0 Views

ตอนที่ 100 – ภัยพิบัติแห่งอุทกภัย (4)

 

(กลุ่มลับถึงตอนที่ 314 แล้ว >>>มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint)

 

ราชินีอิกทิโอซอรัสตัดผ่านน่านน้ำ ความยิ่งใหญ่ของมันประจักษ์แก่สายตาของทุกๆ คน เหล่าอวตารที่กำลังสับสนหนีออกไปจากแม่น้ำฮันในทันที

“ว๊ากกก เชี่ย!”

“อะไรเนี่ย?”

มันมีความรู้สึกอันหนักหน่วงเมื่อผมเผชิญหน้ากับเธอ ผมกำลังเผชิญหน้ากับผู้ปกครองแห่งเผ่าพันธุ์อยู่ ผมรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของชินยูซองและลีกิลยังอีกครั้ง

“ลงมา”

เคราของราชินีสัมผัสกับแผ่นน้ำตามคำพูดของผม มันเป็นอีกครั้ง มันไม่จำเป็นที่จะต้องมีผลเหมือนกันแม้ว่าจะเป็นสกิลเดียวกัน มันก็คล้ายๆ กับเมื่อผมใช้วิถีแห่งสายลมของไลคาออน ผมขยับเข้าไปหามันและปีนขึ้นไปตามเกล็ด

ร่างของราชินีสั่นราวกับว่ามันกำลังปฏิเสธการสัมผัสของผม นี่เป็นขีดจำกัดสำหรับผม พูดตามตรง ผมรู้สึกราวกับว่าหน้าผากของผมกำลังลุกไหม้จากการเชื่อมต่อกับราชินี

ผมทิ้งเหล่าอวตารที่กำลังไล่ล่าผมไว้ข้างหลังและพูดออกมา “ไปกันเถอะ”

จากนั้นการต่อสู้ของผมกับกับราชินีก็เริ่มต้นขึ้น ราวกับว่าเธอกำลังเล่นกับผม ราชินีแหวกว่ายผ่านสายน้ำโดยไม่สนใจว่าผมจะหายใจได้ไหม

“อั๊ค!” ผมอ้าปากสูดอากาศดูราวกับหนูที่เปียก “ไอ้นี่…!”

อิกทิโอซอรัสที่อยู่รอบๆ แหวกว่ายเข้ามาหาผมราวกับว่าพวกมันกำลังสนุกกัน

[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทอง’ กำลังหัวเราะเยาะคุณ]

การควบคุมของผมยุ่งเหยิง แต่ราชินีก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ผมต้องการมันเป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ของยงซาน มันคือโนดูลซอม หนึ่งในเกาะไม่กี่เกาะในแม่น้ำฮัน ถ้าผมจำไม่ผิด เกาะนี้เป็นสถานที่ที่มีศักยภาพที่สุดในการฟักตัวของภัยพิบัติแห่งอุทกภัย

「ภัยพิบัติที่ห้าจะฝักตัวบนเกาะประดิษฐ์ในแม่น้ำฮัน」

หนทางเอาชีวิตรอดคือนิยายที่ไม่ได้ระบุปีไว้

ดังนั้นผมจึงไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าหนทางเอาชีวิตรอดเกิดขึ้นในปีไหน ผมคิดว่ามันคงจะใกล้เคียงกับปีที่ผมอยู่ แต่มันก็อาจจะล้ำหน้าไปกว่าที่ผมอยู่สัก 10 ปีได้เพราะเทคโนโลยีต่างๆ แปลกไปจากที่มีอยู่ในตอนนี้พอสมควร มันมีการกล่าวถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่าปกติเล็กน้อยในหนทางเอาชีวิตรอดและยังมีการใช้ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ไม่ชี้ชัดในบางเหตุการณ์

ยกตัวอย่างเช่นสถานการณ์นี้

‘เกาะเทียมในแม่น้ำฮั่น… มันอยู่ไหนกัน?

อย่างไรก็ตาม ผมก็สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามันคือโนดูลซอมเนื่องจากคำอธิบายและขนาดของอุกกาบาต

ความคิดของผมหยุดชะงักไปด้วยการหยุดอย่างฉับพลันของราชินี ผมกลิ้งลงมาและถูกโยนลงไปบนโนดูลซอม ราชินีมิราเบดเหลือบมองผมก่อนที่จะหายไปในแม่น้ำฮัน มันช่างใจร้ายซะจริง

[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ หยุดลงแล้ว]

“อ๊วกกก”

โลกหมุนไปมาในขณะที่ผมกระอักน้ำของแม่น้ำฮันออกมา ผมเงยหน้าขึ้น และภูมิทัศน์ของโนดูลซอมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม

ผมไม่เคยมาที่โนดูลซอมมาก่อน แต่ก็มีบางอย่างแปลกๆ ต้นไม้ในโนดูลซอมดูเหมือนกับก่อนที่โลกจะถูกทำลาย

เหล่าอิกทิโอซอรัสหายไป และเหล่าอวตารก็เตรียมจะว่ายน้ำข้ามมา ผมเห็นบางคนที่กำลังบินผ่านท้องฟ้ามาด้วย ผมซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้และกลั้นลมหายใจพร้อมกับเฝ้าดู

“เขาอยู่ที่ไหน? ไม่ใช่ว่าเขามาทางนี้เหรอ?”

ผมไม่คิดว่าจะมีคนมากขนาดนี้ที่เรียนรู้การบินได้แล้ว ไอ้พวกนี้ไม่ใช่ผู้เสื่อมถอยนะ ทำไมพวกเขาถึงปรับตัวได้ไวขนาดนี้? หลายๆ คนขึ้นมาบนโนดูลซอมและมองไปรอบๆ

“พี่ ลองไปหาดูรอบๆ กันเถอะ ผมไม่มั่นใจเลยถ้าต้องเผชิญหน้ากับเขาคนเดียว”

“ฉันเห็นด้วย นายไม่เห็นดวงดาวที่อยู่เหนือหัวของเขาเหรอ? เขามันสัตว์ประหลาดชัดๆ”

“การฉายเดี่ยวคงไม่สามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดแบบนี้ได้”

“…เขาคงจะแข็งแกร่งพอๆ กับราชาทางทิศตะวันตกได้เลยมั้ง?”

มันเป็นการสนทนาที่กำลังพูดถึงการฆ่าคนอื่น ผมคิดว่ามันน่าละอายเกินไปที่จะเอาผมไปเทียบกับยูจงฮยอค ผมต้องการที่จะซ่อนตัวจนหมดเวลา แต่ก็มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นจากป่าบนเกาะซะก่อน

“คุณลุงควรระวังตัวหน่อยนะ ออกไปจากเกาะนี้ซะถ้าคุณไม่อยากมีปัญหา”

มันเป็นเสียงที่แข็งแกร่ง เธอคือเด็กสาวที่สวมฮู้ดสีดำทับชุดยูนิฟอร์มของเธอซึ่งกำลังเดินไปหาพวกผู้ชายกลุ่มนั้น

“เธอเป็นใครกัน?”

“คนหนุ่มสาวนี่ช่างไม่กลัวอะไรเลย…”

“แขนของฉันนนนน!”

“อ๊ากกกก!””

ดาบของเธอเคลื่อนผ่านอากาศ และชายคนที่ถูกตัดแขนก็กรีดร้องออกมา หนึ่งในอวตารที่ดูยังเด็กอยู่ตะโกนออกมา

“มันคือเธอ ดยุคแห่งความภักดีและสงคราม!”

“อะไรนะ? ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“วิ่ง! หนีไป!”

เหล่าอวตารรีบพากันหนีไป แต่ความสามารถของพวกเขาก็ไม่ได้สูงเท่าที่ผมคิด มีเพียงไม่กี่คนที่แข็งแกร่งอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ดยุคแห่งความภักดีและสงครามก็คงจะไม่เลือกอวตารของตนมาอย่างส่งๆ แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นลูกหลานของสหายของเขา

หญิงสาวชี้ดาบของเธอมาที่ผม “ลุง นายจะออกมาไหม? นายจะซ่อนตัวไปทำไมในเมื่อมีเครื่องหมายเป้าหมายอยู่บนหัวของนาย?”

สิ่งนี้ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่าผมยังมีลูกศรอยู่เหนือหัวอยู่ ผมถอนหายใจออกมาและเดินออกมาจากป่าพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้น “เธอจะมาฆ่าฉันใช่ไหม?”

“ฉันก็อยากอยู่นะ แต่มาสเตอร์คงจะเสียใจ” หญิงสาวผมยาว ลีจีฮเยเก็บดาบของเธอไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ ความแข็งแกร่งของเธอเพิ่มสูงขึ้นในเวลา 10 วันที่พวกเราไม่ได้พบกัน

ลีจีฮเยเห็นแขนที่บาดเจ็บของผมและกล่าวกับผม “คุณเป็นไงบ้าง? ฉันไม่คิดว่าคุณจะสบายดีนะ”

“งั้นถามทำไม? ฉันคิดว่าเธอจะกลับไปที่โรงเรียนซะอีก ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”

“มาสเตอร์มารับฉันเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเจอฉันได้ยังไง”

ยูจงฮยอค? ผมรู้ว่าลีจีฮเยเป็นสมาชิกคนสำคัญของยูจงฮยอค แต่การออกตามหาเธอ…

ผมมองไปยังค่าสถานะทางด้านร่างกายของเธอโดยการใช้การสังเกตอย่างใจเย็น ค่าประมาณคร่าวๆ คือ 160 STA และ STR ของเธอดูจะต่ำกว่าเล็กน้อย แต่เธอคงมาถึงขีดจำกัดของสถานการณ์ที่ห้าแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สังหารปีศาจและการฝึกฝนดาบยังดูจะพัฒนาขึ้นไปอีกด้วย ดูเหมือนว่าตัวละครทุกตัวในหนทางเอาชีวิตรอดจะพัฒนาขึ้นเมื่อพวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กับผม พวกเขาต่างมีการป้องกันทางจิตใจเพราะผมงั้นเหรอ?

“แล้วปาร์ตี้ของลุงล่ะ? คุณพบกับพี่ฮีวอนรึยัง?”

“คนอื่นๆ รออยู่ที่ยงซาน ฉันเองก็ยังไม่ได้เจอกับฮีวอนเลย”

“แย่มาก เธออยากเจอคุณนะ”

เมื่อมาคิดดูแล้ว จางฮีวอนและลีจีฮเยก็ดูเหมือนจะอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ผมมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังและถาม “เธอมากับยูจงฮยอคเหรอ?”

“ฮะ? ทำไมลุงถึงรู้ไปซะทุกอย่าง?”

ในเวลานั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงมาจากขอบของโนดูลซอม เหล่าอวตารได้ต่อสู้กับอิกทิโอซอรัสสำเร็จแล้วและกำลังมาที่เกาะ

บางคนก็ใช้เรือเป็ด และบางคนก็ใช้เรือห่าน บางคนก็ใช้เรือแบบอื่นๆ ในขณะที่บางคนก็ใช้สกิลพิเศษ พวกเขาดูเหมือนกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเลย

“ฉันเจอแล้ว! เขาอยู่นี่!”

ผมคือเป้าหมายของทัวร์ ลีจีฮเยโมโหขึ้นมาเมื่อเธอเห็นเหล่าอวตาร “ทำไมไอ้พวกบ้านี่ถึงมาอยู่ที่นี่?”

“ฉันจะพาพวกเขาไปหาภัยพิบัติ”

บางคนก็เตรียมตัวสำหรับภัยพิบัติ แต่ไม่ใช่กับทุกคน พวกที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มไหนกำลังซ่อนตัวอยู่ทั่วกรุงโซล และรอให้มีคนเคลียร์สถานการณ์หลัก จากนั้นพวกเขาก็จะเคลื่อนไหวออกมาหลังจากนั้น

ภัยพิบัติสุดท้ายไม่สามารถเคลียร์ได้ด้วยการตัดสินใจอะไรแบบนั้น ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกัน…

“นายจะทำแบบนั้นไปทำไม? มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย”

“ฮะ?”

“มันจะไม่มีภัยพิบัติ มาสเตอร์กำลังจะจัดการกับมัน” ดวงตาของผมจ้องมองไปยังลีจีฮเยด้วยความไม่เชื่อถือ “ภัยพิบัติสุดท้ายจะไม่อันตรายเลย กลับกัน มันไม่มีประโยชน์อะไรที่คนพวกนี้จะเข้ามาในเกาะ… เชี่ย พวกเขากำลังเข้ามา”

ลีจีฮเยชักดาบของเธอออกมาอีกครั้ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงเข้ามาควบคุมเกาะ ลีจีฮเยไม่ใช่คนเดียวที่กำลังควบคุมการเข้ามาที่เกาะ คนตัวใหญ่คนหนึ่งกำลังโบกมือให้กับเธอที่กำลังเข้ามา

“ทุกๆ คน พวกนายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่ มันคือเขตอันตราย!”

“อะไรนะ? นายเป็นใคร?”

“ร้อยโทของหน่วย 6502…”

“พูดบ้าอะไรอยู่วะ?!”

ดาบบินเล่มหนึ่งถูกจับไว้ในมือของชายหนุ่ม และเขาก็กล่าวว่า “…มันอันตรายนะที่จะขัดขืนเจ้าหน้าที่”

“ก-แก!”

ผู้หมวดสวมชุดที่ทำให้นึกถึงหมียักษ์และมีเคราที่สกปรก

“ฉันจะพาพวกนายไปยังที่ปลอดภัยเอง”

ผู้หมวดยกชายคนหนึ่งขึ้นด้วยมือข้างเดียวและโยนเขาไปอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำฮัน ชายคนนั้นลอยข้ามแม่น้ำฮันไปด้วยความเร็วสูงและตกลงบนพื้นของอีกฝั่ง

ผู้หมวดถาม “มีใครที่อยากให้ชี้แนะอีกไหม?”

“บ้าเอ้ย! ปีศาจ!”

ผู้หมวดที่กำลังเผชิญหน้ากับเหล่าอวตารมีดวงตาที่เหนื่อยล้า ราวกับมีภูเขากำลังกองอยู่บนบ่าของเขา มันเป็นใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง

「มันยาก…」

「ฉันคิดว่าฉันจะตาย…」

「ทกจา นายอยู่ไหน?」

“ลีฮุนซึง”

ในเวลานั้นเอง ลีฮุนซึงก็มองมาที่ผม การแสดงออกของเขาเหมือนกับได้พบกับโอเอซิสกลางทะเลทราย

“ทกจา… ทกจาเหรอ?” ลีฮุนซึงเดินเข้ามาหาผม ผมก้าวถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ “ท-ทกจา! ฉันเอง! ลีฮุนซึง!”

ผมกำลังจะพูดออกมา แต่ก็มีอวตารอีกกลุ่มกำลังขึ้นจากฝั่ง

“เขาอยู่นั่น! จับเขาไว้!”

สีหน้าของลีฮุนซึงบิดเบี้ยวไป “ฉัน… บอกแล้วไงว่ามันคือเขตอันตราย!”

เขาหันไปและทุบกำปั้นเข้ากับพื้น

[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ ได้ใช้อักขระ ‘ทุบขุนเขา LV5’]

เกาะโนดูลซอมทั้งเกาะสั่นราวกับจะระเบิดออก ผมรู้สึกทึ่งกับฉากที่เหล่าอวตารกำลังลอยขึ้นไป ไอ้บ้ายูจงฮยอคนั่น เขาฝึกคนอื่นยังไงกัน?

ผมถามลีฮุนซึงที่กำลังดีใจอยู่ “ยูจงฮยอคอยู่ไหนเหรอ?”

การแสดงออกของลีฮุนซึงเศร้าลงเล็กน้อย “โอ้ เขาอยู่ที่กลางเกาะ เขา…”

“เดี๋ยวฉันกลับมานะ ไว้ค่อยคุยกัน”

ผมไม่สนใจต่อสายตาอันสิ้นหวังของเขาและวิ่งไปกลางเกาะ มีหลายสิ่งที่ผมต้องการถามลีฮุนซึง แต่ในตอนนี้มันยังไม่มีเวลา ผมต้องรีบตรวจสอบอะไรบางอย่าง

ผมเดินผ่านป่าไปนานแค่ไหนกันนะ? ในที่สุดผมก็เห็นอุกกาบาตก้อนใหญ่อยู่ที่กลางป่า ขนาดของอุกกาบาตนั้นใหญ่มากเมื่อเทียบกับก้อนอื่น ออร่าสีแดงบนผิวของมันแสดงให้เห็นถึงการทำลายล้างอย่างแน่นอน มันมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าอุกกาบาต

“โอ้ เธอ…?”

การแสดงออกของผมเปลี่ยนไปเมื่อได้เห็นลีซอลฮวา และจากนั้นก็มีคนที่ผมกำลังตามหาอยู่โผล่ออกมาจากด้านหลังของอุกกาบาต

“ยูจงฮยอค”

ยูจงฮยอคยืนอยู่กับที่อย่างใจเย็น ผมถามเขา “นายกำลังทำอะไรอยู่?”

“นายต้องรู้สิเพราะนายมองเห็นอนาคต”

ผมพูดไม่ออกกับคำตอบที่ใจเย็น อุกกาบาตสีเหลืองติดอยู่ตรงกลางอุกกาบาตขนาดยักษ์ ผมสังเกตเห็นได้ในทันทีว่าทำไมยูจงฮยอคถึงอยากมาที่นี่เร็วนัก

“นายกำลังป้อนอุกกาบาตผู้ชี้นำให้กับภัยพิบัติงั้นเหรอ?”

“ผู้ชี้นำจะเป็นได้แค่ปัญหาในภายหลัง มันดีกว่าที่จะฆ่าพวกเขาในขณะที่พวกเราสามารถรับมือได้”

มันเป็นอีกครั้ง ลางร้ายของผมถูกต้องเสมอ ไอ้บ้านี่กำลังพยายามฟักภัยพิบัติออกมาแต่เนิ่นๆ เขามีเหตุผลที่กลายมาเป็นคนรักของลีซอลฮวา

“ไม่สิ ทำไม? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องผู้ชี้นำ ทำไมนายถึงพยายามปลุกภัยพิบัติขึ้นมาก่อน? ในที่สุดนายก็บ้าไปแล้วเหรอ?”

มันมีความผิดหวังอยู่เล็กน้อยในสายตาของยูจงฮยอคในขณะที่เขาตอบ “คราวนี้นายดูไม่ค่อยรู้อะไรเลยนะ”

“อะไรนะ?”

“ภัยพิบัตินี้เป็นเพื่อนของฉันในชีวิตที่ผ่านมา”

ใครจะไม่รู้เรื่องนี้กัน? ยูจงฮยอคประกาศด้วยสีหน้าอวดดี “นั่นคือเหตุผลว่าทำไมภัยพิบัตินี้ถึงปลอดภัย”

…ปลอดภัย? มันมีความคิดหลายอย่างผ่านเข้ามาในหัวของผม

…ยูจงฮยอค ใช่ บางครั้งเขาก็ไร้เดียงสาเกินไป

[ภัยพิบัติแห่งอุทกภัยได้ฟักออกมาแล้ว]

ผมต้องลืมมันไปสักพักเพราะผมได้รับความช่วยเหลือจากเขาหลายครั้ง ชายคนที่อยู่ตรงหน้าของผมคือคนที่เกือบจะก้าวไปไม่ถึงตอนจบหลังจากตายไปกว่าร้อยครั้ง

(จบตอน)


มุมมองนักอ่านพระเจ้า – Omniscient Reader’s Viewpoint