0 Views

ตอนที่ 106 – สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (5)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 328 แล้ว >>> มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

[ระดับของสกิลบุ๊คมาร์คต่ำ ทำให้เวลาการเปิดใช้งานสั้นลง]

[เวลาเปิดใช้งาน: 30 นาที]

[ความเข้าใจในตัวละครของคุณเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถเลือกสกิลบางส่วนของเขามาใช้ได้]

ชินยูซองพุ่งเข้ามาหาผม และผมก็พุ่งเข้าหาเธอ ไม่มีใครต้องการฆ่ากัน นี่เป็นแค่การต่อสู้เพื่อความบันเทิงของกลุ่มดาวเท่านั้น ทุกๆ อย่างคือสถานการณ์ ดังนั้นทุกๆ อย่างจึงไม่มีอะไรจริงเลย อย่างไรก็ตาม ผลของการต่อสู้นี้ก็คือจะมีคนต้องตาย

[‘เวลาพิพากษา LV.5’ ถูกเปิดใช้งาน]

สกิลเปิดใช้งานคือเลเวลห้า ดูเหมือนว่าจางฮีวอนจะฝึกอย่างหนักอยู่ จางฮีวอนไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันก็ไม่เลว

[กลุ่มดาว ‘ลาลักษณ์สวรรค์’ ลำบากใจ]

[กลุ่มดาวฝ่ายดีกำลังคิดอย่างถี่ถ้วน]

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะสับสนเนื่องจากมีคนที่ไม่ใช่ผู้พิพากษาได้ใช้สกิลที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่พวกเขาก็มีพันธะต้องมอบสิทธิ์ให้กับผม มันเป็นเพราะตัวตนตรงหน้าของผมชั่วร้ายอย่างชัดเจน

[กลุ่มดาวฝ่ายดีเห็นด้วยที่จะใช้สกิลนี้]

ออร่าอันรุ่มร้อนผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในร่างกายของผม มันเป็นสัมผัสอันมืดบอดแห่งความชอบธรรมที่จะลงทัณฑ์ความชั่วร้ายทั้งหมดในโลก ประวัติของทูตสวรรค์ที่ต่อสู้ในสงครามศักดิ์สิทธิ์กับจ้าวปีศาจผ่านเข้ามาในหัวของผม

– ลงทัณฑ์ความชั่วร้าย

เวลาพิพากษา เดิมทีเป็นสกิลที่ถูกใช้โดยมหาวาลคิรี ดังนั้นผู้ใช้สกิลนี้จะต้องได้รับความโปรดปรานจากหัวหน้าเทวทูต

ความบ้าคลั่งที่กีดกันทุกสิ่งทุกอย่างนอกเหนือจากคำจำกัดความแคบๆ ของความยุติธรรมได้ดิ้นไปมาในสมองของผม จางฮีวอนรู้สึกแบบนี้ทุกๆ ครั้งที่เธอฆ่าคนอื่นเพื่อผม มันน่ากลัวมาก

คลื่นพลังงานเวทมนตร์อันไร้เทียมทานระเบิดออกมาจากดาบแห่งศรัทธา ดาบพลังงานสอดประสานและขยับเป็นเส้นตรงเข้าหาชินยูซอง

เลือดสาดกระเซ็นออกมาจากไหล่ของชินยูซองที่กำลังประหลาดใจ เกราะราชาอสูรที่ไม่ได้รับความเสียหายจากกระสุนของกองเรือผีในที่สุดก็ถูกฉีกออก หยดเลือดไหลลงมาบนขนสีขาว

เวลาพิพากษา ผู้ใช้สกิลนี้จะไร้พ่ายตราบใดที่ศัตรูคือ ‘คนชั่ว’

ในตอนนี้ค่าสถานะทั้งหมดของผมเพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่ผมสามารถรับมือกับภัยพิบัติชินยูซองได้แล้ว เวลาพิพากษาคือสกิลสุดขี้โกง มีเพียงไม่กี่สกิลในหนทางเอาชีวิตรอดเท่านั้นที่สามารถมอบบัฟบ้าๆ แบบนี้ได้

“ทุกคน โจมตี!”

ผมอาจจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ความเชี่ยวชาญในสกิลของชินยูซองก็ยังล้ำหน้ากว่าผม ดังนั้นผมจึงต้องการความช่วยเหลือ

“เมื่อเธอโจมตีตามปกติให้สนับสนุนด้วยการโจมตีระยะไกล เมื่อพยายามโจมตีเป็นวงกว้าง ให้พยายามมาอยู่ข้างหลังฉัน!”

สมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าให้กับคำพูดของผม

“ถ้าไม่มีสกิลสนับสนุนระยะไกลก็ให้ฆ่ามอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาจากประตูมอนสเตอร์ มันก็เป็นเรื่องเร่งด่วนด้วย”

ในความเป็นจริง มันเป็นเพราะเหล่ามอนสเตอร์ที่ยังโผล่ออกมาจากประตูมอนสเตอร์ของชินยูซองที่ทำให้ยงซานแทบจะพังทลาย

“ทุกคน สู้!”

เหล่าราชาสั่ง และการต่อสู้เต็มกำลังก็เริ่มต้นขึ้น กองกำลังของราชาขัดขวางพวกมอนสเตอร์ที่กำลังออกมาจากประตูมอนสเตอร์ ส่วนใหญ่มันเป็นเผ่าพันธุ์ระดับเจ็ดและค่อนข้างน่ากลัว โชคดีที่พวกอวตารไม่ได้ดูจะตกเป็นรองนัก

“ฉันจัดการลิงตัวนั้นเอง”

ลีฮุนซึงพุ่งเข้าหาราชาเมทัลเฮฟวี่บีนระดับห้า

“ผมจัดการราชาของยูซองเอง”

ลีกิลยังลงมือพร้อมกับชินยูซองในวัยเด็ก

ราชินีมิราเบดที่ถูกควบคุมโดยโดยชินยูซองคำรามออกมา และลูกน้องของราชาแมลงบางส่วนที่ลีกิลยังอัญเชิญออกมาก็พุ่งเข้าใส่ราชาแมสวู้ด ลมหายใจเหมันต์ของอิกทิโอซอรัสพุ่งเข้าใส่กัน และลีจีฮเยก็ก้าวไปข้างหน้า

“ลุง เดี๋ยวฉันยิงสนับสนุนเอง”

“ฉันจะขัดขวางการเคลื่อนไหวของเธอให้”

ลีจีฮเยยิงปืนใหญ่ออกไป และยูซานอาก็สร้างกับดักด้วยใยแมงมุมอารัคเน่เพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวของภัยพิบัติชินยูซอง แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ

การระดมยิงด้วยกระสุนแทบจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเธอได้ และชินยูซองก็สามารถฉีกใยได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ยังดีกว่าที่จะไม่มีอะไรเลย

“ยูจงฮยอค นายสู้ได้ไหม?”

นอกเหนือจากผมแล้ว มีแค่ยูจงฮยอคเท่านั้นที่สามารถตามเคลื่อนไหวของชินยูซองได้และทนต่อการโจมตีของเธอได้บ้าง

“…ไม่ต้องห่วงเรื่องของฉัน”

ยูจงฮยอคหลั่งเลือดลงบนพื้นในขณะที่เขายืนอยู่ข้างผมด้วยดาบเขย่าสวรรค์ เขาอาจจะใช้การฟื้นฟูไปแล้วเพราะสภาพของเขาดูดีขึ้นกว่าเดิม มันคงไม่นานกว่าที่เขาจะได้รับผลสะท้อนของการใช้การฟื้นฟู

ผมถาม “นายเหลืออีกกี่นาที?”

“30 นาที นายล่ะ?”

“ฉันก็เหมือนกัน”

บุ๊คมาร์คมีเวลาอยู่แค่ 30 นาทีเท่านั้น ดังนั้นผมจึงต้องจบมันภายใน 30 นาที ออร่าสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากร่างกายชินยูซองหนาขึ้น มันหมายความว่าค่าสถานะทางกายภาพของเธอเพิ่มขึ้นเนื่องจากพลังงานปีศาจ

การแสดงออกของยูจงฮยอคแข็งขึ้น “…ดูเหมือนว่าเธอจะร่วมมือกับจ้าวปีศาจเพื่อข้ามโลก”

การคาดเดาของยูจงฮยอคนั้นถูกต้อง อันที่จริง ในตอนนี้ดวงวิญญาณของเธอได้ถูกจำนองไว้กับจ้าวปีศาจ จากนั้นจ้าวปีศาจตัวนั้นก็จะเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นโดเกบิบัดซบ

[ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ]

โดเกบิระดับกลางฟังดูพึงพอใจมาก

[สถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้แล้ว]

มันเป็นสมรภูมิที่มีเลือดสาดกระเซ็นและมีเศษชิ้นเนื้อ การล่มสลายของโซลโดม ซึ่งผมต้องการป้องกัน ได้เข้าใกล้มาทุกวินาที

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มตื่นเต้นกับการต่อสู้]

“ไปกันเถอะ”

ยูจงฮยอคพุ่งตัวออกไปพร้อมกับคำพูด ชินยูซองพองตัวและพ่นลมหายใจเข้าใส่พวกเรา

ลมหายใจราชาอสูร มันเป็นพายุพลังงานทำลายล้างที่เทียบได้กับพายุเหมันต์ของอิกทิโอซอรัสระดับห้า

“หลบมัน!”

ยูจงฮยอคกระตุ้นย่างก้าวฟีนิกซ์แดงจนถึงขีดสุดและหลบการโจมตีของเธอ ผมไม่ได้หลบการโจมตีเหมือนกับยูจงฮยอคและใช้เกราะราชาอสูรแทน ผมรู้สึกประทับใจมากกับเซ้นต์การต่อสู้ของยูจงฮยอค

ภัยพิบัติก็ยังคงเป็นภัยพิบัติ แต่ยูจงฮยอคนั้นคือสัตว์ประหลาด มันมีแค่ยูจงฮยอคเท่านั้นที่สามารถต้านทานภัยพิบัติได้โดยไม่มีบัฟเวลาพิพากษา เขาเป็นผู้เสื่อมถอยที่ทั้งโหดเหี้ยม แข็งแกร่ง และเท่ ผมรู้สึกโล่งใจที่เขาอยู่ข้างผมในตอนนี้

“จัดการเลยทกจา!”

“กำลัง!”

“บ้าเอ้ย…”

ผมแค่ต้องเข้าไปใกล้และปิดฉาก แต่มันก็ไม่ง่ายเลย หลังจากโจมตีได้สำเร็จหลายต่อหลายครั้ง ชินยูซองก็เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

เธออยู่ในสถานะเบอร์เซิร์กไปแล้ว และสาดการโจมตีออกมา พลังเวทมนตร์ของเธออาจจะหมดลง แต่ผมก็แทบจะไม่สามารถต้านมันได้แล้วด้วยเกราะราชาอสูร

ยูจงฮยอคได้ทำการโจมตี แต่ความเสียหายสะสมก็ไม่มากพอ พวกเราแลกเปลี่ยนการโจมตีกันนานแค่ไหนแล้วนะ? เวลาผ่านไป 20 นาทีได้แล้วเมื่อผมได้สติ

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของยูจงฮยอคลดลงอย่างรวดเร็ว และยาฟื้นพลังเวทมนตร์ที่ผมดื่มเข้าไปราวกับน้ำผลไม้ก็กำลังจะหมดลง

แข็งแกร่ง ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะต้องดิ้นรนมากขนาดนี้แม้จะใช้เวลาพิพากษาอยู่ ร่างกายของผมเริ่มส่งเสียงออกมาอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงของช่วงเวลาพิพากษาค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาแล้ว

[ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่คือสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ กลุ่มดาวเอ๋ย พวกนายเห็นด้วยไหม?]

ผมฟังเสียงของโดเกบิระดับกลางและขยับไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมด ขนของเกราะราชาอสูรกระพืออย่างบ้าคลั่ง

ผิวของผมกลายเป็นสีดำเนื่องจากพายุพลังงาน หนึ่งก้าว สองก้าว ผมขยับเข้าใกล้ขึ้น แต่เวลาก็ไม่มีแล้ว ผมไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เพียงพอก่อนที่จะหมดเวลา 30 นาที

จากนั้นก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายของชินยูซอง ร่างกายของเธอสั่นราวกับเธอถูกฟ้าผ่า และดวงตาสีดำของเธอก็ได้สติกลับมาชั่วคราว

「โจมตีฉัน」

ภัยพิบัติชินยูซองกำลังควบคุมร่างกายของเธอด้วยจิตใจของเธอเอง

「หยุดฉัน」

ผมไม่ได้พูดอะไร แต่ผมก็ได้ยินมัน

「ปกป้อง ‘รอบ’ นี้」

ผมฝ่าพายุพลังงานที่อ่อนกำลังลงชั่วคราวและพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับยูจงฮยอค ผมเหวี่ยงดาบออกไปและเลือดก็สาดกระเซ็นออกมาจากร่างกายของชินยูซอง

[กลุ่มดาว ‘อาลักษ์สวรรค์’ กำลังจ้องมองคุณอยู่]

ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะไม่แสดงข้อผิดพลาดออกมา

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังมองมาที่คุณ]

ชินยูซองกรีดร้องออกมาในขณะที่เธอถูกฟันด้วยดาบ และพายุก็กระแทกยูจงฮยอคกลับไป

“…ไป คิมทกจา”

ผมทะลวงผ่านช่องว่างที่ยูจงฮยอคสร้างขึ้น ดาบแห่งศรัทธาเจาะลงไปบนบ่าของเธอโดยไม่ลังเล

พลังเวทมนตร์วิ่งผ่านตัวดาบและฉีกผ่านเกราะราชาอสูร จากนั้นแขนซ้ายของชินยูซองก็ถูกตัดออก

เลือดหยดลงมา ผมจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ เหมือนกับในหนทางเอาชีวิตรอด ชินยูซองกำลังยิ้มอยู่ ผมตระหนักได้ว่าเธอจงใจยอมให้ตัวเองถูกโจมตี

[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งไม่อาจละสายตาจากการต่อสู้ของคุณได้]

“บ้าเอ้ย…” ผมยิ้มอย่างอ่อนแรง และดาบก็หลุดลงไปจากมือของผม

ชินยูซองหัวเราะ

「นายก็ไม่ได้ดูโง่หนิ?」

เธอคว้าตัวผมและโยนผมลงไปบนพื้นโดยไม่มีเสียงกรีดร้องแห่งความโกรธเลย อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่เจ็บ มันไม่ใช่การโจมตี

「นายอยากต่อไหม?」

“ใช่”

ผมเหวี่ยงดาบเข้าใส่เธอ และชินยูซองก็พ่นลมหายใจเข้าใส่ผมอีกครั้ง มันเหมือนกับคำตอบของคำถาม พวกเราโจมตีใส่กันอย่างเมามัน

“มันไม่อาจเป็นเช่นนี้ต่อไปได้”

เกราะราชาอสูรของผมหมดสภาพไปเพราะผมขาดพลังเวทมนตร์ เวลาพิพากษาได้เสริมความแข็งแกร่งทางร่างกายของผมจนถึงขีดสุด แต่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น เลือดไหลออกมา และโลกก็เริ่มหมุนเพราะอาการเวียนหัว อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่หยุด ความเสียหายต้องกำลังสะสมอยู่แน่ๆ

[กลุ่มดาวบางกลุ่มที่ต่อต้านคุณเริ่มอยากรู้อยากเห็น]

คลั่งกว่านี้สิ

[กลุ่มดาวเจนศึกกำลังให้ความสนใจกับการต่อสู้ของคุณ]

โวยวายขึ้นอีกสิ

[กลุ่มดาวแห่งสมรภูมิอันยิ่งใหญ่ยกย่องเจตจำนงของคุณ]

รอจนถึงวันที่ฉันขึ้นไปแล้วดึงลิ้นของพวกแกออกมา

พวกเราแลกเปลี่ยนการโจมตีกันไปอีกกี่ครั้งเนี่ย? ร่างกายที่อ่อนแรงของผมเซกลับมา

[เหลือเวลาอีก 30 วินาทีสำหรับบุ๊กมาร์ค]

อวัยวะภายในบางส่วนได้รับความเสียหาย และซี่โครงก็หักมาทิ่มปอดของผม ผมพยายามอย่างเต็มที่ แต่ภัยพิบัติก็ยังแข็งแกร่งอยู่ดี ดวงตาที่ได้สติกลับมาของชินยูซองเปลี่ยนเป็นสีดำอีกครั้ง

ไม่ว่าจะยังไง ภัยพิบัติแห่งอุทกภัยครั้งนี้ก็ดูจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านิยายต้นฉบับ ภัยพิบัติชินยูซองมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่เป็นกังวล

「มันยังไม่พอ」

เธอไม่สามารถฆ่าตัวตายได้ โดเกบิระดับกลางคงไม่ยอมให้เธอตายแบบนั้น นี่เป็นขีดจำกัดที่เธอสามารถลงโทษตัวเองได้แล้ว ผมเองก็มาถึงขีดจำกัดในเส้นทางที่แตกต่างกัน

「นายจะหยุดฉันยังไง?」

“ไม่ต้องห่วง พวกเขากำลังมา คนที่จะหยุดเธอ”

จากเริ่มแรก ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าชินยูซองด้วยมือของตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้สำหรับยูจงฮยอคในสภาพตอนนี้ด้วย แต่ก็ยังมีอีกคนที่สามารถฆ่าเธอได้

ในขณะที่ชินยูซองกำลังจะพูดออกมา พื้นดินรอบๆ ตัวเธอก็ระเบิดออก

มันมีเสียงคำรามของปืนใหญ่จากระยะไกล หญิงสาวที่แต่งตัวในชุดคุกสีน้ำเงินปรากฏขึ้นจากทางทิศเหนือ เหล่ามอนสเตอร์แยกตัวออกและกองกำลังก็เคลื่อนตัวมาทางด้านนี้ หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมหน้ากากยืนอยู่ตรงกลางและสั่งกองทัพ

ราชาพเนจร ผมคิดว่าเธอคงจะไปที่ไหนสักแห่ง แต่เธอก็ได้จัดการกับพวกมอนสเตอร์ในขณะที่เธอเคลื่อนทัพมาจากทางทิศเหนือ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่ใช่คนที่ผมกำลังรออยู่

ผมมองไปยังคนๆ หนึ่งที่กำลังวิ่งมาทางนี้ ผู้หญิงคนนั้นหันมาทางนี้และถาม “ขอโทษนะ ฉันมาสายไปไหม?”

“สายไปนิดหน่อย”

“หยุดเก๊กได้แล้ว คุณยังมีชีวิตอยู่เหรอ?”

ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง สิบวันให้หลัง จางฮีวอนแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าที่ผมรู้ เธอตบไหล่ผมเบาๆ และเคลื่อนไหว

“ให้ฉันจัดการเอง นายพักก่อนเถอะ”

ออร่าสีแดงพวยพุ่งขึ้นมาเมื่อเธอเปิดใช้งานเวลาพิพากษา มันทรงพลังมากยิ่งกว่าสกิลที่ผมขโมยมา จางฮีวอนคือไพ่ใบสุดท้ายที่ผมเหลืออยู่ ถ้ามันล้มเหลว…

ผมสร้างความเสียหายให้กับชินยูซองพอแล้วรึยัง? จางฮีวอนจะปิดฉากได้ไหม?

“นายจะกังวลอะไรนักหนา?” จางฮีวอนถามด้วยรอยยิ้ม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่แตกต่างจากปกติ มันไม่ใช่แค่เวลาพิพากษาที่เธอเชื่อมั่นเท่านั้น

[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ กำลังพูดกับตัวเอง]

[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ แสดงความเป็นปรปักษ์ต่อผู้สนับสนุนของจางฮีวอน]

สิ่งนี้ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่าจางฮีวอนมีผู้สนับสนุนแล้ว เธอเลือกใคร? ชินยูซองมองไปยังจางฮีวอนด้วยดวงตาที่สั่น

[เธอ…]

“ฉันรู้สถานการณ์อย่างคร่าวๆ แล้ว ผู้สนับสนุนของฉันส่งเสียงมาตลอดทาง” จางฮีวอนเผชิญหน้ากับชินยูซองด้วยสายตาเศร้าๆ “ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวล”

จางฮีวอนกวาดดาบไปข้างหน้าของเธอเบาๆ เปลวไฟเริ่มลุกขึ้นมาจากที่ๆ มือของเธอสัมผัส

มันคือตอนเช้าตรู่ ในคืนที่ความมืดของกรุงโซลมืดมิดที่สุด ดาบของจางฮีวอนได้ลุกไหม้ เปลวเพลิงบนดาบเจิดจ้ายิ่งกว่าเปลวเพลิงไหนๆ ที่ผมเคยเห็น มันคือเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์แห่งอักขระที่จะลงทัณฑ์ความชั่วร้ายทั้งมวล

[ระเบิดเพลิงอเวจี]

ผมรู้จักอักขระนี้ดี ผมจำคำอธิบายของอักขระจากหนทางเอาชีวิตรอดได้

ในบางกรณี มันคือหนึ่งในอักขระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอดและช่วยเพิ่มพลังทำลายล้างอย่างมหาศาล ซึ่งเทียบได้กับอักขระของเห้งเจีย

ระเบิดเพลิงอเวจีคืออักขระของผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ

จางฮีวอนหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ฉันจะจบสถานการณ์บ้าๆ นี้เอง”

หัวหน้าทูตสวรรค์อูรีเอลเลือกจางฮีวอนเป็นอวตาร

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint