0 Views

ตอนที่ 105 – สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (4)

 

[ข้าขอโทษนะ แต่มันก็ยากอยู่หน่อยนะ]

ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่หมอนี่จะออกมา มันเป็นโดเกบิระดับกลางบัดซบนั่น หมอนี่ได้จัดการสถานการณ์ทั้งหมดของกรุงโซลและช่วยไม่ได้ที่จะเคลื่อนไหวออกมาในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ผมก็ค่อนข้างมั่นใจ “ทำไมมันถึงยากล่ะ? พวกเราไม่ได้แหกกฎของสถานการณ์หนิ”

[ปล่อยภัยพิบัติไป? พวกเจ้าบ้าไปแล้วเหรอ? พวกเจ้าอยากตายงั้นเหรอ]

“ไม่ มันตรงกันข้ามกันเลย ฉันทำเพราะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป”

เสียงของโดเกบิระดับกลางแข็งขึ้น

[เจ้าไม่รู้เหรอว่านี่มันเป็นการละเมิดกฎ? เนื้อหาของสถานการณ์คือการฆ่าภัยพิบัติ ถ้าเจ้าไม่ทำตามสถานการณ์…]

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะฆ่าภัยพิบัติ” ทุกๆ คนมองมาที่ผมในเวลาที่ผมพูดออกไป

“คุณลุง คุณเป็นอะไรไป…?” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลีจีฮเยที่มองมาที่ผมราวกับผมเป็นคนบ้า

มันไม่แปลก ผมเพิ่งบอกไปว่าผมจะไม่ฆ่าภัยพิบัติ และในตอนนี้ผมก็พูดแบบนี้ออกไปอีก สมาชิกปาร์ตี้ส่วนใหญ่กำลังรอคำพูดต่อไปของผมอยู่ ผมรู้สึกปลื้มใจเล็กน้อยจากความไว้วางใจเงียบๆ

“แค่ไม่ใช่ตอนนี้”

[อะไรนะ?]

“สถานการณ์ไม่ได้ระบุเวลาจำกัด เช่นนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเราเองว่าต้องการฆ่าภัยพิบัติตอนไหน” โดเกบิระดับกลางดูเหมือนกับเพิ่งกินยาจีนเข้าไป “ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”

ภัยพิบัติชินยูซองเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้

[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ กำลังจ้องมองคุณด้วยดวงตาแปลกๆ]

กลุ่มดาวเกิดความปั่นป่วนขึ้นมา มันมีเพียงไม่กี่ตอนที่มีการกบฏต่อกลุ่มดาว แม้ว่าผมจะสืบค้นไปในหนทางเอาชีวิตรอดทั้งหมด นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นที่สนใจของกลุ่มดาวเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ความแตกต่างระหว่างความดีและความชั่วร้ายนั้นไม่ชัดเจน จำนวนการซับสไคร้จากกลุ่มดาวฝ่ายดีหรือกลุ่มดาวฝ่ายร้ายนั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม มันเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเขาในการมองดูความดีและความชั่วของตัวละคร

[ข้าไม่อาจอนุญาตได้]

“นายจะเข้ามายุ่งกับสถานการณ์งั้นเหรอ? นายลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งล่าสุดไปแล้วเหรอ?”

[…]

ความมั่นใจของผมมาจากความจริงที่ว่านี่คือสถานการณ์หลัก ไม่ใช่สถานการณ์ย่อย

นอกจากนี้สถานการณ์ที่ห้ายังมีขนาดครอบคลุมโดมทั้งหมด ทำให้มันยากที่โดเกบิระดับกลางจะเปลี่ยนบรรทัดฐานของสถานการณ์ นอกจากนี้ โดเกบิระดับกลางยังได้รับการลงโทษทางวินัยจากสำนักงานไปแล้ว

เขาจะต้องกลัวถูกลงโทษอีกครั้งเป็นแน่และคงไม่มีโอกาสเอาชนะในการต่อสู้กับผมในครั้งนี้

ผมเห็นบีฮยองกำลังกัดเล็บอยู่ใกล้ๆ และบอกเขา ‘เตรียมตัวไว้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น นายคือคนเดียวที่ฉันไว้ใจ’

– บ้าเอ้ย ทำไมต้องเป็นข้า?

‘อย่าลืมว่าพวกเราจะตายด้วยกัน’

บีฮยองใจเย็นลง และโดเกบิระดับกลางก็พูดออกมา

[น่าสนใจจริงๆ แต่มันคงไม่เป็นอย่างที่เจ้าคิด]

ใช่ ผมรู้ว่าเขาคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

[ไม่ใช่อวตารทุกคนในโซลโดมจะเป็นเหมือนกับเจ้า]

โดเกบิระดับกลางดีดนิ้วของเขา จากนั้นข้อความของระบบก็โผล่ขึ้นมา

[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

ผมรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าเขาไม่สามารถแตะต้องสถานการณ์หลักได้ งั้นเขาก็คงจะสร้างสถานการณ์ย่อยขึ้นมา

[จากนี้ไป ข้าจะเพิ่มรางวัลสำหรับภัยพิบัติให้เป็นสองเท่า]

รางวัลเดิมคือ 100,000 เหรียญ และตอนนี้เป็นสองเท่า ซึ่งก็คือ 200,000 เหรียญ มันเป็นจำนวนที่สามารถทำให้ใครบางคนยกระดับขึ้นสู่ระดับท็อปของโซลโดมได้ในพริบตา มันเพียงพอแล้วสำหรับการเสี่ยงชีวิต…

ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันไม่มีอวตารคนไหนขยับ

“อย่าขยับ”

“ห่วงชีวิตของพวกนายด้วย ถ้านายไม่อยากตายเหมือนหมา!”

เหล่าราชาอันทรงอำนาจเข้าควบคุมเหล่าอวตาร พวกเขาคือราชาแห่งความงาม มินจีวิน และราชาเมตไตรย ชาซังคยอง นอกจากนี้ยังมีราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด อีกคน

[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ภูมิใจในอวตารแห่งคาบสมุทรเกาหลี]

แน่นอนว่ามันก็ยังมีกองกำลังที่เหล่าราชาไม่สามารถควบคุมได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหว พวกเขาได้เห็นพลังของภัยพิบัติแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่คนจำนวนน้อยจะไม่ทำอะไร ไม่ว่ารางวัลจะเป็น 100,000 หรือ 200,000 เหรียญก็ตาม นอกจากนี้ยังมีปาร์ตี้ของพวกเราที่คอยปกป้องภัยพิบัติอยู่…

[…ช่างน่าผิดหวังจริงๆ เหล่าอวตารแห่งโซลโดมช่างขี้ขลาดยิ่งนัก]

มันมีลางไม่ดีบังเกิดขึ้นมา โดเกบิระดับกลางกำลังคิดว่าจะทำให้สถานการณ์นี้แย่ลงยังไง ผมต้องรีบลงมือ เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมต้องคว้าชัยชนะมาให้ได้

“นายจะยอมรึยัง? พูดตามตรงนะ ทุกๆ คนจะไม่พอใจเอาได้นะ?”

[ทุกคนจะไม่พอใจ?]

ผมไม่ได้พูดอะไรอีก ผมมั่นใจว่าโดเกบิระดับกลางเข้าใจได้โดยที่ผมไม่ต้องพูดอะไรอีก

[ฮ่าฮ่า เข้าใจแล้ว นี่คือสิ่งที่เจ้ากำลังคิดอยู่สินะ? ข้าได้ยินมาจากด๊กกั๊กแล้ว แต่เจ้านี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ]

เหตุผลสำหรับการมีอยู่ของโดเกบิก็คือสถานการณ์ พวกมันคือสถานการณ์ที่มีกลุ่มดาวมากมายตอบสนองและหลายกลุ่มดาวชอบ

ในโลกของการถ่ายทอดสดดวงดาว มันมีเพียงแค่กรณีเดียวเท่านั้นที่ปาฏิหาริย์จะพลิกกลับสถานการณ์ ถ้ากลุ่มดาวส่วนใหญ่เห็นสถานการณ์และต้องการเปลี่ยนทิศทางของสถานการณ์

[…แน่นอน ความรุนแรงไม่ใช่แค่สิ่งกระตุ้นเดียวเท่านั้น]

ผมพยายามที่จะดึงดูดกลุ่มดาวด้วยสถานการณ์ของภัยพิบัติชินยูซอง ผมเลือกคำเพื่อหลีกเลี่ยงการคัดกรองและยังคงจุดประเด็นให้กับกลุ่มดาวโดยการเปิดเผยข้อมูลออกมาอย่างต่อเนื่อง ผมทำให้พวกเขาเห็นอกเห็นใจภัยพิบัติชินยูซอง

มันคือทั้งหมดที่สนับสนุนการกบฏของผม ซึ่งเป็นผลให้สถานการณ์ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นมา อันที่จริง ตัวผมเองก็ได้ยินเสียงข้อความของกลุ่มดาวอยู่ในหูอยู่

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เคารพในความประสงค์ของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘วีรบุรุษคนสุดท้ายแห่งฮวังซันบ็อล’ ชื่นชมความประสงค์ของคุณ]

ทุกๆ อย่างกำลังเป็นไปตามแผนที่วางไว้

“ถ้านายเข้าใจ งั้นก็ตัดสินได้รึยัง? มอบรางวัลให้กับฉัน ไม่ก็ดำเนินสถานการณ์ที่ห้าต่อไป”

มันไม่มีปัญหาอะไรที่จะดำเนินสถานการณ์ต่อไปยังสถานการณ์ที่หก แม้ว่าสถานการณ์ที่ห้าจะยังไม่จบลง มันเป็นไปได้ที่จะดำเนินหลายๆ สถานการณ์หลักไปด้วยกัน ถ้าโดเกบิฉลาด เขาก็ควรที่จะหยุดในขณะที่กลุ่มดาวยังพอใจอยู่

[อวตารคิมทกจา เจ้าเป็นคนที่ฉลาดและน่ากลัวที่สุดจากอวตารที่ข้ารู้จักเลย]

ผมรู้สึกแปลกๆ จากความไม่ลงรอยกับของการแสดงออกของโดเกบิ

[อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าที่จะเจียมตัวไว้]

“…นายหมายความว่ายังไง?”

คำพูดที่ตามมาของโดเกบิไม่ใช่สำหรับผม

[ก็ได้ กลุ่มดาวทั้งหลาย บัดนี้ข้าจะแสดงให้พวกท่านได้เห็นถึงเรื่องราวที่พวกท่านรอคอยอยู่]

ประกายแสงปรากฏขึ้นในอากาศ โดเกบิระดับกลางกำลังเคลื่อนไหวสถานการณ์

[โดเกบิระดับกลางได้เข้าแทรกแซงสถานการณ์]

[ตามสัญญาของสถานการณ์ การควบคุม ‘ภัยพิบัติแห่งอุทกภัย ชินยูซอง’ ได้ถูกถ่ายโอนมายังโดเกบิระดับกลาง]

การแสดงออกของชินยูซองเริ่มเปลี่ยนไปตามข้อความของระบบ

“ม-ไม่ เดี๋ยว ฉัน… อ๊ากกก!”

ออร่าสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างกายของภัยพิบัติชินยูซอง ผมรีบตะโกนออกมา “เดี๋ยวก่อน! นายกำลังทำอะไรน่ะ?””

[ข้าจะทำสัญญาให้ลุล่วง นี่คือฟันเฟืองของสถานการณ์]

ผมเพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้ว่าเขากำลังพยายามทำอะไรอยู่ มันเป็นสิทธิ์การบังคับใช้สถานการณ์ มันเป็นพลังในการควบคุมชะตากรรมของทุกๆ ‘ส่วน’ ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ ผมรู้ว่ามันมีอยู่ในหนทางเอาชีวิตรอด แต่ผมไม่คิดว่ามันจะถูกใช้อย่างกะทันหันแบบนี้

[บุคลิกของตัวละครถูกบังคับให้เปลี่ยนไป]

[บุคลิกของตัวละคร ‘ชินยูซอง’ จะถูกกำหนดเป็น ‘ความชั่วร้าย’]

ภัยพิบัติชินยูซองกลายเป็นสัตว์ประหลาด ผมกัดริมฝีปาก การบังคับใช้สถานการณ์โดยทั่วไปแล้วนั้นจะเป็นไปไม่ได้เพราะโดเกบิต้องใช้ความน่าจะเป็นจำนวนมาก แต่การใช้มันในตอนนี้…

[กลุ่มดาวจำนวนมากกำลังเชียร์การพัฒนาของสถานการณ์]

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มเกลียดละครเรื่องใหม่ของคุณ]

มันสามารถใช้ได้ถ้ากลุ่มดาวจำนวนมากเห็นด้วยกับพัฒนาการนี้ บัดซบ ทำไมกัน?

“ทกจา?”

“พี่!”

สมาชิกปาร์ตี้ขยับมาข้างๆ ผมด้วยความเป็นกังวล พวกเขาตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติไป อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่เข้าใจ ทำไมจู่ๆ กลุ่มดาวถึงหันหลังให้กับผม

สีหน้าของบีฮยองมืดลงเมื่อเขามองขึ้นไปบนฟ้า

– ขอโทษนะ ข้าพยายามเกลี้ยกล่อมพวกเขาแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ผล

‘ทำไม…’

– ชื่อเสียงของเจ้าแย่กว่าที่เจ้าคิดไว้

โดเกบิระดับกลางกล่าว [อวตารผู้อวดดี เจ้าคิดว่ากลุ่มดาวจะรับมือได้ง่ายๆ แบบนั้นเหรอ?]

…งั้นข้อความของระบบจากกลุ่มดาวที่ผมได้ยินไปล่ะ?

[อืม เดิมทีมนุษย์ก็มีนิสัยที่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาต้องการเชื่อ]

ผมตัดสินใจผิดไปเนื่องจากข้อความที่โผล่ขึ้นมาหลังจากนั้น

[กลุ่มดาวจำนวนมากหัวเราะกับการตัดสินใจของคุณ]

[กลุ่มดาวบางกลุ่มได้ถอนการสนับสนุนของพวกเขาสำหรับคุณ]

ใช่แล้ว ไม่ใช่กลุ่มดาวทุกกลุ่มที่จะส่งข้อความหาผม กลุ่มดาวเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ส่งข้อความมา

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มระมัดระวังต่อเจตนาของคุณ]

มันอาจเป็นธรรมดาที่มติของมหาชนจะเป็นในทางลบสำหรับผม ผมโกงพวกเขาโดยใช้กลอุบายและยกเลิกเหตุการณ์ กลุ่มดาวอาจจะรู้แล้วว่าช่องของบีฮยองรองรับได้แค่ 9,999 พวกเขารู้ แต่ก็ตามน้ำไปกับสถานการณ์ของผม ซึ่งในตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้หลงกลอีกต่อไปแล้ว

[กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีกำลังจ้องมองคุณอย่างเศร้าๆ]

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ กำลังจ้องมองคุณด้วยความความเห็นอกเห็นใจ]

บางทีผมอาจจะคิดอะไรตื้นเกินไปเมื่อผมคิดเกี่ยวกับกลุ่มดาว

[ดูเหมือนว่าโชคของเจ้าจะจบลงที่นี่แล้ว อวตารคิมทกจา]

“อ๊าาาา!”

ออร่าวุ่นวายไหลออกมาจากร่างกายของชินยูซองที่ถูกบังคับให้กลายเป็นปีศาจ มันเป็นจิตสังหารที่รู้สึกราวกับว่ามันสามารถหลอมละลายเลือดเนื้อได้ อวตารต่างพากันกรีดร้องออกมาและหนีไป ผมเห็นยูจงฮยอคกำลังชักดาบเขย่าสวรรค์จากระยะไกล

[ข้าหวังว่าเจ้าจะแสดงอะไรดีๆ ให้ดูจนจบนะ]

ผมค่อยๆ ถอนตัวออกไปจากภัยพิบัติ ใบหน้าของชินยูซองบิดเบี้ยวไปอย่างน่าเศร้า มันจบลงแบบนี้ ผมรีบเหลือบไปมองยูจงฮยอค สิ่งต่างๆ ได้กลายเป็นแบบนี้ และมันก็เห็นได้ชัดว่าเขาควรที่จะเลือกแบบไหน

“เดี๋ยวก่อน ยูจงจงฮยอค”

“นายทำพลาด”

“อย่าแตะต้องเด็ก” ผมซ่อนชินยูซองในวัยเด็กไว้ข้างหลัง “ฉันจะไม่ยอมให้อภัยแน่ถ้านายแตะต้องเด็กคนนี้”

ยูจงฮยอคถลึงตาใส่ผม “มันไม่มีทางอื่นแล้ว”

ทาง… ผมเม้มปากจนมีเลือดไหลออกมา

“มันยังมีอีกวิธี พวกเราต้องแสดงให้กลุ่มดาวเห็นถึงสถานการณ์ที่พวกเขาชอบ”

“นายหมายความว่ายังไง?”

“จัดการกับภัยพิบัติ”

การแสดงออกของยูจงฮยอกแข็งขึ้น “มันคือการฆ่าตัวตาย คิมทกจา มันจบแล้ว”

ผมเห็นชินยูซองกลายเป็นปีศาจและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของเธอ ผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ นี่ไม่ใช่ตอนจบที่ผมต้องการ โลกบ้านี่ แม้แต่การต่อต้านสถานการณ์ก็ทำให้กลายเป็นอีกสถานการณ์

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มตื่นเต้นกับคำพูดของคุณ]

[กลุ่มดาวหลายกลุ่มต้องการการต่อสู้ระยะประชิด]

ใช่แล้ว พวกเขาต้องการเห็นสิ่งนี้

“สนับสนุนฉัน ยูจงฮยอค ฉันจะหยุดภัยพิบัติเอง”

ผมต้องลองดู

“คิมทกจา นาย…”

“ฉันทำได้”

ผมกะพริบตาอย่างช้าๆ และเลื่อนตัวเลือกที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของผม

[คุณมีประสบการณ์กับบทบาทสนับสนุนมุมมองบุคคลที่หนึ่ง]

[คุณสามารถเลือกสกิลหนึ่งของเป้าหมายได้]

[ลิสต์สกิลที่สามารถใช้ได้]

[กรุณาเลือกสกิลที่จะได้รับ]

ผมเปิดลิสต์รายการและเลือกโดยไม่ลังเล

“ลำดับที่สาม เกราะราชาอสูร”

[ได้รับสกิลเฉพาะตัว ‘เกราะราชาอสูร’!]

ราวกับว่ามันกำลังรออยู่ พายุพลังงานปะทุออกมาจากมือของภัยพิบัติชินยูซอง มันเป็นพายุพลังงานที่ทำให้เกิดรูบนท้องของผมและทำให้ยูจงฮยอคหมดสภาพ

ผมปกป้องสมาชิกปาร์ตี้ของผมและเอาตัวเข้าไปรับพายุ

[สกิลเฉพาะตัว ‘เกราะราชาอสูร LV.3’ ถูกเปิดใช้งาน]

เสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวบริสุทธิ์ มันเป็นสกิลเฉพาะตัวของจ้าวแห่งสัตว์อสูรชินยูซอง พลังเวทมนตร์มากกว่าครึ่งหนึ่งของผมถูกใช้ไป และผมก็หน้ามืดขึ้นมา แต่ผมก็รับการโจมตีของชินยูซองไว้ได้สำเร็จ เกราะราชาอสูรอันสูงส่งไม่ด้อยไปกว่าพายุอันยิ่งใหญ่เลย

ยูจงฮยอคขมวดคิ้ว “นายขโมยสกิลของเธอ แต่มันก็ยังเป็นไปไม่ได้”

“ฉันรู้”

ผมมองไปยังภัยพิบัติชินยูซอง แม้ว่าธรรมชาติของเธอจะถูกกำหนดให้เป็นชั่วร้ายและสูญเสียการควบคุมร่างกายของเธอไป แต่ดวงตาของเธอก็ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ เธอพูดออกมา

「…ไม่เป็นไร ฆ่าฉันซะ」

ใครจะสามารถแกว่งดาบได้หลังจากได้เห็นดวงตาเช่นนี้? ผู้หญิงที่พเนจรมากว่าพันปีและต้องทนทุกข์ทรมาน ตอนนี้ผมกลับต้องฆ่าเธอ

นี่คือราคาที่ผมต้องจ่ายจากความล้มเหลวของการเปลี่ยนเรื่องราว… มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกไม่พอใจที่หนทางเอาชีวิตรอดกลายเป็นความจริง

“ลืมตาซะ และดูให้ดี” ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและประกาศ “นี่คือสถานการณ์ที่พวกนายต้องการ”

[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ สามารถใช้งานได้แล้ว]

ในตอนนี้ที่ชินยูซองอยู่ในช่วงสุดท้าย มันก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่สามารถเอาชนะได้ ท้ายที่สุด มันก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้

[บุ๊คมาร์คตัวละครถูกเปิดใช้งาน]

[ช่องบุ๊คมาร์คที่สามารถใช้ได้: 4]

[แสดงรายการบุ๊คมาร์คที่พร้อมใช้งาน]

“ฉันจะปลดปล่อยปีศาจแห่งการล่อลวง คิมนัมอุนจากช่องที่หนึ่งและเพิ่มผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง จางฮีวอนลงไปแทน”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint