0 Views

ตอนที่ 102 – สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (1)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 316 แล้ว >>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

「”…หัวหน้าว่าไงนะ?”」

ผมได้สติกลับมาอีกครั้งเพราะน้ำเสียงที่ไม่เชื่อถือของชินยูซอง

「”พูดอีกที หัวหน้าพูดอะไรออกมานะ? อะไร? สหาย?”

“…”

“ผู้ชายคนนั้นคือสหายของหัวหน้างั้นเหรอ?”」

ยูจงฮยอคไม่ตอบน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ ผมรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน แต่ชินยูซองก็ตกใจมากยิ่งกว่า ยูจงฮยอคมีอัตตาที่สูงล้ำได้เรียกผมว่าเป็น ‘สหาย’ ของเขา

「”ใช่”」

ทันใดนั้นเอง ผมก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ไม่ว่าผมจะคิดยังไง เขาก็ไม่ใช่คนที่จะเรียกผมว่า ‘สหาย’ ไอ้บ้านี่ไม่รู้เหรอว่าผมจะฟื้นขึ้นมาอีก?

[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ประทับใจกับมิตรภาพของคุณ]

[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ หน้าขึ้นสีกับมิตรภาพของคุณ]

[คุณได้รับการสนับสนุน 500 เหรียญ]

ใช่แล้ว ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว ยูจงฮยอค เขากำลังมองหาการสนับสนุนเหรียญ มันค่อนข้างแปลกที่ไม่เห็นว่าอูรีเอลไม่เข้ามาเกี่ยวด้วย

ผมเริ่มมั่นใจขึ้นเมื่อผมเห็นเขาหลั่งเลือด เมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการเสื่อมถอยครั้งที่สามของเขา มันก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ที่ยูจงฮยอคจะพูดคำว่า ‘สหาย’ ออกมา ในรอบแรกๆ เขาเรียกลีฮุนซึงและลีจีฮเยว่าสหายเมื่อคนพวกนั้นตาย

มันเจ็บปวดเมื่อมาคิดว่าเขากำลังได้รับเหรียญจำนวนมากแค่ไหนในตอนนี้ มันช่วยไม่ได้ที่อารมณ์ของผมจะเดือดขึ้น บ้าเอ้ย ผมควรจะได้พูดคำนั้นออกไป

「”หัวหน้า หัวหน้าพูดมันออกมาได้ยังไง?”」

แน่นอนว่าชินยูซองไม่ได้รู้ความคิดของยูจงฮยอคและมองดูราวกับโลกกำลังพังทลายลง

มันไม่มีทางเลือก ชินยูซองในรอบที่ 41…

เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ายูจงฮยอคเรียกใครว่าสหาย กำปั้นของชินยูซองปะทะเข้ากับดาบของยูจงฮยอค

แม้ว่ามันจะเป็นการปะทะกันระหว่างร่างกายและอาวุธ แต่สิ่งที่ได้รับความเสียหายก็คือดาบของยูจงฮยอค มันเป็นดาบเขย่าสวรรค์ระดับ SS นอกเหนือจากออฟชั่นพิเศษแล้ว ความคงทนและความแข็งแกร่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุด แต่ดาบเล่มนี้ก็ยังได้รับความเสียหายจากหมัดของชินยูซอง

ในที่สุด ดาบเขย่าสวรรค์ก็พ่ายแพ้และเบนออกไป กระบวนท่าดาบแยกนภาอันทรงพลังได้ถูกเบี่ยงเบนออกไปอย่างไร้ประโยชน์

「”หัวหน้ากล้าพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าฉันได้ยังไง?”」

ชินยูซองตะโกนออกมาและไม่ได้ใช้สกิลพิเศษอะไร เธอแค่เหวี่ยงหมัดที่เต็มไปด้วยพลังที่ควบแน่นจนถึงขีดสุดออกมา

ยูจงฮยอคกระอักเลือดออกมาและกระเด็นกลับไปด้วยการโจมตีในครั้งนี้ การโจมตีของเธอ ความเร็วของเธอ และรูปแบบของเธอ ชินยูซองเหนือล้ำกว่ายูจงฮยอคในทุกๆ ด้าน

ย่างก้าวฟีนิกซ์แดงและดาบแยกนภาที่ยูจงฮยอคภาคภูมิใจจืดชืดไปต่อหน้าชินยูซอง

มันมีเสียงของร่างกายแตกหักอย่างน่ากลัวดังออกมา และยูจงฮยอคก็ถูกผลักกลับไปข้างหลัง มันไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของเวลา

แม้ว่าเธอจะถูกทำให้อ่อนแอลง แต่ชินยูซองก็ยังเป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูรที่ใกล้เคียงกับขีดจำกัดที่เธอสามารถไปถึงได้ ในทางกลับกัน ยูจงฮยอคในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโตอยู่

「”ทำไมถึงเรียกเขาว่าสหาย? มันเป็นเพราะเขาเสียสละตัวเองเพราะหัวหน้างั้นเหรอ? เพียงเพราะเหตุนี้เท่านั้นเหรอ?” 」

เลือดไหลออกมาไม่หยุด อย่างไรก็าม ยูจงฮยอคก็ไม่ยอมแพ้ เขายังไม่หยุดและแกว่งดาบต่อไป ไอ้บ้านี่ ทำไมเขาถึงสู้ต่ออีก?

ผมมองดูยูจงฮยอคที่กำลังชโลมเลือดและเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเขาควรหนีไปหลังจากตระหนักได้ว่ามีอะไรผิดปกติไปงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่านั่นคือสิ่งที่เขาทำเป็นปกติงั้นเหรอ?

อีกครั้ง ชินยูซองถาม

「”แล้วกับคนอื่นล่ะ? พี่ลีจีฮเยและพี่ฮุนซึง พี่ซอลฮวา? พวกคนที่ร่วมสู้กับหัวหน้าล่ะคืออะไร?”

“ฉัน… ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่”

“อะไรนะ?”

“มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ฉันรู้” ยูจงฮยอคเช็ดเลือดออกไปจากริมฝีปากของเขาและกล่าวว่า “เธอฆ่าสหายของฉันในรอบนี้ ดังนั้นเธอจะต้องตายไปด้วย”」

บ้าเอ้ย คราวนี้ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจ

[การจมดิ่งที่มากเกินไปได้ยับยั้งคุณสมบัติบางอย่างของกำแพงที่สี่]

ผมถูกหลอกโดยการแสดงของเขา ใช่ ผมอ่านหนทางเอาชีวิตรอดมาเพราะรสชาติแบบนี้ เมื่อมาคิดดูแล้ว ผมก็แทบจะน้ำตาไหลเมื่อยูจงฮยอคพูดอะไรที่คล้ายกันนี้กับลีฮุนซึงออกมา

ผมรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาในทันใด ผู้อ่านเพียงคนเดียวได้กลายเป็นสหายของตัวละครหลัก ยูจงฮยอค

ชินยูซองมองไปยังยูจงฮยอคด้วยใบหน้าที่ดูราวกับว่าได้สูญเสียทุกๆ อย่างไป

「”หัวหน้าทำแบบนี้ไม่ได้นะ…”」

ออร่าลางร้ายเต็มไปทั่วรอบๆ ตัวของเธอ มันเป็นกระบวนการที่ความว่างเปล่าได้เปลี่ยนเป็นการถูกทรยศ และการถูกทรยศได้กลายเป็นความโกรธ

「หัวหน้ากำลังเปลี่ยนไป ฉันไม่อาจทนต่อมันได้”」

พลังอัดแน่นอยู่ในกำปั้นของชินยูซอง ผมต้องการที่จะดูอีกหน่อย แต่ผมก็เต็มไปด้วยสัมผัสแห่งวิกฤต

[การจมดิ่งที่มากเกินไปได้ทำให้เกิดการเพิ่มความชำนาญของมุมมองนักอ่านพระเจ้า]

ถ้ามีอะไรผิดพลาดไป ยูจงฮยอคอาจจะตายได้จริงๆ ผมไม่อาจปล่อยให้เขาถูกฆ่าตายที่นี่ได้ ผมเปลี่ยนโหมดของมุมมองนักอ่านพระเจ้าอย่างรวดเร็ว

มันเป็นจากมุมมองบุคคลที่สามเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

[กำลังเปลี่ยนมุมมองของคุณเป็นบุคคลที่หนึ่ง]

[การเปลี่ยนมุมมองบุคลที่หนึ่งล้มเหลว]

อะไร? ทำไม?

[คุณไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อเปลี่ยนมุมมองได้]

ผมรู้สึกเหมือนถูกตีเข้าที่หลังหัว มันมีเงื่อนไขอยู่สองข้อในการใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง

หนึ่งคือผมต้องตายและอยู่ในสภาพออกจากร่าง สองคือเป้าหมายและผมจะต้องคิดถึงกันอยู่

เงื่อนไขแรกไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาก็คือเงื่อนไขที่สอง ไอ้บ้านั่นไม่ได้กำลังคิดถึงผมอยู่เหรอ?

ถ้าอย่างนั้นที่มันกำลังทำทั้งหมดนี้อยู่เพื่ออะไรกัน? ผมมองดูยูจงฮยอคที่กำลังโจมตีอย่างบ้าคลั่งและเริ่มอึ้งไป

「”ตายซะ ฉันจะฆ่าเธอ”」

…ไอ้บ้านี่ เขากำลังคิดอะไรอยู่? ชินยูซองมองดูยูจงฮยอคและพูดขึ้นมา

「”ช่วยไม่ได้ ตอนแรกฉันว่าจะจบมันให้ไว แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”」

ชินยูซองยิ้มเหมือนกับว่าเธอคือปีศาจ

「”ฉันจะจบโลกของหัวหน้าด้วยเส้นทางที่แย่ที่สุด”」

ดวงตาของชินยูซองเบนออกจากยูจงฮยอค หัวใจของผมหดเกร็งในทันทีที่ผมมองตามเธอไป บ้าเอ้ย ผมไม่อาจรอดูอยู่ที่นี่ได้จริงๆ ถ้าผมไม่สามารถย้ายไปยังร่างของยูจงฮยอคได้ งั้นคนอื่น…

ในเวลานั้นมันก็มีสัมผัสอันแหลมคมตัดผ่านจิตใจของผม ตัวละครที่ไม่คาดคิดกำลังคิดถึงผมอยู่

…ผมสามารถย้ายไปยังคนๆ นี้ได้ไหม? เป็นไปได้ไหม? อ่า ใช่แล้ว มันเป็นเพราะยูจงฮยอคพูดแบบนั้นออกมา ใช่แล้ว บางทีมันอาจจะดีกว่าที่จะย้ายร่างไปยังคนๆ นี้ ผมไม่รู้เหมือนกัน งั้นก็มาลองกันเถอะ

ผมเริ่มเพ่งความคิดไปยังคนผู้นั้น หลังจากนั้นสักพัก สายตาของผมก็เริ่มสั่นไหว และผมก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมา

[กำลังเปลี่ยนมุมมองของคุณเป็นบุคคลที่หนึ่ง]

จิตสำนึกของผมถูกดูดไป ณ ที่แห่งอื่น

***

‘สหาย?”

ครั้งแรกที่เธอได้ยินมัน ชินยูซองก็ตั้งคำถามกับหูของเธอ สหาย เป็นไปได้ยังไง? นี่คือยูจงฮยอค ไม่ใช่ใครอื่น

ชินยูซองไม่อาจเข้าใจได้ถึงอารมณ์ที่กำลังเบ่นบานลึกอยู่ในหัวใจของเธอ มันเป็นอารมณ์ที่เธอหลงลืมไปเป็นพันปีแล้ว

ยูจงฮยอค สหาย

เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยูจงฮยอค แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง บางทียูจงฮยอคในเวลานั้นที่มาหาเธอ…

ชินยูซองสัมผัสกับพื้นโดยไม่รู้ตัว

‘มันต่ำจัง’

ชินยูซองคิดเช่นนั้น ดังนั้นผมจึงคิดถึงแบบนั้นด้วย

“นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของหัวหน้า” เธอไม่อาจทนต่อสิ่งที่ต่ำต้อยเช่นนี้ได้ “ถ้าหัวหน้ายกเลิกคำพูดของตัวเอง ฉันจะส่งหัวหน้าไปโดยไม่ต้องเจ็บปวด พูดมา บอกว่าเขาไม่ใช่สหายของหัวหน้า เป็นแค่คนที่หัวหน้ารู้จักเท่านั้น”

ยูจงฮยอคที่กำลังหลั่งเลือดออกมาไม่ตอบอะไร ชินยูซองหักแขนข้างหนึ่งของเขา และขาของเขาก็อ่อนลง ถึงกระนั้น ดวงตาของยูจงฮยอคก็ยังคงมีแววแห่งชีวิตอยู่

ชินยูซองจ้องไปยังยูจงฮยอคและกัดฟันของเธอก่อนที่จะออกคำสั่ง “จับยูจงฮยอคไว้”

มัมมี่กำมะถันระดับ 6 ที่ผ่านประตูมอนสเตอร์ออกมาเริ่มเคลื่อนไหว ผ้าพันแผลสีขาวของพวกมันคว้าจับร่างของยูจงฮยอคไว้ และแขนขาของยูจงฮยอคก็ถูกดึงออกจากกันราวกับว่าพวกมันกำลังจะถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ ชินยูซองประกาศ “หัวหน้า ข้าจะฆ่าพวกมันทีละคน หัวหน้า หัวหน้าคือคนที่เลือกทางเลือกที่เจ็บปวดที่สุด”

ชินยูซองเดินไปยังขอบของเกาะ และทิ้งยูจงฮยอคไว้เพียงลำพัง

“ฆ่าเธอซะ! เธอคือภัยพิบัติ!”

อวตารที่กำลังปีนขึ้นจากน้ำพบกับชินยูซอง ชินยูซองโบกมือของเธอเข้าหาคนพวกนั้น อวตารเหล่านั้นสัมผัสเข้ากับลำแสงที่ออกมาจากมือของเธอและถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เหมือนกับกระดาษหนังสือพิมพ์ มันไม่มีเวลาให้พวกเขาได้กรีดร้องด้วยซ้ำ

“อุทกภัย”

มอนสเตอร์หลั่งไหลออกมาจากประตูมอนสเตอร์ตามคำสั่งของเธอ มอนสเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดสองตัวยืนอยู่ข้างหลังเธอราวกับว่าพวกมันคือผู้พิทักษ์

เผ่าพันธุ์ทะเลระดับ 5 ราชาแมสวู้ด เผ่าพันธุ์บิฮีมอทระดับ 5 เฮฟวี่เมทัลบีน

พวกมันคือมอนสเตอร์ที่สามารถก่อให้เกิดภัยพิบัติขนาดย่อมๆ ในโลกใบนี้ได้ เธอกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่มันก็มีการโจมตีอันเฉียบคมพุ่งออกมาจากทางด้านข้าง

“เธอกำลังจะไปไหน?”

มันเป็นดาบที่แพรวพราว คนที่กำลังกวัดแกว่งมันสวมฮู้ดสีดำอยู่เหนือกระโปรงเพรียวบาง ชินยูซองจำได้ในทันทีว่าเธอเป็นใคร ลีจีฮเยผู้สังหารปีศาจที่กำลังมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ในดวงตา

“เธอกล้าทำให้มาสเตอร์เป็นแบบนั้นงั้นเหรอ?”

ความสง่างามของกลุ่มดาวอันยิ่งใหญ่ปะทุออกมาจากร่างกายของลีจีฮเย มันเป็นพลังของคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครอื่นในท้องทะเล ชินยูซองสังเกตเห็นอักขระที่ลีจีฮเยต้องการจะใช้ สถานที่นี้คือแม่น้ำ

“…แด่พระเจ้า”

ช่วงเวลาที่เธอเริ่มท่องบทความ เรือโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นทั่วทุกมุมของแม่น้ำฮัน

“ยังมีอีก 12 ลำ…!”

กองเรือปรากฏขึ้นบนแม่น้ำฮัน และกระจายตัวไปทั่วผืนน้ำ มันเป็นภาพที่ทำให้ผู้คนพูดไม่ออก อักขระของดยุคแห่งความภักดีและสงคราม กองเรือผี แม้ว่าจะมีออร่าอันมหาศาลจากกองเรือ แต่ชินยูซองก็แค่ยิ้มออกมาเหมือนกับว่าเธอคิดถึงมัน

“…ใช่แล้ว นี่คือสกิลของพี่สาว”

“พี่สาวเหรอ? เธอแก่กว่าฉันเยอะเลยนะ””

“อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังมีหนทางอีกยาวไกลให้ต้องไป หัวหน้าควรที่จะอยู่บนเรือ ทำไมเธอถึงมาอยู่ในสถานที่แบบนี้?” ชินยูซองเข้าประชิดตัวของลีจีฮเยในพริบตาและสัมผัสกับคางของลีจีฮเย มันไม่มีเวลาให้ต่อต้านด้วยซ้ำ “พี่สาวผู้น่าสงสาร เธอไม่รู้อะไรเลย”

“เชี่ย! ความเร็วนี้มันอะไรกัน?”

ลีจีฮเยรีบถอยหนีออกไปในทันที แต่เธอก็ไม่สามารถหลบหนีไปจากความเร็วของชินยูซองได้

“เธอไม่รู้เหรอ? ยูจงฮยอคจะใช้เธอและทอดทิ้งเธอ เธอจะตาย”

ดาบของลีจีฮเยพุ่งเข้าใส่ชินยูซอง ชินยูซองคว้าไปที่ดาบเบาๆ

“เธอ ลีจีฮเยผู้ต้องการการยอมรับจากยูจงฮยอคจะตายในท้องทะเลที่เธอรักมาก เธอจะถูกสังหารอย่างโหดร้ายโดยชาวญี่ปุ่นที่เกลียดชังผู้สนับสนุนของเธอ”

“ทุกคน โจมตีด้วยพลังเต็มที่!”

เรือทั้ง 12 ลำเริ่มยิงออกมาในเวลาที่ลีจีฮเยตะโกนออกมา ชินยูซองหัวเราะราวกับว่าเธอเฝ้ามองกระสุนที่พุ่งเข้ามา

“เธอรู้ไหมว่ายูจงฮยอคพูดอะไรหลังจากเสียเธอไป?”

กระสุนปะทะเข้ากับร่างกายของชินยูซอง มันมีเสียงระเบิดดังออกมา ชินยูซองเดินออกมาจากควันและพูดต่อ

“ในอนาคต การต่อสู้ทางทะเลคงจะยากขึ้นอีกหน่อย”

กระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนไม่อาจสร้างความเสียหายให้แม้แต่กับชุดเกราะขนสีขาวของชินยูซอง มันเป็นหนึ่งในสกิลเฉพาะตัวของชินยูซอง สกิลป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอซึ่งมีชื่อว่า ‘เกราะราชาอสูร’ โดยขนสีขาวที่พันอยู่รอบๆ ตัวเธอจะไม่ยอมให้เธอถูกทำร้ายแม้แต่ปลายเส้นผม

“ไม่ต้องห่วงไปพี่สาว คราวนี้มันจะไม่เกิดขึ้นแล้ว”

ชินยูซองหัวเราะ

“ฉันจะส่งเธอไปโดยไม่เจ็บปวด”

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint