่องราว’ เมื่อเจ้าได้เธอกลับคืนไป มันก็ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวของเธอที่เหลืออยู่จะมีเท่าใด]

หลังจากนั้น ผมก็ถูกดึงไปที่ไหนสักแห่ง เสียงกรีดร้องของภูตผีลดลง และความรู้สึกของร่างกายของผมก็กลับมาทีละนิด ผมสัมผัสได้ถึงแสงแดดอันอบอุ่นที่กระทบบนเปลือกตาของผม ผมรู้สึกถึงความชื้นและลืมตาขึ้นดูใบหน้าที่คุ้นเคย

“…คุณลุง?” ชินยูซองในวัยเด็กกำลังมองมาที่ผม ดวงตาที่ชัดเจนของเด็กน้อยทำให้ผมอุ่นใจขึ้น หัวใจที่กำลังเต้นอย่างรุนแรงอ่อนลงอย่างช้าๆ

ผมกลับมาแล้ว ผมหายใจอย่างช้าๆ และกล้ามเนื้อบนร่างกายของผมก็กลับคืนสู่ปกติ

[สถานการณ์ลับ – ราชินีแห่งยมโลกสิ้นสุดลงแล้ว]

[คุณได้รับ 15,000 เหรียญเป็นรางวัลความสำเร็จ]

รางวัลสำหรับการสถานการณ์อัพเดตก็มาถึงแล้ว โดเกบิทำงานได้ดีเหมือนกัน

[กลุ่มดาว ‘เทพเจ้าแห่งไวน์และความปีติยินดี’ แสดงความยินดีกับคุณในการกลับมาอย่างปลอดภัย]

ผมเห็นข้อความ และความโกรธของผมก็เพิ่มสูงขึ้น

ไอ้ระยำไดโอไนซัส ผมคงจะไม่ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งหมดนี้ถ้าเขาไม่ส่งผมไปยังทาร์ทารัส ผมติดอยู่ในทาร์ทารัสกับคิมนัมอุนและเกือบที่จะต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตไปกับการสร้างกันดั้ม

[กลุ่มดาว ‘เทพเจ้าแห่งไวน์และความปีติยินดี’ กำลังขอให้คุณประนีประนอม]

[คุณได้รับการสนับสนุน 7,942 เหรียญ]

7,942? คำขอโทษด้วยเงินนี้มันอะไรกัน? อืม ผมจะปล่อยมันไปก่อนเนื่องจากเขายังมอบเหรียญให้กับผมอยู่

[มีสถานการณ์ลับใหม่อีกหนึ่งอัน]

ผมตรวจสอบสถานการณ์ลับใหม่ในทันที

+

[สถานการณ์ลับ – ล่างู]

หมวดหมู่: ลับ

ความยาก: S-

เงื่อนไขการเคลียร์: ตามล่าเป้าหมายในพื้นที่สถานการณ์หลักที่หก

การจำกัดเวลา: จนกว่าจะสิ้นสุดสถานการณ์หลัก

รางวัล: เงิน 80,000 เหรียญ, ความไว้วางใจของราชินีแห่งวสันต์มืดมิด

ความล้มเหลว: ไม่สามารถเข้าไปยังยมโลกได้

+

ตามคาด ภารกิจของเพอร์เซโฟนีถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของสถานการณ์ลับ

[เมื่อเป้าหมายเข้าใกล้ สถานการณ์จะเตือนขึ้นมาโดยอัตโนมัติ]

ล่างู มันไม่ได้ระบุเป้าหมายของสถานการณ์ แต่ผมก็เดาว่า ‘งู’ จะปรากฏขึ้นในสถานการณ์ต่อไป

ผมยกตัวส่วนบนขึ้นมา และชินยูซองก็ถามด้วยความกังวล “คุณลง โอเคไหม?”

“อืม ฉันสบายดี”

“พี่ซานอาบอกให้หนูดูลุงไว้…”

มันทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ผมบอกกับยูซานอาก่อนที่ผมจะทรุดตัวลงไป

“ยูซานอา?”

มันไม่ยากที่จะหายูซานอา ยูซานอาขดตัวอยู่บนพื้นและหลับไปแล้ว ผมมองหน้าเธอยามหลับใหลและนึกถึงภาพของเพอร์เซโฟนี จากนั้นใบหน้าผมก็ร้อนขึ้น

อย่างไรกก็ตาม ชุดกี่เพ้าและถุงน่อง… มันสุดยอดจริงๆ

“พี่สาวหลับไปก่อนที่ลุงจะตื่น”

“อ่า”

“เธอบอกให้หนูบอกคนอื่นถ้าลุงไม่ตื่น”

คำพูดเหล่านี้จุดชนวนความรู้สึกผิดที่อยู่ภายในตัวผม ผมสามารถเห็นรอยคล้ำใต้ตาของยูซานอาได้ เธอคงจะเมาค้างอยู่แน่…

กี่เพ้า? ถุงน่อง? บ้าเอ้ย ผมมันบ้าจริงๆ

“ตื่นแล้วเหรอ?”

จางฮีวอนและลีฮุนซึงเดินเข้ามาหาผม พวกเขาถูกปกคลุมไปด้วยเหงือและดูเหมือนว่าจะกลับมาจากการออกกำลังกายในตอนเช้า

จางฮีวอนพูดกับผม “ทกจาตื่นแล้ว งั้นพวกเราก็พร้อมจะไปแล้ว”

“พร้อม?”

“คนอื่นๆ เริ่มกันแล้ว”

เมื่อมาคิดดูแล้ว มันมีคนอยู่รอบๆ ไม่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับเมื่อวาน ผมถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

“ประกาศของสถานการณ์ที่หกมาแล้ว”

…มาแล้ว? ผมไม่มีโอกาสได้ถามเมื่อมีข้อความจำนวนมากปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

[ขอแนะนำให้ผู้รอดชีวิตมารวมกันที่สถานียงซาน]

พวกเราเก็บของและออกเดินทาง

เดิมทีพวกเราก็อยู่ที่ยงซานอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ยากที่จะไปยังสถานี ผมอุ้มยูซานอาไว้ในขณะที่จางฮีวอนและลีฮุนซึงรับผิดชอบกับกระเป๋าที่เหลือ

ลีกิลยังและชินยูซองเดินตามพวกเรามาโดยยืนอยู่ห่างกัน ผมไม่รู้ว่าปาร์ตี้ของยูจงฮยอคหายไปไหนกัน

ในไม่ช้า พวกเราก็มาถึงสถานีใกล้ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้รอดชีวิต ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังมีคนมากมายขนาดนี้รอดชีวิตอยู่ในกรุงโซล ทุกคนกำลังมองไปที่หน้าจอขนาดใหญ่ที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ

“อ๊ะ?”

“สถานที่แห่งนี้?”

สมาชิกปาร์ตี้และผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าจอด้วยกัน มันเป็นหน้าจอเดียวกับที่ผมได้เห็นในยมโลก มันเป็นป่าเขี่ยวชอุ่มและเหล่ามอนสเตอร์ที่กำลังวิ่งอยู่รอบๆ ป่า พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวแต่ก็ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศยักษ์

จากนั้นการปรากฏตัวของอวตารก็ปรากฏขึ้น บ้างก็เริ่มไล่ล่าในขณะที่หัวเราะไปด้วยพร้อมกับตัดหัวของมอนสเตอร์ โดเกบิพวกนั้น พวกมันแก้ไขของพวกนี้ได้ดีเหมือนกับมันคือสถานที่ท่องเที่ยว

มีบางคนพูดออกมา “เอ๊? ไม่ใช่ว่าพวกนั้นคือคนญี่ปุ่นงั้นเหรอ?”

ถ้าผมจำไม่ผิด สถานการณ์ที่หกคือเหตุการณ์กับอีกโดมหนึ่ง ผู้ชายที่ปรากฏตัวบนหน้าจอคืออิซูมิ อวตารผู้โด่งดังแห่งญี่ปุ่น

โตเกียวโดมนั้นเร็วกว่าพวกเรา ดังนั้นพวกเขาจึงไปถึงสถานการณ์ที่หกก่อนแล้ว ในหลายๆ ด้าน มันสามารถบอกได้ว่าเกาหลีใต้นั้นเริ่มต้นไม่ค่อยดีเท่าไร

[สถานการณ์หลักใหม่มาถึงแล้ว!]

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint